เกิดมาอาฉาเพิ่งเคยตกอยู่ในเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้เป็ครั้งแรก
เด็กคนหนึ่งจับเขาถอดกางเกงจนเหลือแค่กางเกงในตัวเดียว จากนั้นก็กัดตรงนั้นเลียตรงนี้ไปทั่ว
กัดๆ เลียๆ ยังพอทำเนา แต่เ้าเด็กนี่ยังเอามือตะปบส่วนสงวนของเขา แล้วขยำเคล้นโดยแรง
อาฉาเข่าอ่อน ถูกตรึงไว้แน่นเสียจนลุกไม่ขึ้น ในหัวว้าวุ่นไปหมด ทั้งโกรธทั้งกลัว สมองอันปั่นป่วนมีแต่ความคิดที่ว่าทำไมเ้าหนุ่มนี่ถึงได้ทำเื่พรรค์นี้กับเขา เป็ตัวผู้กันทั้งคู่แท้ๆ เด็กสมัยนี้มันเป็อะไรไปแล้วนะ อยู่ๆ ก็จับกดกันแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง
“ไม่ต้องบีบแล้วโว้ย โดนบีบจนจะหลุดออกมาแหล่ววว!” ท่อนล่างทั้งเจ็บทั้งเสียว ไอ้หนุ่มตรงหน้ามันออกแรงรีดเอาๆ ไม่ยอมปล่อย
“เสี่ยวเยวียน...” อาฉาร้องโหยหวนต่อไป
“หุบปากนะ! ห้ามเรียกชื่อมัน” เด็กหนุ่มชะงัก เงยหน้าขึ้นมาจ้องเขาอย่างจะกินเืกินเนื้อ “เรียกกันสนิทสนมขนาดนี้เลยหรือ ่ที่ผ่านมานายกับมันทำอะไรกันบ้าง อย่านึกนะว่าฉันไม่รู้”
“ทำอะไรเล่า ควังใช่รู้เื่โว้ย!” (ฟังไม่รู้เื่โว้ย) อาฉาร้อง “อย่าบีบเอาๆ จะได้ไหม ฉันเจ็บ จนมันจะหลุดออกมาอยู่แล้ว!”
“บอกให้อยู่นิ่งๆ ดันดิ้นซะแรงขนาดนี้! ได้นอนกับเยี่ยไห่เยวียนเข้าหน่อย เลยทำสะดีดสะดิ้งเป็ผู้หญิงหวงตัวไปแล้วหรือไง” เด็กหนุ่มเงื้อมือตบหน้าอาฉาสองฉาด เพื่อกำราบเขาให้สงบลง
อาฉานิ่งงัน รับรู้ว่าแก้มร้อนวูบเป็ปื้น เขาถูกตบหน้าหรือนี่
เขาเกลียดความรุนแรงที่สุด เพราะการใช้กำลังมักจะทำให้คนอื่นเจ็บตัวได้ง่ายๆ แต่ถ้าไปเจอกับไอ้คนที่พูดอย่างไรก็ไม่ยอมฟัง คิดแต่จะใช้กำลังทำร้ายคนอื่นท่าเดียว แค่ข่มอกข่มใจทนไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงๆ
“มันต้องว่าง่ายๆ แบบนี้สิ” เด็กหนุ่มผมทองถ่มน้ำลาย แล้วแยกเข่าคนที่อยู่ใต้ร่างออกจากกัน
อาฉาปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามดันเข่าตัวเองขึ้นสูง จากนั้นก็ฉวยโอกาสที่เด็กหนุ่มเผลอ รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเงื้อเท้าถีบเข้าที่ท้องน้อยเต็มรัก
เด็กหนุ่มกระเด็นออกไปทั้งตัวโดยไม่ทันได้ร้องสักแอะ กระแทกโครมเข้ากับผนังไม้ที่แขวนประกาศนียบัตรต่างๆ ไว้เรียงราย กรอบประกาศนียบัตรร่วงตกลงบนหัวเ้าตัวทีละใบสองใบ
ด้วยไม่คาดคิดว่าอาฉาจะจู่โจมตน เด็กหนุ่มลุกขึ้นมาอย่างฉุนขาด ไฟโทสะลุกโชติท่วมตัว
ทันใดนั้นประตูที่ล็อกไว้ก็ถูกถีบจนเปิดผางในจังหวะเดียวกัน ไห่เยวียนก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเ็า มองอาฉาเป็อันดับแรก จากนั้นก็มองเด็กหนุ่มผมทอง แล้วปรี่เข้าไปกระชากร่างกำยำล่ำสันของอีกฝ่ายขึ้นจากพื้นอย่างว่องไว จับเหวี่ยงโครมใส่ผนังที่เต็มไปด้วยตะปู
เด็กหนุ่มที่ตั้งตัวไม่ทันร้องอู้ในคอ หัวตะปูพวกนั้นเจาะเข้าไปในแผ่นหลัง เล่นเอาเจ็บเสียจนพูดไม่ออก
“กวานรื่อชิง ฟังไว้ให้ดีนะ” ไห่เยวียนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแฝงนัยคุกคาม ั์ตาหม่นทะมึนเหี้ยมเกรียมเหมือนอยากฆ่าคน เห็นแล้วหนาววาบ
เขาชี้ไปทางอาฉา “ตอนนี้หมอนี่เป็คนของฉันแล้ว ฉันขอเตือนเอาไว้ให้ชัดๆ เลยว่าถ้านายยังกล้าแตะต้องเขาอีก ฉันจะตัดมือตัดเท้านายให้หมด แล้วจับนายไปมัดตากแห้งไว้กับเสาธง ถึงตอนนั้นใครหน้าไหนก็ช่วยนายไม่ได้ แม้แต่พ่อนายก็เหอะ!”
ไห่เยวียนเสยหมัดใส่ท้องฝ่ายตรงข้ามซ้ำไปทีหนึ่ง แรงเสียจนผนังทั้งฝั่งะเื
พอเขาปล่อยมือออก เด็กหนุ่มก็ค่อยๆ รูดลงไปกองกับพื้น ผนังไม้ปรากฏรอยเืเป็ดวงๆ ล้วนแต่เป็เืของเ้าตัวทั้งสิ้น เด็กหนุ่มนอนตัวอ่อนปวกเปียก หมดสติไปด้วยความเจ็บ
“ไอ้พวกชอบมุงเื่ชาวบ้านนี่ก็ด้วย!” ไห่เยวียนหันไปพูดกับกลุ่มคนที่ยืนล้อมวงดูอยู่ตรงหน้าประตู
กลุ่มนักเรียนข้างนอกหน้าซีด รีบกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทางอย่างรวดเร็วจนไม่เห็นเงา
ไห่เยวียนเดินมาที่เตียง มองสภาพสะบักสะบอมของคนบนนั้น แล้วถามอย่างไม่สบอารมณ์ “ยืนไหวไหม”
อาฉาพยักหน้า
“เอาของตามฉันมา” เขาหมุนตัวเดินออกไปก่อน “ผละไปแค่แป๊บเดียวก็เกิดเื่แบบนี้ซะแล้ว นายนี่มันน่าโมโหจริงๆ”
“นี่ ฉันสมัครใจที่ไหนเล่า ใครจะไปรู้ว่าจะมีคนจับฉันถอดกางเกง” อาฉากระชับเศษผ้าบนตัว สวมกางเกงให้เรียบร้อย แต่ตอนลุกขึ้นยืนพลันเสียวแปล๊บตรงข้อเท้า
“เป็ไร” ไห่เยวียนปรายตามอง
“ตะกี้ถีบมันแรงไปหน่อย ข้อเท้าเลยแพลงน่ะสิ!” อาฉาเดินกะโผลกกะเผลกไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ โกยข้าวของในลิ้นชักที่เมื่อครู่ไม่ทันได้เก็บใส่กระสอบให้หมด ม้วนหมอนกับผ้าห่มขึ้นมาหอบไว้ด้วยมือหนึ่ง แล้วลากกระสอบเดินเขยกตามไห่เยวียนไป
ไห่เยวียนเหลือบมองอย่างเ็า ตอนแรกตั้งใจจะทำเมินแล้วแท้ๆ ก็ใครอยากให้เ้าตัวก่อปัญหากันเล่า แต่สุดท้ายเห็นท่าเดินแบบนั้นแล้วทนมองไม่ไหว เลยเอื้อมมือไปแย่งกระสอบหนักอึ้งมาถือให้ แล้วจับแขนอาฉาลากไปยังห้องตัวเอง
ใบหน้าของอาฉาไม่มีรอยยิ้มให้เห็นแม้แต่นิดเดียว เขาไม่ได้แส่ไปหาเื่เ้าคนที่ชื่อกวานรื่อชิงนั่นเสียหน่อย ทำไมไห่เยวียนต้องทำหน้าหงิกใส่เขาด้วยนะ
“น่าโมโหเป็บ้า เด็กสมัยนี้มันคิดอะไรของมัน เล่นจับดะไปทั้งตัว แต่ก่อนเมียฉันยังไม่เคยจับแบบนี้เลย ไอ้ฉ็องด็องเอ๊ย” (ผิดผี พิเรนทร์) อาฉาเดินกะเผลกพลางบ่นพึม
++++