แสงสีขาวสาดส่องไปทั่วตำหนักหยางจ้าวขณะที่นำผลึกทดสอบพลังของทารกน้อยโดยวางคริสตัลไว้ตรงหน้าอกพร้อมทั้งใช้มือสองข้างบังคับปราณบริสุทธิ์ของทารกน้อยให้ไหลเข้าไปยังผลึก
การทดสอบพร์ในปราณกับกระดูกนั้นแบ่งระดับความสำเร็จโดยหากภายในผลึกเกิดการเปลี่ยนแปลง บรรจุไปด้วยแสงคล้ายหิ่งห้อยแต่ละระดับแสงหิ่งห้อยจะปรากฎสูงสุดเพียง 5 แสงเท่านั้น ระดับต่ำสุดคือแสงสีเทาแห่งปุถุชนพร์ระดับธรรมดา ถัดมาคือแสงสีเขียวหากเติบใหญ่มีสิทธิ์ทะลวงเกินระดับ7แห่งปราณแรกกำเนิดหากโชคดีอาจได้ไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดแห่งปราณแรกกำเนิด สูงขึ้นไปหน่อยคือแสงสีฟ้า สีม่วง สีทอง สีชาด ตามลำดับ ทว่าภายในเมืองฟ้าอำพันอันห่างไกลจากเมืองหลวงของอาณาจักรแดนน่านสมุทรนั้นผู้ที่ได้แสงสีฟ้า 1 แสงนั้นมีเพียงหัวหน้าตระกูลที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบันของห้าตระกูลใหญ่ในเมืองเท่านั้น
การทดสอบกินเวลาเกือบครึ่งชั่วยามจึงเสร็จสิ้นลงในที่สุด หากแต่สีหน้าของหยางจ้าวในเวลานี้กลับบิดเบี้ยวทมึนคล้ายดั่งสัตว์อสูรโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากในเวลานี้เองผลการทดสอบของผลึกทดสอบพลังได้ปรากฎขึ้นแล้วแสงที่เล็ดหลอดออกมาจากคริสตัลที่วางอยู่กลางอกของทารกน้อยเบาบางยิ่งผนวกกับรูปลักษณ์ของแสงดังหิ่งห้อยกับปรากฎเป็จุดเดียวขนาดใหญ่ แต่กลับเป็สีขาวซึ่งเป็สีที่ต่ำกว่าสีเทาของปุถุชนผู้ไม่มีพร์ในการฝึกยุทธ์เสียอีกเป็สีที่แม้แต่ในบันทึกเก่าแก่ก็ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า่ชีวิตสามารถบรรลุเส้นทางแห่นการฝึกตนได้มากสุดไม่เกินระดับ1แห่งปรานแรกกำเนิด ทั้งสีพร์สีขาวยังเป็สีที่ห้ายากกล่าวว่า 1 ในล้านคนอาจประสบพบเจอเพียงหนึ่งที่มีพร์การฝึกตนต่ำต้อยด้อยค่ากว่าขยะเช่นนี้
ในหัวใจของหยางจ้าวตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธเจือปนอยู่หลายส่วนเนื่องด้วยการที่มันต้องเสี่ยงอันตรายเดินเข้าป่าของเขตชายแดนแม้ขณะเดินเข้าจะไม่พบสัตว์อสูรใดก็ตามแต่ขณะเดินทางออกจากป่าเขตชายแดนนั้น เพราะอะไรก็ไม่ทราบได้กลับพบสัตว์อสูรระดับต่ำตลอดทางแม้สัตว์อสูรระดับต่ำพวกนี้ ระดับพลังของหยางจ้าวจะรับมือได้อย่างไม่ยากเย็นนักแต่ก็เสียแรงและเวลาไปอักโขหากแต่ตอนนั้นมันกลับคิดเพียงว่าทารกผู้นี้ที่มันนำกลับมาต้องมีพลังลึกลับเติบโตยิ่งใหญ่จนสามารถสร้างชื่อให้มันาุโลำดับที่ห้าแห่งตระกูลหยางได้ในอนาคต พอกลับถึงตระกูลหลังจบการพูดคุยกับหัวหน้าตระกูลแล้วมันเร่งรีบไปคลังใหญ่ของตระกูลหยางเพื่อนำเอาผลึกทดสอบพร์กลับมาและต้องจ่ายเงินให้ตระกูลเพื่อซื้อสิ่งนี้ไปจำนวนไม่น้อยเพื่อมาทดสอบทารกน้อย ความหวังว่าพลังของทารกน้อยนี้ควรสามารถเหยียบถึงแสงสีฟ้า 1 แสงหิ่งห้อยเป็อย่างแน่แท้เนื่องจากลมปราณลึกลับที่แผ่ออกมาจากร่างทารกเมื่อครั้งพบเจอกัน แต่ผลที่ออกมายามกลับนี้ชัดเจนว่าแสงแห่งพร์ที่สาดส่องออกมาจากผลึกเป็แสงสีขาวซึ่งเป็ระดับหายากอย่างยิ่ง พร์ที่ต่ำกว่าระดับปุถุชนน่าขยะแขยงเสียยิ่งกว่าขยะเสียอีก
" เหตุใดมันจึงเป็เช่นนี้ นี่ข้าเสียเวลากับเ้าเด็กนี่นานถึงครึ่งเดือนกว่าจะนำมันมาถึงตระกูลหยางทั้งยังเสียทรัพย์สินส่วนตัวบางส่วนไปกับของใช้ส่วนตัวของทารกน้อยนี่และไหนยังจะผลึกทดสอบพลังอีกแล้วยิ่งพร์ที่ต่ำกว่าขยะเยี่ยงนี้คืออันใดกัน " น้ำเสียงของหยางจ้าวกล่าวด้วยเสียงสั่นเทามีจิตสังหารเจือปนในน้ำเสียงและรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่กล่าว
" ท่านหยางจ้าว โปรดยับยั้งอารมณ์ก่อนเถิดเ้าค่ะ " เสียงของหยางซูไพเราะนุ่มลึกหากแต่การเรียกของดรุณีน้อยบ่าวรับใช้ตอนนี้กลับมีความวิตกอย่างที่สุดเนื่องด้วยกลัวว่าหยางจ้าวจะผิดหวังจนเกินไปจนพลั้งมือฆ่าทารกน้อยนี้เข้า
" หยางซูเ้ารีบนำเ้าทารกขยะผู้นี้ไปทิ้งให้ห่างไกลจากสายตาข้าเดี๋ยวนี้ จะนำไปไว้ที่กองขยะแห่งหนใดในเมืองก็ได้ ข้าไม่อยากเห็นมันอีก " ทุกคำกล่าวของหยางจ้าวนั้นเต็มไปด้วยสรรพอารม ความหวังที่ถูกทำลายเจือปนด้วยความโกรธเกรี้ยว แทรกมาด้วยจิตสังหารตลอดคำพูด
" นายท่านหยางจ้าว ได้โปรดเมตตาทารกน้อยด้วยเถิดเ้าค่ะ ข้าน้อยขอให้นายท่านพิจาณาอีกครั้งด้วยเถิดเ้าค่ะ หากนำทารกน้อยไปทิ้งมันต้องตกตายจากความหิวโหยเน่าเปื่อยไปบนกองขยะ แม้ทารกน้อยจะมีพร์ต่ำกว่าระดับปุถุชนแต่หากเกิดเป็คนย่อมต้องทำประโยชน์อย่างอื่นให้นายท่านได้ในภายภาคหน้าแน่นอนเ้าค่ะ " ขณะพูดไปหยางซูคุกเข่าก้มหัวลงต่ำเพื่อขอร้องผู้เป็นายอีกครั้งคำกล่าวนั้นทั้งสั่นเครือและเต็มไปด้วยความร้องขออันที่สุด หากผู้ใดได้ฟังใจอดอ่อนลงและเคลิ้มตามคำขอของดรุณีน้อยบ่าวรับใช้ผู้นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับหน้าตาที่งดงามเทียบได้กับคุณหนูตระกูลระดับใหญ่แล้ว หน้าตาของหยางซูไม่ได้ดูด้อยว่าแต่อย่างใด
ฮึ่ม.. เสียงถอนหายใจหยางจ้าวดังและยาวออกมา " ก็ได้หากเ้าร้องขอข้า ข้าจะเว้นทางรอดให้แก่มัน หากเ้ายินยอมรับมันไปเลี้ยงดูเองข้าจะละเว้นแต่หากเ้าไม่ยอมรับนำมันไปเลี้ยงเช่นนั้นจงทำตามคำสั่งเดิมของข้า นำมันเป็ทิ้งไว้ที่กองขยะดั่งพร์ของมันเสีย " น้ำเสียงของหยางจ้าวยังคงเกรี้ยวกราดเช่นเดิมไม่ได้มีความโอนอ่อนในน้ำเสียงเวลาที่พูดถึงทารกน้อยหยางเทียนแม้แต่น้อย
" ขอบพระคุณนายท่านหยางจ้าวที่เมตตา " หยางซูก้มลงคำนับต่ำต่อผู้เป็นายจนถึงพื้นขณะที่กล่าวขอบคุณหยางจ้าวถึงสามครั้ง
เมื่อกล่าวกับหยางจ้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วหยางซูรีบนำทารกน้อยออกมาจากตำหนักและมุ่งตรงไปยังบ้านพักบ่าวรับใช้ของตนเองทันทีเนื่องด้วยกลัวว่าหยางจ้าวจะเปลี่ยนใจในภายหลัง
หลังจากกลับมาถึงที่พัก ต้องกล่าวว่าดูจะเป็กระต๊อบเสียมากกว่า ภายในอันเล็กแคบไม่ได้ประดับประดาด้วยสิ่งหรูหราอันใด จะมีก็แต่ปลาตากแห้งที่แขวนบนผนังก็เท่านั้น นอกนั้นเป็ของกินของใช้เก่าๆ ชัดเจนยิ่งว่าฐานะบ่าวรับใช้ต้อยต่ำปานใดแม้หยางจ้าวจะแสดงความอ่อนโยนต่อดรุณีผู้นี้แต่กลับไม่ได้ช่วยเื่ความเป็อยู่อันใดแก่นางเลยแม้แต่น้อย หยางซูวางทารกในเปลหวายภายในบ้าน หน้าตาแสดงออกถึงความเมตตาปนสงสารต่อทารกน้อยยิ่งหนัก
" ตัวเ้าดูท่าว่าจะอาภัพกว่าข้ายิ่งนักไม่รู้กระทั่งว่าพ่อแม่เป็ใคร ไหนจะพร์อันต่ำกว่าปุถุชนของเ้าอีก น่ากลัวว่าตลอดชีวิตทารกน้อยหน้าตาสดใสเช่นเ้าคงจะไม่พ้นหยุดอยู่ที่ปราณแรกกำเนิดไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน เห้อ..... " หยางซูนั่งมองทารกน้อยและถอดถอนใจอยู่เป็เวลานานความเมตตาของนางนั้นเป็ส่วนนึงที่ยินยอมรับทารกน้อยมาเลี้ยงด้วยตนเอง แต่อีกส่วนใหญ่ที่นางยอมรับนั้นเป็เพราะว่าตลอดทางที่เดินทางกลับนางจะเป็ผู้ที่อุ้มและโอบกอดทารกน้อยไว้ หยางซูจึงรู้สึกผูกพันธ์กับเด็กนี้ยิ่งหากจะให้นำไปทิ้งนางคงไม่มีทางทำใจยอมรับได้อย่างแน่แท้
" เอาเถอะแม้ว่านายท่านหยางจ้าวไม่้ารับเ้าเป็บุตรบุญธรรมแล้ว ข้าจะรับเ้าเป็บุตรบุญธรรมของข้าและเลี้ยงดูเ้าจนเติบใหญ่เอง ถึงแม้ว่าข้าจะเป็เพียงบ่าวรับใช้แต่มันยังคงดีกว่าปล่อยเ้าไว้ที่กองขยะมากนักเจ้าทารกน้อยหยางเทียน " คำกล่าวที่อ่อนโยนปรากฎออกมาไม่หยุดหย่อน พร้อมสีหน้าราวผู้เสียสละ อ่อนโยนดุจสายนทีของหยางซู ประกอบด้วยรอยยิ้มขณะพูดที่มีให้แก่ทารกน้อย