หุบเขาอนธการ เป็ส่วนลึกสุดของแผนที่อิสรินทร์ สถานที่อันหนาวเย็น ไร้ซึ่งแสงสว่างจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่พลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อปกป้องอิสรินทร์มาหลายพันปี ที่นี่จึงมักใช้เป็ที่สำหรับกักขัง จองจำ หรือสำเร็จโทษพวกนอกรีตต่างๆ และเป็เวลากว่า 500 ปี ที่เวทย์ทมิฬได้หลับไหลด้วยการผนึกของจอมทัพเวทย์ที่ 8 และด้วยอาการประชวรของจอมเวทย์จักพรรดิที่ 9 นั้น ส่งผลให้พลังเวทย์ที่เคยแผ่พลังศักดิ์สิทธิ์ถดถอยลง ทำให้ผนึกเวทย์เริ่มคลาย ความมืดจึงเริ่มแผ่กระจายกินอาณาเขตไปรอบๆ บริเวณ เหล่าปีศาจและอสูรกายต่างก็คืบคลานออกมาจากความมืดเพื่อยึดครองทุกส่วนของที่นี่ให้กลับไปเป็ของมัน ดังเช่นอดีตที่ผ่านมา
ร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากมุมมืดของปากถ้ำ เส้นผมสีแดงเพลิงของเขากระทบเงาแสงไฟที่ถูกจุดไว้ตามส่วนต่างๆ ตลอดทางส่องประกายวิบวับ เขายื่นมืออกไปพลันปรากฏเป็อีกาดวงตาแดงกล่ำบินมาเกาะที่มือข้างนั้นพร้อมส่งเสียงดังไปทั่วก้นหุบเหวราวกับกำลังกรีดร้องด้วยความเ็ป
“เดมอส…”
อีกาตัวนั้นกระพือปีกไม่นาน ก็กลายร่างเป็หญิงสาวในชุดดำ คุกเข่าลงตรงหน้าชายผมแดง นางก้มหน้าน้ำตาไหลออกเป็สาย ร่างกายสั่นเทาด้วยความเ็ปหัวใจ
“ท่านอาเรส ข้าขออภัยที่ข้าไม่อาจช่วยโฟบอสได้ ถึงแม้ท่านรุจีมาตุจะไร้พลังเวทย์ดังเดิม แต่นางก็ยังถือว่ามีพลังเวทย์มากกว่าข้าทั้ง 2 ยิ่งนัก ถ้าข้าเข้าไปจู่โจมด้วย ข้าเกรงว่า…”
“ข้าไม่โกรธเ้าเลยเดมอส อย่างน้อยข้าก็จะยังมีเ้าอยู่กับข้าเพื่อรอวันที่พวกเราจะกลับไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง”
“ข้าเสียใจ”
“เดมอสเอ๋ย เมื่อนายท่านฟื้นคืนชีพ ท่านจะคืนชีพโฟบอสให้กลับมาเป็พี่สาวของเ้าเหมือนเดิม”
“ท่านอาเรส…”
“ข้าสัญญา เดมอส”
เดมอสพยักหน้า กลายร่างเป็อีกาอีกครั้งและบินไปเกาะไหล่ของอาเรสผู้เป็นาย ขณะเดียวกันที่อาเรสกำลังลูบหัวเดมอสบนไหล่นั้น
“มาทำลับๆ ล่อๆ อะไรตรงนั้นเพื่อนรัก ออกมาคุยกันตรงนี้ดีกว่านะ”
“หึ ข้าแค่มาส่งข่าวน่ะอาเรส เสียใจด้วยนะที่เ้าสูญเสียโฟบอสไป” ร่างเ้าของเสียงปรากฏกายจากการรวมตัวของสายน้ำเมื่อสิ้นเสียงทุ้ม
“อย่างน้อยก็นับได้ว่าแผนการคืนชีพของท่านนั้นบรรลุไปอีกขั้นหนึ่ง การพลีชีพของโฟบอสถือว่ามีความหมายแล้ว”
“นั่นสินะ 500 ปีแล้ว ที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เพราะถูกเนรเทศพร้อมกับนายท่าน” โพไซดอนพูดพร้อมก้มหน้ายิ้มเยาะให้กับชะตากรรมของตนเองและพวก
“เสียดายที่เมื่อคืนรุจีมาตุสามารถปกป้องเด็กคนนั้นไว้ได้ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างคงง่ายขึ้นกว่านี้ ข้าชะล่าใจเองที่ไม่ได้ไปจัดการด้วยตัวเอง”
“ใครจะไปคิดล่ะ ว่ารุจีมาตุจะยังมีพลังเวทย์หลงเหลืออยู่ มันไม่ใช่ความผิดของเ้า แล้วตอนนี้อูรานอสและเฮอร์มีสก็กำลังเดินทางไปกำจัดเ้าเด็กนั่นตามคำสั่งของนักพยากรณ์แล้ว เ้าสบายใจเถอะ”
