ถ้ารู้ตัวสักนิดว่าโลกที่ตัวเองดูแลอยู่เกือบจะถูกทำลายอยู่แบบนี้ก็คงมีท่าทีตอบสนองอะไรสักอย่างกลับมาแล้ว แต่เพราะไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดจึงเข้าใจว่าคำขอร้องจากเด็กสาวเป็การแทรกแซงที่ไม่จำเป็ เด็กสาวยิ้มแห้งๆ พร้อมกับพูดขึ้น
“ได้อธิบายสถานการณ์ไปมั้ย?”
“ถูกตอกกลับมาว่า ไร้สาระแหละค่ะ”
“เห็นได้ชัดเลยว่าเลือกผู้ดูแลผิดแท้ๆ เลยเนี่ย”
“ไม่มีอะไรจะแก้ตัวค่ะ”
เรนยะถอนหายใจขณะมองไปที่เด็กสาวที่ดูหมดกำลังใจ
ดันไปรู้เื่ของคนอื่นเข้าซะได้ถึงจะบอกว่ารู้ แต่เขาเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากไปกว่าเื่ที่ดันได้รับรู้มาเลยแต่หากจะทำเป็ไม่รู้ซะเลยเลยก็รู้สึกสับสนแปลกๆ ยังไงชอบกล
แม้จะรู้สึกไม่สบายใจหน่อยๆ ที่ต้องมาแบกเื่วุ่นวายเอาไว้ก็ตามแต่เรนยะก็ตัดสินใจที่จะทำใจยอมรับ
“เข้าใจแล้ว จะช่วยละกัน”
“ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องเข้ามาพัวพันกับเื่วุ่นวายนะคะขอบพระคุณเป็อย่างยิ่งที่ตอบรับคำขอร้องนะคะคุณเรนยะ”
เด็กสาวค้อมศีรษะลงต่ำ
ท่าทางของเด็กสาวเวลานี้ยิ่งทำให้ลำบากใจขึ้นอีกเรนยะคิด
ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ๆ แต่การที่เด็กสาวมาก้มหัวให้ตัวเองแบบนี้มันทำให้เขาอดรู้สึกเหมือนกำลังทำเื่ไม่ดีอะไรสักอยู่ไม่ได้
“อ่า.. ช่างเถอะน่า เงยหน้าขึ้นได้แล้ว”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาอย่างค่อยๆ หมดความอดทนเองก็ดูเหมือนจะเป็เื่ที่ห้ามไม่ได้เช่นกัน
เด็กสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
“ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ ถ้าถูกคุณเรนยะปฏิเสธ เราคงต้องหาผู้ที่เหมาะสมใหม่อีกครั้ง”
ได้ยินเด็กสาวกล่าวให้ฟังว่างานนี้ลำบากมากแค่ไหนเรนยะก็ถามขึ้นด้วยความสนใจ
“ว่าแต่ความน่าจะเป็ที่จะมีผู้ที่เหมาะสมนี่มันอยู่ที่เท่าไรกันล่ะ?”
“ 1 ใน 5,630,000,000 คนค่ะ”
ได้ฟังจำนวนที่เด็กสาวตอบเรนยะก็ถอนหายใจอีกครั้ง
-จากตัวเลขแทบจะเรียกได้ว่าคนเดียวบนโลกเลยก็ว่าได้ความเป็ไปได้ค่อนข้างต่ำทีเดียวที่จะซวยถูกเลือกออกมา – เรนยะคิด
“แล้วนี่ จะถูกส่งไปที่โลกนั้นยังไงล่ะ? อย่าบอกนะว่าต้องไปเริ่มั้แ่เกิดออกมาเป็ทารกใหม่อีกครั้งน่ะ?”
เื่นี้เรนยะได้แต่หวังไม่อยากให้เป็เช่นนั้นถึงแม้ว่าจนถึงตอนนี้เขาจะไม่มีความทรงจำใดๆ อยู่ก็ตามแต่จะให้ไปเริ่มั้แ่ยังเป็ทารกใหม่ ใช้ชีวิตสมัยเด็กน้อยใหม่อีกครั้งก็คงไม่น่าพิศมัยสักเท่าไร
ยิ่งกว่านั้นถ้าให้เขาไปเป็ทารกใหม่ด้วยจิติญญานี้ คงน่าอายจนแทบอยากตายแน่ๆ
“ถ้าเป็ไปตามระบบเวียนว่ายตายเกิดแล้วอำนาจในการตัดสินใจทั้งหมดจะเป็ของผู้ดูแลของที่นั่นก็มีความเป็ไปได้ที่จะเป็เช่นนั้นค่ะ แต่ฉันจะใช้พลังของฉันเข้าแทรกแซงไว้เพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็จะต้องไปเกิดใหม่ั้แ่ต้นค่ะถ้าเกิดคุณเกิดตายที่นั่นเข้า ก็จะถูกพากลับมาที่นี่โดยอัตโนมัติค่ะจะไปเกิดที่ไหนต่อก็สามารถเลือกได้ตามปรารถนาค่ะ”
สิ่งที่เรนยะกังวลก็คือ หากถูกส่งไปแล้วเขาอาจจะต้องอยู่ที่นั่นตลอดไป เพราะจากที่ฟังแล้ว ที่นั่นดูเหมือนจะไม่ใช่โลกที่น่าใช้ชีวิตอย่างยืนยาวสักเท่าไรนัก
“ส่วนเื่ทะเบียนครอบครัว ไม่ต้องกังวลไปนะคะถ้าตอบไปว่าเป็คนหลงทาง คนบนโลกนั้นก็จะเข้าใจเองค่ะ”
“หมายความว่าไง?”
