เงาดำที่ซูอินะโเตือน
พุ่งเข้าหลังองค์ชายด้วยความเร็วเหมือนลูกศร
เธอไม่ทันคิด—ผลักองค์ชายออก และกระโจนเข้าขวางทันที
ฟึ่บ!
เงานั้นพุ่งทะลุตัวเธอ
เหมือนควันสีมืดแผ่กระจาย
ผิวซูอินเย็นจัด
ร่างเธอเซเหมือนจะล้ม
องค์ชายฉีอวิ้นคว้าเอวเธอไว้ทัน
ใช้แขนเดียวดึงเข้าหาตัว
ในท่า Caught-in-His-Arms Moment แบบสมบูรณ์
ใบหน้าทั้งคู่ใกล้กันแค่ลมหายใจ
ซูอินหน้าแดงจนหูไหม้
องค์ชายกระซิบต่ำ
“เ้าบ้าไปแล้วหรือ กล้าเสี่ยงชีวิตเพื่อข้า?”
“ข้าไม่ได้คิด…!”
(พูดไม่จบ เพราะหัวใจเต้นแรงกว่าความคิด)
เขาขมวดคิ้ว
มองเงาที่เพิ่งซึมเข้าพื้นราวกับหายไปจากโลก
“มันไม่ใช่ปีศาจ… แต่มันเหมือนคำเตือน”
เขาหันกลับมากอดเธอแน่นขึ้นอีก
เหมือนกลัวว่าเธอจะละลายหายตามเงานั้นไป
เมื่อทหารมารายงานว่า “คนที่จะตายในพรุ่งนี้” อาจเกี่ยวกับพิธีดื่มชาเช้า
ซูอินถึงกับผงะ
“พิธีชาวันนี้… ท่านต้องดื่มกับเหล่าขุนนางระดับสูงใช่ไหมเพคะ?”
องค์ชายพยักหน้า
กำลังใส่ชุดครามปักัอย่างสง่างาม
ซูอินรีบเข้าไปดึงแขนเสื้อเขา
ั์ตาเธอร้อนขึ้นแปลก ๆ
ทั้งเป็ห่วง ทั้งโมโห ทั้งกลัว
“ท่านห้ามดื่มนะเพคะ! ข้าฝันเมื่อคืนว่า—ไม่สิ ข้า ‘รู้สึก’ ว่ามีอะไรไม่ดี!”
เขายกมือแตะศีรษะเธอ
ลูบผมเบา ๆ จนเธอชะงักไปทั้งตัว
“ห่วงข้าอีกแล้วใช่ไหม”
“ข้า… ก็แค่…!”
(ปฏิเสธไม่ออก)
เขายิ้มมุมปาก—ยิ้มแบบชายที่รู้ว่าอีกฝ่ายเขินจนพูดอะไรมั่ว ๆ
แล้วพูดช้า ๆ
“ข้าจะระวังตามที่เ้าบอก”
ห้องโถงกลางเต็มไปด้วยขุนนาง
ทุกคนจับตาดูองค์ชายฉีอวิ้นที่นั่งบนอาสนะสูง
น้ำชาถ้วยใหม่ถูกยกมาในถาดทอง
กลิ่นหอมยั่วลึกจนน่าขนลุก
ซูอินแอบซ่อนตัวหลังกำแพง
มองผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลัก
“นั่นมัน… กลิ่นเหมือน…”
เธอพึมพำ
มือเย็นเหงื่อซึม
เพราะเธอจำได้แม่น
“ชาเมฆทมิฬ…!”
ในโลกเดิม
เธอเคยอ่านตำรากำลังภายในเื่หนึ่ง
บอกว่าชาเมฆทมิฬเป็ “พิษ์” ที่ใช้วัดผู้สืบชะตา
ถ้าผู้ดื่มมีพลัง์ในตัว—จะไม่ตาย
แต่ถ้าไม่ใช่…
เืจะไหลออกจากเจ็ดทวาร
ซูอินสั่น
ยกมือปิดปากตัวเอง
หัวใจเหมือนจะหยุดเต้น
“ไม่นะ… องค์ชายไม่มีพลัง์อะไร…! เขาจะตายนี่!”
แต่แล้ว—เธอก็เห็นสิ่งที่ทำให้ลมหายใจสะดุด
ผู้ถวายชาหัวเราะในลำคอ
พูดเสียงเบาราวกับร่ายมนต์
“…ใครที่์ไม่เลือก—ต้องตายวันนี้…”
ซูอินผลักประตูพรวดเข้าไปทันที
ลืมกฎ ลืมมารยาท ลืมทุกอย่าง
เสียงแตกฮือทั่วห้องโถง
“นางเป็ใคร!”
“บังอาจนัก กล้าบุกเข้าพิธีชา!”
“พ่ะย่ะค่ะ จับนางออกไป—!”
องค์ชายยกมือห้าม
สายตาเขาใแต่ลึกลงไปมีประกายอบอุ่นปนซาบซึ้งแวบหนึ่ง
ซูอินแย่งถ้วยชาไปไว้ในมืออย่างรวดเร็ว
ก่อนจะเทลงพื้นอย่างไม่สนใจใครทั้งสิ้น
สวบ!
ชาที่ตกพื้น
เดือดพล่านเหมือนน้ำมันร้อน
ก่อนจะเผาพื้นไม้เป็รูป “ดวงดาวเจ็ดดวง”
ทั่วทั้งห้องโถงชะงัก
องค์ชายลุกขึ้นยืน
สีหน้าเปลี่ยนเป็ความเย็นเยียบ
“…พิษ์?”
ซูอินหอบหายใจ
มองตาเขา
“ถ้าท่านดื่ม—ท่านตายแน่เพคะ!”
ขุนนางหลายคนใ
แต่บางคนกลับยิ้มมุมปากเหมือนพอใจที่แผนถูกเปิดโปง
หนึ่งในนั้นพูดลอย ๆ
“นางหญิงสามัญจะรู้เื่พิษ์ได้อย่างไร…”
ซูอินกัดฟัน
กำลังจะเถียง
แต่องค์ชายกลับก้าวไปยืนหน้าซูอิน
ยืนบังเธอไว้
มองขุนนางเ่าั้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็ความเย็นและอันตรายเฉียบคม
“ไม่สำคัญว่านางเป็ใคร
สำคัญที่นางช่วยชีวิตข้า”
เสียงเขาดังก้อง
หนักแน่นจนพื้นห้องเหมือนจะะเื
ผู้ถวายชาที่เงียบอยู่นาน
หัวเราะแ่ ๆ
เหมือนเสียงลมเข้ากระดูก
“ข้าก็หวังอยู่แล้วว่าเ้าจะไม่ตายง่าย ๆ…”
ซูอินหันขวับ
องค์ชายชักดาบออกจากฝักทันที
ร่างของผู้ถวายชา “ยุบตัวลง”
ก่อนจะกลายเป็เงาดำ
เหมือนเงาที่ไล่ล่าซูอินเมื่อคืน
แต่ดวงตาเป็สีเงิน
ราวกับมาจาก “ภพ์”
มันพูดเบา ๆ
“…ถ้าท่านคือผู้ถูกเลือกของดาวดวงที่สาม…
ข้าจะกลับมารับดวงชะตาท่านเร็ว ๆ นี้…”
แล้วเงานั้นก็สลายเป็หมอกสีเงิน
เหมือนกลิ่นชาปลิวไปตามลม
ทั้งโถงเงียบงัน
มีเพียงซูอินที่ยืนตัวสั่น
และองค์ชายที่ค่อย ๆ โอบไหล่เธอไว้
เขากระซิบ
เสียงทุ้มอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ข้าติดค้างชีวิตกับเ้า…ซูอิน”
เธอเงยหน้าขึ้น
หัวใจกับลมหายใจพันกันยุ่งเหยิง
เขายิ้มบาง ๆ
และพูดเบา ๆ
“และข้า… จะตอบแทนมันแน่นอน”
ทันทีที่เขาพูดจบ
จู่ ๆ ซูอินก็เจ็บหัวใจวาบเหมือนถูกบีบ
ภาพหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว—ภาพองค์ชายยืนท่ามกลางเปลวไฟ
เืไหลจากดวงตา
และเธอเอง… นอนอยู่ตรงหน้าเขา
ไร้ลมหายใจ
ซูอินกัดปาก
พร่ำเบา ๆ
“…ไม่… ข้าจะไม่ตาย…”
องค์ชายได้ยิน
จึงจับมือเธอแน่น
แรงพอให้เธอรู้ว่าเขาไม่ปล่อยไปไหนอีกแล้ว
“ไม่มีใครตายทั้งนั้น—ตราบใดที่ข้าอยู่ตรงนี้”
—จบบทที่ 14—