เวทยุทธ์สะท้านปฐพี

    บทที่ 6 อันธพาลปากสุนัข (100%)

    ได้ยินคำพูดของพี่ชาย ร่างเล็กรีบวิ่งไปแอบหลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปอย่างรู้ความ เมื่อเห็นว่าน้องสาวหลบอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ซู่หลันก็หันมายิ้มเย็นกับต้าหูพร้อมเอ่ยคำท้าทาย“แกอยากได้ของในหลัวข้างั้นรึ? มีปัญญาก็เข้ามาแย่งไป ไอ้อันธพาลปากสุนัข”“ไอ้ลูกหญิงอัปลักษณ์อวดดี วันนี้ข้าจะกระทืบแกให้จำทางกลับบ้านไม่ได้เลย”ต้าหูพูดจบก็พุ่งร่างทะยานเข้าใส่ซู่หลันราวกับวัวบ้า ร่างบึกบึนกระโดดขึ้นสูง มือใหญ่กำเป็นหมัดแน่นพร้อมกับเล็งไปที่หัวของซู่หลัน“กระจอกสิ้นดี” ซู่หลันยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน สองขากางออกเล็กน้อย แล้วกำหมัดต่อยสวนกลับไปทันที“ปัง!” เสียงหมัดทรงพลังปะทะกันอย่างรุนแรงจนฝุ่นดินบนพื้นฟุ้งกระจาย ตามมาด้วยเสียงโหยหวนแสบแก้วหูแรงกระแทกที่รุนแรงทำเอาต้าหูล้มกระเด็นกระอักเลือดออกมาคำโต มือขวาชโลมไปด้วยเลือด ที่ข้อนิ้วมองเห็นเศษกระดูกแตกแทงทะลุเนื้อออกมา“ยังมีใครสนใจของในหลัวข้า หรืออยากกระทืบข้าจนจำทางกลับบ้านไม่ได้อีกไหม?”เสียงถามเย็นยะเยือกกับนัยน์ตาที่ฉายแววสังหารของซู่หลัน ทำเอากลุ่มเด็กเกเรขาอ่อนคุกเข่าลงกับพื้น ทุกคนพากันส่ายหน้าอย่างพร้อมเพรียง“พาร่างไอ้สวะปากสุนัขไปส่งที่บ้านของมัน แล้วเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นตามความจริงทั้งหมด ถ้าข้ารู้ว่าใครกล้าพูดกลับดำเป็นขาว ข้าจะตามไปกระทืบให้หนัก”กลุ่มเด็กเกเรพากันพยักหน้าราวกับไก่ก้มจิกข้าวสาร แล้วช่วยกันแบกร่างเกือบสิ้นสติของต้าหูวิ่งหนีไปอย่างหัวซุกหัวซุน“ฮ่า ๆ พี่หลันเก่งที่สุดในโลก ไอ้ต้าหูน่ารังเกียจกล้ากล่าวคำด่าท่านแม่ สมควรโดนอัด”ได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของน้องน้อย ซู่หลันก็ปรับเปลี่ยนสีหน้ากลับมาอ่อนโยนเหมือนเดิม การทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักคุ้มค่าจริง ๆ แค่หมัดเดียวก็แก้แค้นไอ้ชั่วช้าปากเสียได้อย่างสาสม เรื่องต้าหูลูกชายคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้านต่อสู้กับซู่หลันจนบาดเจ็บสาหัส กระดูกนิ้วมือข้างขวาแตกละเอียด กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนในหมู่บ้านให้ความสนใจ เพราะนิสัยอันธพาลของต้าหูเป็นสิ่งที่ชาวบ้านรังเกียจมานานแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านต้าหว่าอยากแก้แค้นให้ลูกชาย แต่จนใจที่เด็กเกเรทั้งสี่คนไม่ยอมพูดใส่ความว่าซู่หลันเป็นฝ่ายลงมือตีคนก่อน จึงได้แต่ปล่อยให้เรื่องเงียบไปแต่สันดานคนพาลย่อมไม่ยอมละความพยายามที่จะทำความชั่ว ต้าหว่ารู้ว่าซู่หลันมักจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ทุก ๆ ห้าวัน จึงเดินทางออกนอกหมู่บ้านไปว่าจ้างพวกอันธพาลนอกรีต“กำจัดไอ้เด็กเวรนั่น แล้วโยนศพมันทิ้งลงเหว ให้ทุกคนเข้าใจว่ามันพลาดตกเหวตายเอง”ต้าหว่าเอ่ยเสียงเบากับชายฉกรรจ์ผิวคล้ำรูปร่างสูงใหญ่ข้างกาย ดวงตาชั่วร้ายจ้องมองซู่หลันที่กำลังเดินขึ้นเขา ด้วยความแค้นจากป่าข้างทาง“หัวหน้าสบายใจได้ ท่านกลับบ้านไปรอฟังข่าวดีได้เลย ข้าจะเชือดคอมันเอง”              ซู่หลันตั้งใจจะเดินเข้าป่าให้ลึกกว่าทุกครั้งเพราะอยากล่าสัตว์ใหญ่เพื่อฝึกซ้อมฝีมือ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างแอบตามมา มีดสั้นถูกเรียกออกมาจากถุงวิเวท ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางเดินตรงไปทางริมผา“ฮ่า ๆ ไอ้ลูกกำพร้าไร้แม่สั่งสอน แกกล้าทำร้ายบุตรชายหัวหน้าต้าหว่า วันนี้ข้าจะเชือดคอแกแล้วโยนศพให้เป็นอาหารหมา”ชายฉกรรจ์แปลกหน้าปรากฏตัวขึ้นขวางทางซู่หลัน มันกล่าวคำข่มขู่พลางถ่มน้ำลายลงพื้น“เดินตามข้ามาตั้งนาน ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาซะที อยากเอาเนื้อข้าไปให้บรรพบุรุษแกกินงั้นรึ เข้ามาเลย ข้าก็อยากรู้ว่าใครกันแน่ ที่จะกลายเป็นอาหารหมา”สายตาเย็นชากับคำพูดเย้ยหยันของซู่หลัน ทำเอาชายแปลกหน้าเต้นผาง มันชักมีดสั้นออกมาจากเอว“บัดซบ! ไอ้เด็กเดรัจฉาน ตายไปซะ!”สิ้นเสียงคำรามด่า ชายแปลกหน้าพุ่งเข้าโจมตีทันที มีดสั้นในมือจ่อเล็งไปที่ลำคอของซู่หลัน เสียงมีดแหวกผ่านอากาศดังเสียดแก้วหู“เคร้ง!” มีดสั้นในมือซู่หลันยกขึ้นตอบโต้ สองเท้าก้าวหลบอย่างว่องไว แล้วสลับขาเปลี่ยนทิศทางหลอกล่อจนยากที่จับทางได้ชายแปลกหน้าคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ยกมีดวิ่งไล่แทงอย่างบ้าคลั่ง แต่ปลายมีดไม่เฉียดแม้เพียงปลายผมของซู่หลัน“ไอ้กระจอก” ซู่หลันเปลี่ยนท่าทีจากถอยหนีมาเป็นฝ่ายรุก มือที่ถือมีดออกเป็นกระบวนท่าเพลงมวยเก้าทัพทั้งรวดเร็วและรุนแรง“ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!” ปลายมีดของซู่หลันแทงเข้าที่ต้นแขน หน้าอก และลำคอของชายแปลกหน้าอย่างแม่นยำ เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลราวกับน้ำพุ ดวงตาชายแปลกหน้าเบิกโพลง ปากหนากรีดร้องเสียงโหยหวน ร่างใหญ่ล้มคว่ำลงกับพื้นดิ้นทุรนทุรายก่อนสิ้นลมซู่หลันยืนมองร่างไร้วิญญาณที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าเย็นชา แต่มีดสั้นในมือกลับสั่นนิด ๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาฆ่าคน หลังยืนสูดหายใจลึกอยู่ครู่หนึ่งก็ลงมือค้นตัวศพ พบถุงใส่เงินซ่อนอยู่ตัวเสื้อชั้นใน นี่คงจะเป็นค่าจ้างในการลอบฆ่าเขา มีดสั้นตวัดฟันข้อมือขวาชายแปลกหน้าจนขาด แล้วถีบศพทิ้งลงหน้าผา                ค่ำคืนที่เงียบสงบในหมู่บ้านกลางป่าเขา บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านกลับมีเสียงกรีดร้องดังลั่น เพราะบนโต๊ะไม้หกเหลี่ยมที่อยู่กลางโถงรับแขก มีมือโชกเลือดที่กระดูกตรงข้อนิ้วแตกละเอียดวางอยู่กลางโต๊ะเมียต้าหว่าหวาดกลัวภาพตรงหน้าจนเป็นลม ตัวต้าหว่าเองก็หน้าซีดเผือด เพราะเขาพอจะเดาได้ว่า มือข้างนี้เป็นมือของใคร หัวใจเขาผลันรู้สึกเหน็ดหนาวราวกับกำลังถูกแช่อยู่ในก้อนน้ำแข็ง เขาเข้าใจความหมายของการข่มขู่เป็นอย่างดี“ไอ้เด็กเวรนั่น เป็นปีศาจกลับชาติมาเกิดชัด ๆ”                 ซู่หลันปกปิดเรื่องการถูกดักฆ่า เพราะไม่อยากให้คนในครอบครัวเป็นห่วง และเขามั่นใจว่าต่อไปนี้ หัวหน้าหมู่บ้านต้าหว่าจะไม่กล้ามาหาเรื่องเขาอีก มิเช่นนั้นมือข้างต่อไปที่จะวางอยู่บนโต๊ะ จะกลายเป็นมือของต้าหูบุตรชายเพียงคนเดียวของมันเด็กหนุ่มดำเนินชีวิตไปตามปกติ ทุกวันต้องฝึกหนักตั้งแต่เช้ายันค่ำ โดยเน้นฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นหลัก ช่วงเช้าพันถุงทรายถ่วงน้ำหนักนับสิบถุงไว้ทั่วตัว แล้ววิ่งสลับกระโดดวนรอบป่าไผ่ ช่วงบ่ายยกก้อนหินขนาดใหญ่ที่มีเชือกผูกห้อยไว้บนต้นไม้ด้วยกำลังแขนและขา ช่วงค่ำฝึกเพลงหมัดมวยการฝึกอย่างบ้าคลั่งทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ ทุกอณูในร่างกายเจ็บปวดและเมื่อยล้า ความปวดร้าวที่กระดูกหนักหนาที่สุด แต่เขากัดฟันทนกับความทุกข์ทรมานของร่างกาย แล้วฝึกตนอย่างมุ่งมั่น“ก่อกำเนิดรากปราณได้แล้ว ต้องเร่งบรรลุกำลังภายในถึงขั้นเก้าให้ไวที่สุด ต้องสร้างลูกแก้วรวมปราณในจุดตันเถียนให้สำเร็จ จึงจะมีพลังปราณที่แท้จริง”