THE LUCKY MAN

    เรื่องประหลาดบนรถไฟ

    หลังจากที่รถไฟออกจากสถานีมาสักพัก อาตก็ลุกออกมาจากที่นั่งแล้วเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อที่จะได้เสี่ยงโชคฟรีประจำวัน
    “วันนี้ก็ขออะไรที่มันไม่ใช่ค่า luck ละนะ”พูดจบ อาตก็กดปุ่มหมุนรูเล็ตไป
    ครืด! ครืด! เสียงลูกเหล็กเคลื่อนตัวเป็นวงกลม มันก็เหมือนกับทุกทีที่เขาได้เล่น แต่ในครั้งนี้มันกลับหมุนนานผิดปกติ และในที่สุดมันก็ได้ตกไปที่ช่องที่เขียนว่า :เปลี่ยนแปลง:
    `เปลี่ยนแปลง?’
    = ยินดีด้วย ท่านได้รับ:แคปซูลเพิ่มเสน่ห์ จำนวน 10 เม็ด: =
    `ดูเหมือนว่าจะได้ของดีมาสินะ’คิดจบอาตก็กดไปที่ปุ่มรับรางวัล สักครู่เดียวก็ได้ปรากฎกล่องสี่เหลี่ยมใบหนึ่งที่หน้าของเขา และเมื่อเขาเปิดมันดูก็พบกับแคปซูลทั้งหมด10เม็ด โดยพวกมันมีขนาดเท่าๆกับยาแก้ปวด
    “แค่กินก็น่าจะพอละมั้ง”พูดจบเขาก็ทยอยกินมันเข้าไป
    “ไม่เห็นรู้สึกถึงความแตกต่างเลยแหะ”
    “ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอลองเสี่ยงดวงอีกครั้งหนึ่งแล้วกัน” พูดจบเขาก็กดปุ่มหมุนรูเล็ตอีกครั้งโดยแลกกับค่า luck 10 แต้ม
    = ยินดีด้วย ท่านได้รับ:ทักษะดนตรี: =
    “ oh! Lucky แม้ว่าเราจะเล่นกีตาร์เป็นอยู่ก็เถอะ แต่ได้สิ่งนี้มาก็ไม่เลวเหมือนกันแหะ” อาตพูดพลางเรียนรู้ทักษะไป
    หลังจากที่อาตสำรวจตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ออกมาจากห้องน้ำและเดินกลับไปยังที่นั่งของเขา โดยที่อาตไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้ถูกผู้หญิงหลายๆคนแอบมองดูเขาอยู่เป็นระยะระยะ เดิมทีแล้วลำพังใบหน้าของอาตก็พอดูดีในระดับหนึ่ง พอได้รับผลจากแคปซูลเพิ่มเสน่ห์ไปแล้วนั้น ก็ยิ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์ขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
    ในระหว่างนั้นเอง ในขณะที่เขากำลังเบื่อเบื่อ อาตก็ได้เหลือบไปมองผู้โดยสารผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆเค้า โดยเธอก็กำลังเล่นกีต้าร์อยู่
    “นายสนใจกีตาร์ด้วยเหรอ” อยู่ดีๆผู้โดยสารคนนั้นก็พูดขึ้นมา
    “หมายถึงผมเหรอครับ” อาตพูดออกมาอย่างงๆ
    “ใช่ค่ะ! พอดีฉันเห็นคุณแอบเหลือบมองกีตาร์อยู่ในบ่อยๆ”
    “งั้นเหรอครับ”อาตพูดพลางพร้อมกับเกาแก้ม
    “คุณอยากลองเล่นมันดูไหม” พูดจบสาวคนนั้นก็หยิบกีต้าร์ยื่นมาทางอาต
    “ถ้าไม่รังเกียจ ก็จะขอลองดูครับ” อาตรับกีตาร์มา แล้วทำการจัดท่าทางอย่างคุ้นชิน เต้ง เต้ง เตง
    “ดูเหมือนนายจะเป็นเหมือนกันนะ” ผู้โดยสารสาวพูดชมออกมา
    “ถึงจะชม แต่ฉันก็ไม่ให้อะไรหรอกนะ” อาตพูดพลางยิ้มให้
    พูดจบเขาก็เริ่มบรรเลงกีต้าร์เป็นจังหวะเพลง โดยเพลงที่เขาเล่นนั้นมีชื่อว่า ‘Perfxxx’
    “ I found a love for me ”
    “ Darling just dive right in ”
    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะที่ทักษะที่เขาได้รับหรือเปล่า อาตรู้สึกได้ว่าฝีมือกีตาร์ของเขาดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับแต่ก่อน มันดีมากจนอาจพูดได้ว่าใกล้เคียงกับระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ นี่ถ้าเขาได้เล่นเพลงที่ระบบมอบให้เขาหลังจากเรียนรู้ทักษะดนตรีไปมันคงจะไพเราะกว่านี้เป็นแน่ อนึ่งต้องรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ระบบมอบให้ ต่างถือได้ว่า เป็นที่หนึ่งไม่เป็นสองรองจากใคร โดยก่อนหน้านี้นั้น หลังจากเข้าได้รับทักษะการทำอาหารมา เขาก็ได้ลองนำสูตรอาหารที่ได้จากระบบมาทดลองทำดู ผลปรากฏว่าอาหารจานนั้น มีรสชาติที่ล้ำลึกมาก ถึงขนาดที่ว่าถ้าให้มิชลินมาจัดอันดับก็สามารถติดระดับท็อป3ได้อย่างสบายสบาย
    เต้ง เตง เต็ง……….
