บทที่ 18
“ในที่สุดก็เสร็จสิ้นเสียที..” เกียรติไกรยกแขนขึ้นเหนือศีรษะเพื่อบิดขี้เกียจ เขาเพิ่งจะจัดการเอกสารในส่วนต่างๆของคุณลูกค้ารายใหญ่เสร็จสิ้น ความเหนื่อยในครั้งนี้หายไปเป็นปิดทิ้งเลย เพราะเขากำลังคิดถึงจำนวนเงินค่าคอมมิชชั่นที่จะได้รับจากการเป็นนายหน้าการซื้อขายหลายอย่างนี้ มันทำให้เขาหุบยิ้มไม่ได้เลย“ทุ่มกว่าแล้วเหรอเนี่ย.. กลับบ้านดีกว่า” เขาคลิกไปที่ปุ่ม Shut down เครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขายังไม่ทันได้คลิกมันดีๆก็หันไปให้ความสนใจกับเบอร์ที่โทรมาเสียก่อน“เบอร์จากประเทศจีนอย่างนั้นเหรอ.. ปักกิ่ง? ใครกันนะ” เกียรติไกรในฐานะที่เป็นผู้จัดการสถาบันการเงิน เขาย่อมต้องมีความรู้เรื่องเลขหมายดี +86 คือของประเทศจีน ต่อมาจะเป็นรหัสเมือง เลข10 คือของเมืองปักกิ่ง และมันยังเป็นเมืองหลวงของประเทศจีนอีกต่างหาก เขาจำเป็นจะต้องรับสายไม่ว่ากรณีใดๆก็ตามตามหน้าที่ของเขา“สวัสดีครับ ไม่สิ!! ..Hello, This is Karn - Kah Thai Bank, Kiatkrai speaking. How can I help you (สวัสดี นี่คือธนาคารการค้าไทย เกียรติไกรกำลังพูดสาย คุณมีอะไรให้ฉันช่วยไหม)” เกียรติไกรที่ลืมไปว่าเขากำลังคุยสายกับชาวต่างชาติ แต่จะให้พูดจีนเลยเขาก็ไม่มีความสามารถมากขนาดนั้น การใช้ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษากลางที่สุดแล้ว“Yes, You can help me. (ใช่. คุณสามารถช่วยฉันได้)” ปลายสายตอบกลับมา (**ตั้งแต่นี้จะพิมพ์เป็นภาษาไทยนะครับ แต่ให้คิดว่ามันคุยกันเป็นภาษาอังกฤษก็แล้วกัน : ไรท์)“ผมสามารถช่วยคุณได้? เออ.. แล้วไม่ทราบว่าผมกำลังเรียนสายกับใครครับ” เกียรติไกรสอบถามปลายสายก่อนว่าเขาต้องการอะไร แล้วเขาสามารถช่วยได้จริงๆหรือไม่“ต้องขออภัยที่ทางเราแนะนำตัวเองช้า.. ผมชื่อเฟยหลง โทรมาจากบริษัทตระกูลหลินที่ประเทศจีน สาขาใหญ่ เราต้องการข้อมูลรายบุคคลของนักลงทุนที่ชื่อ ‘อา-นู-วาด’ ครับ คุณสามารถช่วยเราได้หรือไม่” เฟยหลงกล่าวแนะนำตัวเองกับเกียรติไกร และบอกความต้องการของตัวเองไป“บริษัทตระกูลหลิน?.. อานูวาด..คุณอนุวัฒน์? ต้องขอโทษด้วย ทางธนาคารของเราไม่มีนโยบายเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าของธนาคารครับ” ถ้าเขาจำไม่ผิดคุณอนุวัฒน์เพิ่งจะแสดงจุดยืนว่าเขาไม่ชอบตระกูลหลินสักเท่าไร ถึงได้ยอมขาดทุนจากการถอนหุ้นออก และแน่นอนว่าเขาที่เป็นถึงระดับผู้จัดการจะขายความลับของลูกค้าชั้นยอดได้อย่างไร“ผมเข้าใจ แต่คุณเกียรติไกรเป็นเอเจนซี่(ตัวแทน)ของคุณอนุวัฒน์ ทางบริษัทเราต้องการทราบแค่เหตุผลที่เขายอมขาดทุนจากการลงทุนกับกองทุนของเรา ไม่ทราบว่าคุณพอจะบอกข้อมูลเล็กๆน้อยๆในส่วนนี้ได้หรือไม่ครับ..” เฟยหลงกล่าว