บทที่ 38 ชีวิตที่ยากลำบาก
หลิงเหยาหยิบยาออกมาจากกระเป๋า ส่งให้หลี่หลิง "เธอทาหน่อยนะ ยานี้ช่วยลดบวมได้ดีมาก"
หลี่หลิงส่ายหน้า ยิ้มขอบคุณหลิงเหยา "ขอบคุณนะ ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวมันก็ยุบเอง" เธอชินกับเรื่องแบบนี้แล้ว
"เอาไว้ก่อนเถอะ ที่บ้านฉันเป็นห้องพยาบาล ไม่ขาดยาหรอก" หลิงเหยายิ้มและยัดขวดยาใส่มือหลี่หลิง "ฉันกลับก่อนนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้!"
"เจอกันพรุ่งนี้!" หลี่หลิงมองตามหลังของหลิงเหยา ดวงตาค่อย ๆ แดงขึ้น สักครู่ก็เลื่อนสายตามาที่ขวดยาในมือ "ขอบคุณนะหลิงเหยา"
เมื่อหลิงเหยากลับมาถึงหมู่บ้าน ท้องฟ้าก็ได้มืดสนิทแล้ว
หลิงเสวี่ยเม่ยยืนอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน มองไปรอบ ๆ ด้วยความกังวลใจ เมื่อเห็นหลิงเหยากลับมา เธอก็วางใจลง "เหยาเหยา ทำไมลูกถึงกลับมาช้าขนาดนี้? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?"
เธอกังวลใจและสำรวจหลิงเหยาอย่างละเอียด
"หนูมีธุระที่โรงเรียน ก็เลยพลาดรถประจำทาง ขอโทษนะคะที่ทำให้แม่ต้องเป็นห่วง " หลิงเหยาจับแขนหลิงเสวี่ยเม่ยและเดินกลับบ้านไปด้วยกัน
"ขอแค่ลูกปลอดภัยก็พอแล้ว หิวข้าวแล้วใช่ไหม? รีบกลับไปทานอาหารเย็นกันเถอะ"
"หิวแล้วค่ะ ท้องร้องไม่หยุดเลย"
สองแม่ลูกคุยกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วหมู่บ้านที่เงียบสงบ
หลี่หลิงกลับถึงบ้าน เมื่อผลักประตูที่ทรุดโทรมออก เธอก็ได้ยินเสียงไอของแม่อย่างต่อเนื่อง เธอรีบเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในบ้าน
"พี่สาว พี่กลับมาแล้ว อาหารทำเสร็จแล้วนะคะ" เด็กหญิงที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ถูกปะชุนหลายแห่ง ใบหน้าสกปรก เห็นหลี่หลิงกลับมาก็วิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ
หลี่หลิงยื่นมือลูบศีรษะเด็กหญิง "เธอกับน้องชายกินข้าวเสร็จแล้วหรือยัง"
เด็กหญิงเม้มปาก แล้วพยักหน้าเบา ๆ "กินเรียบร้อยแล้วค่ะ"
หัวใจของหลี่หลิงเต็มไปด้วยความขมขื่น ถอนหายใจยาว ๆ แล้วเดินเข้าไปในห้อง
เมื่อเปิดประตู กลิ่นยาอันเข้มข้นลอยมา บนเตียงมีผู้หญิงวัยกลางคนผิวซีดเซียว ผอมแห้งราวกับกระดูกหุ้มหนัง กำลังไอไม่หยุด
หลี่หลิงวิ่งเข้าไปข้างใกล้ ช่วยตบหลังให้เบา ๆ
ผ่านไปสักพัก แม่ของหลี่หลิงจึงหยุดไอ เธอมองลูกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "หลิงหลิง... แม่ทำให้ลูกลำบากแล้ว..." หากร่างกายของแม่แข็งแรงขึ้นบ้าง หลิงหลิงคงไม่ต้องทุกข์ยากขนาดนี้ ต้องเรียนหนังสือไปด้วย และไปล้างจานที่ร้านอาหารไปด้วย
