คฤหาสน์ตระกูลถัง
“อ๊ากกกบัดซบพวกนั้นเป็นใครกัน”ถังหยางตะโกนลั่นอออกมาอย่างแค้นเคืองเพราะเขาได้รับข่าวแล้วว่าคนของเขาที่ไปขนหยกนั้นตายอนาถกันหมดไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียวคนอื่นๆเขาไม่ได้สนใจหรอกนอกจากฉูหยางที่เป็นคนของเขาจริงๆและกว่าจะสามารถบ่มเพาะจนมาถึงระดับ S ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยแม้แต่น้อย!!
“แล้วหยกละ”ถังหยางตั้งสติขึ้นมาก่อนกล่าวถามคนที่มารายงานเขา
“ดูเหมือนว่าหยกจะไม่ได้ถูกปล้นไปครับนายน้อยเพราะว่าเราตรวจสอบดูแล้วว่าหยกทั้งสองก้อนนั้นเป็นของจริงแต่ว่าคนขับรถดุเหมือนจะรู้ว่าตัวเองไม่รอดเลยชิงฆ่าตัวตายไปก่อน”
“ฆ่าตัวตาย?”ถังหยางมุมปากกระตุกทันทีมองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่านี้คือแผนการที่เตรียมเอาไว้แล้วแต่ว่าใครละที่เป็นคนทำ
“น้องห้างั้นเหรอไม่สิมันเจาะจงเกินไปอีกอย่างเขาเป็นคนเจ้าแผนการและเจ้าเล่ห์มากจากการวางแผนที่ผ่านๆมาไม่น่าจะใช่แต่ก็ไม่สามารถตัดออกไปได้แต่ที่ต้องตรวจสอบด่วนที่สุดดูเหนืองจะเป็นน้อง สอง และน้องสาม”ถังหยางพูดเบาๆคนเดียวก่อนที่เขาจะสั่งให้คนไปตรวจสอบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดแผลครั้งนี้แน่นอนว่าเขาต้องแก้แค้น!!
“นายจะบอกว่าขบวนของพี่รองถูกโจมตีงั้นเหรอ?”ถังตงพูดขึ้นมาอย่างแปลกใจมีเรรื่องดีๆแบบนี้เกิดขึ้นด้วยงั้นเหรอเนี่ย
“ใช่ครับนายน้อยดูจากสภาพแล้วคงไม่มีใครรอดไปได้เลยแม้แต่น้อยแต่รถขนหยกกลับหายไป”ติงลี่พูดขึ้นมา
“เยี่ยมยอดเยี่ยมจริง!!”ถังตงพูดขึ้นมาอย่างยินดี
“แล้วเราต้องไปสืบไหมครับว่าเป็นฝีมือของใคร”ติงลี่พูดขึ้นมา
“ไม่ต้องไม่ว่าจะเป็นใครการที่ทำแบบนี้ฉันจะช่วยคือเล็กๆน้อยแล้วกันจะได้าสร้างความสับสนให้พี่รองได้นานๆทีเขาจะลำบากฉันไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆหรอก”ถังตงพูดขึ้นมาซึ่งถังหมิงจูกก็คิดคล้ายถังตงเหมือนกันนั้นจึงทำให้ถังหยางลังเลอย่างมากว่าสรุปแล้วเป็นฝีมือใครกันแน่เพราะสถานที่เกิดเหตุนั้นตอนนี้ก็ไม่สามารถเข้าไปได้แล้วเนื่องจากมีทหารมาลาดตระเวนตลอด!
“นายน้อยทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วครับ”กังหยูหลังจากมาถึงแล้วก็รายงานเรื่องต่าง ๆให้ถังหลินฟังทันที
“ยอดเยี่ยมไม่เสียแรงเปล่าเลยจริงๆ”ถังหลินพูดขึ้นมาดูเหมือนว่าอำนาจของไป่ฉีจะมากกว่าที่เขาคิดไว้สะอีก
“ส่วนการเสียหายละ”ถังหลิงถามซุนหยาง
“หมากที่เราวางไว้ขางกายถังหยางโดนกำจัดทิ้งไปมากกว่าครึ่่ง”ซุนหยางรายงานออกมาซึ่งเขาคิดว่าจำนวนนี้พอรับได้ยังไงพวกนั้นก็เป็นคนธรรมดาคนธรรมดาแลกกับชีวิตของระดับS นั้นคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง!!
“ชดเชยให้ครอบครัวพวกเขาด้วยเงินสิบล้านยหยวนและส่งออกจากเมืองปักกิ่งสะ”ถังหลินพูดขึ้นมานี้ถือว่าเป็นค่าชดเชยให้กับพวกเขาที่ทำงานให้ถังหลินจนตัวตาย! ซึ่งถังหลินก็ไม่ได้แปลกใจอะไรในเมื่อถังหยางรู้ว่าข้างตัวเองมีหนอนก็ต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวดและกำจัดทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นภัยใดๆในอนาคต!
“รับทราบครับนายน้อย”ซุนหยางตอบกลับก่อนที่จะเดินออกไปทำตามที่สั่งเพราะคนที่ตายไปในครั้งนี้ไม่น้อยเลย!
“พรุ่งนี้นายก็ไปกับฉันด้วยแล้วกันกังหยูดุเหมือนจะมีวิธีบรวงสรวงเปิดกล้องอยู่ด้วย”ถังหลินพูดขึ้นมาหลักจากเขานึกขึ้นได้ว่าวันพรุ่งนี้นั้นเขามีนัดกับผู้กำกับเถี่ย..
วันต่อมา
“สวัสดียินดีที่ได้พบกับครับ”ถังหลินพูดออกมาหลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกองถ่ายแล้วโดยในวันนี้พวกเขาจะทำการบวงสรวงกันก่อนที่จะเริ่มการถ่ายทำ!
“หล่อโฮกไม่คิดว่าตัวจริงจะหล่อกว่าในรูปสะอีก”ทีมงานแช่งแต่งหน้าผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“หล่อ รวย แถมยังใจดีอีกด้วย”เพื่อนข้างๆของเธอก็พูดขึ้นมาบ้างเนื่องจากถังหลินจะตกลงเป็นผู้สนับสนุนหลักของเรื่องนี้แล้ววันนี้เขายังซื้อน้ำและขนมมาแจกจ่ายทีมงานอีกด้วย
“ฮ่าๆยินดีๆ”เถี่ยซุนกล่าวออกมาตอนแรกเขานึกว่าถังหลินจะมาช้ากว่านี้สะอีกเลยไม่ได้เตรียมตัวเท่าไหร่
“นี้ผมมาเช้าเกินไปรึเปล่า”ถังหลินพูดขึ้นมาเนื่องจากเขาหันไปรอบๆนอกจากทีมงานไม่กี่คนแล้วยังไม่เห็นนักแสดงสักคนเลยแม้แต่น้อย
“เออจริงๆแล้วเนื่องจากหลายๆคนมีถ่ายงานช่วงเช้าเลยยังไม่มากันหรอกคงต้องรอสายๆหน่อย”เถี่ยนซุนพูดออกมา
ถังหลินคิ้วกระตุกยิกๆทันทีให้ตายเถอะเขาลืมไปว่าการถ่ายละครครั้งนี้เขาถ่ายกับดาราดังทั้งนั้น!!
หลังจากนั้นถังหลินก็นั่งรอไม่สิงัดข้อกับกังหยูรอเนื่องจากเขาไม่มีอะไรทำบทเขาก็จำได้หมดแล้วการแสดงเขาก็ได้ทักษะการแสดงขั้นเทพมาขนาดนั้นจึงไม่จำเป็นต้องซ้อมเลยแม้แต่น้อยเข้าถึงบทบาทได้ทันที!
“นายว่างถึงกับต้องมาเล่นงัดข้อกับบอดดีการ์ดเลยรึไง”ฉินลี่หลินพูดขึ้นมาหลังจากที่เธอเดินทางมาถึงแล้วเนื่องจากวันนี้ช่วงเช้าเธอมีงานถ่ายโฆษณาแค่ตัวเดียว
“ทำไงได้ก็ฉันไม่ได้มีถ่ายโฆษณาเหมือนคนอื่น ๆสักหน่อยบทก็จำได้หมดแล้วเหมือนกัน”ถังหลินตอบกลับไปพลางโบกมืิอส่งสัญญาณให้กังหยูว่าพอแล้วเพราะเขาก็รู้สึกปวดแขนขึ้นมาหน่อยๆแล้วเหมือนกันหลังจากดึงกันไปมากว่าขั่วโมง!
“นี้นายคงไม่ได้มาตรงตามเวลาที่ผู้กำกับนัดหรอกนะ”ฉินลี่หลินถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ
“เธอคิดว่าไงละ?”ถังหลินตอบกล่าวอย่างเอือยๆ
“โหวฉันลืมไปว่านายนะเป็นน้องใหม่ของวงการละนะ”ฉินลี่หลินพูดขึ้นมาพลางพยายามกลั้นหัวเราะไปด้วย
“เฮ้ๆถ้าอยากขำขนาดนั้นไม่ต้องกลั้นก็ได้มั้งหัวเราะออกมาเถอะ”ถังหลินพูดขึ้นมา
“ฮ่าๆๆ”เสียงหัวเราะของหญิงสาวดังขึ้นซึ่งภายนี้ถูกบันทึกไว้โดยทีมงานเช่นกันเอาไว้โปรโมทว่าเคมีคู่พระนางนั้นเข้ากันแค่ไหน!
หลังจากนั้นนักสแดงคนอื่น ๆก็เริ่มทยอยกันมาแล้วถังหลินก็ถ่อนตัวเป็นอย่างมากเขาได้เข้าไปทำความรู้จักกับทุกคนยังไงสะต่อจากนี้ก็ต้องแสดงร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์และผลลัพธ์ที่ดีเขาต้องการจึงต้องถ่อมตนเข้าไว้ให้ทุกคนเอ็นดู!
“ถังน้อยไม่คิดเลยว่าจะถ่อมตัวขนาดนี้”เฒ่าซุนพูออกมาอย่างแปลกใจเพราะเขาก้ได้รับรู้มาบ้างว่าถังหลินเป็นผู้สนับสนุนหลักหลังจากสตาร์ไลน์ถอนทุนไป
“ผู้อาวุโสพูดเกินไปแล้วนี้เป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้วทุกคนจะได้ไม่ต้องเกร็ง”ถังหลินพูดขึ้นมาด้วยความเคารพเพราะเขาได้ยินจากปากฉินลี่หลินว่าผู้อาวุโสท่านนี้อยู่ในวงการมาแล้วกว่าสามสิบปี! และกวาดรางวัลไปมากมายค่าตัวของเขาแพงกว่าของถังหลินและฉินลี่หลินรวมกันอีก!
“ตอนแรถ้านายวางก้ามและโอ้อวดละก็ฉันก็คิดว่าจะถอนตัวไปเหมือนกันเพราะบรรยากาศในกองจะอึดอัดและผลงานมันจะไม่ดีซึ่งมันจะเป็นลอยด่างพร้อยในชีวิตการแสดงของฉัน”เฒ่าซุนพูดออกมาตรงๆจนถังหลินได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมาเท่านั้นดุเหมือนว่าเขาจะคิดถูกแล้วละที่ถ่อมตนเช้าไว้!! ไม่ใช่เพื่อภารกิจเลยแต่อย่างใด! อืมก็ได้ๆถังหลินเองก็รู้สึกสนใจในหุ้นของกุซชี่อยู่เหมือนกัน
หลังจากนั้นเมื่อนักแสดงพร้อมแล้วทางผู้กำกับก็ได้เตี๋ยมกับทางนักข่าวเสร็จสัพแล้วก็ได้เวลาเริ่มพิธีบรวงสวงสักทีพิธีเซ่นไหว้ (แบบจีน) ประเพณีการประกอบพิธีกรรมบูชาของจีนโบราณ ซึ่งหมายถึงการบวงสรวงเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ เช่น ธูป เทียน สุรา น้ำเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ผ้า และหยก (ในแบบธรรมเนียมปฏิบัติของเครื่องสังเวยแบบลัทธิขงจื๊อแบบดั้งเดิม) โดยการอุทิศถวายหรือสวดมนต์ต่อเทพเจ้า นักพรต หรือบรรพชน
การเรียงเนื้อสัตว์ในถาดก็มีลำดับและข้อปลีกย่อยอีก คือเมื่อหันหน้าเข้าแท่นบูชา ไก่จะอยู่ทางขวามือในถาด หมูอยู่ตรงกลาง และปลาหรือปลาหมึกอยู่ซ้าย เพราะหมูสื่อถึงบ้านเรือนและคนซึ่งพึงอยู่ตรงกลางระหว่างฟ้าและน้ำ ทั้งยังเป็นเครื่องบวงสรวงที่มีศักดิ์สูงสุดในสามอย่างนั้น ยังมีธรรมเนียมอีกว่า เวลาไหว้เทพเจ้าให้หันด้านหัวของสัตว์บวงสรวงไปสู่แท่นบูชาเทพเจ้าทั้งหมด เป็นการให้เกียรติ และให้ยกด้านเนื้อแดงของหมูขึ้นมาด้านบน เอาด้านหนังลงล่าง เพราะสีแดงแสดงถึงความเป็นมงคลและเป็นส่วนที่ดีที่สุดของเนื้อชิ้นนั้น
แต่หากไหว้บรรพชนให้กลับด้านหมูลงเอาหนังขึ้น และให้หันหางของปลาไปทางแท่นบูชา เพื่อให้บรรพชนรับแต่หางเหลือเนื้อเหลือหัวมาถึงลูกหลาน ไม่เอาไปจนหมดซึ่งพวกเขาไม่ได้เซ่นไหว้บรรพชนแต่อย่างใดเนื่องจากนี้คือการเว่นไหว้ขอพรเพื่อให้หนังประสบความสำเร็จจึงเซ่นไหว้เฉพาะเทพเจ้า และ นักพรตเท่านั้น หลังจากทำพิธีต่างๆเสร็จแล้วก็ได้เริ่มตอบคำถามนักข่าวตามที่ผู้กำกับเถี่ยได้เตี๋ยมไว้
“ผู้กำกับค่ะทุนในการสร้างครั้งนี้นั้นมากน้อยเพียงใด”นักข่าสาวจากเซี่งไห้นิวส์กล่าวถามตามที่ตกลงกันไว้
“ทุนการส้รางในครั้งนี้แรกเริ่มเดิมทีนั้นก็มีปัญหาเล็กน้อยแต่ว่าทางเราก็ได้แก้ปัญหาได้แล้ววึ่งทุนสร้างก้คือห้าร้อยล้านหยวน!!”ผู้กำกับเถี่ยเอ่ยออกมาซึ่งสร้างความตกใจให้นักข่าวหลายๆคนไม่น้อยเพราะนี้ถือได้ว่าเป็นหนังฟรอมยักษ์ได้เลยส่วนปัญหาที่ผู้กับเถี่ยบอกนั้นก็คือการที่สตาร์ไลน์นั้นถอนทุนแต่ก็ถูกแก้ปัญหาโดยถังหลินแต่เขาก้ไม่ได้พูดออกไปเนื่องจากจะเกิดกระแสดราม่าขึ้นมาได้เนื่องจากถังหลินเองก้เป็นนักแสดงหลัก
หลังจากนั้นก็เป็นคำถามทั่วๆไปว่าจะเริ่มถ่ายทำวันไหนอะไรยังไงนักแสดงมีความพร้อมหรือความกดดันอะไรหรือไม่…
หลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จก็เป็นการถ่ายรูปรวมของนักแสดงกับทีมงานเพื่อเอาไว้ใช้โปรโมทก่อนที่ทางถังหลินจะเดินกลับแต่เขาก็ต้องหยุดสะก่อนเนื่องจากฉินลี่หลินเดินมาขวางทางเขาเอาไว้
“เธอต้องการอะไร”ถังหลินกล่าวถามออกไปอย่างงๆ
“ฮืมนี้อย่าบอกนะว่าลุงหมิงยังไม่บอกนายนะ”ฉินลี่หลินพูดขึ้นมา
“บอกบอกอะไรกัน?”ถังหลินทำหน้างงๆ
“ช่างเถอะแต่ตอนนี้นายต้องตามฉันมาเพราะพ่อของฉันต้องการเจอนายนะคิดสะว่าเป็นการเชิญชวนจากตระกูลฉินแล้วกัน”ฉินลี่หลินกล่าวขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
ถังหลินขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้ตอบตกลงไปทันทีอยู่ดีๆจะให้เขาไปตระกูลฉินงั้นเหรอ? แล้วว่าแต่หงุดหงิดเธอหงุดหงิดอะไรกัน?
“แน่นอนว่านายต้องปฎิเสธแน่ลุงหมิงเลยบอกว่าถ้านายไม่มาลุงหมิงจะไปเตะตูดนายถึงคฤหาสน์แน่”ฉินลี่หลินพูดขึ้นหลังจากเห็นถังหลินเงียบไปนาน..
ถังหลินมุมปากกระตุกทันทีและตอบกลับไปอย่างหนักแน่นว่า
“นำทางเถอะ”