“ผู้ชายคนนั้นเป็ใคร”
คำถามแรกจากปากนภานั้นค่อนข้างคาดคั้นเลอดาวจับอาการระแวงระวังของพี่สาวได้...จึงอมยิ้มกับท่าทางที่พี่สาวทำตัวดุเหมือนกับเป็แม่คนหนึ่ง
“เขาก็บอกพี่ภาแล้วนี่คะว่าเป็เพื่อนกับดาว”
“อย่ามาเล่นลิ้นกับพี่นะดาวพี่รู้จักผู้ชายที่มาวอแวกับเธอทุกคน แต่กับคนนี้จู่ๆก็โผล่มาไม่ทันให้ตั้งตัวแถมยังทำท่าเหมือนสนิทสนมกับเธอเสียเต็มประดา”
“ก็ผู้ชายเขาอยากสนิทด้วยนี่คะพี่ภาจะให้ดาวทำยังไงละ”
นภากำลังมองหล่อนด้วยแววตาที่ดุมากกว่าเก่ามีแต่หล่อนนั่นแหละที่ส่งสายตาเหมือนเด็กกำลังเล่นซุกซน
“นี่แสดงว่าเขากำลังมาจีบใช่ไหมแล้วดาวไปรู้จักกันั้แ่เมื่อไหร่ ไม่เห็นมีวี่แววว่าจะเล่าถึงเขามาก่อน”
“โธ่!พี่ภาคะดาวไม่ใช่เด็กสิบสองสิบสามนะคะที่จะคอยมานั่งเล่าให้ฟังว่ามีผู้ชายหน้าไหนมาขายขนมจีบบ้างพี่ภาก็รู้ว่าน้องพี่ภาคนนี้น่ะเสน่ห์แรงขนาดไหน ถ้าไม่มีผู้ชายมาสนใจสิคะคงจะแปลก”
“สรุปว่าเขาเป็ใครมาจากไหน ทำงานอะไรกัน หน้าตาดูอ่อนกว่าดาวตั้งหลายปี”
เลอดาวทำเป็ไม่อินังขังขอบกับการซักฟอกจากพี่สาวหันไปมองกระเช้าผลไม้ที่ชายหนุ่มซื้อมาฝาก แล้วก็บ่นลอยๆด้วยน้ำเสียงขันๆ
“คุณก้าวนี่ลงทุนน่าดูนะคะ เมื่อวานก็ซื้อโทรศัพท์เป็ของกำนัลให้พอรู้ว่ายายฝันเข้าโรงพยาบาลก็ยังซื้อกระเช้ามาเยี่ยมดูเหมือนจะพยายามทำคะแนนหลายทาง...แต่เห็นทีดาวคงต้องไปเอ็ดปานซะหน่อยแล้วค่ะจู่ๆก็ริทำตัวเป็พ่อสื่อแม่ชัก”
“ก่อนจะเฉไฉไปเื่อื่นตอบคำถามพี่สักที”
เลอดาวยิ้มออกมาอย่างนึกขันไม่คิดว่าพี่สาวคนรองถึงกับจับจ้อง้าคำตอบอย่างจริงจังขนาดนี้...ในขณะที่คิดว่าควรจะตอบคำถามพี่สาวอย่างตรงตามความจริงหรือไม่ในหัวก็แอบนึกหมั่นไส้ปานสีอยากหยิกให้เนื้อเขียวทีเดียวถ้าไม่เป็เพราะปานสีไปเข้าพวกกับก้าวไกล เขาก็คงไม่มีทางมาหาหล่อนถึงนี่หรอก
เพราะก่อนหน้าที่ก้าวไกลจะมาถึงหล่อนเพิ่งรับสายจากปานสีรายนั้นโทร.มากระดี๊กระด๊าเล่าฉอดๆให้ฟังไม่ขาดปากว่าก้าวไกลเขาดีอย่างนั้นดีอย่างนี้แล้วลงท้ายว่าเขามอบโทรศัพท์ราคาแพงสุดหรูให้ปานสีก็เลยบอกเสร็จสรรพว่าหล่อนอยู่ที่ไหน เขาก็เลยมีของติดไม้ติดมือมาฝากเป็กระเช้าใส่ผลไม้
เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องหล่อนมั่นใจว่าเป็เขาแน่จึงคิดว่าควรจะหลบหน้าเขาสักหน่อยเพื่อจะลองใจ...อยากรู้ถึงอาการของเขาเวลาที่มาไม่พบหล่อนแล้วต้องผิดหวังจึงรีบบอกให้นภารับหน้าไปชั่วคราวโดยบอกว่าหล่อนกลับไปแล้ว
“พี่ภาฟังนะคะดาวจะบอกตามความจริงว่าคุณก้าวเขาเป็ใคร”
นภานั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ “พูดให้หมดเปลือกเชียวนะ”
“คุณก้าวเป็ลูกชายคนเดียวของคุณใกล้รุ่งค่ะ”
เมื่อได้ยินชื่อใกล้รุ่ง ใบหน้าของนภาก็ซีดเผือดทันตาแถมกระถดแผ่นหลังจนชิดพนักเก้าอี้ยิ้มนั้นไม่สนิทนักและระมัดระวังน้ำเสียงให้ฟังปกติ
“อย่าไปยุ่งกับผู้ชายคนนั้นนะพี่ขอร้อง”
“ดาวรู้ดีค่ะว่าแม่ของเขาน่ะร้ายกาจขนาดไหนที่ผ่านมาคุณรุ่งยังคงราวีกับดาวมาตลอด แต่จะให้ทำยังไงคะในเมื่อเขาเป็ฝ่ายรุกเข้ามาหาเองทั้งที่ดาวอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวไม่ได้แล่นไปอ่อยให้ท่าเขาเสียเมื่อไหร่”
“ยังมาพูดเล่นอีก...พี่ไม่อยากมีปัญหาอะไรกับคุณรุ่งอีกแล้วพี่อยากให้อดีตพวกนั้นมันผ่านและจบไปเสียทีพี่กลัวนะดาว...กลัวว่าทางโน้นจะขุดคุ้ยเื่เก่าๆเอามาทำให้เสียชื่อเสียงอีก”
“อย่าวิตกเกินกว่าเหตุเลยค่ะพี่ภาทำใจสบายๆเถอะ...ที่ผ่านมาคนก็เก็บเื่ของดาวไปคุยเสียหายอย่างสนุกปากอยู่แล้ว ถ้าจะเพิ่มอีกสักเื่จะเป็ไรไป”
“แล้วถ้าทางโน้นรู้เื่ขึ้นมาละจะไม่แล่นมาฉีกอกถึงที่เหรอ”
คราวนี้เลอดาวเชิดหน้าขึ้น “ถ้าทางโน้นดีมาเราก็ดีตอบแต่ถ้าร้ายมาเราก็ทำแบบเดียวกันนั่นแหละค่ะ”
พูดกันเพียงเท่านั้นฟ้าฝันซึ่งนอนหลับเพราะความอ่อนเพลียก็ลืมตาขึ้น เอ่ยทักเสียงแหบแห้งทำให้สองพี่น้องจึงต้องยุติบทสนทนาลงชั่วคราว
“น้าดาวคะ...ฝันอยากกลับบ้านไวๆจังเลยค่ะอยู่ที่นี่น่าเบื่อจะตาย”
เจอหน้าหล่อนเด็กหญิงวัยสิบสองก็บ่นโอดโอยหล่อนจึงลุกขึ้นแล้วปรับสีหน้าได้เหมือนไม่มีเื่ใดเข้าไปลูบศีรษะของเด็กหญิงด้วยความรักและเอ็นดู
“หมอบอกว่าอีกไม่กี่วันก็ได้กลับแน่จ้ะ”
“ถ้ากลับบ้านเมื่อไหร่น้าดาวต้องพาฝันไปเที่ยวทะเลนะคะ ฝันอยากไปทะเล”
“จ้ะ”
หล่อนรับคำอย่างง่ายดายเพราะตัวเองเคยสัญญากับหลานสาวเอาไว้หลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่สบโอกาสเสียทีเพราะงานการที่ล้นมือและเวลาว่างที่มีก็มีหลายสิ่งให้สะสาง
คุยกันอีกไม่กี่คำ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นติดๆกันซึ่งหล่อนเข้าใจว่าคงเป็เวลาของพยาบาลที่เข้ามาดูเื่าแตามปกติ...ลืมไปสนิทใจว่ายังมีผู้ชายอีกคนหนึ่งที่หล่อนอยากหลบหน้ามากที่สุด
เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาแล้ว ทำให้หล่อนหลบไม่ทัน
ถึงหล่อนจะหลบหน้าก้าวไกลได้ แต่เห็นทีจะหลบหน้าตราบุญไม่พ้น!
//////////////////////////////////////
ความโกรธเกลียดที่เลอดาวมีต่อตราบุญนั้นยังคงอยู่เพียงแค่มันตกตะกอนชั่วคราวเท่านั้น เมื่อเขามาให้เห็นหน้าอีกครั้ง ริ้วแห่งความไม่พอใจก็ขุดเขี่ยพัดเศษอารมณ์ที่ตกค้างให้ลอยขึ้นมาก่อกวนจิตใจอีกจนได้จนหล่อนคิดอยากจะลุกขึ้นไปซัดหน้าของตราบุญให้หงายตึงติดอยู่ที่ว่าตอนนี้หล่อนอยู่กับหลานสาวซึ่งไม่รู้เื่ราวในอดีตของผู้ใหญ่จึงทำได้แค่มองหน้านภา ก่อนจะเอ่ยปากขอตัว คว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินออกไปจากห้องทันที
ตราบุญเดินตามมา ตรงเข้ารั้งแขนจนหล่อนต้องหยุด
“ไม่มีทางที่เราสองคนจะกลับมาคุยกันดีๆเหมือนเดิมหรือไงกัน”
หล่อนสะบัดแขนแรงๆ ตอบเสียงสะบัดทันควัน “ไม่มีทาง!”
“อย่าถือทิฐิเลยนะครับดาว”
“มันไม่ใช่ทิฐินะคะคุณบุญ” หล่อนเหลียวมองรอบๆเห็นผู้คนที่เดินไปมาหยุดมองหล่อนกับเขาจึงลดเสียงลงเพราะเห็นว่าสถานที่ตรงนี้หล่อนไม่ควรเอะอะจนดัง“อย่าดึงฉันกลับไปตกนรกอีกเลยค่ะ ถือว่าเราหมดเวรหมดกรรมต่อกันแล้วคุณเองก็มีเมียมีลูกอยู่แล้ว ยังจะตามมาตอแยฉันทำไม”
“แต่ผมยังลืมคุณไม่ได้”
“ลืมไม่ได้มันก็เื่ของคุณนะคะแต่ในสมองฉันไม่มีเื่ของคุณสักนิดเดียวแล้วฉันก็พูดชัดเจนั้แ่วันก่อนไปแล้วนะคะว่าเื่ของเรามันผ่านมาตั้งหลายปีแล้วคุณก็จงอยู่ในโลกของคุณส่วนฉันก็มีชีวิตของฉัน เพราะว่าเราอยู่กันคนละโลก”
“อย่าใจร้ายกับผมแบบนี้เลย...เราไปหาที่คุยปรับความเข้าใจกันดีกว่านะครับคุยตรงนี้มีแต่คนมองเต็มไปหมดแล้ว”
หล่อนรู้ว่าเขาคุยไม่รู้เื่จึงตัดสินใจหันขวับก้าวฉับไปตามทางเดินโดยไม่เหลียวหลังกดลิฟต์ถี่ๆจนประตูเปิดกว้างหวังจะไปให้พ้นหน้ากัน แต่เขาก็วิ่งพรวดใช้แขนยันไม่ให้ประตูลิฟต์ปิดแล้วดันร่างเข้ามาภายในห้องโดยสารลิฟต์ที่ตอนนี้มีกันอยู่เพียงสองคน
พอหล่อนตั้งท่าจะเป็ฝ่ายเดินออก เขาก็ขยับร่างมาขวางทาง
“ถอยไปนะ...ถ้าไม่ ฉันจะกดสัญญาณขอความช่วยเหลือ”
หล่อนหมายใจจะกดปุ่มแดงที่ข้างลิฟต์ประหนึ่งว่าลิฟต์ตัวนี้มีปัญหา แต่เขาก็ยกมือขึ้นมาขวางไว้“ได้โปรดเถิดครับดาว...ผมสำนึกผิดกับสิ่งที่ผ่านมานะตอนนั้นผมไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณเลยแต่ผมไม่มีทางออกเพราะว่าผมรักคุณมากจนไม่อยากจะเสียคุณไปถึงได้ทำเื่ชั่วช้าแบบนั้นโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง”
“ใช่! คุณมันไม่ต่างจากสัตว์เืเย็น ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของฉันจนพังทลายหมดสิ้นแล้วคุณยังทำร้ายเมียกับลูกของคุณอีก มาถึงป่านนี้คุณก็ยังไม่สำนึกยังคิดจะกลับมาทำร้ายฉันซ้ำอีกหนหรือไง”
“ผมกับเข็มเราตัดสินใจเลิกกันแล้วนะครั้งนี้ผมจะไม่ยอมให้เื่มันซ้ำรอยเดิมแน่”
การยืนยันหนักแน่นของเขาไม่สามารถสั่นคลอนความรู้สึกของหล่อนได้เื่ระหว่างกันมันไม่มีเยื่อใยเหลือแล้วมันมีแต่ความจงเกลียดจงชังที่ฝังแน่นอยู่ในอกหัวใจที่มีแต่รอยขีดข่วนจนเป็แผลต่อให้ผ่านมานานหลายปีก็ไม่อาจเยียวยารักษาให้คืนสภาพเดิมได้ง่ายนัก
หล่อนจ้องเขาตาวาว...มองไปยังตัวเลขข้างลิฟต์ที่สว่างวาบบอกว่ากำลังลงไปยังชั้นล่างสุด
“อย่าให้ฉันหมดความอดทนนะคะคุณบุญเดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เห็นแก่หัวหงอกหัวดำ หลีกทางให้ด้วย ฉันจะออกไปจากลิฟต์”
ทว่าตราบุญยังคงขวางทาง ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ส่งสายตาเว้าวอนเพื่องอนง้อ แต่คนอย่างเลอดาว เมื่อคิดถี่ถ้วนแล้วว่าต่างคนต่างอยู่หล่อนก็ไม่มีทางเดินย้อนกลับไปตกหลุมพรางอีกครั้งแน่พอเห็นไฟสว่างมาถึงชั้นที่้าหล่อนก็ปรี่เข้าไปกระตุกเนกไทเขาอย่างแรงจนหน้าคว่ำเป็จังหวะเดียวกับที่ลิฟต์เปิดกว้างพอดี
ยังไม่ทันก้าวออกจากลิฟต์ เลอดาวก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อปรากฏร่างของใครบางคนด้านนอกลิฟต์จะว่าไปแล้วก็ถือว่าเขามาได้ถูกจังหวะเหมือน์มาโปรดไม่รอช้าหล่อนจึงก้าวออกไปประกบเขายืนจนชิดด้วยท่าทางสนิทสนมทำให้ชายหนุ่มที่มาได้ถูกที่ถูกเวลาถึงกับยืนงงเป็ไก่ตาแตก
“ดีใจจังเลยค่ะที่คุณก้าวมาหา เมื่อครู่ยายปานก็โทร.บอกแล้วค่ะว่าคุณก้าวกำลังจะมาฉันก็นึกว่าเราจะคลาดกันแล้วเสียอีก”
“เอ่อ...คือผม”
การอึกอักของเขาทำให้หล่อนพูดต่อยอดเอาโดยง่าย “อุ้ย! นั่นดอกกุหลาบสีแดงสวยจังเลยค่ะ เอามาให้ฉันหรือเปล่าคะ”
ไม่เพียงแต่พูดเปล่าหล่อนฉวยกุหลาบช่อนั้นจากมือของเขามาแนบอกแล้วสูดกลิ่นด้วยท่าทางชื่นใจเมื่อเหลือบมองไปยังตราบุญที่บัดนี้ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าบูดบึ้งหล่อนก็เลยหวังว่าก้าวไกลจะเป็ ‘กันชน’ ชั้นดี หล่อนจึงลงทุนตรงเข้าไปยืนแนบชิดติดกายเขาเขย่งรองเท้าส้นสูงเพื่อบรรจงหอมเข้าไปเต็มฟอดบนแก้มข้างหนึ่งของก้าวไกลทำให้เขาถึงกับปั้นสีหน้าไม่ถูกทีเดียว
“ที่แท้คุณก็มีผู้ชายคนอื่นแล้ว”
เสียงของตราบุญแว่วมากระทบหู แต่หล่อนหาสนใจไม่คิดแต่เพียงว่าทำอย่างไรตราบุญถึงจะหายไปจากชีวิตหล่อนเสียทีจึงทำเสมือนเขาเป็เพียงอากาศธาตุตรงเข้าไปคล้องแขนก้าวไกลแล้วดึงกึ่งรั้งให้เขาเดินตามหล่อนมา
ขณะเดินนั้น หล่อนก็เอียงศีรษะซบลงบนบ่ากว้างของก้าวไกลแสดงออกราวกับเป็คนรักที่จี๋จ๋ากันโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองว่าบัดนี้ตราบุญกำลังกำมือแน่นไม่มองเสียด้วยซ้ำว่าเขากำลังยืนกัดฟันกรอด มีแววของหมาบ้าซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น
//////////////////////////////////////จบตอนที่ 6