“แล้วว่าแต่เื่บ้านกับโรงงานตกลงเพลงทำยังไงล่ะลูก พรุ่งนี้ก็จะถึงกำหนดแล้วนะ แล้วหาเงินได้มั้ย ไม่เห็นเพลงบอกพ่อเลย หรือเห็นพ่อไม่มีความหมายแล้ว” เขาส่งน้ำเสียงต่อว่าเล็กน้อย แต่เธอก็รู้ว่าพ่อไม่ได้จริงจังกับคำพูดเท่าใดนัก
“คุณพ่อคะ คุณพ่อเป็คนสำคัญที่สุดในชีวิตเพลงค่ะ แต่เพลงไม่อยากให้คุณพ่อคิดมาก เพลงก็เลยยังไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง แต่เพลงก็กำลังจะมาบอกค่ะ ว่าเพลงตกลงจะไปทำงานใช้หนี้เขา มันดูจะเป็วิธีที่ดีที่สุด และเพลงก็ไม่ต้องไปรบกวนใครๆ ด้วยค่ะ คุณพ่อเห็นด้วยไหมคะ” เธอบอกพ่อในที่สุด
“แล้วเขาให้เราทำอะไรบ้างล่ะเพลง ทำงานแค่ห้าปี แลกกับเงินตั้งห้าสิบล้าน มันไม่น้อยไปหน่อยเหรอลูก” เขาไม่วายจะสงสัย เพราะนั่นคือคำถามที่มีในใจเขา ั้แ่วันแรกที่ลูกสาวเอามาบอกเล่าแล้ว
“โธ่! คุณพ่อคะ เพลง น่ะอินทีเรีย ดีไซเนอร์ ปริญญาโทจากนอกนะคะ ทำงานแป๊บๆ ก็หาเงินให้เขาได้มากกว่าที่เรายืมอีกค่ะ” ลูกแสร้งทำน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจไปอย่างนั้น
“ยังไงลูก”
“คือเขาให้เพลงทำงานตามที่เพลงเรียนมานี่ล่ะค่ะ ปีๆ หนึ่งเพลงก็จะต้องหาลูกค้าที่กระเป๋าหนักๆ เข้าบริษัทเขาเยอะๆ ให้ได้มากที่สุดค่ะ ่นี้ธุระกิจด้านนี้กำลังบูมค่ะ อีกไม่นานเพลงก็ทำเงินคืนให้เขาได้แล้วล่ะค่ะ คุณพ่อไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ แต่ว่า่ที่เพลงไปทำงาน เพลงคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่นะคะ จะมาหาคุณพ่อได้ก็เฉพาะคืนวันเสาร์ แล้วก็คืนวันอาทิตย์ค่ะ เพราะเพลงหยุดวันอาทิตย์วันเดียว” เธอจัดแจงแต่งเื่ให้พ่อเชื่อ
“แล้วทำไมมานอนบ้านเราไม่ได้ล่ะลูก” แต่พ่อก็ยังสงสัยไม่วาย
“ก็บริษัทอยู่ไกลค่ะคุณพ่อ เพลงก็คงจะเดินทางไปมาไม่ไหวหรอกค่ะ แล้วอีกอย่าง เพลงก็ไม่มีรถ เพลงพักที่ออฟฟิศเลยค่ะ เขาทำที่พักไว้ให้คนงานต่างจังหวัดพักด้วย น่าอยู่มากๆ เลยค่ะ คุณพ่อไม่ต้องห่วงเพลงนะคะ” ลูกยอมโกหกเพื่อให้พ่อโล่งใจ
“พ่อค่อยสบายใจหน่อย ทำงานกับเขาก็ทำตัวดีๆ นะลูก ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด และอดทนนะลูก อย่าทำไม่ดี เพราะบาป กรรมทุกวันนี้มันเดินทางเร็วเหลือเกิน ไม่นานมันก็ตามมาทันในชาตินี้แล้ว ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้าหรือชาติไหนหรอก แต่พ่อว่าลูกพ่อเป็คนดี พ่อภูมิใจในตัวลูกจริงๆ เลย”
เขาสอนลูกพร้อมๆ กับยิ้มจางๆให้ แต่ในใจนั้นมันช่างเศร้าเหลือเกิน เมื่อคิดถึงกรรมที่ตัวเองกำลังรับอยู่ในตอนนี้ และยังผลให้ลูกต้องลำบากไปเป็ลูกจ้างคนอื่น
“ค่ะคุณพ่อ เพลงจะจำคำสอนคุณพ่อไว้ค่ะ งั้นคุณพ่อพลิกตัวก่อนนะคะ นอนนานๆ เดี๋ยวจะเป็แผลกดทับ เป็แล้วมันรักษายาก หรือคุณพ่อจะนั่งไหมคะ เพลงจะอ่านหนังสือให้ฟังค่ะ” เธอพยายามเปลี่ยนเื่คุย เพราะรู้สึกไม่ดีที่โกหกผู้ใหญ่
“เอางั้นก็ได้ลูก นานๆ ทีจะมีคนอ่านหนังสือให้ฟัง เ้าโป่งมันก็หูตาไม่ค่อยดีแล้ว่นี้ อีกอย่างก็เกรงใจมันด้วย มันช่วยงานสารพัด” พ่อยิ้มให้ลูกด้วยความรักและเอ็นดูยิ่ง
ใบหน้าคมสัน ผิวขาวสะอาด นั่งกับเก้าอี้ห้องทำงาน พร้อมทั้งเอาขาไขว้ห้างด้วยความสบายใจ เขามองไปหาเพื่อนที่ั้แ่ก้าวแรกที่มาถึงบ้านเขา ก็ก้มหน้าก้มตาอ่านสัญญาที่เขาเขียนขึ้น เพื่อจะให้กับลูกศัตรู
“แกจะไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอไอ้ดำ นี่มันสัญญาทาสชัดๆ นะ อะไรกัน ใจคอแกจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ทางโน้นบ้างรึไง” พิสิทธิ์ค่อนขอดเล็กน้อย หลังจากเข้าใจเนื้อความในสัญญาแล้ว
“ทำไมฉันจะต้องอ่อนข้อให้พวกมันด้วยล่ะ แกจำไม่ได้เหรอ ว่าตอนที่ฉันไม่มีกิน แล้วกระเสือกกระสนไปพึ่งใบบุญพ่อแกน่ะฉันอยู่ในสภาพไหน” เขาไม่วายจะต่อว่าเพื่อน
“ไอ้จำได้มันก็จำได้ แต่แกก็ไม่ได้สูญเสียอิสรภาพซะหน่อย แล้วนี่อะไร อาทิตย์หนึ่งอยู่บ้านแกตั้งหกวัน จะกลับไปหาพ่อก็ต้องรีบกลับมาให้ทันตีห้า สายนาทีเดียวก็เป็อันว่าสัญญายกเลิก มันจะไม่โหดไปหน่อยเหรอ แล้วถ้าเกิดเขาไปไหน แล้วเกิดเหตุฉุกเฉินจนมาไม่ได้ หรือมาไม่ทัน หรือมีอุบัติเหตุจนทำให้มาไม่ได้ ไอ้ที่เขาทำงานกับแกมามันก็สูญเปล่าสิวะ” เขาแย้งเพื่อน เพราะเห็นว่าสัญญาที่ทำนั้น ไม่ค่อยยุติธรรมสักเท่าไหร่
“ก็แล้วแต่เขาสิ กลัวจะมาไม่ทันก็ไม่ต้องกลับ แกอย่ามาว่าฉันนะ แกเป็ทนายของฉัน มีหน้าที่ทำงานให้ฉัน ไม่ใช่ไปเห็นใจฝ่ายตรงข้าม” เขาไม่วายจะว่าเพื่อนกลับ แต่ก็ไม่จริงจังอะไรนัก แล้วพิสิทธิ์เองก็รู้ดี
“ไปได้แล้ว แม่นั่นมารอก่อนเวลาตั้งชั่วโมงหนึ่งแล้ว สงสัยกลัวจะมาสาย เลยเผื่อเวลาไว้ซะเยอะเลย” เขาบอกแล้วก็เดินนำหน้าพิสิทธิ์ไป โดยไม่สนใจจะฟังคำติติงของเพื่อนแม้แต่น้อย จนพิสิทธิ์ต้องส่ายหน้าแล้วก็เดินตามเขาไปอย่างไม่มีทางเลือก
“ว่ายังไง ตกลงวันนี้เธอมีเงินมา หรือจะมาทำงาน”
เขาถามทันทีที่เข้ามาถึงห้องรับแขก ทั้งๆ ที่เขาเองก็พอจะอ่านเกมส์ออกว่าไม่มีวันที่ระพีพรรณจะหาเงินมาคืนเขาได้เป็ แล้วเขาก็ทรุดตัวลงนั่ง และเอาขาไขว้ห้างอย่างไม่แยแสต่อสายตาโสภาที่มองมาที่เขาอย่างขุ่นเคือง
“ฉันจะมาทำงานค่ะ เตรียมข้าวของมาแล้ว และนี่ก็พยานของฉันค่ะ คุณโสภา” เธอบอกเขาออกไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบ และไม่คิดอะไร เพราะเธอตั้งใจมาอย่างแน่วแน่แล้วว่า จะต้องอดทนให้มากที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นเธอก็อาจจะทำภารกิจไม่สำเร็จ ดังที่ตั้งใจเอาไว้ก็ได้
แล้วเธอก็ให้สัญญากับตัวเองว่า ต่อให้เขาทำอะไรกับเธอมากแค่ไหน เธอก็จะไม่ถือโทษโกรธเคือง เพราะเธอเองก็เข้าใจเขาค่อนข้างมาก กับการกระทำของผู้เป็พ่อและพี่ชาย ที่ทำต่อเขาและครอบครัว
“ดี! นี่ทนายของฉัน ชื่อพิสิทธิ์ เขาจะเป็พยานให้ฉัน และเป็ทนายให้ครอบครัวฉันด้วย แล้วฉันกับเขาก็เปิดบริษัททนายด้วยกันด้วย ที่ฉันบอกเพื่อจะให้เธอรับรู้ว่าสัญญาที่ตกลงกันวันนี้ ไม่ได้ทำขึ้นมาแบบชุ่ยๆ แล้วเธออ่านร่างสัญญาเข้าใจดีทุกข้อแล้วใช่ไหม” เขาแนะนำเพื่อน แต่ไม่ปล่อยช่องว่างให้พิสิทธิ์ได้กล่าวทักทายเธอเลย ส่วนเธอก็ได้แต่ยิ้มให้และก้มหนั้าให้กับพิสิทธิ์แค่นั้น
“ค่ะ”
“แล้วมีคำถามเพิ่มเติมอะไรรึเปล่า” เขาไม่วายจะถาม
“เอ่อ! ไม่มีค่ะ” เธออยากจะถามอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่กล้า
“มีค่ะ!” โสภาอดที่จะถามแทนเธอไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าระพีพรรณอยากจะถามอะไร
“อะไร” เขามีน้ำเสียงไม่พอใจนัก
“ก็สัญญาคุณระบุว่า จะให้เพื่อนฉันทำงานทุกอย่างตามแต่คุณจะสั่ง ยกเว้นงานนั้นจะมีอันตรายหรือจะได้รับาเ็ หรือชีวิต แล้วถ้าเกิดคุณสั่งให้เพื่อนฉันไปทำงานพวก! เอ่อ! อะไรทำนองนั้นล่ะ มันรวมไปในสัญญานี้หรือเปล่า ที่ฉันถามก็เพื่อ้าความกระจ่างเท่านั้นนะคะ” โสภารีบอธิบายเพราะไม่อยากให้เขากับทนายเข้าใจผิดว่าเธอดูจะจู้จี้กว่าคนที่จะมาทำงานเองด้วยซ้ำ
“คุณหมายถึงเื่อย่างว่าน่ะเหรอ! ถ้าใช่! คุณก็สบายใจได้เลยนะ ผมไม่ขายเพื่อนคุณหรอก หน้าตาอย่างนี้ ไม่รู้จะมีคนสนใจหรือเปล่า หรือถ้าคุณกลัวว่าผมจะสั่งให้เพื่อนคุณ ทำเื่อย่างว่าให้ผม คุณยิ่งไม่ต้องกังวลใหญ่เลยนะ ผมไม่เอาเืสะอาดๆ ของผม ไปเกลือกกลั้วกับไอ้พวกเืชั่วๆ ของเพื่อนคุณหรอก หรือถ้าไม่ไว้ใจหรือกลัว ก็ยกเลิกสัญญาก็ได้นะ ผมจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลา” เขาทำเสียงเดือดใส่โสภาอย่างเห็นได้ชัด
“เอ่อ! เพื่อนดิฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นหรอกค่ะ แต่ถ้าทำให้คุณเข้าใจผิดแบบนั้น ดิฉันก็ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ สัญญาทุกข้อฉันอ่านเข้าใจดีแล้ว และก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรค่ะ” เธอต้องรีบออกรับแทนเพราะรู้ดีว่า โสภาเองก็เป็คนเืร้อน
“คุณระพีพรรณยินยอมทำตามข้อตกลงทุกอย่างเลยใช่ไหมครับ” พิสิทธิ์รีบสรุปอีกที เพราะไม่อยากให้ดนุพรทำอะไรที่วู่วาม
“ค่ะ”
“สาระสำคัญๆ ก็คือ คุณจะต้องทำงานตามที่คุณดนุพรสั่งทุกอย่าง ยกเว้นงานที่จะเป็อันตรายแกตัวเองและชีวิต เวลาทำงานคือสิบหกชั่วโมงต่อวัน คือั้แ่ตีห้าถึงสามทุ่ม เวลาพักก็แล้วแต่จะว่างจากงาน ส่วนใหญ่งานบ้านก็ไม่ได้ทำตลอดอยู่แล้ว หรือนายจ้างอาจจะเรียกใช้เวลาใดก็ได้ นอกเหนือจากที่ระบุเอาไว้ในนี้ โดยลูกจ้างจะต้องไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
สถานที่ปฏิบัติงานก็แล้วแต่นายจ้างจะสั่งการครับ แต่ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่บ้านนี้ สำหรับการลาป่วยก็ลาได้ตามป่วยจริง ส่วนลากิจไม่สามารถทำได้ หรือหากมีความจำเป็จริงๆ ก็จะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายจ้างก่อนลาเท่านั้น และหากนายจ้างอนุญาตให้ลากิจได้ ก็จะต้องกลับมาทำงานชดเชยให้นายจ้างในอัตราหนึ่งต่อห้า ก็คือลาหนึ่งวัน ต้องทำงานใช้ห้าวันครับ ก่อนลาก็จะต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยสามวันครับ
ทำงานจันทร์ถึงเสาร์ สามทุ่ม หลังจากนั้นคุณจะกลับบ้านก็ได้ นายจ้างให้หยุดวันอาทิตย์หนึ่งวัน ถ้าคุณระพีพรรณไปพักบ้านหรือที่อื่นในคืนเสาร์และคืนวันอาทิตย์ ก็จะต้องกลับมาทำงานเช้าวันจันทร์ให้ทันตีห้า ถ้าเลยนั้นแม้แต่นาทีเดียว สัญญาจะเป็โมฆะทันที การทำงานไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่นายจ้างมอบหมายตามกำหนด สัญญาก็จะถือว่าเป็โมฆะ เช่นให้ซักผ้าจำนวนยี่สิบชิ้นให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง คุณก็ต้องทำให้เสร็จเป็ต้น
ในระหว่างวันและเวลาทำงาน นายจ้างไม่อนุญาตให้ญาติหรือคนรู้จักมาหาก่อนได้รับอนุญาต ถ้าละเมิดกฏก็จะถือว่าสัญญาเป็โมฆะ ในระหว่างที่คุณทำงานเพื่อชดใช้หนี้จำนองนี้ นายจ้างจะให้เงินเดือนไว้ใช้สอยส่วนตัว เดือนละหกพันบาท นายจ้างจะเป็คนรับรองความปลอดภัยให้คุณตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานที่นี่
หากคุณถูกกระทำทารุณกรรมในด้านต่างๆ เช่น ถูกข่มเหงทางร่างกาย การกดขี่ทางเพศ หรืออื่นๆ จากนายจ้าง หรือจากบุคคลในการปกครองของนายจ้าง จนเกิดความเสื่อมเสียให้ และภายหลังสืบทราบหรือพิสูจน์ได้โดยแพทย์เฉพาะทาง หรือขบวนการของกฏหมายได้ว่าเป็การกระทำทารุณกรรมจากฝ่ายของนายจ้างจริง สัญญาฉบับนี้เป็อันโมฆะเช่นกัน และนายจ้างจะต้องคืนทรัพย์สมบัติทุกอย่างให้คุณโดยไม่มีข้อบิดพลิ้วใดๆ ทั้งสิ้น
