เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 14 ทักษะสายความมืด

    “นี่มันอะไรกัน? ทำไมบันทึกมันถึงมีแสงสีดำออกมาแบบนั้น”
    ผมตกใจกับบันทึกที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากราวหนึ่งเมตรได้ ตอนนี้มันมีแสงสีดำรายล้อมบันทึกเล่มนั้นเอาไว้
    “สิ่งนั้นมันคือทักษะสายต่อสู้ระยะประชิดที่มีชื่อว่า ทักษะดาบมายาแห่งความมืด เป็นทักษะสำหรับผู้ที่มีพลังสายความมืดสามารถเรียนรู้ได้แต่ก็อย่างว่านะสายความมืดสำหรับมนุษย์ก็คือยาพิษเรียกได้ว่าไร้ประโยชน์อย่างแท้จริงก็เลยไม่มีใครสามารถเรียนรู้มันได้เลยสักคนเดียว”
    “ผมสามารถไปดูมันเฉยๆได้ไหม”
    “ได้สิถึงยังไงนายก็ไม่สามารถเรียนรู้ได้อยู่ดี ทำไมนายถึงดูสนใจมันขนาดนี้”
    “ผมก็แค่ถูกชะตากับมันก็เท่านั้น ผมไม่ทำอะไรที่สิ้นคิดหรอกนะแค่จะหยิบขึ้นมาดูเท่านั้นเอง”
    ผมเดินไปที่บันทึกทักษะดาบมายาแห่งความมืดจากนั้นก็หยิบมันขึ้นมา แสงสีดำจากบันทึกก็พุ่งเข้ามาในตัวของผมโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว ทันใดนั้นเองหอสมุดที่ผมอยู่นั้นเปลี่ยนกลายเป็นโลกสีดำเหมือนตอนที่ผมนอนอยู่ที่สถานพยาบาลแห่งนั้นไม่มีผิด นั่นเธอจริงๆด้วยเธอที่มีใบหน้าปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำจนมองไม่เห็นใบหน้าของเธอ
    “ได้โปรด รีบแข็งแกร่งขึ้น เวลามันใกล้จะหมดลงแล้ว”
    “บอกเหตุผลกับผมมาสิว่าทำไม? เวลาอะไรที่จะใกล้หมดลง?...”
    ไม่ว่าผมจะถามข้อสงสัยไปมากขนาดไหนแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบกลับมาแม้แต่คำตอบเดียวแต่มีสิ่งหนึ่งที่ได้กลับมานั่นคือภาพอารมณ์ความรู้สึกหวาดกลัวของผู้คนมากมายไม่ใช่แค่เผ่ามนุษย์แต่ยังรวมไปถึงเผ่าพันธุ์อีกมากมาย มันหมายความว่ายังไงกันแน่?
    หลังจากนั้นก็มีตัวประหลาดเงาสีดำขนาดใหญ่ที่ใหญ่โตขนาดที่ผมไม่สามารถจินตนาการได้ว่ามันใหญ่ถึงขนาดไหนที่ผมรู้สึกได้ในตอนนี้ก็คือตัวของผมนั้นไม่ต่างไปจากเศษฝุ่นละอองในสายตาของมัน
    ดวงตาอันใหญ่โตของมันจ้องมองมาที่ตัวของผม เต็มไปด้วยความโกรธแค้นมหาศาลที่พร้อมจะถล่มฟ้าทลายปฐพีให้สูญสลายไปได้ในพริบตาเดียว ร่างกายของผมสั่นสะท้านไปเล็กน้อยโดยที่ไม่สามารถหยุดได้นี่มันเป็นตัวตนระดับไหนกันแน่?
    ความกดดันที่ส่งผ่านมาถึงตัวผมที่คิดว่าตนเองฝึกฝนจิตใจจนแข็งแกร่งมากๆแล้วยังสั่นสะท้านไปเล็กน้อยได้แบบนี้ มันต้องไม่ใช่ตัวประหลาดธรรมดาแน่ๆแต่น่าจะเป็นถึงจักรพรรดิของเหล่าตัวประหลาดอีกที
    ต่อจากนั้นภาพนั้นก็หายไปแทนที่ด้วยตัวของเธอคนนั้นเช่นเดิม ผมลอบปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผากของตนเองเพราะเมื่อสักครู่ไม่ใช่อะไรที่จะไปรับมือทางจิตใจได้เลย
    “ท่านจะเสียเวลาต่อไปไม่ได้แล้ว ท่านต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วและรีบมาที่นี่ รีบมา... รีบ...”
    “ผมต้องไปที่ไหน? นี่คุณ...”
    ภาพที่ผมมองเห็นเธอและโลกสีดำนั้นหายไปแล้วแสงสีดำแปลกประหลาดที่อยู่รายล้อมบันทึกมันก็ได้ไหลเข้ามาในร่างของผมอย่างช้าๆแต่มีความเข้มข้นมากกว่าเดิมโดยที่ไอรีนก็ไม่สามารถรู้ได้ ผมใช้ทักษะเรียนรู้อย่างรวดเร็วไปที่มันในทันที

    ติ๊ง!
    ปลุกพลังต้นกำเนิดแห่งความมืดสำเร็จ +พลังชีวิต 999 +พลังเวทย์ 999 +กำลัง 10 +ว่องไว 10 +ปัญญา 10

    ติ๊ง!
    เรียนรู้ทักษะใหม่ ทักษะ ดาบมายาแห่งความมืด เลเวล 1
    ดาบมายาแห่งความมืด คือ อาวุธที่มีพลังแห่งความมืดเป็นแกนแห่งพลัง พลังของมันจะขึ้นตรงต่อผู้ที่ใช้พลังแห่งความมืดและยิ่งเป็นผู้ที่มีพลังต้นกำเนิดแห่งความมืดอาวุธชิ้นนี้จะแสดงความสามารถออกมาได้ 100%
    ดาบมายาแห่งความมืด เลเวล 1 ไม่สมบูรณ์ (1/4)
    พลังโจมตี 500 + 500 (1000) (ผลเพิ่มเติมผู้ใช้ทักษะครอบครองพลังต้นกำเนิดแห่งความมืด)
    ความสามารถเฉพาะตัว 1.คลื่นทำลาย 2.เงามืดสังหาร(ยังไม่ปลดล็อค) 3.ม่านราตรีทมิฬ(ยังไม่ปลดล็อค) 4.รัลติกาลแห่งความดับสูญ(ยังไม่ปลดล็อค)
    ปลดล็อค 1.คลื่นทำลาย ความสามารถคือ ใช้ดาบมายาแห่งความมืดโจมตีระยะประชิดด้วยคลื่นพลังแห่งความมืด พลังทำลายคิดเป็นพลังโจมตีทั้งหมดของดาบมายาแห่งความมืด + 50% (ผลเพิ่มเติมผู้ใช้ทักษะครอบครองพลังต้นกำเนิดแห่งความมืด) ทำให้คู่ต่อสู้ติดสถานะ อ่อนแรง (สถานะอ่อนแรงคือ สถานะที่ความสามารถทางกายภาพและทางเวทมนตร์ทั้งหมดลดลงตามเลเวลของทักษะ)
    ติ๊ง!
    ทักษะเรียนรู้อย่างรวดเร็วอัพเป็นเลเวล 2
    ผลเพิ่มเติมของทักษะเรียนรู้อย่างรวดเร็ว เพิ่มผลของทักษะทุกชนิด 10 % ลงระยะเวลาการติดผลสถานะด้านลบลง 10 %

    โรเบิร์ต ซัมเมอร์เลเวล 3 (99 %)(ยังไม่ได้ปลดล็อคขั้นของเผ่าพันธุ์ไม่สามารถอัพเลเวลได้)เผ่า แวมไพร์ ขั้น 1อาชีพ ผู้สืบทอดแวมไพร์ฉายา จุติใหม่ต่างโลก , สิ่งผิดปกติพลังชีวิต 1126/1126พลังเวทย์ 1229/1229กำลัง 23ว่องไว 112ปัญญา 133ทักษะอัพเกรด เลเวล 1รังสรรค์ เลเวล 1เรียนรู้อย่างรวดเร็ว เลเวล 2กลืนโลหิต เลเวล 1ฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติ เลเวล 1ตรวจสอบ เลเวล 1ดาบมายาแห่งความมืด เลเวล 1ทักษะติดตัวต้านทานการกระแทก เลเวล 1ต้านทานความเสียหายที่เกิดจากการใช้ทักษะระยะประชิด เลเวล 1 ในที่สุดผมก็สามารถปลุกพลังต้นกำเนิดแห่งความมืดสำเร็จหรือว่าจะเป็นเพราะเจ้าบันทึกนี่กันนะเพราะหลังจากออกมาจากโลกสีดำอันนั้นแสงสีดำก็ไหลเข้ามาในตัวของผมทันทีแต่ก็ไม่ได้กระทบกับแสงสีดำที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ทำให้ผมสบายใจลงไปได้เพราะถ้าแสงสีดำหายไปละก็ผมนี่แหละจะโดนสอบสวนอย่างหนักบางทีอาจถูกเปิดโปงว่าเป็นคนของเผ่าอื่น
    ผมไม่มีคำพูดที่จะอยากพูดออกไปแล้วตอนนี้ทักษะที่อยู่ในมือของผมมันโกงแบบสุดๆและมันไม่ควรมีอยู่ในมือคนที่เลเวลต่ำแบบผมเอามากๆผมคิดว่าตอนนี้ทักษะของผมมันไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกผู้กล้าจริงๆเลยแม้แต่นิดเดียว อีกอย่างก็คือเจ้าทักษะเรียนรู้อย่างรวดเร็วมันก็ดันอัพเลเวลไปแล้วเท่านั้นไม่พอยังได้ทักษะย่อยมาด้วย
    ผมค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ที่ออกมาพอสมควรเพราะว่าผมได้ทั้งทักษะมาแล้วยังไม่พอยังปลุกพลังต้นกำเนิดแห่งความมืดขึ้นมาได้พลังชีวิตและพลังเวทย์ที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็เพิ่มขึ้นมาแล้วไม่เพียงเท่านั้นตอนนี้ดูเหมือนว่าร่างกายของผมจะแข็งแกร่งขึ้นมาอีก ถ้าผมคิดไม่ผิดมันน่าจะเกิดมาจากผลของ กำลัง ว่อง และปัญญา สามตัวนี้แน่ๆ
    แต่ปัญหาใหม่ก็มาหาผมไม่จบไม่สิ้นจริงๆเพราะตอนนี้ผมไม่สามารถเพิ่มเลเวลได้ ผมก็แปลกใจว่าทำไมตอนที่ผมฆ่าพวกหมาป่าขนเทากับก็อบลินไปมากมายแล้วทำไมเลเวลของผมมันไม่เพิ่มขึ้นมาเลยที่จริงแล้วมันเป็นผลมาจากพลังต้นกำเนิดแห่งความมืดจริงๆด้วย ถ้าวันนี้ผมไม่ได้ปลุกมันขึ้นมาผมก็คงไม่รู้ว่าตอนนี้ผมถึงจุดสูงสุดของแวมไพร์ขั้นหนึ่งแล้ว
    การพัฒนาขั้นพลังของแวมไพร์มันก็ยิ่งทำให้ผมปวดหัวมากขึ้นอย่างที่ผมเคยได้บอกไป ผมในตอนนี้ยังไม่มีความเข้าใจในตัวของแวมไพร์บนโลกใบนี้เลย ถ้าเทียบกับโลกก่อนของผมแล้วพวกมันจะชื่นชอบการดูดเลือดเอามากๆแต่พอมาโลกใบนี้มันกลับไม่เหมือนกัน
    เพราะที่นี่ตามที่ได้ฟังเรื่องราวจากเซล่าในตอนที่เธอพาผมไปเดินดูทั่วเผ่าเอลฟ์ เผ่าแวมไพร์คือเผ่าหนึ่งที่แข็งแกร่งด้านการต่อสู้ที่ยืดเยื้อที่สุดเพราะพวกเขามีพลังในการนำพลังชีวิตของคู่ต่อสู้มาเพิ่มให้กับตนเองและที่สำคัญมันไม่มีการเสียพลังเวทย์หรือมีผลเสียอะไรเลยมันจึงถูกผมตั้งเอาไว้ว่าเป็นทักษะที่โกงที่สุดที่ตัวของผมที่มีอยู่ในตอนนี้
    เพื่อที่จะชดเชยเลเวลที่ไม่เพิ่มขึ้นของตนเองตอนนี้ผมก็ต้องหาทักษะอื่นมาเสริมอีกหน่อยแล้ว
    “นายเป็นอะไรไหมยืนเหม่อลอยตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ”
    “ไม่เป็นอะไรพอดีมีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”
    “ถ้าเช่นนั้นก็ไปดูทักษะอื่นกันเถอะ ยังไงนายก็เรียนมันไม่ได้ถึงต่อให้มีพลังสายความมืดก็ตาม”
    ไอรีนก็ดึงตัวผมไปเลือกดูทักษะอย่างอื่นที่มันน่าสนใจ แต่ว่าทักษะอันอื่นนั้นไม่มีอะไรให้ผมสนใจเลยแม้แต่น้อยเพราะมีแต่ทักษะที่เพิ่มความสามารถทางด้านสนับสนุนและความสามารถการตรวจจับอีกอย่างมันก็เป็นทักษะที่ค่อนข้างระดับต่ำมากๆ มันจึงไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการในตอนนี้เพราะถึงผมจะมีทักษะเหล่านี้ไปก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตผมปลอดภัยถ้าต้องเจอกับพวกที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
    “ไม่มีทักษะด้านการต่อสู้เลยเหรอ?”
    “ที่นี่ไม่น่าจะมีแล้วเพราะว่าที่เมืองนี้มันเป็นเมืองแห่งนักผจญภัยไม่ใช่เมืองที่อยู่ในเขตการศึกษาเพราะฉะนั้นไม่แปลกที่จะมีทักษะให้เรียนรู้น้อยมาก การที่ทักษะตรวจสอบและทักษะดาบมายาแห่งความมืดหลงมาอยู่ที่นี่ได้ก็คงเป็นเพราะโชคของนายก็ได้นะ”
    “ถ้าเป็นแบบนั้นก็ออกไปกันเถอะ ไม่มีอะไรที่ผมสนใจอีกแล้ว”
    “นายไม่สนใจทักษะสายสนับสนุนและทักษะตรวจจับหน่อยเหรอ? อย่างน้อยมีติดตัวเอาไว้ก็เป็นตัวช่วยที่สำคัญนะ”
    “ผมขอผ่านดีกว่าเพราะผมมีทักษะสนับสนุนหนึ่งทักษะแล้ว และผมก็มั่นใจในการตรวจจับของตนเองว่าสามารถระวังภัยด้วยตนเองได้”
    ใช่แล้วทักษะสนับสนุนที่ว่ามันก็คือ ฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติถึงจะไม่ใช่ทักษะที่สามารถฟื้นฟูตอนกำลังต่อสู้แต่มันก็สามารถใช้ได้ในตอนที่ไม่ได้ต่อสู้แค่นั้นก็พอแล้วเพราะด้วยความสามารถที่เหนือล้ำของมันเองก็พอชดเชยในเรื่องนั้นได้อย่างดีอีกด้วย
    “ถ้านายคิดว่าดีแล้วฉันก็จะไม่บังคับ ถ้าเช่นนั้นก็ออกไปกันเถอะ”
    ผมกับไอรีนก็ออกมาจากหอสมุดจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับไปยังที่พักเพื่อพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้ผมก็จะได้เดินทางไปกับไอรีนต่อ เธอไม่ได้บอกกับผมถึงเนื้อหาของภารกิจแต่ผมก็เชื่อว่าเธอก็คงไม่ได้พาผมไปประสบพบเจอกับอันตรายแน่นอนบางทีอาจเป็นภารกิจที่ง่ายกว่าที่คิดเอาไว้ก็ได้.......... . .

    .