[Teerak Part]
หลังจากตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยความสดชื่น เพราะได้นอนเต็มอิ่มในรอบหลายวัน ร่างสวยก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่า แต่งตัวเตรียมไปเรียน
เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยก็รีบเดินออกจากห้องพักจัดการล็อกประตูอย่างดี ก่อนเท้าเรียวจะพาตัวเองเดินออกมาทางด้านข้างของโรงแรม ไปยังป้ายรถเมล์ที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งใช้เวลาแค่สิบนาทีก็ถึง ยืนรอสักพักรถเมล์รูปร่างคุ้นหูคุ้นตาก็ขับเข้ามาจอดที่ด้านหน้า หญิงสาวก้าวขึ้นไปบนรถอย่างไม่ลังเลด้วยเพราะคุ้นเคยกับมันดี
เนื่องจากตอนนี้เป็เวลาหกโมงเช้ากว่าๆ ทำให้บนรถคนไม่เยอะเท่าไหร่นัก จึงมีที่นั่งมากพอให้หญิงสาวได้เลือกสรรตามความพอใจว่าจะนั่งตรงไหน
แต่เมื่อผ่านไปประมาณสิบถึงสิบห้านาทีคนบนรถก็เริ่มแน่นขึ้นมาถนัดตา โชคดีว่ามหาลัยที่หญิงสาวเรียนนั้น อยู่หลังจุดแลนมาร์คที่คนลงเยอะที่สุดจึงไม่จำเป็ต้องเบียดตัวกับใครเพื่อหาทางลง
หลังลงจากรถเมล์ที่ป้ายใกล้มหาวิทยาลัย ที่รักก็ไม่ลืมที่จะแวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งสักหน่อย เนื่องจากเห็นว่าหน้าตามันน่าทานและหมูปิ้งไม้ก็ดูใหญ่ เหมาะสมกับราคา
พอจัดการข้าวมื้อเช้าแบบง่ายๆ เสร็จแล้ว ฉันจึงเดินตรงไปยังห้องเรียนที่เป็ตึกสร้างใหม่ ได้บอกรึยังว่าฉันเรียนเอกการท่องเที่ยว ดังนั้นแม้ว่าวันนี้จะมีเรียนเช้าบ่าย ก็ไม่มีทางปวดหัวกับวิชาที่เรียนอย่างแน่นอน (ยกเว้นซะแต่ว่าจะเป็วิชาบัญชีและโค๊ดการจองเที่ยวบินอ่ะนะ)
ใช้เวลาเดินเท้าอีกไม่ถึงสิบนาทีฉันก็พาร่างอวบอิ่มของตัวเองมาถึงหน้าห้องเรียน และเมื่อเข้ามาในห้องก็พบว่าตอนนี้มีคนอยู่เพียงประปรายเท่านั้น เนื่องจากมันยังเป็เวลาเช้าอยู่คนเลยยังไม่เยอะ
ฉันสาวเท้าเดินไปนั่งลงที่เดิม ซึ่งก็ไม่เชิงว่าเป็ด้านหน้าสุดและไม่คล้ายว่าจะเป็หลังห้อง
ฉันมีเพื่อนนะ เพื่อนที่คุยกันและสนิทกันมาั้แ่ปีหนึ่งน่ะ แต่ว่าถ้าให้อิงตามความเป็จริงแล้วฉันเองก็คิดว่าสามารถคุยกับทุกคนในห้องได้ ทำงานกับทุกคนได้เหมือนคนทั่วไปนะ
แต่ถ้าถามว่าเป็ความสัมพันธ์แบบไหนละก็ ฉันไม่แน่ใจว่ามันเป็ความสัมพันธ์เชิงธุรกิจ พึ่งพาอาศัย หรือมันอาจจะมีชื่อเรียกเป็อย่างอื่น ว่าอะไรสักอย่างที่ฉันนึกไม่ออกล่ะมั้ง ช่างมันเถอะ
แต่ถึงจะบอกว่าห้องของพวกเรามีความสัมพันธ์ที่ทุกคนในห้องก็ดูพูดคุยเล่นกันได้อย่างปกติดี อาจจะมีบ้างที่พูดจิกกัดหรือทะเลาะกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักมันก็จะกลับมาเป็เหมือนเดิม
ราวกับว่าไม่เคยมีเื่มีราวอะไรเกิดขึ้น ทุกคนรักกันดี ที่เห็นทั้งหมดก่อนหน้านั้นก็แค่ภาพลวงตา
"หวัดดีรัก มาเช้าจัง" นับดาว สาวแว่นจัดฟันตัวเล็กเอ่ยทักฉัน ขึ้น ซึ่งก็เป็ปกติของในทุกๆ วันที่เธอจะต้องทักฉันแบบนี้
"่นี้ถนนโล่งเลยมาไวน่ะ" ฉันตอบกลับเธอไป ไม่นานก็เห็นว่าเพื่อนในกลุ่มของนับดาวเริ่มทยอยกันเข้ามาในห้องแล้ว ทำให้เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นตามจำนวนคนที่เข้ามา
ฉันนั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งไป ตาก็มองมือถือที่เปิดการ์ตูนค้างเอาไว้ หูข้างหนึ่งใส่หูฟังเพื่อฟังเสียงการ์ตูน ส่วนอีกข้างเอาไว้ฟังเสียงพูดคุยของเพื่อนไปด้วย ซึ่งการทำแบบนี้มันก็ทำให้ฉันบังเอิญได้ยินในสิ่งที่เจนนี่เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มของนับดาวพูดถึงเื่เื่หนึ่งขึ้นมา
"พวกมึง" เจนนี่เอ่ยคำนี้ขึ้นมาเป็อันรู้กันดีในภาษาผู้หญิงว่าต้องมีเื่มาเม้ามอยให้ฟังและทุกคนก็ต้องฟัง
"ว่า" น้ำฝนหนึ่งในสมาชิกอีกคนในกลุ่มของนับดาวเงยขึ้นมามองเจนนี่ด้วยสายตาสงสัยว่าเพื่อนจะพูดอะไร
"กูไปได้ยินอะไรบางอย่างมาเว้ย" เจนนี่พูดจบก็ยักคิ้ว คล้ายว่าเื่ที่เธอไปได้ยินมามันเป็เื่ที่สำคัญและน่าสนใจมากๆ
"อ่ะ กูวางโทรศัพท์ละ มึงพูดมาเลยอีเจน" นุ่มนิ่ม สาวอวบตัวขาว ทำอย่างที่พูดเอาไว้จริงๆ ด้วยการปิดหน้าจอมือถือ คว่ำมันลงกับโต๊ะและมองไปที่คนพูด
"กูได้ยินมาว่าพวกเราจะได้ออกทริปกับเด็กการบินเว้ยยยย"
"อีเจน น่าตื่นเต้นตรงไหนวะ มึงลืมเหรอว่าทุกปีเราก็ออกทริปกับเด็กการบินอยู่แล้ว" น้ำฝนเอ่ยเตือนสติเพื่อน
การพูดคุยของกลุ่มนับดาว ทำให้ฉันที่กินข้าวเหนียวหมูปิ้งหมดแล้ว หันไปสนใจสิ่งที่พวกเธอคุยกัน โดยการเอนตัวพิงเก้าอี้ แล้วห้อยหัวมองไปที่พวกเธอ
"อีสัส! กูไม่ได้หมายถึงการบินเรา กูหมายถึงการบินที่บินจริงๆ ที่เป็นักบินโว้ย" จบคำพูดประโยคนี้ของเจน ดูเหมือนทั้งกลุ่มจะตาโตกันใหญ่ ตามประสาเพื่อนผู้หญิงที่ชอบส่องผู้ชายงานดีกับเพื่อน
"ไม่ใช่แค่การบิน แต่มี'ถาปัตย์ด้วยเมิ่งง" เจนนี่พูดต่ออย่างตื่นเต้น
แต่เดี๋ยวนะ!?? คงไม่ใช่สถาปัตย์ปีสี่ใช่มั้ย
"ถาปัตย์ปีไหนอ่ะ" นับดาวเอ่ยถามเจนนี่ ซึ่งก็เป็คำถามที่ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน
"กูได้ยินมาว่าปีสี่นะ"
จบคำพูดของเจนนี่ คล้ายกับว่าในหูของฉันจะมีเสียงฟ้าผ่าเกิดขึ้น จนทำให้หูดับไม่ได้ยินเสียงพูดคุยของเพื่อนๆ อีกแล้ว
หมด หมดแล้ว หมดแล้วชีวิตฉัน คณะในมหาลัยมีตั้งเยอะตั้งแยะไม่ไป ปีหนึ่งถึงปีสามมีไม่เลือก เลือกปีสี่ เค (ที่ไม่ได้หมายถึง โอเค)
"แล้วทำไมเค้าไปกับเราวะ" นุ่มนิ่มเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะมีน้อยครั้งมากที่ทั้งสองคณะจะได้มาเจอกัน ยิ่งไปเที่ยวด้วยกันยิ่งแล้วใหญ่
"เห็นว่าทริปนี้เป็ทริปที่'จารย์แกตกลงกันเอาเอง ว่าให้เด็กได้เที่ยวก่อนไปฝึกงาน" เจนนี่ตอบ
"แล้วเค้าจะเที่ยวสนุกเหรอวะ" ถึงตอนนี้ที่น้ำฝนพูดฉันก็พยักหน้าคิดตามอย่างเห็นด้วย
นั่นสิ ให้เด็กนักบินกับเด็กสถาปัตย์มาออกทริปกับเด็กท่องเที่ยว จะรอดเหรอ! เด็กท่องเที่ยวคือเอ็นเนอจี้ล้นเหลือมากเลยนะ แล้วส่วนใหญ่แต่ละคนก็เป็ extrovert กันทั้งนั้น (ยกเว้นฉันกับเพื่อนอีกสามสี่คนไว้แล้วกัน)
"กูก็ไม่รู้ว่ะว่าเค้าคิดอะไรกันอยู่ แต่ช่างแม่งเหอะ เดี๋ยววันไปออกทริปก็รู้เองแหละ" แล้วเจนนี่ก็ตัดบทสนทนาไปดื้อและเริ่มต้นคุยเื่ใหม่ ที่ไม่มีตรงไหนเกี่ยวข้องกับการเรียนหรือทริปที่จะออกเร็วๆ นี้เลยสักนิด
หลังจากนั้นประมาณยี่สิบนาที อาจารย์ดนัย อาจารย์ประจำวิชาภาษาอังกฤษสำหรับการโรงแรมก็เข้ามาสอน
ต้องขอบอกไว้ตรงนี้ก่อนเลยนะว่าการเรียนของเด็กท่องเที่ยวแบบฉัน เป็การเรียนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมด ดังนั้นอย่าได้แปลกใจถ้าตารางเรียนของฉันจะมีวิชาการเขียนโปรแกรมการบิน โรงแรมและบัญชี
วันนี้วิชาที่พวกฉันเจอใน่เช้าคือภาษาอังกฤษสำหรับการโรงแรม ส่วนตอนบ่ายจะเป็วิชาเบาๆ อย่างสถานที่ท่องเที่ยวตามภูมิภาคต่างๆ เทอมนี้ที่พวกฉันจะได้ออกทริปเป็ทริปปิดท้ายการเรียนปีสี่คือทริปภาคใต้
ซึ่งความจริงแล้วทริปภาคใต้ควรเป็ทริปที่ถูกจัดั้แ่ปีสอง ส่วนปีสี่ก็จะเป็ทริปภาคเหนือหรืออีสาน แต่เพราะน่าจะเหตุผลของการเป็ทริปส่งท้ายละมั้ง อาจารย์แกถึงได้ย้ายมันมาอยู่ปีสี่แทน เพราะหลังจากจบทริปนี้พวกเราก็ต้องแยกย้ายกันไปฝึกงานแล้ว ไม่มีเวลามาเที่ยวกันหรอก
หลังเรียนจบภาคเช้า พวกเราทั้งห้องต่างก็ทิ้งสมุดจดที่พกมาไว้บนโต๊ะ เพราะคาบบ่ายยังไงก็ต้องใช้ห้องที่อยู่ใกล้ๆ กัน อยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อไม่เป็การเกะกะ พักเที่ยงพวกเราเลยเอาไปแค่กระเป๋าเงินกับโทรศัพท์ก็พอ
ข้าวเที่ยงของวันนี้ฉันเดินออกมาพร้อมกับปุยฝ้ายและนิกกี้ สองซี้ที่โคตรจะเหมือนแฝด ไม่ว่าจะเป็หุ่น ทรงผมหรือแม้กระทั่งการแต่งตัว
ฉันเคยแอบคิดนะว่าถ้าทั้งสองคนไม่ได้บอกมาั้แ่ปีหนึ่งว่ามาจากคนละจังหวัดกัน ฉันคงนึกว่าเป็พี่น้องกันแง่มๆ
เที่ยงนี้ร้านที่นิกกี้พามาคือร้านต้มเล้งหน้ามอ. นางบอกว่าหลังมอคนเยอะ ี้เีรอ เผลอๆ รอไปแล้วก็ไม่ได้กินเพราะคนเยอะหมดเวลา
ร้านนี้ฉันเคยมากินครั้งหนึ่งนะแต่ไม่ได้นั่งกินในร้าน ซื้อกลับไปกินที่ห้องเพราะเดย์มันเคยบ่นว่าอยากกิน ฉันไม่เคยทำเลยต้องลองชิมรสชาติก่อนเพื่อเป็แนวทาง เผื่อว่าครั้งต่อไปนึกอยากทำเองจะได้ปรุงถูก
