ข้อมูลที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เย่เจียงเฉินถึงกับเบิกตากว้าง คุณสมบัติที่เจ็นอธิบายก็ช่างน่าทึ่ง ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าเหล็กกล้าหลายเท่า แถมยังนำพลังปราณได้ดีเยี่ยมอีกด้วย มีดบินเล่มนี้ซ่อนศักยภาพที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้คราบสนิม ลวดลายก้อนเมฆสีดำด้านยังคงดูแปลกตา อีกทั้งข้อมูลจากเจ็นเกี่ยวกับวัสดุแกนอุกกาบาตยิ่งกระตุ้นความสนใจของเขา
“ขอโทษครับ ช่วยลดราคามีดเล่มนี้ลงอีกหน่อยได้ไหมครับ?”
เย่เจียงเฉินเอ่ยถามชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงที่ยืนอยู่หลังเคาท์เตอร์ ชายคนนั้นไว้เคราแพะและมีดวงตาที่ดูเฉื่อยชา
ชายคนนั้นเหลือบตามองมีดในมือเย่เจียงเฉินแว่บหนึ่ง “สองพัน ลดกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
“แต่มันขึ้นสนิมแล้วนะครับ สักพันห้าเป็ไงครับ?” เย่เจียงเฉินลองเชิงต่อราคา
ชายขายของถอนหายใจเล็กน้อย ราวกับกำลังชั่งใจ “พันเจ็ด… จะเอาก็เอา ถ้าไม่เอาฉันจะเก็บ”
“ตกลงครับ พันเจ็ดก็พันเจ็ด” เย่เจียงเฉินเผยยิ้มออกมา เขารู้สึกโล่งใจที่ต่อราคาสำเร็จแม้จะไม่ได้ตามราคาที่คาดหวัง แต่ก็ถือว่าประหยัดเงินไปตั้งสามร้อยเครดิต เขาจ้องมองมีดเล่มนั้นอีกครั้ง แม้ภายนอกจะดูทรุดโทรม แต่ข้อมูลจากเจ็นก็ยืนยันถึงคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน
“ทำไมพี่ถึงสนใจมีดสนิมเขรอะเล่มนี้จัง” เย่ชิงหลัวถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยขณะที่เดินตามพี่ชายมาติดๆ
“เื่ของฉันน่า… ว่าแต่เธอเถอะไม่ไปหาข้อมูลงานวิจัยรึไง?” เย่เจียงเฉินตอบพลางเก็บมีดลงกระเป๋าเป้
“เกือบลืมไปสนิทเลย ถ้าอย่างนั้นหนูไปเก็บข้อมูลก่อนนะ พี่ก็อย่าเถลไถลไปไหนไกลนักล่ะ” เย่ชิงหลัวกล่าวพลางโบกมือให้พี่ชาย ก่อนจะเดินตรงไปยังบูธแสดงอุปกรณ์พลังปราณที่ดูทันสมัย
หลังแยกกับน้องสาว เย่เจียงเฉินเดินสำรวจหอการค้าฮวาเฉินเพียงลำพัง ไม่นานนัก เขาก็สังเกตเห็นกลุ่มคนจำนวนมากมุงดูบางสิ่งบางอย่าง ด้วยความสงสัย เขาจึงเดินเข้าไปดู ทว่าสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจกลับเป็แค่ก้อนหินธรรมดาที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ
“หินพวกนั้นคืออะไรเหรอพี่ชาย?” เย่เจียงเฉินถามชายวัยกลางคนที่กำลังมองดูหินเ่าั้อย่างสนอกสนใจ
ชายคนนั้นหันมามองเย่เจียงเฉินด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าเป็เด็กหนุ่ม เขาก็คลายสีหน้าลง
“น้องชาย นายคงพึ่งเคยเห็นการซื้อขายศิลาปราณล่ะสิท่า”
“ศิลาปราณ… มันคืออะไร?” เย่เจียงเฉินถามด้วยความสงสัย เขาจำได้ว่ามีดเล่มที่พึ่งซื้อมาก็มีส่วนประกอบของศิลาปราณด้วยเหมือนกัน ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้ว่ามันมีความสำคัญยังไง
“ปั้ดโถ้! ศิลาปราณก็คือวัตถุดิบในการสร้างอาวุธกับอุปกรณ์ปราณยังไงเล่า ถ้าไม่มีหินปราณ ของพวกนั้นก็เป็แค่เศษเหล็กดีๆ นี่เอง”
ชายคนนั้นอธิบายพลางชี้ไปยังดาบเล่มหนึ่งที่มีกลิ่นอายของพลังปราณเล็ดลอดออกมา “ดูดาบนี่สิ ถ้าไม่มีศิลาปราณบรรจุอยู่ มันก็แค่ดาบเหล็กธรรมดา”
“แต่ที่ผมเห็นมันเป็แค่ก้อนหินธรรมดานะครับ” เย่เจียงเฉินยังคงไม่เข้าใจ
“หินน่ะมันก็แค่เปลือกนอก ส่วนใหญ่หินพวกนี้มันถูกนำมาจากบริเวณรอยแยกมิติ บางทีมันอาจจะเป็แร่ธาตุที่มาจากอีกฝั่งของรอยแยกก็ได้ ส่วนการซื้อศิลาปราณก็เหมือนการเสี่ยงดวงนั่นแหละ เราไม่รู้ว่าผ่าออกมาแล้วจะเจอกับอะไร อาจมีศิลาปราณคุณภาพต่ำหรือคุณภาพสูงอยู่ในนั้นก็ได้ หรือถ้าซวยหน่อย ในนั้นก็อาจจะไม่มีอะไรเลย”
“แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าหินนั้นเป็ระดับต่ำหรือระดับสูง?” เย่เจียงเฉินถามต่อ
“เื่นี้ง่ายมาก คุณภาพของศิลาปราณขึ้นอยู่กับสีและความบริสุทธิ์ ไล่ไปั้แ่ ม่วง เกรดเอ็ฟ น้ำเงิน เกรดดี เขียว เกรดซี เหลือง เกรดบี ส้ม เกรดเอ และแดง เกรดเอส หากน้องชายโชคดีหน่อยเปิดเจอศิลาปราณเกรดบี หรือ เกรดเอ มันอาจทำให้น้องชายรวยไม่รู้ตัวก็ได้ ถ้าจำไม่ผิด ศิลาปราณเกรดเอส ราคาประมูลเริ่มต้นที่กิโลกรัมละร้อยล้านเครดิตเลยนะ” ชายคนนั้นกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ
เมื่อได้ยินเื่ราวของศิลาปราณและมูลค่าอันมหาศาลของมัน เย่เจียงเฉินก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านในอก ทันใดนั้นความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ว่าบางทีเจ็นอาจจะสามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบของหินพวกนี้ได้ ความเป็ไปได้นี้จุดประกายความคาดหวังในใจของเขาอย่างแรงกล้า
'เจ็น! ช่วยวิเคราะห์ส่วนประกอบแร่ธาตุของหินศิลาปราณพวกนั้นให้ละเอียดที!' เย่เจียงเฉินแทบจะกลั้นหายใจรอคอยผลลัพธ์ที่จะปรากฏขึ้น
[กำลังวิเคราะห์]
ในชั่วพริบตา เจ็นก็ประมวลผลข้อมูลเสร็จสิ้น ภาพโฮโลแกรมขนาดเล็กปรากฏขึ้นตรงหน้าเย่เจียงเฉินอย่างรวดเร็ว ส่วนประกอบของศิลาปราณเกรดต่ำจริง ทว่าสายตาของเย่เจียงเฉินกลับถูกตรึงอยู่กับข้อมูลของหินก้อนหนึ่งที่เล็กเท่ากำปั้น ข้อมูลจากเจ็นปรากฏเป็ตัวเลขสีเหลืองอร่าม
[ศิลาปราณเกรดบี: 83%]
เย่เจียงเฉินเผลออุทานด้วยความใ เขาไม่อยากเชื่อว่าทฤษฎีของตัวเองจะได้ผล ตอนนี้เขาสามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบของศิลาปราณได้อย่างแม่นยำ นี่มันเหนือกว่าการคาดเดาด้วยตาเปล่าอย่างเทียบไม่ติด
เย่เจียงเฉินตัดสินใจเดินเข้าไปสอบถามราคาหินก้อนนั้น
“ขอโทษนะครับ หินก้อนนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?” เขาถามเ้าของแผงขายหิน ซึ่งเป็ชายร่างใหญ่มีรอยสักรูปัที่แขน
“หนึ่งหมื่นเครดิต” ชายร่างใหญ่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
หนึ่งหมื่นเครดิต… นั่นแทบจะเป็เงินเก็บทั้งหมดที่เขามีในตอนนี้ ถึงอย่างนั้นเย่เจียงเฉินก็ยอมกัดฟันซื้อหินก้อนนั้นมา เขายื่นเครดิตการ์ดให้ชายร่างใหญ่ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
“เฮอะ! น้องชายนายตัดสินใจพลาดแล้ว! ซื้อหินก้อนเท่าขี้มดราคาตั้งหนึ่งหมื่นเครดิต!” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง เย่เจียงเฉินหันไปมอง ชายร่างท้วมคนหนึ่งยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาดูถูก ก่อนจะยกหินก้อนใหญ่ขนาดเท่าลูกฟุตบอลในมือขึ้นมาอวด “ดูนี่สิ! นี่มันหินเกรดซี ชัดๆ ซื้อมาแค่หกหมื่นเครดิต ถูกกว่าราคาตลาดตั้งเยอะ”
ที่รอยแตกของหินก้อนใหญ่มีประกายสีเขียวเล็ดลอดออกมาให้เห็น
ด้วยความสงสัย เย่เจียงเฉินสั่งให้เจ็นสแกนหินก้อนใหญ่ของชายคนนั้น
[กำลังวิเคราะห์]
ในไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อมูลก็ปรากฎขึ้นในสายตาของเย่เจียงเฉิน
[ศิลาปราณเกรดซี: 5%]
หลังจากเห็นรายละเอียด เย่เจียงเฉินก็อดที่จะสงสารชายคนนั้นไม่ได้ เขามองชายร่างท้วมด้วยความรู้สึกเห็นใจที่ลงทุนไปอย่างสูญเปล่า
ชายร่างท้วมสังเกตเห็นสายตาของเย่เจียงเฉินก็รู้สึกเหมือนถูกหยาม เขาจึงท้าทายเย่เจียงเฉินด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ไอ้หนุ่ม มองฉันด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไง เอาแบบนี้ไหมเดี๋ยวฉันจะแสดงให้นายเห็นเป็บุญตาว่ามือใหม่กับคนมีประสบการณ์มันต่างกันยังไง!”