หลี่หลิงส่ายหน้าและจับมือของแม่ที่ผอมบางและเหลืองซีด "แม่ อย่าคิดมากเลย หนูซื้อยากลับมาแล้ว พอแม่กินยา เดี๋ยวก็จะหายในเร็ว ๆ นี้ แม่นอนพักสักหน่อยนะ หนูจะไปต้มยาให้"
เธอประคองแม่นอนลงบนเตียงและคลุมผ้าห่มให้ดี จากนั้นถือยาเดินไปที่ครัว ตอนนี้พวกเขามีเพียงห้องนี้ห้องเดียวเท่านั้น ของทุกอย่างในบ้านถูกขายไปหมดแล้ว
เมื่อมาถึงครัว หลี่หลิงใส่ยาลงในหม้อต้มยา นั่งมองไฟที่กำลังลุกไหม้ ดวงตาค่อย ๆ เปียกชื้น
"พี่สาว กินนี่สิ" น้องสาวถือชามที่มีรอยแตกมาส่งให้
หลี่หลิงรับชาม เห็นข้าวต้มที่มีปริมาณน้อยจนเกือบมองเห็นก้นชาม แต่สำหรับครอบครัวพวกเขา นี่ถือว่าดีมากแล้ว
"พี่สาวไม่หิว ให้น้องชายกับน้องสาวกินเถอะ" หลี่หลิงส่งชามคืนมือน้องสาว ในขณะเดียวกันเธอได้ตัดสินใจในใจว่า เธอจะไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้ว พรุ่งนี้เธอจะออกไปหางาน เธอจะต้องรักษาโรคของแม่ให้หาย และให้น้องชายน้องสาวได้เรียนมหาวิทยาลัยในอนาคต
วันรุ่งขึ้นตอนไปโรงเรียน หลิงเหยาไม่ได้พบกับหลี่หลิง แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เธอเคยได้ยินเพื่อนเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์ของครอบครัวหลี่หลิง รู้ว่าพวกเขาลำบากมาก หลี่หลิงน่าจะมีธุระจึงไม่ได้มาโรงเรียน
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา หลิงเหยาถึงได้ยินว่าหลี่หลิงได้ออกจากโรงเรียนแล้ว เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจมาก
หลี่หลิงมีผลการเรียนที่ดีมาก และอยู่ในอันดับต้น ๆ ของทั้งระดับชั้น หากเธอเข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัย แน่นอนว่าเธอจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีได้ การที่เธอออกจากโรงเรียนตอนนี้ช่างน่าเสียดายจริง ๆ แต่ทุกคนย่อมมีทางเลือกของตัวเอง
วันอาทิตย์ หลิงเหยาได้รับโทรศัพท์จากจ้าวคุน เขานัดเธอไปทานอาหารที่ร้านอาหารของรัฐ และบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเธอ
หลิงเหยามาถึร้านอาหารของรัฐ และเลือกนั่งที่โต๊ะติดหน้าต่าง เธอคิดว่าจะรอจ้าวคุนมาก่อน แล้วค่อยไปนั่งที่ห้องส่วนตัว
พอนั่งลงได้ไม่นาน พนักงานเสิร์ฟก็เดินเข้ามา "คุณต้องการสั่งอาหารอะไรหรือคะ?"
หลิงเหยาได้ยินเสียงที่คุ้นเคย จึงเงยหน้ามอง พอเห็นอีกฝ่ายก็ตกใจ "หลี่หลิง?"
หลี่หลิงเห็นหลิงเหยาก็ตกใจและรีบหมุนตัวหนี เธอไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคนรู้จักที่นี่
เพราะเดินอย่างเร่งรีบ หลี่หลิงจึงชนเข้ากับผู้หญิงวัยกลางคนที่กำลังเดินสวนทางมา
"โอ๊ย! เธอเดินอย่างไรกัน ทำให้ฉันเจ็บจะแย่" หญิงวัยกลางคนโกรธและปัดอกของตนเอง พร้อมกับจ้องมองหลี่หลิง
"ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ" หลี่หลิงรีบขอโทษ งานนี้เป็นงานที่เธอหามาได้อย่างยากลำบาก เธอจะต้องไม่ทำให้เสียงาน
"ไปเรียกผู้จัดการของเธอมาซะ" หญิงวัยกลางคนยังคงดื้อรั้น
“ขอร้องล่ะค่ะ อย่าเรียกผู้จัดการเลยนะคะ ฉันขอโทษคุณ ขอโทษค่ะ! ขอโทษจริง ๆ! ขอโทษ..." หลี่หลิงแทบจะร้องไห้ เธอทำงานเป็นพนักงานบริการมีเงินเดือนสูงกว่าการล้างจานมาก เธอไม่สามารถสูญเสียงานนี้ได้
หลิงเหยาลุกขึ้นยืน เดินไปยืนขวางหน้าหลี่หลิง "เธอขอโทษคุณแล้ว คุณต้องการอะไรอีก?"
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ เธอชนฉันแล้วจะขอโทษแค่ไม่กี่คำก็จบเรื่องได้อย่างไร? คุณดูสิว่าเธอทำเสื้อผ้าของฉันสกปรก เธอควรจ่ายเงินชดเชยให้ฉันไม่ใช่เหรอ?” หญิงวัยกลางคนชี้ไปที่เสื้อผ้าของตน วันนี้เธอและสามีมาพบกับผู้จัดการจ้าว แต่ตอนนี้เสื้อผ้าของเธอมีคราบน้ำมัน เธอจะไปพบเขาได้อย่างไร?
หลิงเหยามองตามทิศทางที่เธอชี้ และเห็นคราบน้ำมันเล็กน้อยที่เสื้อ ถ้าไม่มองอย่างใกล้ชิด ก็แทบจะไม่สังเกตเห็น
"ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันจะช่วยซักให้คุณ" ดวงตาของหลี่หลิงแดงก่ำ เธอเดินออกมาจากด้านหลังหลิงเหยา เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของเธอ เธอไม่อยากเป็นภาระให้หลิงเหยา
"นี่เป็นผ้าไหมแท้ เธอจะชดใช้ได้หรือ" หญิงวัยกลางคนเยาะเย้ย
หลิงเหยาไม่อยากพูดมากกับหญิงวัยกลางคนนี้ "แล้วคุณต้องการค่าชดเชยเท่าไหร่?"
"เสื้อตัวนี้ฉันซื้อจากห้างสรรพสินค้า ราคาร่วมร้อยหยวน ฉันก็ไม่ได้ขอมาก แค่ห้าสิบหยวนก็พอ"
หลี่หลิงตกใจจนหน้าซีด ยืนโซเซจนเกือบล้ม เธอทำงานที่ร้านอาหารของรัฐได้เพียงสามสิบหยวนต่อเดือน เธอจะหาเงินห้าสิบหยวนมาชดใช้ได้อย่างไร?
เธอกัดริมฝีปากเบา ๆ แล้วเอ่ยช้า ๆ "ฉันขอผ่อนก่อนได้ไหม รอรับเงินเดือนแล้วค่อยใช้คืน"
หญิงวัยกลางคนหัวเราะเยาะ "จะจ่ายเงินหรือให้ผู้จัดการมา?"
"ขอร้องล่ะค่ะ ฉันไม่อยากตกงานจริง ๆ" หลี่หลิงวิงวอน
"นี่เป็นเรื่องของเธอ ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน" หญิงวัยกลางคนเชิดหน้าอย่างเย่อหยิ่ง
หลิงเหยาหยิบธนบัตรห้าสิบหยวนยื่นให้หญิงวัยกลางคน "นี่ห้าสิบหยวน"
"หลิงเหยา ฉันรับเงินของเธอไม่ได้หรอก" หลี่หลิงยื่นมือคว้าแขนหลิงเหยา
หลิงเหยาได้ช่วยเหลือเธอมามากแล้ว เธอไม่อยากเป็นหนี้อีกฝ่ายอีก
หญิงวัยกลางคนฉวยเงินไปอย่างรวดเร็ว กระแอมเสียงเย็น แล้วเชิดหน้าเดินขึ้นไปยังห้องรับรองชั้นสอง