ตอนที่สิบหก
สังหารหมู่
เด็กน้อยลู่ิวัยแปดปีกับน้องสาววัยสามปีกำลังนั่งร่ำไห้อยู่ น้ำตาแห่งความเศร้าโศกไหลลงมาอาบที่แก้มน้อยๆทั้งสองข้าง
ลู่ิได้ใช้มือเล็กๆของตนเองปิดดวงตาน้อยๆทั้งสองข้างน้องสาววัยสามปีเพื่อมิให้เห็นภาพที่แสนจะหดหู่
ก่อนหน้านี้ไม่นานนักเด็กน้อยลู่ิกำลังทานอาหารกับมารดาและน้องสาววัยสามปี อยู่ๆก็มีชายฉกรรจ์นับสิบคนพวกนี้บุกเข้ามาแล้วกระทำเื่ระยำที่น่าบัดสีกับมารดาของเขา
เด็กน้อยลู่ิพยายามสู้กับชายฉกรรจ์พวกนี้แต่แรงของเด็กน้อยวัยแปดปีเช่นเขาหรือจะสู้กับชายฉกรรจ์ที่มีกำลังมากเช่นคนนี้ สุดท้ายจึงโดนทำร้ายจนใบหน้าเขียวช้ำแล้วออกมานั่งร่ำไห้กับน้องที่มุมบ้านเช่นนี้
ภายในใจสุดจะคับแค้นแต่กระนั้นก็ทำอันใดมิได้เด็กน้อยลู่ิจึงทำได้เพียงยกฝ่ามือทั้งสองข้างปิดดวงตาของน้องสาวเพื่อไม่ให้เห็นภาพที่น่าหดหู่
แต่ทว่าเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาในขนาดที่พวกมันกำลังทำระยำกับร่างอันไร้สติของมารดาของเขา
“ เดรัจฉาน!!! ” เสียงของหลิงเฉินที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์กล่าวขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาของเด็กน้อยลู่ิปรายตาไปมองต้นเสียงนั้นจึงพบร่างของหลิงเฉิน
“ ท่านผู้ฝึกตน!!! ” เด็กน้อยร้องเรียกอย่างสุดเสียงเขาราวกับเห็นแสงสว่างริบหรี่ปรากฏขึ้นลงหน้า
ลู่ิได้พาน้องสาววัย 3 ปีของตนเองรีบวิ่งเข้าไปหาหลิงเฉินที่กำลังหน้าตาเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความโกรธ เด็กน้อยทั้งสองวิ่งเข้ามาหลบอยู่ด้านหลังของหลิงเฉิน
เมื่อครู่แม้ว่าลู่ิจะะโเรียกหลิงเฉินอย่างสุดเสียงแต่พวกเดรัจฉานเ่าั้ก็ไม่สนใจเลยสักนิด พวกมันยังคงสนใจแต่ทำเื่ต่ำช้าของตนเองอยู่นั้น และยังไม่รู้เลยว่าบัดนี้คมเขี้ยวแห่งความตายกำลังมุ่งความสนใจมาที่พวกมัน
“ ไอ้พวกเดรัจฉาน!!! ” หลิงเฉินะโอย่างสุดเสียงอีกครั้ง ครั้งนี้เสียงอันโกรธเกรี้ยวของเขาดังไปแปดบ้าน พวกมันที่กำลังกระทำเื่ต่ำช้าอยู่นั้นเริ่มหันมาสนใจเขา
“ เด็กงั้นรึ!!! ”
“ เด็กที่ไหนอีก ”
“ เฮ้ย!!! เ้าไปจัดการมันให้เงียบปากสิ ”
“ อะไรๆ ข้างั้นรึ ”
“ ก็เ้านั้นแหละตอนนี้ข้ากำลังสนุกเ้าสนุกมาตั้งนานแล้วขอข้าบ้างเถอะ ”
เหล่าเดรัจฉานกำลังถกเถียงกันไปมาก่อนที่เดรัจฉานผู้นึงจะหยิบดาบแล้วมุ่งตรงมาที่หลิงเฉินด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง มันมาหยุดลงตรงหน้าก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ไม่เป็มิตร “ เ้าหนูแกอยากตายมากนักหรือไง ”
หลิงเฉินไม่ตอบกลับก่อนที่เขาจะยกนิ้วของตนเองขึ้นมาขีดเขียนอักขระเล็กๆบนอากาศ อักขระสีเขียวเปล่งประกายมุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเดรัจฉานร่างกายใหญ่โตตรงหน้าของหลิงเฉิน
ผลของอักขระที่หลิงเฉินใช้ใส่มันก็แสดงผลทันที มันรู้สึกได้ว่าอยู่ๆร่างกายอันใหญ่โตของมันนั้นมิสามารถขยับได้แม้เพียงนิด
เด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของเดรัจฉานผู้นี้ได้ยื่นมือไปนำดาบอันคมกริบภายในมือของมันมาอยู่ภายในมือของตนเอง
ดวงตาของหลิงเฉินเปลี่ยนไปมันกลายเป็ดวงตาที่ดำสนิทและเย็นะเืจนราวกับว่าแทบจะไร้ความรู้สึก เดรัจฉานที่ร่างกายแข็งทื่อเมื่อได้สบกับดวงตาคู่นั้นของหลิงเฉินขนทั้งกายของมันก็ลุกซู่ขึ้นมา นี่สินะสิ่งที่เรียกว่าความตาย
ฉึก!!! เสียงนั้นดังลั่นหลิงเฉินไม่รอช้าเขาได้นำดาบในมือของตนเองที่นำมาจากมือของเดรัจฉานผู้นี้แทงเข้าไปที่ลำคอของมันจนทะลุไปด้วยหลัง
เืสีแดงสดกระเด็นเปื้อนใบหน้าอันเ็าของหลิงเฉิน
“ นี่เ้าหนูลู่ิเ้าปิดตาน้องสาวของเ้าอย่าได้เปิดมัน ” หลิงเฉินกล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย
“ ขอรับ... ” เด็กน้อยขานรับอย่างสั่นเทา
ร่างของเดรัจฉานผู้นั้นที่โดนหลิงเฉินปิดชีพในดาบเดียว ร่างอันไร้ิญญาของมันล้มตึงไปกับพื้นจนเกิดเสียงดังลั่น ตึง!!!
เสียงนั้นดึงดูดให้เหล่าเดรัจฉานคนอื่นๆ หยุดการกระทำของพวกมันแล้วหันมามองที่เด็กหนุ่มวัยสิบหกผู้นี้ พวกมันตื่นตระหนกกับสิ่งที่ได้เห็นพอสมควร ภายในใจเต็มไปด้วยเปลวเพลิงความโกรธแค้นที่ลุกไหม้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน
นิ้วชี้ข้างซ้ายของหลิงเฉินยกขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งวาดเส้นทางแห่งพลังิญญาให้ปรากฏเป็รูปอักขระที่มีความซับซ้อนอยู่บ้าง
อักขระสีฟ้าเปล่งประกายอยู่ตรงหน้าของหลิงเฉินก่อนที่มันจะพุ่งหายเข้าไปภายในดาบที่อยู่ในมือของเด็กหนุ่ม ดาบเหล็กธรรมดาเริ่มเปล่งประกายสีฟ้าอ่อน เมื่อเป็เช่นนั้นหลิงเฉินก็ค่อยๆปล่อยมือของตนเองออกจากมัน
ดาบเหล็กที่แสนจะธรรมดาเล่มนั้นมันสร้างความประหลาดใจกับเหล่าเดรัจฉานเ่าั้ พวกมองมันไม่ผิดใช่หรือไม่ ดาบเหล็กเล่มนั้นลอยอยู่กลางอากาศโดยมิมีผู้ใดไปจับมัน
นี่คือผลของอักขระระดับสีฟ้าที่หลิงเฉินวาดออกไปเมื่อสักครู่ ‘ ศาสตราวุธล่องลอย ’
อักขระประเภทนี้เมื่อร่ายใส่อาวุธชนิดใดแล้วมันจะลอยขึ้นแล้วผู้ร่ายสามารถบังคับมันใดนั้นได้ดังใจนึก
“ เอาละเ้าพวกเดรัจฉานพร้อมตายหรือยัง ” หลิงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
เหล่าเดรัจฉานพวกนั้นแม้ว่าใจหนึ่งจะประหลาดใจ แต่อีกใจนึงก็เต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่เ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ได้สังหารสหายของพวกมันไป
“ อย่างไม่กลัวมันพวกเรามีตั้งเยอะมันไม่มีทางจะสู้พวกเราได้ทั้งหมดหรอก ” หนึ่งในเดรัจฉานพวกนั้นกล่าวขึ้นมาเพื่อปลุกระดม
“ ใช่ๆ ตายซะ!!! ”
เหล่าชายฉกรรจ์นับ 10 ที่สวมใส่ชุดสีดำมุ่งตรงเข้ามาหาหลิงเฉินพร้อมกับอาวุธที่ถืออยู่ในมือด้วยเจตนาที่มุ่งร้าย แม้ว่าพวกมันจะวิ่งเข้ามาพร้อมกันทั้งหมดใบหน้าอันเ็าของหลิงเฉินก็ไม่แปรเปลี่ยน
“ โง่เขลาเสียจริง เช่นนี้อย่างไรข้าถึงเกลียดพวกไม่เจียมกะลาหัวของตนเอง ”
ดาบเหล็กธรรมดาธรรมดาที่รออยู่ข้างกายของหลิงเฉินมันได้เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับใบมีดสายลมปาดเข้าไปที่คอของเหล่าเดรัจฉานพวกนั้นอย่างง่ายดาย พวกมันนับ 10 ถูกปิดชีวิตลงเพียงไม่กี่ลมหายใจ เืสีแดงสดกระเซ็นออกมาเปื้อนพื้นจนทำให้พื้นไม้เก่าๆกลายเป็ทะเลเื
“ พวกเ้านี่น่าเวทนาเสียจริงเกิดเป็เดรัจฉานแล้วยังโง่เขลาเสียอีก ”
จบตอน