ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 97 ข้อเสนอของจีอู๋ซวง

            จีอู๋ซวงจับขวดกระเบื้องเคลือบไว้ปลายนิ้วของเขาออกแรงจนขาวซีด

            ยามนี้ทั่วทั้งร่างเขาเปี่ยมด้วยความตื่นเต้นจนแทบทนไม่ไหวและปรารถนาจะทราบให้ได้ว่าเป็นผู้ใดกันที่ปรุงยาเหล่านี้? เขาเป็นทั้งหมอและนักปรุงยา เรียนวิชาแพทย์มาตั้งแต่ยังเยาว์จึงรู้ว่าสมุนไพรสองขวดนี้มีค่าแก่การครอบครอง มีราคาควรเมืองมากเพียงใด

            ประการแรกโอสถวิญญาณนั้นหายากยิ่งหากในกระบวนการกลั่นยามีอัตราส่วนใดไม่ถูกต้องหรืออุณหภูมิไฟไม่แม่นยำโอสถจะถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน ไม่หลงเหลือสิ่งใดแม้สักน้อย

            ต่อให้เป็นเขาถ้าได้รับยาอายุวัฒนะประเภทนี้มา เขาก็จะไม่กลั่นมันให้กลายเป็นผงหรือยาเม็ดแต่จะใช้โดยตรงเพื่อป้องกันไม่ให้มันถูกทำลาย

            การกลั่นยาระดับนี้หากไม่มีประสบการณ์ทางการแพทย์มากว่าห้าสิบปีย่อมไม่สามารถปรับแต่งโอสถจนออกมาในรูปแบบนี้ได้เป็นแน่

            เขาทำไม่ได้ และแม้แต่ปรมาจารย์แห่งหุบเขาเย่าหวางเองก็คงทำไม่ได้เช่นกัน

            ดวงตาของจีอู๋ซวงร้อนแรงหาใดเปรียบหัวใจของเขาเร่าร้อนและมองไปที่กำแพงโดยไม่รู้ตัว เขาย่อมรู้ดีว่าตี้หลิงหานอยู่ที่นั่น

            อาการพิษของอาหานเริ่มมีความหวังขึ้นมาสายหนึ่งแล้ว

            เพียงค้นหาผู้ที่ปรุงยาให้พบอาศัยทักษะการปรุงยาระดับนี้ย่อมต้องสามารถกำจัดพิษออกจากร่างกายของอาหานได้อย่างแน่นอน

            “ข้าทราบว่าหออู๋หมิงของพวกท่านจะมีการกำหนดวันประมูลอยู่เป็นประจำขอแค่นำยานี้ออกไป เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ยามปกติต่อสู้กันเช่นคนข้างหน้าล้มคนข้างหลังพลันกระโจนเข้าหาไม่ขาดสาย ห่ำหั่นกันอย่างไม่หยุดพัก เหล่าผู้มากฝีมือที่ทราบดีว่าถ้าพลาดเพียงนิดก็อาจเสียไปเป็นโยชน์ได้ หากในช่วงเวลาที่เร่าร้อนถึงขีดสุดนั้นมีโอสถนี้โผล่ออกมา...”

            ฮวาเหยียนยังไม่ทันกล่าวจบจีอู๋ซวงก็จินตนาการถึงการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อแย่งชิงโอกาสในการครอบครองโอสถเม็ดนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว

            “แม่นางเหยียนผู้ใดเป็นคนกลั่นยาเหล่านี้ออกมาหรือ?”

            ทันใดนั้นจีอู๋ซวงก็ลุกพรวดขึ้นก่อนจะเดินไปตรงหน้าฮวาเหยียนแล้วเอ่ยถามเสียงดัง

            น้ำเสียงของเขาร้อนรนดวงตามีประกายร้อนรุ่ม

            ฮวาเหยียนเม้มริมฝีปากรู้สึกไม่ค่อยยินดีเท่าใดนัก นางพบว่าจีอู๋ซวงจับประเด็นหลักผิดพลาดไปไกล

            ดังนั้นสีหน้าของฮวาเหยียนจึงไม่น่ามองขึ้นมาบ้างแล้ว“หลงจู้ ท่านมิได้เข้าใจผิดใช่หรือไม่ข้ามาที่นี่เพื่อขายโอสถนะเจ้าคะ”

            ความหมายก็คือคำถามอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องแม้เจ้าถามมา ข้าก็ไม่ตอบ

            จีอู๋ซวงรู้สึกร้อนรนอยู่เล็กน้อยทว่ายังมิทันที่เขาจะเปิดปาก ก็ได้ยินฮวาเหยียนเอ่ยขึ้นว่า “ท่านได้ทดสอบประสิทธิภาพของโอสถจินฉวนด้วยตนเองแล้วโอสถเม็ดนี้ก็สามารถทดสอบได้เช่นกัน ข้าจะไม่หักส่วนนี้ออก ขอเพียงหลงจู้ให้ราคาที่น่าพอใจแก่ข้าได้โอสถสองขวดนี้ข้าย่อมขายให้กับหออู๋หมิงแน่นอน”

            เงินจ๋าตอนนี้นางปรารถนาในเงินตราเป็นอย่างยิ่ง

            จีอู๋ซวงมองฮวาเหยียนคิดเพียงว่าสตรีนางนี้ถือเป็นขุมสมบัติอย่างแท้จริง

            กล่าวได้ว่าการที่นางครอบครองหญ้าวิญญาณลึกลับมากกว่าร้อยต้นนั้นอาจเป็นเรื่องบังเอิญก็เป็นได้ หรือหากกล่าวว่านางสามารถครอบครองผลไม้วิญญาณโลหิตสีชาดนั่นก็อาจเป็นเรื่องบังเอิญเช่นเดียวกัน ทว่าสำหรับสมุนไพรสองขวดนี้เล่า? ส่วนผสมภายในนั้นมีทั้งหญ้าวิญญาณลึกลับ หญ้าเกล็ดปลา โสมดำพันปีและใบไม้เลื้อยซวนเทียน หญ้าวิญญาณแต่ละชนิดมีมูลค่าหลายพันตำลึงมีผู้ที่ต้องทิ้งทรัพย์สินของครอบครัวจนหมดสิ้นหรือคนที่ใช้ทั้งชีวิตแลกมาก็ยังมิอาจครอบครองส่วนผสมสักชนิดในนั้นได้ทว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้ากลับหยิบออกมาได้สบายๆดังนั้นนี่ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน

            “แม่นางโปรดเสนอราคามาตราบใดที่แม่นางเป็นฝ่ายเสนอ หออู๋หมิงของข้าย่อมสนองตามนั้น”

            จีอู๋ซวงกล่าว

            น้ำเสียงของเขาในยามนี้เคร่งเครียดเป็นอย่างยิ่ง

            ไม่เหมือนครั้งพบกันเมื่อครู่ที่เอาแต่กล่าววาจาไร้แก่นสาร คราแรกเรียกนางว่าน้องหญิงเหยียน ครู่ต่อมากลับเรียกนางว่าแม่นางเหยียน

            ฮวาเหยียนไม่คิดว่าจีอู๋ซวงจะพูดจาเช่นนี้เป็นน้ำเสียงช่างบ้าระห่ำเสียจริง แต่มันก็สามารถยืนยันความมั่งคั่งของหออู๋หมิงได้เป็นอย่างดี

            ราคาแล้วแต่นางจะเสนอเลยหรือ?ขอเพียงนางลั่นวาจาออกไป หออู๋หมิงก็จะสนองให้ทันที?

            เฮอะ…

            นางรักเงินรักเงินราวกับชีวิต แต่นางรู้จักความพอดีใต้หล้านี้จะมีเรื่องโชคดีเช่นการพบขนมตกลงจากฟ้าได้อย่างไร?

            “เกรงว่าหลงจู้คงมีเงื่อนไขอื่นอีกกระมัง...”

            ฮวาเหยียนเปิดปากเสียงของนางแจ่มใสชัดเจน

            เมื่อได้ยินคำของฮวาเหยียนสายตาของจีอู๋ซวงก็ส่องประกาย ยามนี้นัยน์ตาแสนเกียจคร้านของเขากลับเปล่งประกายราวมีดวงดาวอยู่นับล้านเจิดจ้าสว่างไสว

            สายตาที่เขาใช้มองฮวาเหยียนนั้นเปี่ยมด้วยความสนใจและความชื่นชมเขารู้ตั้งแต่แรกว่าฮวาเหยียนหาใช่ธรรมดา แต่เขาไม่คิดว่านางจะฉลาดเพียงนี้ ถึงขั้นสามารถมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง

            สตรีนางนี้สรุปแล้วเป็นเทพเซียนมาจากที่ใด?อาหานเองก็รู้จักหรือ?

            จีอู๋ซวงเหลือบมองไปที่ห้องลับหลังผนังอีกครั้ง

            เวลานี้ตี้หลิงหานอยู่ในห้องลับนั้นจริงๆซึ่งเป็นห้องที่สร้างอยู่ภายในกำแพง พื้นที่ไม่เล็ก ทั้งยังหรูหราเป็นอย่างยิ่งไม่รู้ว่าใช้วัสดุใดในการสร้าง ทว่าคนที่นั่งข้างในสามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายนอกได้ชัดเจน

            เมื่อวานหลังจากที่ได้ยินจีอู๋ซวงพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหออู๋หมิง เขาก็เริ่มสนใจสตรีใต้หมวกงอบ ไม่ มิใช่สนใจ แต่เป็นความประหลาดใจ...

            มีเงินมากมายในมือตัวตนถูกซ่อนอย่างลึกลับ อีกทั้งยังอุ้มหมาป่าตัวน้อยมาด้วยหนึ่งตัวและในนามนั้นมีคำว่า ‘เหยียน’ อยู่ เบาะแสเหล่านี้เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และมีคนผู้หนึ่งผุดขึ้นมาในสายธารความคิดของเขาทันทีมู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่!

            เขามีความทรงจำเกี่ยวกับหมาป่าตัวน้อยนั่นครั้งอั้นจิ่วไล่ตามไปเคยกล่าวไว้ว่า มารดากับบุตรชายคู่หนึ่ง ลาหนึ่งตัวและหมาป่าตัวน้อยหนึ่งตัว

            สตรีนางนั้นเขาย่อมประทับใจมากเช่นกัน

            ดังนั้นวันนี้เขาจึงมาที่นี่เพื่อฆ่าเวลาล้างความเบื่อหน่ายหากยืนยันได้ว่าสตรีที่ขายหญ้าวิญญาณลึกลับหลายร้อยต้นให้แก่หออู๋หมิงเมื่อวานคือมู่อันเหยียนตี้หลิงหานหรี่ตาลง ในชั่วพริบตานั้นปรากฏประกายเย็นชาและโหดร้ายวาบผ่านดวงตาของเขา

            เขายกมือขึ้นเอานิ้วลูบริมฝีปาก นึกถึงความอัปยศที่สตรีนางนั้นนำมาให้ มุมปากของเขาก็พลันหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา

            หากนางสามารถเก็บเงินได้มากขึ้นเรื่อยๆเช่นนี้ เขาตี้หลิงหานยังต้องรักษาหน้าอยู่หรือไม่? ต้องการทั้งเงินและสิ่งของ?ใต้หล้านี้จะมีเรื่องดีๆ เยี่ยงนี้ได้อย่างไร ถ้านางกลายมาเป็นสาวรับใช้ในจวนไท่จื่อเขาจะต้องทำให้สตรีชั่วร้ายไร้ยางอายผู้นี้ทุกข์ทรมานดั่งอยู่มิสู้ตายเพื่อล้างแค้นให้ตนเองที่ถูกดูหมิ่นและทำให้อับอายขายหน้า

            ตี้หลิงหานนั่งอยู่ในห้องลับคนที่นั่งตรงข้ามเขาคืออั้นจิ่ว บาดแผลบนหลังของอั้นจิ่วยังไม่หายสนิทดีก็ถูกเรียกออกมาเสียแล้วเดิมทีนึกว่าจะโดนส่งเข้าตำหนักเย็น ไม่คิดว่าผู้เป็นนายจะให้โอกาสอีกครั้ง

            งานที่ได้รับมอบหมายคือค้นหาตัวตนของนางให้พบ

            “เป็นอย่างไรบ้าง?”

            ตี้หลิงหานถาม

            ฮวาเหยียนสวมหมวกงอบ ดังนั้นจึงมองเห็นใบหน้าได้ไม่ชัดเจน อีกทั้งวันนี้นางยังมิได้อุ้มสัตว์เลี้ยงตัวน้อยมาด้วยจึงยากที่จะจำแนกว่าคือผู้ใด

            “เรียนนายท่านข้าน้อยดูแล้วรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาขอรับ”

            อั้นจิ่วรู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อย

            สีหน้าของตี้หลิงหานเย็นชาและไม่แยแสต่อสิ่งใดเขามิได้เปิดปากกล่าวต่อ มีเพียงสายตาเย็นชาที่จับจ้อง

            เพราะซ่อนตัวอยู่ในห้องลับแม้จะสามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวภายนอก แต่พวกเขากลับไม่ได้ยินบทสนทนาของคนทั้งสองที่อยู่อีกด้านเห็นเพียงจีอู๋ซวงมีท่าทีตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

            ชายผู้นี้เดิมทีมีนิสัยเกียจคร้านอยู่เป็นนิจหาได้ยากยิ่งที่จะเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นตกใจจนเป็นเช่นนี้ ตกลงว่าสตรีนางนั้นกล่าวอันใดกับเขากันแน่?

            “มีเงื่อนไขใดหรือ?”

            ฮวาเหยียนเอ่ยถามอีกครั้ง

            ให้นางเรียกร้องได้อย่างไม่จำกัดแน่นอนว่าเงื่อนไขย่อมไม่ง่ายนัก

            หลังสิ้นเสียงนาง พลันได้ยินจีอู๋ซวงกล่าวว่า“แม่นางเหยียน ข้ามิขอปิดบังเจ้า ตัวข้าจีอู๋ซวงชื่นชอบการแพทย์มาตั้งแต่เด็กทว่าไม่มีทั้งบิดามารดาหรือครูบาอาจารย์ จึงได้แต่ศึกษาอย่างหนักด้วยตัวคนเดียวแต่ความเข้าใจของข้าย่อมมีจำกัด วันนี้เมื่อข้าได้เห็นโอสถสองขวดนี้ ก็รู้ว่าแพทย์ที่ปรุงยานี้ได้ต้องเป็นยอดฝีมือระดับสูงที่มิอาจมีผู้ใดเทียบดังนั้นข้าจึงขอเรียนถาม ไม่ทราบว่าแม่นางเหยียนจะสามารถแนะนำท่านผู้นั้นให้ข้ารู้จักสักหน่อยได้หรือไม่?”

            “ท่านเพียงต้องการพบคนที่ปรุงยานี้เท่านั้นหรือ?ง่ายแค่นี้เองหรือ?”

            ฮวาเหยียนไม่นึกว่าจีอู๋ซวงจะเอ่ยถามเช่นนี้ออกมาเขาแค่ต้องการพบหยวนเป่าหรือ?

            นางจิ้มนิ้วลงบนโต๊ะแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้น...

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน