ชายหนุ่มกวาดสายตามองห้องของตัวเอง ทุกอย่างยังอยู่ครบ เขามองไปตรงผนังห้อง มีรูปเขานั่งด้านขวา ปู่ของเขานั่งตรงกลาง และน้องสาวตัวแสบนั่งกอดแขนปู่อีกข้าง และถัดไปอีกรูป เป็รูปปรียานีย์ถ่ายคู่กับเพื่อนสนิท
‘วีรดา’ ผู้หญิงที่เป็ต้นเหตุ ที่ทำให้แอนนาเข้าใจเขาผิด ชายหนุ่มกำมือแน่น ด้วยความโมโห
‘วีรดาฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ’ เขาสบถออกมาอย่างหัวเสีย ทำไมหล่อนต้องทำให้เขาเดือดร้อนด้วย หล่อน้าอะไรจากเขา หล่อน้าให้เขาสนใจ? หากว่าสิ่งที่หล่อน้าคือหัวใจ เขาส่ายหน้าอย่างไม่ลังเลใจ หัวใจของเขาไม่ได้มอบให้หล่อนแน่นอน!
…
พอกลับมาถึงบ้าน หญิงสาวก็ตรงไปช่วยน้าสาวเตรียมอาหารในครัว เปิดตู้เย็นหยิบพริกขี้หนูมาหั่นเป็ชิ้นเล็กๆ จากนั้นตามด้วยหอมแดง พอแกะได้ลูกเดียวกลิ่นที่ฉุนจัด ทำให้หล่อนรู้สึกแสบตา แสบจมูกจนตาแดงอาการเหมือนคนกำลังร้องไห้ ถ้าใครไม่รู้คงคิดว่าหล่อนร้องไห้สินะ ความจริงตอนนี้ หล่อนก็มีเื่น่าเศร้า น่าร้องไห้อยู่หรอก เมื่อนึกถึงเขาขึ้นมา สองปีที่เขาไปเรียนต่อไม่เจอหน้า เขาคงไม่รู้ว่าหล่อนเฝ้าคิดถึง... รู้ทั้งรู้ว่าเขามีแฟนเป็ตัวเป็ตน แต่หล่อนก็หักห้ามใจไม่ได้... วีรดาเตือนตัวเองเสมอว่า จะไม่แสดงออกให้เขารู้ ความในใจเป็อันขาด... ครั้งนี้หล่อนก็คงตัดใจจากเขาได้จริงๆ คำพูดของเขาเมื่อเช้านี้ยังก้องในห้วงคำนึงของหล่อน
‘อย่าให้ฉันต้องเดือดร้อน เพราะเธอมากกว่านี้’ เพียงคิดแค่นี้น้ำตาเ้ากรรมก็ไหลออกมา หล่อนยกมือปาดน้ำตา มันไม่ใช่ความผิดของหล่อน ปรียานีย์น้องสาวเขาต่างหากที่ขอร้องให้หล่อนทำเื่แบบนี้ขึ้นมา และคนที่รับผลกรรมคือหล่อน
ต่อไปนี้ หล่อนไม่ไปก้าวก่ายชีวิตเขาอีก แค่นี้ก็ขายหน้าจะแย่อยู่แล้ว ถ้าเขาไม่สนใจ หล่อนก็ควรตัดใจ หล่อนกับเขาเคยเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน เขาเป็รุ่นพี่หล่อนหลายปี หล่อนเรียนคณะเดียวกันกับปรียานีย์ หล่อนรู้จักเขาผ่านปรียานีย์ แต่ไม่ได้สนิทสนมมากมายอะไร เพียงแค่รู้จักกันแค่ผิวเผิน... เขาทำดีกับหล่อน ก็เพราะหล่อนเป็เพื่อนปรียานีย์ เขาไม่ได้คิดอะไรกับหล่อน เกินเลยจากคำว่า
‘เพื่อนของน้องสาว’
ภาพความหลังระหว่างเขากับหล่อนที่ยังมีความทรงจำที่ดีต่อกัน เขามักจะแนะนำหล่อนกับสาวๆ ที่มาเกี่ยวพันกับเขาแบบนี้เสมอว่า หล่อนคือ ‘เพื่อนของน้องสาว’
‘น้องดาวันนี้ปรียานีย์ ไม่อยู่บ้านเดี๋ยวพี่ไปส่งนะครับ’
‘ไม่เป็ค่ะ ดากลับแท็กซี่ได้’
‘ดึกแล้ว เดี๋ยวพ่อของน้องดาเป็ห่วงนะครับ มาเถอะพี่ไปส่ง’ ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดนักกีฬา เดินมาหาหญิงสาวที่ยังคงใส่ชุดนักศึกษา เขาสบตาหล่อน ก่อนเดินนำหน้าเปิดประตูรถอีกฝั่งให้หล่อนนั่ง
วีรดามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา ก่อนจะพยักหน้าแล้ว เดินเข้ามาในรถตามคำบอกของเขา ทุกครั้งที่เขาทำดีกับหล่อน เขาไม่ได้คิดอะไรมากมายเลยเถิดไปไกลกว่านั้น แต่คนที่เอาไปคิด คือหล่อนความหวังดีของเขาทำให้หล่อนเผลอใจไปกับมัน หล่อนปลื้มเขา เพราะความเป็สุภาพบุรุษของเขา ทว่าต่อไปคงไม่มีแล้ว ความเป็สุภาพบุรุษของเขา
ถูกแทนที่ด้วย ความร้ายกาจอีกด้านที่หล่อนเพิ่งเห็นในวันนี้
“หนูดา มีคนโทรเข้าหลายสาย ไม่รับสักทีล่ะ” วีรดาหันมามองน้าสาว ที่ตอนนี้มีศักดิ์เป็แม่เลี้ยงของหล่อน
“สายของปรียาค่ะ ดึกๆ ดาค่อยโทรกลับ”
“ไปคุยกับเพื่อนเถอะ มาเดี๋ยวน้าทำเอง” หญิงสาวยังคงง่วนอยู่กับการแกะหอมต่อ แสร้งไม่รับรู้ แต่จนแล้วจนรอด น้าสาวของหล่อนก็มาแย่งมีดแย่งหอมจากมือหล่อนไป เป็คนจัดการทำกับข้าวเอง จนวีรดาก็ต้องถอยห่างออกมา รับโทรศัพท์ของปรียานีย์ที่โทรเข้า
“ปรียา มีอะไรเหรอ”
“ปรียาจะถามดาว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมพี่ปรัชถึงไม่กลับมาพร้อมกับดา”
“เราแยกย้ายกันกลับมา” หล่อนตอบสั้นๆ
“เหรอ…ว้าเสียดายจังนึกว่าจะได้กลับมาพร้อมกัน จะได้กินข้าวด้วยกัน เย็นนี้ปรียาเตรียมอาหารเยอะแยะเลยนะ งั้นเดี๋ยวปรียาไปรับนะดา จะได้นอนค้างกับปรียาที่นี่”
“ไม่ได้หรอกปรียา พรุ่งนี้ดาต้องไปทำงานแต่เช้า บ้านปรียาไกลจากที่ทำงานดามาก” แน่นอนว่า หล่อนต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะเื่ที่เกี่ยวกับพี่ชายของปรียานีย์ หล่อนพยายามจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก การระแวดระวังของหล่อนจนกระทั่งเกือบจะปฏิเสธปรียานีย์ไปด้วยซ้ำ ทว่าปรียานีย์ก็ไม่ยอมละความพยายามที่จะชวนหญิงสาวมาให้ได้
“ไม่เป็ไรนี่ ก็ออกมาแต่เช้าให้พี่ปรัชไปส่งดา” ฝ่ายเพื่อนสาวเอาชื่อพี่ชายมาเสนอ คราวนี้หล่อนปฏิเสธทันที
“ปรียา ดาขอร้องละอย่าให้พี่ชายของปรียาต้องยุ่งเกี่ยวกับดาเลย แค่นี่เขาก็ไม่อยากมองหน้าดาอยู่แล้ว”
“ตกลงเื่มันเป็ยังไง ทำไมดาถึงไม่กลับมาพร้อมกับพี่ปรัช เล่าให้ปรียาฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้น” ปรียานีย์ถามอย่างร้อนใจ
“เปล่า ไม่มีอะไรปรียา” และแล้วหล่อนก็ปิดความจริงเหมือนเดิม
“งั้นพรุ่งนี้ตอนเย็น เจอกันได้ไหมดา หรือว่าดามีธุระไปไหนต่อ”
“ไม่ไปไหน”
“งั้นดาเลิกงานแล้ว ปรียาไปรับนะ” หญิงสาวลังเลใจ แต่แล้วก็ตอบตกลงอย่างเสียไม่ได้
หลังเรียนจบวีรดาก็มาสมัครงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ที่เป็เ้าใหญ่ในการผลิตชุดกีฬา และชุดออกกำลังกาย หล่อนได้ทำงานในตำแหน่งเลขาของเ้าของบริษัท หญิงสาวทำงานอยู่ที่นี่สองปี ภานนท์ชายหนุ่มที่สืบทอดธุรกิจผลไม้แปรรูป ที่อยู่ทางภาคเหนือ เขาตกหลุมรักหล่อนมานาน ภานนท์ได้ทาบทามให้หล่อนไปทำงานกับเขาที่จังหวัดลำปาง เขาเสนอให้หล่อนรับตำแหน่งเลขาส่วนตัวของเขา แต่หล่อนก็ปฏิเสธเขามาตลอด เพราะอยากอยู่กรุงเทพใกล้พ่อมากกว่า ที่จะไปทำงานต่างจังหวัด ภานนท์รู้จักหล่อนตอนร่วมกิจกรรม สมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ขณะนั้นเขาเรียนอยู่คณะบริหารธุรกิจชั้นปีที่สี่ ปีเดียวกันกับปรัชญา แต่คนละคณะ ขณะที่วีรดาอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่หนึ่ง ในตอนแรกที่เจอกันเขาก็ชอบหล่อนอย่างไม่รู้ตัว... เขาจึงคอยติดต่อหล่อนมาเสมอ จวบจนกระทั่งเรียนจบ เขาห่างหายไประยะหนึ่ง เพราะกลับไปสานต่อกิจการของมารดา จนกระทั่งกลับมาตามหาหล่อนอีกครั้ง... และครั้งนี้ภานนท์คิดจริงจังกับหล่อน เป็พิเศษเขาหมายมาดจะได้หล่อนมาเป็คู่ครองให้ได้ พอรู้ว่าหล่อนเรียบจบแล้ว เข้าทำงานในตำแหน่งเลขาของบริษัทแห่งหนึ่ง เขาก็เสนอเงินเดือนให้หล่อนมากโขเพื่อให้หล่อนใจอ่อนยอมไปทำงานกับเขา วีรดายังคงให้เหตุผลว่าหล่อนยัง้าอยู่กับพ่อ แต่ภานนท์ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะตามตื้อหล่อนต่อไป
สายวันนี้ ขณะที่วีรดากำลังบันทึกการประชุมของบริษัท สายของภานนท์ดังเข้ามาอีกรอบ
“น้องดา พี่นนท์เองนะครับ”
“คะ พี่นนท์”
“เดือนนี้ว่างไหมครับ พี่จะมารับไปเที่ยว”
“เดี๋ยวดาขอเช็คตารางก่อนนะคะ ว่าจะไปได้ไหม เพราะเดือนหน้าอาจต้องเดินทางไปประชุม”
“ได้ พี่จะรอนะครับ ว่าแต่เมื่อไหร่จะมาเป็เลขาส่วนตัวพี่”
“เอ่อดายังให้คำตอบไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวดาโทรกลับนะคะ ตอนนี้กำลังยุ่งมากค่ะ” ภานนท์ต้องยอมวางสายตามที่หล่อนร้องขออย่างเสียดาย
“เย็นนี้พี่จะโทรมาอีกครั้ง รอนะครับ”
“ค่ะ พี่นนท์ กลางคืนค่อยคุยกันนะคะ”