“โพไซดอน ข้ารูัสึกว่า…”
“อาเรส สิ่งที่เ้ารู้สึก มันก็ไม่ต่างกับข้านัก แต่ถ้ามันเป็หนทางที่จะทำให้นายท่านฟื้นคืนชีพแล้วละก็… ข้าก็จะทำ”
“นั่นสินะ เป้าหมายของ 9 ขุนพลดารา คือทำทุกวิถีทางเพื่อให้นายท่านคืนชีพขึ้นมา… และพวกเราจะเริ่มคิดบัญชีล้างแค้นวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้สาสม”
==============
รถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบท์คันใหญ่แล่นมาด้วยความเร็วสูงจอดเทียบสนิทอยู่ริมฟุตบาธหน้าปากซอย์วิถี 8 แสงเหนือในชุดนักเรียนกางเกงน้ำเงินขาสั้นก้าวเท้าลงมาพร้อมมองสอดส่องหาร้านขายของเก่าที่แม่เขียนบอกไว้ เขาวิ่งผ่านเข้ามาจากปากซอยอย่างร้อนใจ พบร้านขายเครื่องดนตรีที่เขารู้สึกคุ้นตาเมื่อยังเด็ก แม่เคยพาเขามาแถวนี้แต่ก็นึกไม่ออกว่ามาทำไม ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ ทั้งที่เขาเดินตามหาร้านขาขของเก่ามากนานแต่จนแล้วจนเล่าเขาก็ยังไม่เจอร้านขายของเก่านั่นซักที เขาเริ่มวิ่งเข้าซอยย่อยก็ยังวกกลับมายังที่เดิม หนำซ้ำยังรู้สึกว่าซอยนี้มันลึกจนหาทางสิ้นสุดไม่ได้ จนเมื่อเขาสังเกตอีกครั้ง นี่มัน… ร้านขายเครื่องดนตรีที่เขาผ่านมาเมื่อซักครู่
‘บ้าน่า’
เขายืนหอบด้วยความเหนื่อย ทั้งยังใกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วตัดสินใจรีบวิ่งออกไปอีกครั้ง ทันใดนั้นพื้นถนน อาคารสถานที่รอบๆ ตัวเขาก็เกิดมีออร่าสีรุ้งพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินสูงขึ้นไปจรดกันบนท้องฟ้าเป็โดมหลังคาขนาดใหญ่
‘กล่องสีรุ้ง!’
แต่ยังไม่ทันได้คิดทบทวน ร่างของบุรุษนิรนามก็ปรากฏขึ้นมาจากมุมด้านซ้ายและขวาของเขา
“อูรานอส นี่นักพยากรณ์ให้พวกเรามาฆ่าเด็กน้อยแบบนี้เนี่ยนะ” ชายหนุ่มผมเขียวด้านซ้ายมือของแสงเหนือกล่าวถามผู้ที่มาด้วย
“ใช่” เสียงเยือกเย็นของอีกคนทำให้แสงเหนือรู้สึกกลัวขึ้นมาดื้อๆ อย่างแปลกประหลาด
“พวกนายเป็ใคร เราไม่เคยมีเื่กันนี่”
“ถูกต้อง เราไม่เคยมีเื่กัน และที่พวกข้ามาวันนี้ ก็เพื่อจัดการต้นเื่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไงล่ะ”
“แล้วมันเื่อะไรวะเนี่ย…” แสงเหนือว่าพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรออกไปยังสถานีตำรวจ แต่ก็ไม่สามารถโทรออกได้
“ภายในเขตมนตรา นอกจากเวทย์มนต์แล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดสามารถใช้การได้หรอก เ้าโง่!” ชายผมเขียวเสยผมแล้วหัวเราะเยาะเสียงดังลั่น
“ข้ามีธุระที่ต้องทำเฮอร์มีส รีบจัดการซะ” อูรานอสพูดพลางกอดอกแล้วหันหลังกลับไป
“5 นาทีเท่านั้น!” ยังไม่ทันที่ผู้สั่งจะก้าวออกไป เฮอร์มีสก็ใช้มือทั้ง 2 ข้างหยิบปืนคู่ใจออกมาจากประเป๋า ทั้งที่กระบอกมันทั้งยาวทั้งใหญ่เกินกว่าจะเก็บไว้ในนั้นได้แน่ๆ
“หวา… นี่พวกนายเป็นักมายากลหรอ นะ… นายทำได้ไง” แสงเหนือตาโตด้วยความใ
“ชิ…” เฮอร์มีสกรอกตามองบน “นี่ปืนจริงโว๊ย ปืนเวทย์มนต์ของข้า เฮอร์มีส 1 ใน 9 ขุนพลดารา เดี๋ยวป๋าจะยิงให้ดู” เขาว่าพลางเล็งปืนไปตรงเท้าที่แสงเหนือยืนอยู่แล้วลั่นไก แสงเหนือะโหลบด้วยความไว แล้วอ้าปากค้างด้วยความใ ‘มันยิงจริงๆ ว่ะ’
“นี่แค่น้ำจิ้ม ของจริงจะเริ่มจากนี้เ้าหนู … ฮิฮิ้ววววว”
“ข้าบอกให้รีบเก็บกวาดไงเฮอร์มีส อีก 3 นาที” น้ำเสียงเร่งกระชั้นมาจากอูรานอสที่ยืนหันหลังอยู่
“ใจเย็นสิอูรานอส นานๆ ข้าจะได้มามาโลกมนุษย์ ขอข้าเล่นสนุกหน่อย”
“เอาที่เ้าสบายใจเลย” อูรานอสเดินไปนั่งรอตรงเก้าอี้หน้าร้านกาแฟอย่างอารมณ์เสีย
“ข้าจะอาละวาดแค่ไหนก็ได้ในเขตมนตรานี้ เพราะข้ากางมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต่อให้อาละวาดพังแค่ไหน เมื่อข้าเก็บเขตมนตราของข้า ทุกอย่างก็จะคงสภาพเดิม ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เขาวิ่งพลางหัวเราะพร้อมรัวปืนใส่เฉียดแสงเหนือที่กำลังวิ่งหนีอย่างมีอารมณ์หยอกล้อ
ในขณะที่แสงเหนือกลับวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปตามมุมต่างๆ ของถนน และสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะหลบอยู่ข้างร้านหนังสือที่มีลังกระดาษตั้งสูงบดบังเขาอยู่
‘ไม่ใช่ฝัน แล้วนี่มันอะไรวะเนี่ย’ เขาหายใจเหนื่อยหอบ เหงื่อกาฬของเขาที่ผุดออกมาเม็ดโป้งหยดลงมือที่กุมอยู่บนเท้าทั้งสอง และพยายามห่อตัวที่สูง 185 ซม. ให้เล็กที่สุดเพื่อให้ลังสูงนี้บังเขาไว้ได้ แต่เพียงชั่วอึดใจ ลังสูงที่พึ่งพิงสุดท้ายของเขาก็ล้มกระจัดกระจายระเนระนาดพร้อมทั้งเงาของชายสูงโปร่งที่ยกเท้าขึ้นถีบกองลังนั้น
“หึ หึ” เฮอร์มีสเสยผมหัวเราะอย่างผู้ชนะ “สภาพ… นี่หรอสายเืของรุจีีมาตุ วิ่งหนีเหมือนลูกหมา ถุย” เฮอร์มีสสบถพร้อมถุยน้ำลายลงพื้นใกล้ๆ ที่แสงเหนือหมอบอยู่
“เ้ามันก็แค่ลูกหมา” สายตาเหยียดหยามมองต่ำไปยังผู้ไร้ทางสู้
“ฉันไม่เข้าใจหรอกนะ ว่าพวกแกกำลังพูดอะไร และมาทำอะไร” แสงเหนือกำหมัดลุกขึ้นยืน แล้วจู่ๆ กองลังกระดาษรอบบริเวณก็พุ่งปลิวกระจายไปทั่วบริเวณ
“แต่แม่ของฉันไม่ใช่หมา….และฉันก็ไม่ใช่ลูกหมาโว๊ย!” แสงเหนือะโออกมาด้วยความโกรธ แล้วจู่ๆ แสงสว่างก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าลงมาบริเวณที่เขายืนอยู่ เฮอร์มีสยืนตะลึงตาค้าง ทันทีที่หันไปสบตาแสงเหนือที่ตอนนี้กลายเป็แววตาสีทองไม่เหมือนดังมนุษย์ปรกติทั่วไป นั่นทำให้เขารู้ทันทีว่า…
“ไอ้บ้าเอ้ย” ลำแสงสีทองพุ่งตรงใส่เขาด้วยความเร็ว และแสงเหนือที่ดูขาดสติกำลังพุ่งทะยานใส่เขาพร้อมคำรามด้วยความเกี้ยวกราด
“ฉันจะฆ่าแกเองไอ้หัวเขียว…….”
================================
FYI
ข้อมูลแนะนำในตอนนี้นะคะ
โฟบอส (Phobos) และเดมอส (Deimos) โดยเดมอส (Deimos) แปลว่าความกลัว ส่วนโฟบอส (Phobos) ที่แปลว่าความสยดสยอง ซึ่งทั้งสองนี้ก็คือชื่อดวงจันทร์บริวารของดาวอังคารนั่นเอง ในเื่นี้ ทั้งคู่เป็พี่น้องฝาแฝดกันค่ะ สามารถแปลงร่างเป็อีกาสีดำได้ จุดสังเกตคือสีตาค่ะ ที่โฟบอสจะตาสีดำ ส่วนเดมอสจะตาสีแดงค่ะ