หลักๆ ที่สำคัญก็มีเท่านี้ครับ ถ้าคุณระพีพรรณไม่ขัดข้อง ก็เช็นต์ชื่อตรงนี้ครับ และก็ให้คุณโสภาลงชื่อเป็พยานรับรู้ด้วยครับ” พิสิทธิ์ย้ำข้อสัญญาต่างๆ ให้เธอเข้าใจโดยละเอียด
“เพลงแน่ใจนะว่าจะทำอย่างนี้” โสภาไม่วายที่จะห่วงเพื่อนรัก เพราะสัญญาที่ทำขึ้นนั้นเธอรู้ดีว่า มันเหมือนสัญญาทาสชัดๆ
“ค่ะพี่โสภา ไม่ต้องห่วงเพลงหรอกนะคะ เพลงดูแลตัวเองได้” เธอบอกแล้วยิ้มให้โสภา ก่อนจะจรดปลายปากกาเซ็นต์ชื่อลงในสัญญา แล้วก็ยื่นให้กับพิสิทธิ์เพื่อส่งให้ดนุพรเซ็นต์ต่อไป
“คุณดำมีอะไรหรือเปล่าคะ ให้เด็กไปตามนิดกับคุณป้า เห็นวันนี้คุณดำบอกว่าจะมีเด็กรับใช้มาเพิ่มอีกคน แล้วให้แม่แก้วไปช่วยงานที่ออฟฟิศคุณพิสิทธิ์แทน ป่านนี้แล้วยังไม่เห็นใครมาเลยค่ะ” นิตยาหญิงสาววัยสามสิบต้นๆ เดินมาหยุดที่ห้องรับแขก พร้อมๆ กับเข็นรถเข็นที่มีลัดดานั่งเข้ามาด้วย ตามที่ดนุพรให้เด็กไปตาม
“นี่ไงเด็กที่นิดถามถึง ผมให้มาเริ่มงานเลย” เขาบอกเมื่อทุกอย่างตกลงเรียบร้อยแล้ว และโสภาก็ถูกเชิญให้กลับไปแล้ว เพราะเขาไม่้าให้คนนอกเข้ามารู้เห็นความเป็ไปภายในบ้านของเขา
นิตยามองไปที่เด็กที่ดนุพรพูดถึง ก็ถึงกับทำหน้าเหมือนมีคำถาม เพราะด้วยสายตาของเธอแล้ว ไม่อาจจะตัดสินได้ว่าผู้หญิงที่ท่าทางสง่า ดูดี มีสกุล ที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้จะมาทำงานเป็เด็กรับใช้ แต่นิตยาก็ฉลาดที่จะไม่ถามอะไรมากไปกว่านั้น เพราะรู้นิสัยดนุพรดีว่าไม่ชอบให้ใครมาเซ้าซี้ถามโน่นถามนี่
“นี่แม่ของฉัน และการปรนนิบัติคุณแม่ ก็เป็หนึ่งในงานที่เธอจะต้องทำ และก็ยังมีอีกงานคือต้องดูแลน้องของฉัน แล้วฉันจะพาเธอไปรู้จัก” เขาบอกเธอ
“สวัสดีค่ะ” เธอไหว้ลัดดาด้วยความนอบน้อม แต่ก็ไม่ได้รับการรับไหว้จากผู้าุโแต่อย่างใด ตรงกันข้ามสีหน้าและแววตาของลัดดาที่เพ่งมองมาที่เธอนั้น มันช่างเป็แววตาที่ระพีพรรณไม่เคยเห็นมาก่อน
“นี่เหรอลูกสาวนายกำพล หน้าตาผิวพรรณดีนะ พ่อเธอคงจะรักและหวงเธอไม่น้อยนะ ฉันยังจำได้ตอนเธอเป็เด็กๆ จะไปไหนมาไหนก็ต้องมีพี่เลี้ยงคนปรนนิบัติพัดวี คอยป้อนข้าวป้อนน้ำ แล้วนี่เธอจะทำอะไรได้ มาอยู่บ้านฉัน ก็ต้องอยู่ในฐานะเด็กรับใช้นะ ไม่ใช่จะคอยมาเป็คุณหนูเหมือนเมื่อก่อน”
ลัดดาอดค่อนขอดเธอไม่ได้ เพราะความโกรธแค้นที่มีต่อกำพลนั่นเอง แต่ ระพีพรรณก็ฉลาดที่จะไม่ต่อปากต่อคำ ได้แต่นิ่งฟังด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
+++++
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