“บ้าเอ๊ย!! เผลอคิดถึงมันอีกละ นางต้มเล้งตัวดี! จนจะเกลียดแก” ฉันบ่นออกมา เมื่อเสี้ยวหนึ่งของความคิดดันนึกไปถึงไอ้คนนิสัยไม่ดีเมื่อคืน
พอเดินเข้ามาในร้าน นิกกี้ก็จัดการไถ่ถามทั้งฉันและฝ้ายทันทีว่าอยากกินอะไร ฝ้ายเลือกมาสองสามอย่าง ส่วนฉันบอกนิกกี้ไปว่าอะไรก็ได้ อยากกินอะไรสั่งเลยยังไงก็หารอยู่แล้วอีกอย่างคือฉันไม่ได้เป็คนกินยาก ดังนั้นไม่ว่าเพื่อนจะสั่งอะไรมาก็กินได้หมด
นิกกี้พยักหน้าและบรรยายสรรพคุณร้านนี้อย่างยาว บรรยายเสร็จก็เดินไปสั่งชานมไข่มุก โดยมีฉันเดินตามไปด้วยเพราะรู้สึกว่าร่างกาย้าของหวาน
อารมณ์แบบอยู่ดีๆ ก็อยากกิน
สงสัยละสิว่าทำไมฉันได้ดูสนิทกับทั้งฝ้ายและนิกกี้ขนาดนี้
เื่นี้ก็คงต้องย้อนความไปั้แ่ปีสอง ปีที่มีการจัดการทำทัวร์โดยมีลูกค้าครั้งแรก ทุกคนก็คือจับกลุ่มกันหมดแล้ว เหลือพวกฉันสี่คนเป็เศษ หนึ่งคือฉัน สองสามคือนิกกี้กับฝ้าย ส่วนคนที่สี่นางมีชื่อว่ามิริน มิรินหรือที่ใครๆ ต่างเรียกว่าแม่งู เพราะว่าตอนปีสามอยู่ๆ มิรินก็นึกเฮี้ยนขึ้นมาเหมือนมีอะไรเข้าสิงก็ไม่รู้ ไปเดินตลาดชื่อดังแห่งหนึ่ง แล้วได้งูสีแสดตัวเท่าไส้เดือนมาหนึ่งตัวในราคาหลักพัน มาถึงตอนนี้ก็อย่าให้พูดเลยว่าตัวใหญ่แค่ไหน เกือบสองนิ้วไปละ ราคาก็อัพขึ้นมาเป็หมื่นแต่นางรักของนางนะ ใครขอซื้อก็ไม่ให้ แน่ล่ะก็มันเป็งูตัวแรกนี้เนอะ
หลังนั่งรอประมาณสิบนาทีโดยที่ฉันนั่งกดโทรศัพท์เล่นฆ่าเวลา ส่วนนิกกี้นางเป็สายถ่ายรูปก็ถ่ายอยู่นั่นแหละ ถ่ายหลักร้อยแต่ลงรูปเดียว ส่วนปุยฝ้ายนางก็คุยกับแฟนรุ่นพี่ ที่ปัจจุบันโดนฉันกับนิกกี้แซวเสมอว่าให้เลิกกับมาสด้าไปหาบีเอ็มได้แล้ว
พอพูดถึงแฟนแล้ว คนที่รู้ว่าฉันคบกับเดย์ก็คงมีสองคนนี้กับมิรินเท่านั้นละนะ ที่เหลือก็แค่รู้ว่าฉันมีแฟนแต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรตามประสาวัยรุ่นนั่นแหละ ส่วนหน้าตาก็คงมีเห็นผ่านๆ ตากันมาบ้างเวลาฉันอัพลงโซเชียล (แม้ว่าจะเห็นแค่ไม่ถึงครึ่งหน้าหรือนิดเดียวก็ตาม)
พออาหารมาเสิร์ฟฉันก็อดคิดไม่ได้ว่านิกกี้ นางไปแอบรู้อะไรมาหรือว่ามันก็แค่เื่บังเอิญเฉยๆ
เพราะของที่นางสั่งกินในวันนี้มาล้วนแล้วแต่เป็ของที่ฉันเคยทำให้เดย์กินแล้วทั้งนั้น
เห็นแล้วคิดถึงมันชะมัด
ไม่!! คิดถึงไม่ได้ พอๆ เลิกคิด ก็แค่อาหารเอง ก็แค่เล้งแซ่บที่เคยซื้อไปกินด้วยกันเวลาเลิกเรียนตรงกันเท่านั้นเอง พูดแล้วน้ำตาจะไหล
ไม่ใช่ว่าคิดถึงมันมากนะ แต่เป็เพราะอาหารร้านนี้ยังแซ่บคือเก่าต่างหาก คิดถึงรสชาติเล้งที่เคยกินเฉยๆ มันแซ่บจนทำให้ลืมผัวได้นะบอกเลย