บทที่ 18 แขกที่ไม่คาดคิด
วันรุ่งขึ้น
ณ แผนกฉุกเฉินที่โรงพยาบาลศูนย์
เวลานี้เป็่เช้า หานชิงอวี่กำลังจัดการเวชระเบียนของพวกผู้ป่วย จู่ ๆ มือถือบนโต๊ะของเขาก็สั่นขึ้น
พอเปิดดู ก็เป็ข้อความที่แม่ส่งมา
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว นึกถึงความน่ากลัวที่ถูกแม่ของตัวเองเข้ามาควบคุมวีแชตเมื่อวาน
รูปภาพจำนวนนับไม่ถ้วนเด้งขึ้นมาในวีแชตของตัวเอง ทำให้บันทึกการสนทนาก่อนหน้าของเขากับแม่หายไปทันที
กระทั่งรูปจำนวนนับไม่ถ้วนนั้นส่งมาหมด เย่ผิงก็ส่งมาหนึ่งประโยค
[ลูกชาย ดูสิว่าในจำนวนสาว ๆ มากมายนี้มีคนที่ลูกชอบไหม แม่มีเพื่อนที่ตอนนี้ทำธุรกิจจัดหาคู่อยู่ ถ้าลูกชอบ แม่จะไปหาหนทางติดต่อให้]
เมื่อวานหานชิงอวี่เห็นว่ามีรูปจำนวนมากถูกส่งเข้ามาในวีแชตตัวเอง ก็รู้สึกว่าสายตาเขามืดดับไปทันที
ความรักของแม่บางทีก็หนักเกินไปหน่อย
นี่ไม่เรียกว่าการเป็แค่แม่สื่อแล้ว แต่เป็การเอาตัวเองไปแนะนำการแต่งงานต่างหาก!
ไม่รู้ว่าเป็เพราะเห็นว่าหานชิงอวี่ไม่ตอบกลับเมื่อวานนี้หรือเปล่า วันนี้แม่จึงใช้อีกวิธี คือส่งรูปหนึ่งรูปมาให้
จากนั้นก็ส่งข้อความมาอีก
[แม่บอกลูกแล้วนะ ไม่ว่าอย่างไร วันอาทิตย์นี้ลูกก็ต้องกลับมา]
[แม่ให้ตัวเลือกลูกไปตั้งมากมาย สุดท้ายก็ไปเจอผู้หญิงหน้าตาดีมาคนหนึ่ง]
[ไม่รู้แหละ แม่ไม่สนว่าสุดสัปดาห์ลูกจะลาหรือจะทำอย่างไร แต่รีบกลับมาเจอกับเธอด้วยล่ะ!]
[แม่ส่งข้อมูลของลูกไปให้เธอแล้ว เธอเองก็พอใจมาก ลูกห้ามเบี้ยวนะ ถึงเวลาลูกอายไม่เท่าไหร่ แต่ทำถ้าแม่อาย แม่จะทำให้ลูกกลับบ้านไม่ได้อีกเลย!]
หานชิงอวี่หมดคำพูด
เดิมทีการจัดการเวชระเบียนต้องใช้สมาธิและความอดทน แต่ตัวเองเจอเวชระเบียนเหล่านี้แล้วรู้สึกวุ่นวายมาก
ผลก็คืออย่าว่าแต่แม่ตัดบทตัวเองเลย ยังไปจัดแจงนัดบอดให้โดยที่ไม่ถามความเห็นเขาสักคำ
ให้ตายเถอะ!
ขณะที่หานชิงอวี่กำลังจะปิดวีแชต แล้วจัดการเวชระเบียนต่อ ประตูห้องทำงานก็เปิดออก และเฉินฟาก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
ทุกคนเงยหน้าขึ้นไปมอง พอเห็นว่าเป็เฉินฟา ก็ก้มหน้าลงทำงานของตัวเองกันต่อ
สองวันมานี้ ชื่อเสียงของเฉินฟาในแผนกตรงกันข้ามกับของหานชิงอวี่อย่างสิ้นเชิง หานชิงอวี่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เขาตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เจอการแสดงต่าง ๆ ที่ดูน่าขายหน้า ตอนนี้ทั้งแผนกฉุกเฉินก็แทบจะไม่มีใครสนใจเขาแล้ว
“ทุกคนยุ่งอยู่เหรอ?”
“แค่จะมาบอกทุกคนเื่หนึ่ง การแข่งขันที่จัดขึ้นในแผนกในอีกไม่กี่วันนี้ฉันจะเอาชนะให้ได้”
“ถึงเวลานั้นถ้าได้ที่หนึ่ง ฉันก็จะเลี้ยงข้าวทุกคน!”
พูดจบ สายตาของเฉินฟาก็มองไปทางหานชิงอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ
เขาในตอนนี้มีความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะการแข่งขันจริง ๆ เพราะว่าหลังจากเมื่อวานที่กลับบ้านไป ก็ทำการสรุปประเด็นสำคัญทั้งหมดที่เฉินกั๋วกวงบอกตลอดทั้งคืน
เขาเตรียมจะโจมตีในอีกไม่กี่วันนี้ เอาความรู้ทั้งหมดจดจำให้ขึ้นใจ
เมื่อถึงเวลา ก็ไม่ต้องกลัวหานชิงอวี่ผู้นี้อีก
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจตัวเอง เขาจึงกวาดสายตาไปยังคู่แข่งอันดับหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ
“ว่าไงหานชิงอวี่ นายมั่นใจกับการแข่งขันครั้งนี้ไหม?”
หานชิงอวี่กลอกตาในใจ หยิบเวชระเบียนบนโต๊ะแล้วเดินไปทางห้องฉุกเฉิน
ห้องฉุกเฉินตั้งอยู่นอกแผนกฉุกเฉิน เป็แนวหน้าในการรับคนไข้
ทุกครั้งที่คนไข้แต่ละประเภทมาขอความช่วยเหลือ แพทย์ผู้ซึ่งมาให้คำปรึกษาที่นี่จะเป็คนแรกที่ได้พูดคุยกับคนไข้ก่อน
แต่หากแพทย์ที่มาทำงานตรงนี้ยุ่งมาก ๆ ณ เวลานั้นพอดี ก็จะไปเรียกทุกคนด้านในมาสนับสนุน
สำหรับการที่หานชิงอวี่เดินตรงไปทำงานแบบนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเห็น
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของเหล่าคนไข้ ชายหนุ่มก็จะให้เหตุผลและยิ้มตอบพอเป็พิธีไป
แม้ว่าที่นี่จะติดต่อกับคนไข้ค่อนข้างเยอะ บางครั้งก็อาจจะยุ่งมากหน่อย
แต่เมื่อเทียบกับในแผนกที่มีเฉินฟาอยู่ที่นี่ ทำให้สบายใจกว่ามาก
โชคดีที่วันนี้มีคนไข้ไม่มากนัก ครึ่งเช้าผ่านไป หานชิงอวี่ก็จัดการเวชระเบียนต่อได้
“เสี่ยวหานเป็ดาวแห่งความสุขของพวกเราจริง ๆ ทันทีที่เสี่ยวหานมา จำนวนคนไข้ทางนี้ก็ลดลงไปเยอะเลย”
ในห้องฉุกเฉิน แพทย์หญิงคนหนึ่งพูดพร้อมรอยยิ้มแบบคุณป้าใจดี
หานชิงอวี่ก็ทำเพียงยิ้มตอบกลับ ไม่ได้พูดอะไรมาก
แต่พอประโยคนี้เพิ่งจะพูดจบไป ก็มีชายชราเดินกะเผลกเข้ามาโดยที่มีหญิงชราช่วยพยุงอยู่ข้าง ๆ
“คุณลุงเป็อะไรคะ ไม่สบายตรงไหน?”
เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครคาดคิดว่าปากอีกาของบางคนจะได้ผลขนาดนี้
วินาทีที่แล้วยังเพิ่งบอกว่าคนไข้น้อย วินาทีต่อมาคนไข้ก็คร่ำครวญเดินเข้ามาเลย
คุณตาเอ่ยปากอย่างยากลำบาก “พวกคุณ… หมอเสี่ยวหานอยู่ที่นี่ใช่ไหม?”
“ไปเรียกเขามาเร็วเข้า!”
เอ่อ…
ในห้องฉุกเฉิน แพทย์หลายคนต่างมองหน้ากัน
คำพูดของคุณลุง ทำให้พวกเขาสับสน
หานชิงอวี่เป็คนมาใหม่ในแผนก ใน่นี้มีความโดดเด่นมากในแผนกก็จริง แต่ก็ไม่น่าจะโด่งดังขนาดนี้รึเปล่า?
อีกอย่าง คุณลุงคนนี้พอมาถึงก็เรียกหาหมอหานทันที ฟังดูแล้วก็ค่อนข้างน่ากังวล
หรือว่าหมอหานไปมีเื่กับใครข้างนอกนั่น?
ตอนนี้พวกเขาจะตอบก็ไม่ได้ จะไม่ตอบก็ไม่ได้อีก
แต่ในเวลานั้นเอง หานชิงอวี่กลับเป็ฝ่ายวางเวชระเบียนในมือ แล้วเดินเข้าไปเอง
“สวัสดีครับ ผมคือหานชิงอวี่ ไม่ทราบว่าหมอเสี่ยวหานที่พวกคุณพูดถึงใช่ผมหรือเปล่า?”
คุณป้าที่คอยพยุงคุณลุงอยู่พูดอย่างประหลาดใจ “เอ้อ ใช่ ๆ ๆ ๆ ชื่อนี้แหละ โห หล่อจริง ๆ ด้วย...”
ทุกคนเห็นดังนั้นก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
สองคนตรงหน้านี้มาทำอะไรกันแน่?
เห็นได้ชัดว่าคุณป้ารู้ตัวว่าตัวเองพูดผิดไป จึงพูดต่อ “คนรักของฉันเป็โรคคนแก่ค่ะ อาการจะกำเริบอีกแล้ว ได้ยินมาว่าที่แผนกฉุกเฉิน่นี้มีหมอเสี่ยวหาน ไม่ทราบว่าช่วยตรวจพวกเราได้ไหมคะ?”
พูดจบ คุณป้าก็เอาฟิล์มที่เอกซเรย์แล้วสองใบออกมาส่งให้หานชิงอวี่
“นี่ค่ะ นี่คือฟิล์มเอกซเรย์ที่พวกเราไปเอกซเรย์มาก่อนหน้านี้ รบกวนหมอเสี่ยวหานดูให้หน่อย”
พอได้ยินที่คุณป้าพูด ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ก็สบตากัน
พวกเขาเคยเจอคนที่มาหาหมอเฉินที่นี่ แล้วก็เคยเจอคนที่มาหาผู้อำนวยการเหลียว
แต่คนที่มาหาหานชิงอวี่ นี่เป็ครั้งแรกเลย!
พวกเขาอยากจะดูว่าชายชราเป็โรคอะไรถึงขนาดมาให้หานชิงอวี่ดูแลเป็พิเศษ จึงพากันเดินมาข้าง ๆ เ้าตัว แล้วดูฟิล์มในมือของเขา
ดูเหมือนว่า...
จะเป็โรคข้ออักเสบทั่วไปนะ?
นี่ไม่ใช่โรคยากและซับซ้อนอะไร ทำไมถึงต้องให้หมอหานตรวจล่ะ?
แต่หานชิงอวี่ก็ไม่ได้พูดกับคนชราทั้งสองเพราะเหตุนี้ แล้วทำการอธิบายรายละเอียดให้คนไข้ชราฟัง
อย่างเช่นสั่งยาอะไร และต่อไปควรจะใส่ใจในเื่อะไรบ้าง...
คนชราสองคนตรงหน้าฟังแล้วก็ยิ้มมีความสุขขึ้นมา
แต่การมีความสุขของผู้เฒ่าทั้งสอง… ทำให้คนรอบข้างรู้สึกค่อนข้างผิดปกติ
ผ่านไปสักพัก ทั้งสองคนก็เดินออกไปที่ประตูใหญ่ของห้องฉุกเฉินด้วยกัน
คุณลุงที่เมื่อกี้คร่ำครวญว่าเจ็บตอนอยู่ในห้องฉุกเฉิน เวลานี้กลับดูเหมือนคนที่ไม่เป็อะไรเลย
เขายิ้มให้คุณป้าที่อยู่ข้าง ๆ พลางบอก
“เป็ไง คราวนี้คุณสบายใจแล้วใช่ไหม?”
“หลานเขยของเราคนนี้ ฉันพอใจมาก ๆ เลยค่ะ!”