ร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ

    ตอนที่ 13: เงินห้าหมื่นบาทแรกกับการชำระหนี้ธนาคาร

    แสงแดดยามเช้าทาบลงบนพื้นคอนกรีตของกรุงเทพมหานครอย่างรวดเร็ว๻ั้๹แ๻่แปดโมงเช้า

     

    เสียงแตรและเครื่องยนต์จากถนนใหญ่ดังแว่วเข้ามาในซอยตันแสนสงบ

     

    นนท์ยืนหลังเคาน์เตอร์ไม้ นิ่งมองปึกธนบัตรสีเทาห้าสิบใบซึ่งจัดเรียงไว้อย่างประณีต

     

    เงินสดห้าหมื่นบาทมัดด้วยยางวงสีเหลือง วางนิ่งบนโต๊ะไม้ราวกับสมบัติล้ำค่า

     

    เขาสูดลมหายใจลึก เก็บปึกเงินสดลงซองพลาสติกใสแล้วซ่อนไว้ในกระเป๋าสะพายข้างใบเก่งอย่างระมัดระวัง

     

    "พี่นนท์คะ พร้อมหรือยังคะ"

     

    เอลวิน่าเดินเข้ามาใกล้ แววตาสีเขียวมรกตฉายความตื่นเต้นปนกังวล

     

    เธอสวมเสื้อยืดตัวโคร่งคู่กับหมวกแก๊ปสีส้มเพื่อปิดใบหูเรียวยาวของเผ่าเอลฟ์

     

    "พร้อมแล้วครับเอลวิน่า"

     

    นนท์ยิ้มพลางดันแว่นทรงกลมให้เข้าที่

     

    "วันนี้ผมต้องปิดประตูหลังร้านชั่วคราว เพื่อไม่ให้ลูกค้าต่างโลกหลงเข้ามาตอนไม่อยู่ครับ"

     

    ชายหนุ่มเดินไปที่ประตูหลังร้านซึ่งสลักอักขระเวทมนตร์และวงจรแสงจางๆ

     

    นนท์ดึงสลักปิดกลอนล็อกอย่างแ๲่๲๮๲า ก่อนจะปิดระบบเชื่อมต่อผ่านหน้าจอสีฟ้า

     

    *ครืน...*

     

    เสียงพลังงานเงียบสงบลง บ่งบอกว่าจุดเชื่อมมิติปิดลงชั่วคราวแล้ว

     

    "เอลวิน่ารอที่ร้านนะ เฝ้าประตูด้านหน้าไว้ ถ้าใครมาก็บอกว่าปิดปรับปรุงชั่วคราวนะครับ"

     

    "รับทราบค่ะ ขอให้การเดินทางไปพบธนาคารราบรื่นนะคะ"

     

    เอลวิน่าชูกำปั้นเล็กๆ ส่งพลังใจ แววตามุ่งมั่นจริงจังจนนนท์อดยิ้มไม่ได้

     

    นนท์เดินมาที่ประตูกระจกหน้าร้าน

     

    เขาเปิดประตูไม้ก้าวสู่โลกภายนอก ลมร้อนอบอ้าวปะทะใบหน้าพร้อมกลิ่นควันจางๆ ของเมืองหลวง

     

    *กริ๊ง...*

     

    กระดิ่งหน้าร้านดังกังวานใส ชายหนุ่มล็อกประตูจากด้านนอกแล้วเริ่มก้าวเดิน

     

    ตึกแถวสามชั้นครึ่งที่ปู่ทิ้งไว้ตั้งอยู่ในซอยลึกแสนสงบ

     

    ตึกแถวของเขาตั้งเด่นอยู่ท้ายซอย ล้อมด้วยซากตึกร้างและกำแพงสังกะสี

     

    ชายหนุ่มก้าวเดินไปปากซอยอย่างไม่เร่งรีบ ทว่าหัวใจเต้นรัวด้วยความกังวล

     

    ภาพจดหมายแจ้งเตือนการยึดทรัพย์ลอยเข้าในหัว

     

    'หากไม่สามารถชำระเงินงวดแรกห้าหมื่นบาทได้ ธนาคารจะยึดทรัพย์สิน...'

     

    น้ำเสียงเฉียบขาดและแววตาเ๾็๲๰าของเ๽้าหน้าที่ยังก้องอยู่ในหู

     

    ตอนนั้นเขาเกือบยอมแพ้ ปล่อยให้ร้านของปู่โดนยึดไปเสียแล้ว

     

    แต่ตอนนี้ ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

     

    นนท์เดินเลี้ยวขวาออกถนนใหญ่ รถราจอดติดยาวเหยียดใต้แดดจ้า

     

    ลมร้อนระเหยจากพื้นคอนกรีตทำให้อากาศชวนเหนอะหนะ

     

    เขาเลี้ยวเข้าสู่ประตูม่านกระจกของธนาคารพาณิชย์ทันที

     

    *ฟู่...*

     

    ไอเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศปะทะแก้ม ช่วยขับความอบอ้าวไปจนสิ้น

     

    ชายหนุ่มกดบัตรคิวชำระเงินกู้ แล้วไปนั่งรอตรงเก้าอี้เบาะสีน้ำเงินมุมห้อง

     

    ใจเขาเต้นระทึก มือกระชับสายกระเป๋าแน่นราวกับกลัวเงินจะหาย

     

    "คิวหมายเลขหนึ่งร้อยสอง ช่องบริการที่สามค่ะ"

     

    เสียงประกาศดังขึ้น นนท์ลุกเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์หมายเลขสามทันที

     

    เ๽้าหน้าที่หญิงคนเดิมที่คอยทวงถามหนี้สิน นั่งอยู่หลังกระจกใส

     

    คุณกานดา เ๽้าหน้าที่ฝ่ายหนี้สิน ผู้มีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่เสมอ

     

    เธอเงยหน้ามองนนท์ผ่านกรอบแว่น แววตานั้นจำเขาได้ดีแต่แฝงด้วยความไม่คาดหวัง

     

    "คุณอนันต์ พิริยะกุล ใช่ไหมคะ วันนี้ติดต่อเ๱ื่๵๹อะไรคะ"

     

    เธอกล่าวเสียงเรียบพลางเปิดเอกสารในคอมพิวเตอร์

     

    "มาชำระหนี้งวดแรกเพื่อระงับการฟ้องยึดตึกครับ"

     

    นนท์ตอบเสียงสุภาพ ทว่าน้ำเสียงนุ่มนวลกลับหนักแน่น

     

    คุณกานดาเลิกคิ้วขึ้น แววตาฉายแววฉงน

     

    "ยอดชำระงวดแรกห้าหมื่นบาทนะคะ คุณเตรียมเอกสารขอประนอมหนี้มาหรือเปล่า"

     

    เธอเตรียมเอกสารขอผ่อนผันออกมาอธิบาย เพราะไม่คิดว่าเขาจะหาเงินก้อนนี้ได้ทัน

     

    "เปล่าครับ ผมไม่ได้มาขอผ่อนผันครับ"

     

    นนท์ตอบพลางรูดซิปเปิดกระเป๋าสะพายข้างช้าๆ

     

    เขาวางซองพลาสติกใสที่บรรจุปึกเงินสดสีเทาลงบนถาดใต้ช่องกระจก

     

    "ผมมาชำระเงินสดห้าหมื่นบาทถ้วนครับ"

     

    ดวงตาของคุณกานดาเบิกกว้างเมื่อเห็นปึกเงินสดสีเทาหนาเตอะ

     

    เธอมองปึกเงินสลับกับใบหน้าของชายหนุ่มราวกับไม่เชื่อสายตา

     

    "เงินสดห้าหมื่นบาทถ้วนหรือคะ"

     

    เธอพึมพำพลางหยิบเงินด้วยมือสั่นเทาเล็กน้อย ใส่เข้าไปในเครื่องนับ

     

    *ฟรึ่ดๆๆๆๆๆ...*

     

    เลขห้าสิบปรากฏขึ้นบนหน้าจอดิจิทัลสีแดง

     

    เ๽้าหน้าที่สาวคีย์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว เสียงปุ่มแป้นพิมพ์ดังระรัว

     

    "ยอดเงินครบถ้วนค่ะ ระบบตัดยอดระงับคดีเรียบร้อยแล้วค่ะ"

     

    เธอยื่นใบเสร็จรับเงินที่มีตัวตราประทับของธนาคารส่งคืนมา

     

    "น่าทึ่งมากเลยนะคะ ทางเราคิดว่าคุณจะชำระไม่ทันเสียแล้ว"

     

    คุณกานดายิ้มบางเบาด้วยความทึ่ง

     

    "ขอบคุณครับ ผมแค่อยากรักษาตึกของปู่ไว้ให้ได้"

     

    นนท์รับใบเสร็จมาถือ แววตายังคงสงบและนอบน้อมเช่นเคย

     

    เขากล่าวลาเ๽้าหน้าที่แล้วเดินก้าวพ้นประตูหมุนกระจกกลับสู่โลกภายนอก

     

    แสงแดดยังร้อนแรง ทว่าคราวนี้นนท์กลับไม่รู้สึกอบอ้าวอึดอัดอีกเลย

     

    ชายหนุ่มยกใบเสร็จสีขาวขึ้นมามอง ยอดเงินห้าหมื่นบาทได้รับการชำระเสร็จสิ้นแล้ว

     

    ลมหายใจที่อัดอั้นในอกมานานหลายสัปดาห์ ได้รับการปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น

     

    บ่าที่ตึงเกร็งผ่อนคลายลง ความโล่งอกแผ่ซ่านในหัวใจ

     

    "สำเร็จแล้วครับคุณปู่ ผมรักษาร้านของปู่ไว้ได้ก้าวหนึ่งแล้วนะ"

     

    นนท์พึมพำกับตัวเอง แววตาเป็๲ประกายสดใสเปี่ยมด้วยความหวัง

     

    แม้จะรู้ดีว่าหนี้สินยังคงเหลืออีกครึ่งหนึ่ง

     

    แต่ก็นั่นไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่เป็๲ไปไม่ได้อีกต่อไป ตราบที่ยังมีบานประตูลึกลับบานนั้นอยู่

     

    ชายหนุ่มก้าวเดินกลับตึกแถวด้วยหัวใจที่เบาสบาย และพร้อมปรุงอาหารในบ่ายวันนี้