“รอยแยกไปยังโลกอื่นบังเอิญเปิดออกค่อนข้างบ่อยเพราะความไม่มั่นคงของตัวโลกเองทำให้บนโลกนี้มีคนมากมายที่หลงมาจากโลกอื่นน่ะค่ะ”
“แล้วไอ้เื่ที่บอกว่าจะข้ามกำแพงไปได้จะต้องเป็คนที่เหมาะสมอะไรนั่นไปไหนซะแล้วล่ะ?”
“เอาการร่วงไปในรูกับการข้ามกำแพงมารวมกันแบบนั้นก็แย่สิคะ”
เด็กสาวสะบัดนิ้วไล่บานหน้าต่างที่เปิดอยู่เพื่อให้เรนยะดูก่อนจะเปิดหน้าต่างอีกบานขึ้นมาแทน
“เอาล่ะ ถ้าไปที่นั่นแล้วก็คงต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นสัก 10 กว่าปีได้ ก่อนไปจะมอบพรจากเทพเ้าซึ่งก็คือฉันคนนี้ให้นะคะ”
คำว่าเทพเ้ารวมกับสำเนียงแปลกๆ ทำให้เรนยะทุบกำปั้นลงกับฝ่ามืออย่างนึกขึ้นได้
“ว่าไปแล้ว เธอเป็เทพเ้านี่นะเกือบลืม”
“อย่า-ลืม-สิ-คะ! นั่นมันข้อสำคัญเลยนะคะ!?”
“ก็มัน... ช่วยไม่ได้นี่ รูปลักษณ์ท่าทางแบบนั้น ดูยังไงก็ห่างไกลจากคำว่าเทพเ้าไปหลายขุมเลย”
ถูกจี้จุดให้เห็นแบบนั้นเด็กสาวก็กัดปากด้วยความเจ็บใจ
เหมือนว่าเขาจะไปสะกิดปมที่ไม่ควรแตะเข้าเสียแล้วเรนยะคิดในใจอย่างร้อนรน
“อุตส่าห์เลือกรูปลักษณ์ที่ดูอ่อนโยนบอบบ๊างบอบบาง จะได้ชวนให้ดูน่าปกป้องแท้ๆ แต่ผลดันเป็ตรงข้ามซะได้...”เด็กสาวบ่นใส่เขา
“นี่วางแผนไว้หรอเนี่ย”
เรนยะอดไม่ได้ที่จะหันไปมองด้วยสายตาเ็าเด็กสาวจึงกำหมัดแน่นและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ก็มันช่วยไม่ได้นี่คะมนุษย์น่ะไม่ว่าจะพูดให้สวยหรูสักแค่ไหน สุดท้ายแล้วประทับใจแรกมันก็อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอกอยู่ดีถ้าเป็หนุ่มหล่อล่ะก็ ต่อให้โอบไหล่ผู้หญิงก็ไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรใช่มั้ยล่ะคะแต่ลองถ้าเป็โอตาคุหน้าตาขี้เหร่ทำแบบเดียวกันดูสิยังไงก็โดนกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศอยู่แล้วจริงมั้ยล่ะคะ?”
“มันก็จริง แต่ช่างแม่งเหอะ!ที่สำคัญน่ะจะให้พรไม่ใช่รึไง!? จะให้อะไรล่ะ!?”
หากปล่อยให้เด็กสาวพูดต่อไปเรื่อยๆ คงไม่มีประโยชน์อะไรแน่ๆเรนยะจึงตัดสินใจพูดแทรกขึ้นเพื่อตัดบท
เด็กสาวที่ที่ได้ยินดังนั้นก็คลายกำปั้นลงก่อนจะทุบลงฝ่ามืออีกข้างเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
“จริงด้วยจริงด้วย อย่างแรกเลยพรที่ฉันจะให้ก็คือ ‘ความอ่อนวัย’ ค่ะ”
“ฉันจะเปลี่ยนคุณปู่อายุ 94 อย่างคุณให้เป็เด็กหนุ่ม 18 ร่างกายฟิตปั๋งด้วยพลังของฉันเองค่ะ”
“ส่งไปแบบอายุ 94 จะได้ตายเร็วๆ แล้วมาเกิดใหม่ไม่ดีกว่ารึไง?”
ยังไงซะเขาคะเขาก็เป็แค่ตัวที่เอาไว้ฝากทรัพยากรที่จะส่งไปยังโลกใหม่นั่นไปด้วยแค่นั้นอยู่แล้วไม่เห็นจำเป็จะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนานนี่ เรนยะคิด
เด็กสาวตะลึงจนพูดไม่ออกกับความเห็นที่แสนจะเหี่ยวเฉาของเขาถึงถ้าคิดตามประสิทธิผลที่ได้แล้วมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรก็เถอะ
“นี่ไม่ได้มีอะไรจะให้ทำเป็พิเศษที่นั่นใช่มั้ย?”
“กะ... ก็ใช่น่ะสิคะ... โลกที่คุณกำลังจะไปน่ะเป็โลกของดาบและเวทมนตร์นะคะ? เป็โลกที่จะได้ผจญภัย ล้มลุกคลุกคลาน การจะได้เป็เศรษฐีสร้างฮาเร็มของตัวเองไม่ได้เป็แค่ความฝันเลยนะคะ!? แหมพูดจายังกับเป็ตาแก่ แห้งเหี่ยวอย่างกับดอกหญ้าแห้งไปได้ค่ะ?”
“เอ่อ ไอ้เื่หญ้าแห้งน่ะอาจจะไม่ใช่แต่เื่ที่เป็ตาแก่น่ะ แต่ไหนแต่ไรก็เป็อยู่แล้วนี่นา ฉันน่ะ...”
ได้ยินเรนยะพูดเื่อายุ 94 ของตนเองแล้ว เด็กสาวก็อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
“เอ๊ะ? อาา... อืมมมม...”
เด็กสาวนิ่งคิดขณะที่ขยับนิ้วไปที่หน้าต่างที่เพิ่งเปิดอยู่
แม้ว่าจะหน้าต่างนั้นจะกึ่งโปร่งแสงแต่ก็มองเห็นได้ค่อนข้างลำบากทำให้หากมองจากทางฝั่งเรนยะแล้วจึงไม่อาจเห็นตัวหนังสือที่เขียนอยู่บนหน้าต่างนั้นได้
ดูเหมือนเด็กสาวจะพบเป้าหมายอะไรสักอย่างบนจอหน้าต่างที่เธอตั้งหน้าตั้งตาดูอยู่สักพักแล้วใบหน้าของเธอเป็ประกายวิบวับก่อนจะหันมาทองเรนยะ
“คุณเรนยะ จริงๆ แล้วที่โลกนั้นนะคะมีอาหารอร่อยๆ แบบที่หาไม่ได้ที่โลกเก่าของคุณอยู่เต็มไปหมดเลยนะคะ”
“หา?”
ได้ยินแบบนั้นเรนยะก็เข้าใจแล้วว่าก่อนหน้านี้เด็กสาวหาอะไรอยู่
คงจะหาข้อมูลที่จะทำให้คนแบบเขามีกำลังใจในการใช้ชีวิตอยู่สินะ
ถึงตัวเขาจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับชีวิตก่อนหน้านี้เลยสักนิดก็เถอะแต่พอได้ยินคำว่าอาหารอร่อยก็รู้สึกล่อตาล่อใจยังไงแปลกๆ บอกไม่ถูก
เรนยะเดาว่าชาติที่แล้วตัวเองคงเป็พวกมีงานอดิเรกเป็การกินแน่ๆ
“แน่นอนว่ามันก็ต้องมีทั้งของที่ทั้งถูกทั้งอร่อยแต่ก็ต้องมีของอร่อยที่แพงจนตาแทบถลนเลยเหมือนกันค่ะเพื่อที่ได้ลิ้มลองอาหารเ่าั้ เงินเป็สิ่งสำคัญอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ ตาแก่อายุ 94 น่ะหาเงินขนาดนั้นมาไม่ได้หรอกค่ะ”
เด็กสาวกำมือตั้งมั่นตั้งใจอธิบายเต็มที่
“มีเหตุผลแฮะ งั้นก็เอาตามนั้นเลยจะให้ไปในร่างเด็กก็ไม่มีปัญหา ทีนี้ขอความจริงบ้างจะซ่อนไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกน่า ว่าไง?”