    “เป็นไงบ้าง พอใช้ได้มั้ย” หลังบรรเลงจบ อาตก็พูดออกมา และเห็นว่าเจ้าของกีตาร์นั้นได้อ้าปากค้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในความเป็นจริงนั้น มันไม่ใช่เพียงจะขอกีต้าร์เท่านั้นที่อ้าปากค้าง แต่รวมไปถึงคนอื่นๆที่นั่งอยู่ในห้องโดยสาร ต่างก็รู้สึกตะลึงเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าหลายๆคน จะแปลความหมายมันไม่ได้ แต่เพียงแค่ทำนองและจังหวะดนตรีก็เพียงพอแล้ว ที่ทำให้พวกเขาเคลิ้ม
    “ฮัลโหลฟังอยู่หรือเปล่า?” เมื่อเห็นอีกฝ่ายหนึ่งไม่ตอบ อาตก็พูดเตือนไปอีกครั้ง
    “สุดยอดไปเลยนาย นายเป็นนักดนตรีมืออาชีพใช่ไหม” เมื่อหลุดออกจากภวังค์ ผู้โดยสารสาวคนนั้นก็ถามออกมาอย่างตื่นเต้น
    “ ฮ่าๆ! ไม่ใช่ๆ ผมเป็นแค่นักศึกษาอยู่เลย”
    “ ไม่จริงน่ะ ฝีมือนายขนาดนี้มันไม่ใช่มือสมัครเล่นแล้วนะ ว่าแต่เพลงนี้ชื่อว่าอะไรเหรอฉันไม่เคยได้ยินเลย”
    “เพลงนั้นชื่อว่า Perfect นะ”
    “ เอ๊ะ เมื่อกี๊นายบอกว่าเป็นนักศึกษาใช่ไหม”
    “ใช่แล้ว”
    “ฝีมือขนาดนี้ฉันขอเดาว่านายเรียนดุริยางค์ใช่ไหม? ไม่ต้องตกใจไป ฉันก็เรียนเหมือนกัน” ผู้โดยสารสาวคนนั้นพูดออกมาอย่างมั่นใจ
    “เปล่า ฉันเรียนบริหารนะ”
    “ อะไรนะ เรียนบริหาร?”
    “ทั้งทั้งที่ เล่นกีต้าร์เก่งอย่างนี้เนี่ยนะ” ผู้โดยสารสาวคนนั้นพูดออกมาอย่างตกใจ
    “ เพราะเล่นเก่งแล้วยังไงล่ะ ถึงได้ไม่เรียน” อาตพูดพร้อมกับหัวเราะ
    “หมั่นไส้” ผู้โดยสารสาวพูดพรางเบ๊ะปาก
    “ฮ่าๆ! พูดเล่นนะ พอดีผมแค่อยากเรียนบริหารมากกว่าที่จะเลือกเรียนดนตรีก็เท่านั้นแหละ”
    “แปลกคนจริงนะนายน่ะ”
    “ว่าแต่นายชื่ออะไรอ่ะ?”
    “ผมชื่ออาต แล้วคุณล่ะ?”
    “ แก้ว! ฉันชื่อแก้ว”
    ‘แก้ว เธอชื่อแก้วงั้นเหรอ เดี๋ยวก่อน จะว่าไปเธอก็หน้าตาคุ้นคุ้นๆนะ แก้วแก้วแก้ว! อ๊ะ! นึกออกแล้ว มิน่าล่ะทำไมถึงรู้สึกคุ้นคุ้น รึว่าจะเป็นแก้วที่ในอนาคตเธอจะกลายเป็นนักร้องแนวหน้าของเมืองไทย’
    “โคตรบังเอิญเลย” อาตพูดออกมาเบาๆ
    “ เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ”
    “เปล่าเปล่า! ว่าแต่ ยินดีที่รู้จักนะ”
    “อือ! ยินดีที่รู้จักเช่นกัน”
    “นี่นายเรียนที่มชเหรอ ฉันก็เหมือนกัน ถ้าจะพูดให้ถูกต้องพูดว่าเพิ่งขึ้นปี 1 ละนะ”
    “ ใช่แล้ว ผมก็เพิ่งขึ้นปี 1 เหมือนกัน”
    “Wow! บังเอิญจริงๆ” แก้วพูดออกมาอย่างแปลกใจ
    “ใช่ บังเอิญจริงๆ” ‘ในหลายๆความหมายละนะ’
    หลังจากนั้นทั้งสองคนต่างก็พูดเรื่อยเปื่อยกันไปเรื่อยๆ พอเหนื่อยจากการพูดคุย ก็ก็เปลี่ยนมาเล่นดนตรีแทน หลังจากนั้นไม่นาน จากห้องโดยสารที่มีคนอยู่ไม่กี่คน ก็เริ่มมีผู้โดยสารจากตู้โดยสารอื่นทยอยกันมาฟังเพลงที่เล่นในห้องโดยสารนี้ โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาที่อาตเป็นคนเล่น จะสังเกตได้ว่าบรรยากาศโดยรอบต่างเงียบสนิท เพราะทุกคนต่างต้องการฟังเสียงเพลงที่ถูกบรรเลงโดยเขาให้มากที่สุด
    และนั้นก็ทำให้เจ้าหน้าที่รถไฟต่างปวดหัวกัน เพราะพวกเขาต้องการให้คนอื่นๆกลับไปที่ตู้โดยสารของตนเอง แต่นั้นก็ไม่ได้ผลเพราะผู้คนต่างไม่ยอมออกหางตำแหน่งที่ตนอยู่เลย