ที่มุมหนึ่งของห้องโถงจัดแสดง มีพื้นที่สำหรับสกัดหินปราณโดยเฉพาะ ตอนนี้ผู้คนจำนวนมากกำลังมุงดูการเสี่ยงโชคของชายร่างท้วมด้วยความตื่นเต้น ชายร่างท้วมยิ้มอย่างมั่นใจพลางส่งหินก้อนเขื่องให้ช่างควบคุมเครื่องสกัดปราณ ก่อนจะถูมือรอผลลัพธ์
ไม่นานนัก เครื่องสกัดปราณก็ทำงานเสร็จสิ้น เมื่อเปิดเครื่องออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในกลับเป็เพียงก้อนศิลาปราณสีเขียวหม่นขนาดเท่าหัวแม่มือเท่านั้น
“อะไร… ทำไมมันมีแค่นี้ล่ะ!” ชายร่างท้วมแทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง
“ฮึ! เมื่อกี้ยังคุยโวว่าเป็ผู้เชี่ยวชาญอยู่เลยนี่ พอเปิดออกมาเป็ไงล่ะ หน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลย” ชายคนหนึ่งในกลุ่มผู้ชมหัวเราะเยาะ
“นั่นสินะ เห็นคุยโตไปทั่วว่าหินเกรดซี ความบริสุทธิ์สูง ที่ไหนได้ เปิดมามีแค่นี้แถมยังความบริสุทธิ์ต่ำอีก อย่างมากคงขายได้ไม่ถึงสองหมื่นเครดิต เอาเงินหกหมื่นไปทิ้งน้ำชัดๆ”
ถ้อยคำดูถูกจากผู้คนที่มุงดูทำให้ชายร่างท้วมโกรธจนหน้าแดงก่ำ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากก้มหน้ายอมรับความจริงอย่างขมขื่น
“เ้าหนู เอาก้อนหินของนายมาสิ เดี๋ยวฉันจะสกัดให้” ช่างควบคุมเครื่องสกัดหันมาพูดกับเย่เจียงเฉินด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
“รบกวนด้วยครับ” เย่เจียงเฉินส่งหินก้อนเล็กในมือให้ช่างสกัดอย่างนอบน้อม
ช่างสกัดรับไปอย่างไม่ใส่ใจนัก ผู้คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากมือใหม่อย่างเขา
อย่างไรก็ตาม เมื่อเครื่องสกัดศิลาปราณเปิดออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในกลับสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน มันคือศิลาปราณสีเหลืองอำพันที่เปล่งประกายเจิดจ้า ขนาดของมันเล็กลงจากเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“นี่มัน… ศิลาปราณเกรดบี! แถมความบริสุทธิ์สูงมาก แทบไม่มีสิ่งเจือปนเลย” ช่างสกัดอุทานด้วยความใ
“เ้าหนู ขายศิลาปราณก้อนนี้ให้ฉันเถอะ! ฉันให้ราคาสองแสนเครดิตเลย” ชายคนหนึ่งในฝูงชนรีบร้องเสนอราคา
“ไร้สาระ! ความบริสุทธิ์ระดับนี้อย่างน้อยต้องสองแสนห้าหมื่นเครดิตต่างหาก” ชายอีกคนกล่าวขัดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ราคาประมูลศิลาปราณพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด เพียงไม่กี่อึดใจ ราคาเสนอซื้อก็ทะยานไปแตะหลักสามแสนเครดิตแล้ว
เย่เจียงเฉินไม่รีรอที่จะคว้าโอกาสทองนี้ไว้ เขาตัดสินใจขายศิลาปราณในมือทันที ไม่น่าเชื่อว่าหินก้อนเล็กๆ ที่เขาซื้อมาด้วยเงินเพียงหนึ่งหมื่นเครดิต จะทำกำไรให้เขาได้มากขนาดนี้ เย่เจียงเฉินอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาหยิกแขนตัวเองเบาๆ เพื่อให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน