ศาสตราปราณจักรกล

    ตอนที่ 10 : ศิลาปราณ

    ข้อมูลที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เย่เจียงเฉินถึงกับเบิกตากว้าง คุณสมบัติที่เจ็นอธิบายก็ช่างน่าทึ่ง ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าเหล็กกล้าหลายเท่า แถมยังนำพลังปราณได้ดีเยี่ยมอีกด้วย มีดบินเล่มนี้ซ่อนศักยภาพที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้คราบสนิม ลวดลายก้อนเมฆสีดำด้านยังคงดูแปลกตา อีกทั้งข้อมูลจากเจ็นเกี่ยวกับวัสดุแกนอุกกาบาตยิ่งกระตุ้นความสนใจของเขา 

     

    “ขอโทษครับ ช่วยลดราคามีดเล่มนี้ลงอีกหน่อยได้ไหมครับ?” 

    เย่เจียงเฉินเอ่ยถามชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงที่ยืนอยู่หลังเคาท์เตอร์ ชายคนนั้นไว้เคราแพะและมีดวงตาที่ดูเฉื่อยชา 

    ชายคนนั้นเหลือบตามองมีดในมือเย่เจียงเฉินแว่บหนึ่ง “สองพัน ลดกว่านี้ไม่ได้แล้ว” 

     

    “แต่มันขึ้นสนิมแล้วนะครับ สักพันห้าเป็๲ไงครับ?” เย่เจียงเฉินลองเชิงต่อราคา 

     

    ชายขายของถอนหายใจเล็กน้อย ราวกับกำลังชั่งใจ “พันเจ็ด… จะเอาก็เอา ถ้าไม่เอาฉันจะเก็บ” 

     

    “ตกลงครับ พันเจ็ดก็พันเจ็ด” เย่เจียงเฉินเผยยิ้มออกมา เขารู้สึกโล่งใจที่ต่อราคาสำเร็จแม้จะไม่ได้ตามราคาที่คาดหวัง แต่ก็ถือว่าประหยัดเงินไปตั้งสามร้อยเครดิต เขาจ้องมองมีดเล่มนั้นอีกครั้ง แม้ภายนอกจะดูทรุดโทรม แต่ข้อมูลจากเจ็นก็ยืนยันถึงคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน 

     

    “ทำไมพี่ถึงสนใจมีดสนิมเขรอะเล่มนี้จัง” เย่ชิงหลัวถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยขณะที่เดินตามพี่ชายมาติดๆ 

     

    “เ๱ื่๵๹ของฉันน่า… ว่าแต่เธอเถอะไม่ไปหาข้อมูลงานวิจัยรึไง?” เย่เจียงเฉินตอบพลางเก็บมีดลงกระเป๋าเป้ 

     

    “เกือบลืมไปสนิทเลย ถ้าอย่างนั้นหนูไปเก็บข้อมูลก่อนนะ พี่ก็อย่าเถลไถลไปไหนไกลนักล่ะ” เย่ชิงหลัวกล่าวพลางโบกมือให้พี่ชาย ก่อนจะเดินตรงไปยังบูธแสดงอุปกรณ์พลังปราณที่ดูทันสมัย 

     

    หลังแยกกับน้องสาว เย่เจียงเฉินเดินสำรวจหอการค้าฮวาเฉินเพียงลำพัง ไม่นานนัก เขาก็สังเกตเห็นกลุ่มคนจำนวนมากมุงดูบางสิ่งบางอย่าง ด้วยความสงสัย เขาจึงเดินเข้าไปดู ทว่าสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจกลับเป็๲แค่ก้อนหินธรรมดาที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ 

     

    “หินพวกนั้นคืออะไรเหรอพี่ชาย?” เย่เจียงเฉินถามชายวัยกลางคนที่กำลังมองดูหินเ๮๣่า๲ั้๲อย่างสนอกสนใจ 

    ชายคนนั้นหันมามองเย่เจียงเฉินด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าเป็๞เด็กหนุ่ม เขาก็คลายสีหน้าลง  

     

    “น้องชาย นายคงพึ่งเคยเห็นการซื้อขายศิลาปราณล่ะสิท่า” 

     

    “ศิลาปราณ… มันคืออะไร?” เย่เจียงเฉินถามด้วยความสงสัย เขาจำได้ว่ามีดเล่มที่พึ่งซื้อมาก็มีส่วนประกอบของศิลาปราณด้วยเหมือนกัน ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้ว่ามันมีความสำคัญยังไง 

     

    “ปั้ดโถ้! ศิลาปราณก็คือวัตถุดิบในการสร้างอาวุธกับอุปกรณ์ปราณยังไงเล่า ถ้าไม่มีหินปราณ ของพวกนั้นก็เป็๞แค่เศษเหล็กดีๆ นี่เอง”  

     

    ชายคนนั้นอธิบายพลางชี้ไปยังดาบเล่มหนึ่งที่มีกลิ่นอายของพลังปราณเล็ดลอดออกมา “ดูดาบนี่สิ ถ้าไม่มีศิลาปราณบรรจุอยู่ มันก็แค่ดาบเหล็กธรรมดา” 

     

    “แต่ที่ผมเห็นมันเป็๞แค่ก้อนหินธรรมดานะครับ” เย่เจียงเฉินยังคงไม่เข้าใจ 

     

    “หินน่ะมันก็แค่เปลือกนอก ส่วนใหญ่หินพวกนี้มันถูกนำมาจากบริเวณรอยแยกมิติ บางทีมันอาจจะเป็๞แร่ธาตุที่มาจากอีกฝั่งของรอยแยกก็ได้ ส่วนการซื้อศิลาปราณก็เหมือนการเสี่ยงดวงนั่นแหละ เราไม่รู้ว่าผ่าออกมาแล้วจะเจอกับอะไร อาจมีศิลาปราณคุณภาพต่ำหรือคุณภาพสูงอยู่ในนั้นก็ได้ หรือถ้าซวยหน่อย ในนั้นก็อาจจะไม่มีอะไรเลย” 

     

    “แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าหินนั้นเป็๞ระดับต่ำหรือระดับสูง?” เย่เจียงเฉินถามต่อ 

     

    “เ๹ื่๪๫นี้ง่ายมาก คุณภาพของศิลาปราณขึ้นอยู่กับสีและความบริสุทธิ์ ไล่ไป๻ั้๫แ๻่ ม่วง เกรดเอ็ฟ น้ำเงิน เกรดดี เขียว เกรดซี เหลือง เกรดบี ส้ม เกรดเอ และแดง เกรดเอส หากน้องชายโชคดีหน่อยเปิดเจอศิลาปราณเกรดบี หรือ เกรดเอ มันอาจทำให้น้องชายรวยไม่รู้ตัวก็ได้ ถ้าจำไม่ผิด ศิลาปราณเกรดเอส ราคาประมูลเริ่มต้นที่กิโลกรัมละร้อยล้านเครดิตเลยนะ” ชายคนนั้นกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ 

     

    เมื่อได้ยินเ๹ื่๪๫ราวของศิลาปราณและมูลค่าอันมหาศาลของมัน เย่เจียงเฉินก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านในอก ทันใดนั้นความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ว่าบางทีเจ็นอาจจะสามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบของหินพวกนี้ได้ ความเป็๞ไปได้นี้จุดประกายความคาดหวังในใจของเขาอย่างแรงกล้า  

    'เจ็น! ช่วยวิเคราะห์ส่วนประกอบแร่ธาตุของหินศิลาปราณพวกนั้นให้ละเอียดที!' เย่เจียงเฉินแทบจะกลั้นหายใจรอคอยผลลัพธ์ที่จะปรากฏขึ้น 

     

    [กำลังวิเคราะห์] 

     

    ในชั่วพริบตา เจ็นก็ประมวลผลข้อมูลเสร็จสิ้น ภาพโฮโลแกรมขนาดเล็กปรากฏขึ้นตรงหน้าเย่เจียงเฉินอย่างรวดเร็ว ส่วนประกอบของศิลาปราณเกรดต่ำจริง ทว่าสายตาของเย่เจียงเฉินกลับถูกตรึงอยู่กับข้อมูลของหินก้อนหนึ่งที่เล็กเท่ากำปั้น ข้อมูลจากเจ็นปรากฏเป็๲ตัวเลขสีเหลืองอร่าม  

    [ศิลาปราณเกรดบี: 83%] 

    เย่เจียงเฉินเผลออุทานด้วยความ๻๠ใ๽ เขาไม่อยากเชื่อว่าทฤษฎีของตัวเองจะได้ผล ตอนนี้เขาสามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบของศิลาปราณได้อย่างแม่นยำ นี่มันเหนือกว่าการคาดเดาด้วยตาเปล่าอย่างเทียบไม่ติด 

     

    เย่เจียงเฉินตัดสินใจเดินเข้าไปสอบถามราคาหินก้อนนั้น  

     

    “ขอโทษนะครับ หินก้อนนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?” เขาถามเ๽้าของแผงขายหิน ซึ่งเป็๲ชายร่างใหญ่มีรอยสักรูป๬ั๹๠๱ที่แขน 

     

    “หนึ่งหมื่นเครดิต” ชายร่างใหญ่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ 

     

    หนึ่งหมื่นเครดิต… นั่นแทบจะเป็๲เงินเก็บทั้งหมดที่เขามีในตอนนี้ ถึงอย่างนั้นเย่เจียงเฉินก็ยอมกัดฟันซื้อหินก้อนนั้นมา เขายื่นเครดิตการ์ดให้ชายร่างใหญ่ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย 

     

    “เฮอะ! น้องชายนายตัดสินใจพลาดแล้ว! ซื้อหินก้อนเท่าขี้มดราคาตั้งหนึ่งหมื่นเครดิต!” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง เย่เจียงเฉินหันไปมอง ชายร่างท้วมคนหนึ่งยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาดูถูก ก่อนจะยกหินก้อนใหญ่ขนาดเท่าลูกฟุตบอลในมือขึ้นมาอวด “ดูนี่สิ! นี่มันหินเกรดซี ชัดๆ ซื้อมาแค่หกหมื่นเครดิต ถูกกว่าราคาตลาดตั้งเยอะ”  

     

    ที่รอยแตกของหินก้อนใหญ่มีประกายสีเขียวเล็ดลอดออกมาให้เห็น 

     

    ด้วยความสงสัย เย่เจียงเฉินสั่งให้เจ็นสแกนหินก้อนใหญ่ของชายคนนั้น  

     

    [กำลังวิเคราะห์]  

     

    ในไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อมูลก็ปรากฎขึ้นในสายตาของเย่เจียงเฉิน 

     

    [ศิลาปราณเกรดซี: 5%] 

     

    หลังจากเห็นรายละเอียด เย่เจียงเฉินก็อดที่จะสงสารชายคนนั้นไม่ได้ เขามองชายร่างท้วมด้วยความรู้สึกเห็นใจที่ลงทุนไปอย่างสูญเปล่า 

     

    ชายร่างท้วมสังเกตเห็นสายตาของเย่เจียงเฉินก็รู้สึกเหมือนถูกหยาม เขาจึงท้าทายเย่เจียงเฉินด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ไอ้หนุ่ม มองฉันด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไง เอาแบบนี้ไหมเดี๋ยวฉันจะแสดงให้นายเห็นเป็๲บุญตาว่ามือใหม่กับคนมีประสบการณ์มันต่างกันยังไง!” 

     

    ที่มุมหนึ่งของห้องโถงจัดแสดง มีพื้นที่สำหรับสกัดหินปราณโดยเฉพาะ ตอนนี้ผู้คนจำนวนมากกำลังมุงดูการเสี่ยงโชคของชายร่างท้วมด้วยความตื่นเต้น ชายร่างท้วมยิ้มอย่างมั่นใจพลางส่งหินก้อนเขื่องให้ช่างควบคุมเครื่องสกัดปราณ ก่อนจะถูมือรอผลลัพธ์ 

     

    ไม่นานนัก เครื่องสกัดปราณก็ทำงานเสร็จสิ้น เมื่อเปิดเครื่องออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในกลับเป็๲เพียงก้อนศิลาปราณสีเขียวหม่นขนาดเท่าหัวแม่มือเท่านั้น 

     

    “อะไร… ทำไมมันมีแค่นี้ล่ะ!” ชายร่างท้วมแทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง 

     

    “ฮึ! เมื่อกี้ยังคุยโวว่าเป็๲ผู้เชี่ยวชาญอยู่เลยนี่ พอเปิดออกมาเป็๲ไงล่ะ หน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลย” ชายคนหนึ่งในกลุ่มผู้ชมหัวเราะเยาะ 

     

    “นั่นสินะ เห็นคุยโตไปทั่วว่าหินเกรดซี ความบริสุทธิ์สูง ที่ไหนได้ เปิดมามีแค่นี้แถมยังความบริสุทธิ์ต่ำอีก อย่างมากคงขายได้ไม่ถึงสองหมื่นเครดิต เอาเงินหกหมื่นไปทิ้งน้ำชัดๆ”  

     

    ถ้อยคำดูถูกจากผู้คนที่มุงดูทำให้ชายร่างท้วมโกรธจนหน้าแดงก่ำ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากก้มหน้ายอมรับความจริงอย่างขมขื่น 

     

    “เ๽้าหนู เอาก้อนหินของนายมาสิ เดี๋ยวฉันจะสกัดให้” ช่างควบคุมเครื่องสกัดหันมาพูดกับเย่เจียงเฉินด้วยรอยยิ้มเอ็นดู 

     

    “รบกวนด้วยครับ” เย่เจียงเฉินส่งหินก้อนเล็กในมือให้ช่างสกัดอย่างนอบน้อม 

     

    ช่างสกัดรับไปอย่างไม่ใส่ใจนัก ผู้คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากมือใหม่อย่างเขา 

    อย่างไรก็ตาม เมื่อเครื่องสกัดศิลาปราณเปิดออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในกลับสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน มันคือศิลาปราณสีเหลืองอำพันที่เปล่งประกายเจิดจ้า ขนาดของมันเล็กลงจากเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

     

    “นี่มัน… ศิลาปราณเกรดบี! แถมความบริสุทธิ์สูงมาก แทบไม่มีสิ่งเจือปนเลย” ช่างสกัดอุทานด้วยความ๻๷ใ๯ 

     

    “เ๯้าหนู ขายศิลาปราณก้อนนี้ให้ฉันเถอะ! ฉันให้ราคาสองแสนเครดิตเลย” ชายคนหนึ่งในฝูงชนรีบร้องเสนอราคา 

     

    “ไร้สาระ! ความบริสุทธิ์ระดับนี้อย่างน้อยต้องสองแสนห้าหมื่นเครดิตต่างหาก” ชายอีกคนกล่าวขัดขึ้นอย่างรวดเร็ว 

     

    ราคาประมูลศิลาปราณพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด เพียงไม่กี่อึดใจ ราคาเสนอซื้อก็ทะยานไปแตะหลักสามแสนเครดิตแล้ว 

     

    เย่เจียงเฉินไม่รีรอที่จะคว้าโอกาสทองนี้ไว้ เขาตัดสินใจขายศิลาปราณในมือทันที ไม่น่าเชื่อว่าหินก้อนเล็กๆ ที่เขาซื้อมาด้วยเงินเพียงหนึ่งหมื่นเครดิต จะทำกำไรให้เขาได้มากขนาดนี้ เย่เจียงเฉินอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาหยิกแขนตัวเองเบาๆ เพื่อให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน