Clock Gear

    บทนำ

            วันที่ 19 มิถุนายน ปี XXX

            

            สวัสดีครับ ผมมีชื่อว่า เออร์วิน ครอสเวล อายุ 16 ปี วันนี้เป็๞วันที่ผมมีความสุขที่สุดครับ ทำไมน่ะเหรอ เพราะว่าวันนี้ผมจะได้เข้าไปทำงานในกิลด์สำนักงานใหญ่น่ะสิ แถมเป็๞ตำแหน่งที่ได้มายากมากๆด้วย ทำไมผมถึงโชคดีอย่างงี้น้า~ อนาคตของผมต่อจากนี้ต้องมีสาวรุมล้อมแน่ๆ หึๆๆ 

     19 มิถุนายน เวลา 7.00 น.
            "เอาล่ะ แต่งตัวเรียบร้อย ระดับเราหล่ออยู่แล้วแต่แต่งตัวเนี้ยบๆไว้ดีกว่า อ้ะ!! สายแล้ว ต้องรีบไปรายงานตัวแล้วสิ จะสายตั้งแต่วันแรกไม่ได้ จะให้หัวหน้ากิลด์มองเราเป็นไม่เอาไหนตั้งแต่วันแรกไม่ได้"        หลังดูเวลาเสร็จผมก็ต้องรีบออกไปจากบ้านเพราะเวลาที่จะรายงานตัวกระชันชิดเข้าไปทุกที หลังออกจากบ้านก็รู็สึกสภาพอากาศที่เป็นใจที่เหมาะกับการไปรายงายตัวจริงๆเลย ฮ่าๆๆ หืม นั่นเนื้อเสียบไม้นี่น่า น่าอร่อยจัง ซื้อมาไว้กินไปเดินไปดีกว่า        "ป้าครับ ขอเนื้อเสียบไม้ 2 ไม้ครับ"        "นี่จ้ะ ทั้งหมด 4 เหรียญทองแดงจ่ะ"        "นี่ครับ"        "ไว้มาอุดหนุนใหม่นะจ้ะ"        กลิ่นหอมน่าอร่อยจริงๆนั่นแหล่ะ ไว้ขากลับมาซื้ออีกรอบดีกว่า        เมื่อผมเดินไปได้ครึ่งทางก็รู็สึกว่ามีคลื่นไฟฟ้ามาอยู่ใกล้ๆผม        "โอ้ย! อะไรกันล่ะเนี่ย แมลงเหรอ? ต่อยเจ็บชะมัด แล้วทำไมมันถึงปล่อยคลื่นไฟฟ้าออกมาล่ะ? แปลกๆแฮะ... ช่างมันล่ะกัน วันนี้ยิ่งอารมณ์ดีเพราะได้งานที่เป็นนิยมของสาวๆ อะไรจะกัดจะต่อยก็ช่างมันล่ะกัน รีบไปดีกว่า เดี๋ยวจะสายเข้าให้จริงๆ"        หลังผมเดินไปได้สักพักผมก็รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรงแถมปล่อยคลื่นไฟฟ้าไปรอบๆตัวทั้งๆที่ยังไม่ได้สั่งการอะไร มันเกิดอะไรกับชั้นเนี่ย? หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้สติ...        จากนั้นเขาก็กลายเป็นมอนเตอร์

    ____________________
           มีคนหนึ่งยืนอยู่บนหลังคาบ้าน ผมยาวสีขาวสะท้อนกับแสง ดวงตาแหลมคมเหมือนกับเหยี่ยว ตัวสูงแต่ก็ไม่ได้ตัวใหญ่มาก ให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นจิ้งจอกหิมะ        "มีมนุษย์กลายเป็นมอนเตอร์อีกแล้วเหรอ? แถมนี่ยังใจกลางเมืองอีกด้วย รีบไปจัดการก่อนจะสายดีกว่า วันนี้ยิ่งจะไปสายไม่ได้ด้วย"        ผมวิ่งอยู่บนหลังคาบ้านของชาวบ้านแล้วก็รีบกระโดดมายังจุดที่มอนเตอร์อาละวาด        "เฮ้ย!! นี่แกน่ะ ไปทำอีท่าไหนเนี่ยถึงได้กลายเป็นมอนเตอร์ไปได้เนี่ย"        "โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!"        "ชั้นถามมา 10 คนก็ตอบแบบนี้มา 10 คนเลยเหรอ ชั้นถามจริงเหอะพวกนายเป็นพี่น้องหรือฝาแฝดกันรึไง"        "เฮ้!! พ่อหนุ่ม มันอันตรายนะ เธอเองก็รีบหนีเข้าสิ เดี๋ยวก็โดนมันฆ่าหรอก"        นี่คุณลุงยังจะมาห่วงผมอีกเหรอ?
            "ลุงนั้นล่ะที่ควรจะรีบหนี แทนที่จะห่วงผมหอบสังขารแก่ๆนั่นวิ่งหนีจะไม่ดีกว่าเหรอ"        "หน่อย! ไอ้เด็กบ้านี่"        "โฮกกกกกกกกกกกกกก!!"        "เหวอออ!!"        หลังจากได้ยินเสียงมอนเตอร์คุณลุงก็ร้องเสียงหลงวิ่งหนีไป
            "โอ้ะ ดูเหมือนจะไม่ชอบให้ใครมาเมินซ่ะด้วยแฮะ"        หลังจากมอนเตอร์ได้คำรามก็กระโจนเข้ามาหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว เมื่อเด็กหนุ่มสังเกตุเห็นก็หยิบอาวุธที่แนบไว้กับตัวออกมา มันคือทวนแบบพับเก็บได้ จากนั้นเขาก็หลบการพุ่งโจมตีของมอนเตอร์ตัวนั้นแล้วก็ ฉึบ!! หัวของมอนเตอร์หลุดออกจากบ่าได้อย่างง่ายดาย        "นี่ก็ตัวที่ 2 ของเดือนนี้งั้นเหรอ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ โอ้ะ! นั่นคุณทหารนิ เฮ้! คุณทหาร ทางนี้ๆ ชั้นจัดการมอนเตอร์เรียบร้อยแล้ว"        ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น ทหารประจำเมืองก็เข้ามาพอดี
            "จัดการแล้วงั้นเหรอ นายเก่งใช้ได้เลยนิ ขอบคุณมากนะที่ช่วยจัดการ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเหอะ นี่นายไม่รู้เหรอว่านอกเหนือจากข้าราชการกับพนักงานกิลด์ เขาไม่ให้พกอาวุธที่ใช้คลื่นไฟฟ้าเป็นตัวเหนี่ยวนำน่ะ"        "อ่ะ! คือว่า... คือผมกำลังจะไปไอ้นี่พอดีเลย แฮะๆ ยังไงก็โชดดีน้าคุณทหาร ไปล่ะ"        "หยุดก่อนไอ้หนู มาให้สอบปากคำก่อนเลย ว่านายพกอาวุธได้ยังไงแล้วก็เรื่องที่นายจัดการตรงนี้ด้วย"        "ก็ได้ครับ"        "ก่อนจะไปห้องสอบปากคำชั้นถามชื่อนายจะได้ไหมว่านายชื่ออะไร"        หลังพูดอยู่สักพักนายทหารคนหนึ่งก็ถามชื่อของเขา        "ผมชื่อมาร์ตินครับ..."        "งั้นเหรอ ชั้นชื่อเอนวี่ ยินดีที่ได้รู้จัก หลังจากนี้ตามชั้นมาด้วย"        หลังจากแนะนำตัวเสร็จแล้วเขาก็พาไปที่ห้องสืบสวน

    ____________________
           "ชั้นสันนิษฐานจากการที่สำรวจที่เกิดเหตุและบันทึกของผู้ตายที่เผลอกดบันทึกไว้คร่าวๆก็คือจู่ๆนายเออร์วิน ครอสเวล ก็กลายเป็นมอนเตอร์หลังจากที่โดนแมลงประหลาดต่อย แล้วหลังจากนั้นก็คือเหตุการณ์ที่นายเป็นเพชรฆาตบั่นคอมอนเตอร์ อย่างนั้นสินะ"        "ทำนองนั้นครับ"        เพชรฆาตบั่นคอ!! ฉายาผมจะโหดไปไหมลุง        "ทำไมช่วงนี้ถึงเกิดเรื่องแบบนี้บ่อยๆกันนะ นับวันยิ่งถี่ขึ้นเรื่อยๆนะเนี่ย แบบนี้ในเมืองก็ไม่เรียกว่าปลอดภัยแล้วล่ะ เอาล่ะ! เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน มาที่เรื่องของนายก่อนล่ะกัน อาวุธที่นายพกมานั้นได้มายังไงงั้นเหรอ หรือขโมยของคนอื่นเขามา?"        "ผมไม่ได้ขโมยของใครมาสักหน่อยครับ นั่นเป็นของที่คุณลุงให้ผมมาต่างหากล่ะครับ ถ้างั้นทำไมไม่เช็คสิทธิผู้ถือครองล่ะครับ"        "ไอ้เครื่องทันสมัยแบบนั้นมีแต่ที่สำนักงานใหญ่เท่านั้นล่ะ"        เอ๋? เมืองใหญ่ขนาดนี้แต่มีที่เดียวนี่นะ สุดท้ายไม่ว่าจะเมืองใหญ่เมืองเล็กก็ไม่ต่างกันอ่ะดิ
            "งั้นหรอกเหรอครับ ผมนึกว่ามีอยู่ที่ซะอีก"
            "เรื่องนั้นช่างมันเหอะ ยังไงซะวันนี้ทั้งวันนายจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะตรวจสอบอะไรเสร็จทั้งหมดนั่นล่ะ"        "เอ๊! แบบนั้นผมก็ไปรายงานตัวสายน่ะสิ"        "เรื่องนั้นไม่จำเป็นแล้วล่ะ"        จู่ๆก็มีเสียงคนอื่นแทรกเข้า เขาเป็นคนตัวเล็ก ผมสีดำ แววตาและรอยยิ้มโอ่นโยนแต่ความรู้สึกกลับบงบอกว่าเขาคนนี้อันตราย        "นายเป็นพนักงานกิลด์งั้นเหรอ"        "ครับ ผมชื่อเอเลน ทอมสันครับ เป็นพี่เลี้ยงเด็กของเด็กคนนี้ครับ"
            "เฮ้!! เดี๋ยวสินาย ชั้นไม่เคยได้ยินเลยนะว่าตอนเข้าทำงานต้องมีพี่เลี้ยงน่ะ"        "ก็นายก่อเรื่องเอิกเริกขนาดนั้นชั้นมารับผิดชอบให้นายนี่ไง เจ้าเด็กใหม่ ยังไม่ได้เป็นพนักงานกิลด์อย่างเป็นทางการแท้ๆ นายก็ไปซ่าซะกลางเมืองตั้งแต่วันแรกที่ได้งานเลยรึไง"        "แล้วนายจะให้ชั้นทำยังไงล่ะห๊า!!"        ไม่ถูกชะตากับเจ้านี่เลยแฮะ
            "พอๆ ถ้าจะทะเลาะก็ไปทะเลาะที่อื่นเถอะ แล้วนี่หมายความว่ายังไงคุณพนักงานกิลด์"        หลังจากที่ทะเลาะกันได้ซักพัก เอนวี่ที่ทำหน้าที่ซักถามผมก็ได้หยุดการทะเลาะไว้ แล้วก็ถามถึงเหตุผลที่เอเลนพูดมา
            "ก็หมายความว่าที่จริงนั่นเขาก็เป็นพนักงานกิลด์น่ะครับ เพียงแต่ว่าเขายังไม่ได้ไปรายงานตัวแค่นั้นเองน่ะครับ"        "อย่างงั้นเองเหรอ งั้นทำไมเอ็งไม่บอกตั้งแต่แรกล่ะไอ้หนูมาร์ติน"        "ผมก็พยายามพูดตั้งแต่แรกแล้วนี่น่า แต่คุณทหารก็ยังลากผมมาที่นี่จนได้"        "ก็เอ็งไม่ได้พูดมาซักคำเลยว่าเป็นพนักงานกิลด์น่ะ"        "อ่ะ! นั้นสิ ฮ่ะๆๆ..."        "เอ็งนี่มันบ้าหรือโง่กันแน่ว่ะ"        หว่า โดนดุซะแล้ว        "เอาเถอะ ช่างมันล่ะกัน โอเค งั้นนายออกไปจากที่นี่ได้ แล้วก็อย่าลืมไปเอาอาวุธของนายกลับไปด้วย ชั้นขี้เกียจไปส่งให้แก ที่เหลือก็ยกให้พี่เลี้ยงแกจัดการก็แล้วกัน"        หลังจากที่พูดเสร็จเอนวี่ก็ออกจากห้องไป
            "ในที่สุดก็จบเรื่องสักที"        "แต่ยังไม่ได้จบเรื่องของเรานะมาร์ตินคุง จากนี้ก็อย่าลืมไปรายงานที่กิลด์ด้วยล่ะ ชั้นไปรอที่นั้นนะ"        "คร้าบๆ"        ทำไมแค่จะไปทำงานวันแรกมันถึงวุ่นวายอย่างนี้นะ