บทที่7.ความบังเอิญที่เขาตั้งใจ
ทางด้านมู่หรงซีเหมินนั้นหาได้สนใจใครรอบข้างอื่นอีกเมื่อมีคนตัวนุ่มนิ่มตกมาอยู่ในอ้อมแขนแล้วก็อยากจะกอดนางอยู่เช่นนั้นไม่อยากปล่อยเลย
“เจ็บตรงไหนหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างนุ่มละมุมจนคนถูกถามถึงกับหน้าแดงขึ้นทันที
“มะ ไม่ เอ่อไม่เจ็บเพคะขอบคุณท่านอ๋องที่ช่วยหม่อมฉันไว้เพคะ”
“ไม่เป็ไรเป็เื่สมควรที่ข้าจะต้องช่วยอยู่แล้ว ว่าแต่เ้ารู้จักข้า”เสียงเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
เขาจำได้ว่าชาติก่อนนั้นเจอนางครั้งแรกก็คือวันแต่งงานเลยด้วยซ้ำเพราะตัวเขาในชาติก่อนไม่เคยสนใจสตรีที่แสนเรียบง่ายดังเช่นหยางซินโหยวมาก่อนเลยจึงทำให้ตัวเขาในชาติก่อนไม่เคยใส่ใจว่าที่พระชายาเอกของตนเองนั้นจะหน้าตาเป็เช่นไรเพียงแค่เข้าพิธีแต่งงานตามราชโองการสมรสพระราชทานก็เพียงเท่านั้น
ชาตินี้เขาที่ตั้งใจเข้ามาทำความรู้จักกับนางก่อนเวลาถึงสามปีจึงต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเลยทีเดียวหากนางรู้จักเขาอยู่ก่อนแล้วนั้นก็แสดงว่าจะต้องเคยรับรู้เคยได้ยินข่าวเล่าลือเกี่ยวกับตัวเข้ามาบ้างไม่มาก็น้อยแล้วน่ะสิหากเป็เช่นนั้นแล้วนางหวาดกลัวหรือรังเกียจเขาขึ้นมาแล้วจะทำเช่นไรดี
“เพคะหม่อมฉันเคยได้ยินเื่ท่านอ๋องมาบ้าง”
“เอ่อ อืม”ยิ่งได้ยินแบบนี้ก็ชัดแจ้งแล้วว่านางรู้เื่ความร้ายกาจทั้งเ้าสำราญของเขาเป็แน่ทำเช่นไรดีหากนางยังคิดว่าตอนนี้เขาก็ยังเป็บุรุษโฉดชั่วเ้าสำราญอยู่เล่าแต่เมื่อเห็นท่าทางของคนตัวเล็กตรงหน้าทำท่าเหมือนจะเอ่ยขอตัวแล้วจึงเอ่ยปากถามขึ้นมาเสียดื้อๆ
“เ้าจะไปโรงน้ำชาหอมหมื่นลี้เช่นนั้นหรือ”เอ่ยถามราวกับ้าเปลี่ยนเื่ อีกทั้งเส้นทางที่นางมุ่งหน้าไปนั้นด้านหน้าคือโรงน้ำชาหอมหมื่นลี้กิจการลับๆของมู่หรงอ๋องที่เขาไม่ยอมเผยว่าตนเป็เ้าของอยู่นั้นเองเขามีกิจการอีกมากมายที่ไม่ได้เปิดเผยว่าตนเองนั้นถือครองอยู่เพราะการที่เชื้อพระวงศ์จะมีกิจการการค้าในมือนั้นดูไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่นั้นเอง
“เพคะจะนำชาไปส่งที่โรงน้ำชาหอมหมื่นลี้เพคะ”
“หื้ม ชาหรือ”
“เป็ชาที่หม่อมฉันทำขึ้นมาเองนำมาฝากขายที่โรงน้ำชาหอมหมื่นลี้เพคะ”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้” ถึงว่าสิรอบๆเรือนของนางมีต้นไม้ดอกไม้อยู่มากมายมู่หรงซีเหมินคิดในใจพร้อมกับที่เขาก็พึ่งได้รู้ว่าชาดอกไม้และผลไม่ที่ขึ้นชื่อว่าขายดีในโรงน้ำชาของเขานนั้นมีนางเป็เ้าของนี้เองเช่นนั้นดียิ่งนัก สามีเป็เ้าของโรงน้ำชา ภรรยาเป็คนคิดค้นทำชาช่างเหมาะสมอันใดกันเช่นนี้คิดไปมุมปากก็กระตุกยกยิ้มอย่างพึงพอใจจนดวงตาเ้าเล่ห์ฉายประกายวิบวับ
“เช่นนั้นไปเถิดข้าก็คิดว่าจะไปที่โรงน้ำชานั้นอยู่พอดีเดินไปพร้อมกันดีหรือไม่” ร่างสูงที่สวมชุดที่แดงเข้มขับเน้นผิวขาวๆสว่างนั้นยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมก้มหน้าลงพูดคุยกับนางช่างเป็ภาพที่งดงามในสายตาของใครหลายคนยิ่งนัก
“เอ่อ หม่อมฉันยินดีเพคะ”ซินโหยวที่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายนั้นหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายจนหน้าเริ่มร้อนผ่าวเอ่ยตอบรับเสียงเบาๆ
ซึ่งการเดินไปด้วยกันของทั้งสองพร้อมคนติดตามนั้นอยู่ในสายตาของหยางไป๋เฉียนน้องสาวต่างมารดาของซินโหยวอยู่ตลอดรวมถึงสหายของนางก็มองดูอยู่เช่นกัน
“อุ๊ย!นั้นพี่สาวเ้ามิใช่หรือไป๋เฉียน”
“ใช่”
“คิก คิกถึงกับกล้าเดินกับมู่หรงอ๋องเชียวหรือว่าพี่สาวเ้าจะคิดมักใหญ่ใฝ่สูงอยากได้ตำแหน่งชายาในมู่หรงอ๋องกันแต่เ้าก็เตือนๆ พี่สาวเ้าบ้างก็ดีนะ ว่าอย่างได้คิดเื่เกินตัวไปนักมู่หรงอ๋องชื่อเสียงเลื่องลือว่าชมชอบสตรีงดงามเย้ายวนอย่างพี่สาวเ้าต่อให้พยายามเพียงใดคงไม่มีหวัง”ถงมี่มี่สหายของหยางไป๋เฉียนกล่าวขึ้นอย่างดูแคลนเย้ยหยันยามเห็นใครมีท่าทีจะได้ดีข้ามหน้าข้ามตาก็มักชอบพูดจาดูถูกไว้ก่อนเพื่อให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นมา
“เฮอะ ต่อให้นางมักใหญ่ใฝ่สูงจริงแต่คนเรียบง่ายเช่นนั้นไม่มีทางไปต้องตามู่หรงอ๋องได้หรอกหรือแม้แต่ขุนนางตำแหน่งเล็กต่ำต้อยก็ยังคงต้องคิดแล้วคิดอีกที่จะแต่งสตรีจืดชืดเช่นนั้นเข้าไปในเรือน”หยางไป๋เฉียนเอ่ยดูถูกพี่สาวตนเองออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เพราะได้มาเห็นพี่สาวต่างมารดาได้มีโอกาสเข้าใกล้เชื้อพระวงศ์แม้จะเป็มู่หรงอ๋องที่ชื่อเสียงโหดร้ายเพียงใดก็ตาม แต่แล้วอย่างไรเล่าถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็ถึงเชื้อพระวงศ์เชียวมิใช่หรือคิดแล้วก็ได้แต่อิจฉาริษยาจนหงุดหงิดใจไปหมด
ทางมู่หรงซีเหมินที่เดินเคียงข้างคนตัวเล็กไปเรื่อยๆอย่างคนหน้ามึนบ่อยครั้งที่จะคอยเหลือบสายตาคมแอบมองนางอยู่ตลอดเป็ระยะๆจนหยางซินโหยวยังรู้สึกได้
หลังจากไปส่งชาที่โรงน้ำชาหอมหมื่นลี้แล้วมู่หรงซีเหมินก็ยังเอ่ยปากของตามเดินเล่นกับนางด้วย โดยอ้างว่าไม่อยากเดินคนเดียวซินโหยวได้ยินเช่นนั้นก็อยากส่งค้อนวงโตให้นักคนเดี๋ยวอันใดกันมีทหารองครักษ์เดินตามหลังมาเป็พรวนเพียงนี้ช่างกล่าวสิ่งใดไม่สมกับความเป็จริงเอาเสียเลย
“เ้าซื้อของเยอะถึงเพียงนี้”คนตัวสูงทำท่าราวกับแปลกใจเสียเต็มที่ เพราะจะแสดงพิรุธว่ารู้เื่ที่นางจะเดินทางไปอารามหรูอี้ก่อนไม่ได้เด็ดขาด
“เพคะหม่อมฉันจะทำขนมไปไหว้พระแล้วก็จะทำขนมให้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ด้วยจึงต้องซื้อของเตรียมหน่อยเพคะ”ซินโหยวกล่าวตอบแต่ไม่ได้เอ่ยปากบอกว่าจะไปไหว้พระที่ไหนเพราะคิดว่าท่านอ๋องคงไม่สนใจเื่ของนางถึงเพียงนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้ได้พบเจอได้เดินตลาดและพูดคุยกันก็นับเป็เื่เหนือความคาดหมายของนางไปไกลมากโขเลยทีเดียว
“น่าอิจฉาเสียจริง”เสียงทุ้มแอบพึมพำเบาๆจนอีกฝ่ายไม่ได้ยินอย่างนึกอิจฉาท่านแม่ทัพใหญ่และท่านรองแม่ทัพนักชีวิตก่อนนั้นยามแต่งนางเป็ชายาเอก นางมักทำอาหารและขนมมาให้เขาอยู่เสมอแต่เขาก็หาได้สนใจจะแตะต้องหรือชายตามองอาหารเ่าั้ไม่มายามนี้คิดอยากกินก็ไม่ได้กินง่ายๆ แล้ว
“หากเ้า้าซื้อของสดเช่นนั้นมาเถิดข้าจะช่วยเ้าเลือกผลไม้สดๆเอง”
“ไม่รบกวนท่านอ๋องดีกว่าเพคะ”นางหรือจะกล้าให้มู่หรงอ๋องไปเดินซื้อของสดกับนาง นี่ไม่แปลกไปหน่อยหรือ
“ไม่รบกวนเลยข้าเต็มใจและอีกอย่างข้าก็เลือกผักผลไม้เก่งมากด้วย”กล่าวไปแล้วก็แทบจะกัดลิ้นตนเองนัก เขานี่นะเลือกผลไม้เป็ให้ลงดาบฆ่าคนหรือวางแผนชั่วๆ ยังจะง่ายกว่าเสียอีกแค่สามารถแยกและเรียกชื่อเ้าผลไม้ตรงหน้าได้ก็นับว่าเก่งกาจมาแล้ว
ซินโหยวได้ฟังก็เม้มปากกลั้นยิ้มทันทีด้วยนางก็รู้ว่าคนต้องหน้ามีบรรดาศักดิ์เป็ถึงชินอ๋องอนุชาของฮ่องเต้เป็ไปไม่ได้ที่จะเชี่ยวชาญเื่ผักผลไม้หรือของกินไปได้แต่นางก็ไม่คิดจะเปิดโปร่งเพราะนางรู้สึกว่ามู่หรงอ๋องหาได้น่ากลัวดั่งเช่นที่ผู้คนร่ำลือไม่ออกจะ อืมออกจะน่าเอ็นดูเสียด้วยซ้ำไป
“เช่นนั้นรบกวนท่านอ๋องแล้วเพคะ”ดังนั้นเสียงหวานๆ นุ่มเย็นของนางจึงเอ่ยที่ตอบรับไป พร้อมส่งรอยยิ้มหวานๆที่มองแล้วสดชื่นหัวใจต่อคนตัวสูงนัก นางยิ้มทั้งปากและตาจนแก้มขาวๆป่องขึ้นมาเล็กน้อยช่างน่าหยิกแก้มนั้นนัก จะนุ่มนิ่มเพียงใดนะคนคิดไม่ดีนึกอยากกินเต้าหู้นุ่มก้อนนี้เต็มทนแล้วแต่ก็ได้เพียงคิดเท่านั้นเพราะตอนนี้คงยังไม่ถึงเวลา…