และพยายามอ่านชื่อของคนไทยด้วยความยากลำบาก“ผมคงไม่สามารถให้ข้อมูลในส่วนนี้ได้เช่นกันครับ ผมไม่มีอำนาจในการตัดสินใจแทนทั้งนามของธนาคาร และทั้งในนามตัวลูกค้าเองด้วย ต้องขออภัยด้วยจริงๆ” เกียรติไกรพยายามกล่าวปฏิเสธไปอย่างสุภาพ เพื่อตัวของเขา และก็ตัวของลูกค้าเองด้วย“ผมเข้าใจครับ ทางบริษัทตระกูลหลินของเรายินดีที่จะโยกย้ายเงินลงทุนของเราในประเทศไทยทั้งหมดเข้าไปที่ธนาคารของคุณ นอกจากนี้เรายังยินดีที่จะให้ทางธนาคารเป็นตัวกลางในการดำเนินการทางการเงินของบริษัทในเครือทั้งประเทศไทยครับ” เฟยหลงอ่านประโยคที่เรียบเรียงมาอย่างดี และเอ่ยกับเกียรติไกร เขาไม่เว้นจังหวะให้อีกฝ่ายได้กล่าวอะไรแทรกเลยสักนิด“แน่นอนว่าเราไม่ได้ต้องการขอให้คุณเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าธนาคาร เราเพียงขอให้คุณเป็นตัวกลางในการติดต่อกับคุณอนุวัฒน์เพื่อไขข้อข้องใจบางอย่างกับตระกูลหลินของเราเท่านั้น หากคุณสามารถจัดการให้ได้ ทนายความของเรายินดีที่จะเดินทางเพื่อทำสัญญากับสำนักงานธนาคารของคุณให้เร็วที่สุดครับ” เฟยหลงกล่าวจบ ทางเกียรติไกรก็นิ่งเงียบไป เขากำลังประมวลผลเรื่องภาษาอยู่เล็กน้อย มันค่อนข้างเป็นประโยคที่ยาว เขาต้องใช้เวลาสักพักที่จะเข้าใจมัน แต่เหมือนว่าเขาจะได้ยินอะไรผิดพลาดไปแน่นอน เพราะอีกฝ่ายบอกว่าต้องการให้ธนาคารที่เขาทำงานอยู่ดูแลเรื่องการเงินให้กับบริษัทในเครือตระกูลหลิน และยังบอกว่าเกิดความเข้าใจผิดกับลูกค้าของเขา“บริษัทตระกูลหลินต้องการให้ทางธนาคารเราดูแลเรื่องธุรกรรมในประเทศไทยทั้งหมด หากผมสามารถให้คุณอนุวัฒน์คุยเรื่องที่เข้าใจผิดกับทางคุณได้ ผมเข้าใจถูกต้องใช่ไหมครับ” เกียรติไกรถามย้ำว่าเข้าใจถูกต้องแล้วหรือไม่อย่างไร แต่ปลายสายก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วจนหัวใจเขาแทบจะหยุดเต้น เพราะอีกฝ่ายบอกว่า ‘ใช่’ และเรื่องนี้มันเกินตัวเขาไปมากเขาตัดสินใจเองไม่ได้ เพราะมันเป็นผลกระทบไปทั้งองค์กร“เรื่องนี้ผมไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองครับ ผมจะรีบดำเนินการตามขั้นตอนของธนาคารให้เร็วที่สุด และผมขออนุญาตให้เบอร์ติดต่อนี้กับทางต้นสังกัดเพื่อยืนยันข้อมูลอีกครั้งหนึ่งครับ” เกียรติไกรกล่าว แน่นอนว่าปลายสายก็เข้าใจ และยังกล่าวขอบคุณเขาถ้าจะช่วยเร่งการดำเนินการให้ได้ หลังจากที่เขาวางสาย หัวใจมันเต้นเหมือนจะหลุดออกมาให้ได้ ไม่ใช่ว่าคุณอนุวัฒน์ไม่ชอบตระกูลหลินอย่างนั้นหรอกเหรอ แล้วทำไมทางตระกูลหลินถึงได้ให้ความสำคัญกับคุณอนุวัฒน์มากขนาดนี้ แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน เขาต้องติดต่อผจก.เขตภาคเหนือให้เร็วที่สุด และตามโครงสร้างขององค์กรเขาก็สามารถโทรหาได้แค่คนคนนี้เท่านั้น ผจก.ภาคเหนือที่ได้ยินก็ตกใจไม่น้อยหลังจากที่ได้ยินเรื่องที่ผจก.สาขาตัวน้อยๆคนนี้กล่าว และยิ่งตกใจมากกว่าเมื่อรู้เรื่องความขัดแย้งของลูกค้าคนดังกล่าว แต่เขาก็ไม่สามารถตัดสินใจได้เช่นกัน ดังนั้นเขาจำเป็นต้องวางสายของเกียรติไกร เพื่อโทรหาบุคคลที่มีอำนาจในการตัดสินใจกับเรื่องนี้ โดยให้เกียรติไกรแสตนด์บายรอเอาไว้ตลอดเวลานี้ เกียรติไกรที่กำลังจะกลับบ้าน แต่เมื่อเรื่องมันเป็นอย่างนี้แล้ว เขาก็จำเป็นต้องรออยู่ที่นี่ มันน่าจะสะดวกที่สุด เขาโทรหาภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานกันเมื่อเร็วๆนี้ เล่าถึงเหตุการณ์คร่าวๆให้กับเธอฟัง แต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก ภรรยาของเขาก็เข้าใจ และยังให้กำลังใจเขาอีกด้วย เมื่อเคลียร์ปัญหาเรื่องครอบครัวเสร็จ เขาก็หันมาสนใจกับงาน เมื่อยิ่งหาข้อมูลไปเรื่อยๆมันก็ยิ่งทำให้เขานั้นตกใจเป็นอย่างมาก “หรือว่าคุณอนุวัฒน์ก็คือเทียนหลงคนนั้น.. ไม่จริงน่า!!...” และด้วยความว่างของเขาที่ต้องรอแสตนด์บาย เขาลองเทียบข้อมูลในส่วนต่างๆของคุณอนุวัฒน์กับเทียนหลงอย่างเงียบๆ จำนวนเงินที่ประมูลสินค้า ทั้งหมด กับยอดโอนเงินเข้าจากทางดันเจี้ยนมันตรงกัน หลังจากที่หักค่าบริการของดันเจี้ยน 10 เปอร์เซ็นต์อย่างเป๊ะๆ หัวใจของเขาเต้นเร็วอีกครั้ง อีกไม่นานเขาคงได้เป็นโรคหัวใจแน่นอน กรี๊งงงงงง!!! เสียงโทรศัพท์ทำให้เขาสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ก่อนจะกดรับสายหลังจากทำใจให้สงบลง“ผมคือ CEO ธนาคารการค้าไทย ‘พิทักษ์ เจนพัฒน์พงษ์’ หลังจากที่พวกเราคณะกรรมการบริหารระดับสูงได้ประชุมหารือกันอย่างเร่งด่วนแล้ว เรามีความเห็นว่าจะให้คุณเกียรติไกรเข้าไปพูดคุยกับทางลูกค้า เพื่อผลประโยชน์ของธนาคารเรา หากคุณสามารถทำมันออกมาได้ดี ทางธนาคารจะมอบโบนัสพิเศษให้กับคุณอย่างงดงามแน่นอน.. รีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด ถ้าทางลูกค้าต้องการอะไรเป็นพิเศษ รีบติดต่อผมมาในทันที”พิทักษ์ที่เป็นทั้งเจ้าของ และประธานคณะกรรมการธนาคารกล่าวกับเกียรติไกร มันออกแนวเหมือนคำสั่งเสียมากกว่า เกียรติไกรที่รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวตนของไอซ์ก็เริ่มเหงื่อแตกขึ้นมาอีกครั้ง ในสถานการณ์เช่นนี้เขาตอบได้เพียงแค่ ‘ครับ’ กับท่านประธานใหญ่เพียงเท่านั้นเอง “โอเค ธนาคารของเราหวังพึ่งคุณอยู่..” จากนั้นประธานก็ตัดสายทิ้งไป ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมทั้งธนาคารสาขานี้ มันเป็นความเงียบที่เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป...