หิมะบนพื้นถนนวงแหวนของปักกิ่งถูกบดขยี้จนกลายเป็ก้อนโคลนสีเทาดำสกปรก
แสงอาทิตย์ยามสายไม่สามารถเจาะทะลุม่านหมอกควันและฝุ่นละอองที่ลอยต่ำอากาศภายนอกแห้งผากและเย็นจัดจนทำให้ิัใบหน้าตึงรั้งเสียงแตรรถยนต์ดังลากยาวสลับกับเสียงด่าทอของพนักงานส่งอาหารที่ขี่จักรยานไฟฟ้าเบียดเสียดแทรกตัวไปตามซอกตึกกลิ่นควันท่อไอเสียเหม็นฉุนลอยปะปนกับกลิ่นบุหรี่เปรี้ยวๆจากกลุ่มคนงานที่ยืนสูบอยู่หน้าเขตก่อสร้างเมืองหลวงไม่ได้หยุดพักเพื่อเยียวยาความรู้สึกของใครมันเพียงแค่หมุนต่อไปด้วยความเร็วที่น่ารำคาญและไร้ความปรานี
ภายในแกลเลอรีศิลปะย่านเรือนสี่ประสานเก่าแก่เคทนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้
บนโต๊ะเต็มไปด้วยใบเสร็จรับเงิน ค่าเช่าพื้นที่ ค่าน้ำและค่าไฟประจำเดือนที่ถูกหนีบรวมกันไว้อย่างลวกๆหญิงสาวกำลังกดเครื่องคิดเลขด้วยปลายนิ้วที่แห้งจนลอกเป็ขุยเสียงปุ่มพลาสติกกระทบกันดังแต๊กๆ เป็จังหวะที่ไม่สม่ำเสมอวันนี้เธอสวมเสื้อคอเต่าสีดำทับด้วยคาร์ดิแกนสีหม่นเส้นผมถูกมัดรวบไว้ด้านหลังอย่างไม่ใส่ใจนัก
เธอปวดไหล่
กล้ามเนื้อบริเวณสะบักหลังตึงรั้งจนปวดร้าวลามไปถึงท้ายทอยมันเป็ความปวดเมื่อยทางกายภาพที่หลงเหลือจากการออกแรงดึงบานม้วนเหล็กและแบกน้ำหนักเสื้อโค้ตเปียกชื้นเมื่อหลายวันก่อนเคทขยับคอหมุนไปมาจนเกิดเสียงลั่นกรอบแกรบ หญิงสาวถอนหายใจเอื้อมมือไปหยิบแก้วพลาสติกบรรจุกาแฟอเมริกาโน่เย็นที่สั่งมาจากร้านข้างๆขึ้นมาดูด กาแฟเจือจางเพราะน้ำแข็งละลายไปหมดแล้วรสชาติของมันจืดชืดและมีกลิ่นเหม็นไหม้ของเมล็ดกาแฟคั่วเข้มที่ถูกสกัดผิดวิธี
เสียงเครื่องทำความร้อนตรงมุมห้องทำงานเสียงดังผิดปกติโลหะภายในส่งเสียงครางหึ่งๆ สลับกับเสียงสั่นกึกๆ เหมือนชิ้นส่วนบางอย่างหลวมหลุดมันพ่นลมอุ่นที่เจือด้วยกลิ่นฝุ่นไหม้ออกมาปะทะอากาศเย็นเยียบในร้าน
เคทพยายามดึงสมาธิกลับมาที่ตัวเลขบนใบเสร็จ
แต่สายตาของเธอกลับพร่ามัวตัวเลขหกหลักในช่องรวมยอดดูเหมือนจะเลื่อนเปื้อน หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆอาการแสบตาจากอากาศแห้งทำให้เธอต้องละสายตาจากหน้ากระดาษเธอไม่ได้ตั้งคำถามถึงความเงียบในร้าน เธอเพียงแค่รู้สึกรำคาญ รำคาญเสียงฮีตเตอร์รำคาญรสชาติกาแฟ และรำคาญที่ตัวเองคำนวณภาษีหักณที่จ่ายผิดไปสองรอบแล้ว
"ส่งของครับ"
เสียงห้าวๆ ดังขึ้นพร้อมกับประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดออกพนักงานส่งพัสดุในชุดยูนิฟอร์มสีส้มก้าวพรวดเข้ามาในร้านรองเท้าบูตของเขาเปื้อนโคลนหิมะหนาเตอะย่ำลงบนพื้นไม้ลามิเนตจนเกิดเป็รอยคราบสีดำน่าเกลียดเป็ทางยาว
"เซ็นตรงนี้ครับ"เขายื่นเครื่องสแกนอิเล็กทรอนิกส์ข้ามเคาน์เตอร์มาให้ กลิ่นเหงื่อเปรี้ยวๆและกลิ่นควันบุหรี่เย็นชืดลอยติดตัวเขามาด้วย
เคทรับปากกาพลาสติกมาเซ็นชื่ออย่างรวดเร็วเธอไม่ได้ต่อว่าเื่รอยเปื้อนบนพื้นเพราะรู้ดีว่ามันเป็เื่เปล่าประโยชน์ในวันสภาพอากาศเส็งเคร็งเช่นนี้พนักงานคว้าเครื่องสแกนกลับไปวางกล่องพัสดุลังกระดาษยับย่นลงบนพื้นแล้วหมุนตัวเดินออกไป ปล่อยให้ประตูกระจกปิดกระแทกกรอบอะลูมิเนียมเสียงดังสนั่น
หญิงสาวลุกขึ้นยืน เดินไปหยิบไม้ถูพื้นชื้นๆจากหลังร้านมาเช็ดคราบโคลนนั้นออกอย่างเงียบๆ
เธอลงแรงถูพื้นจนกล้ามเนื้อไหล่ที่ปวดอยู่แล้วยิ่งประท้วงหนักขึ้นเคททิ้งไม้ถูพื้นลงในถังพลาสติกน้ำขุ่น เดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบปากกาแดงขึ้นมาขีดฆ่าตัวเลขที่คำนวณผิดทิ้งเธอฝังตัวเองลงไปในความน่าเบื่อหน่ายของงานเอกสารใช้ตัวเลขและภาษีเป็เครื่องมือดึงสมาธิที่กระจัดกระจายให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอย
...
เวลาเดียวกัน บนชั้นสี่สิบสองของอาคารสำนักงานใหญ่ตระกูลเสิ่น
แสงไฟหลอดนีออนบนเพดานส่องสว่างจนแสบตาอากาศภายในห้องประชุมใหญ่ถูกควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ยี่สิบสององศาเซลเซียสอย่างแม่นยำแต่มันกลับทำให้เยื่อบุจมูกแห้งผาก
เสิ่นเยี่ยนฉือนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะกระจกยาว เขาสวมสูทสามชิ้นสีน้ำเงินเข้มเนกไทถูกผูกแน่นจนชิดคอหอย ไหล่ของเขาตั้งตรง แผ่นหลังไม่แตะพนักเก้าอี้ชายหนุ่มกำลังจ้องมองรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สามบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ด้วยสายตาที่เ็าและแข็งกระด้างราวกับใบมีด
"นี่คืออะไร" เสียงของเขาต่ำและแหบพร่าแต่ดังก้องไปทั่วห้องประชุมที่เงียบกริบ
ผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่ยืนอยู่หน้าเวทีสะดุ้งเล็กน้อย
"เอ่อ...กราฟแสดงสัดส่วนการเติบโตของส่วนแบ่งการตลาดในเขตทางเหนือครับท่านประธาน"
"ฉันรู้ว่ามันคือกราฟ" เสิ่นเยี่ยนฉือขัดขึ้นทันที"ฉันถามว่าตัวเลขทศนิยมในตารางสรุปด้านล่างทำไมถึงไม่ตรงกับยอดรวมในหน้าสิบสี่มันหายไปศูนย์จุดศูนย์สองเปอร์เซ็นต์"
ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัดพนักงานกว่าสิบชีวิตก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าหายใจแรงผู้จัดการฝ่ายการตลาดหน้าซีดเผือด รีบเปิดพลิกเอกสารในมือด้วยมือที่สั่นเทา
มันเป็ความผิดพลาดที่เล็กน้อยมากเล็กน้อยจนแทบไม่มีผลต่อภาพรวมของธุรกิจมูลค่ามหาศาล แต่สำหรับประธานกลุ่มธุรกิจ ShenConsortium ในวันนี้ มันคือความผิดพลาดที่อภัยให้ไม่ได้
"กลับไปทำมาใหม่ ตรวจสอบตัวเลขทุกบรรทัดั้แ่หน้าแรก"เสิ่นเยี่ยนฉือสั่งการ ปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าดังปัง
"ถ้ายังมีข้อผิดพลาดอีกแม้แต่ตำแหน่งเดียว คุณไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีกปิดการประชุม"
เขาลุกขึ้นยืนก้าวเดินออกจากห้องประชุมด้วยจังหวะฝีเท้าที่เร็วและกระแทกกระทั้นกว่าปกติ
เมื่อกลับเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังสีดำเขายกมือขึ้นบีบสันจมูกตัวเองแรงๆกล้ามเนื้อกรามของเขาปวดเกร็งจากการขบกัดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัวมาตลอดสามชั่วโมงอาการปวดหัวเต้นตุบๆ ที่ขมับขวากลับมาโจมตีอีกครั้ง มันเป็ความรู้สึกปวดตื้อๆที่ทำให้สมาธิของเขาสั้นลงอย่างน่าหงุดหงิด
เสิ่นเยี่ยนฉือเอื้อมมือไปหยิบถ้วยกาแฟเอสเปรสโซ่ที่เลขาเพิ่งนำมาวางเปลี่ยนให้มันเป็แก้วที่สี่ของวันแล้ว คาเฟอีนปริมาณมหาศาลทำให้ปลายนิ้วของเขาสั่นระริกเบาๆชายหนุ่มกระดกกาแฟขมจัดลงคอ ไม่สนใจความร้อนที่ลวกปลายลิ้นจนชา
เขากระแทกถ้วยลงบนจานรอง เลื่อนมือไปจับเมาส์เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่ เรียกดูตารางหุ้นดึงตัวเองกลับเข้าสู่หน้ากระดานเทรดที่เต็มไปด้วยตัวเลขสีแดงและสีเขียวกะพริบไหวบังคับสายตาให้กวาดอ่านข้อมูลการลงทุนอย่างบ้าคลั่ง
...
ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรในความวุ่นวายของแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินโรงพยาบาลศูนย์กลาง
เสียงร้องไห้ของเด็กเล็กที่หัวแตกจากการลื่นล้มดังแข่งกับเสียงด่าทอของชายขี้เมาที่ถูกเข็นเข้ามาด้วยเตียงผ้าใบกลิ่นคาวเืสดๆผสมกับกลิ่นอาเจียนและแอลกอฮอล์ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศที่เย็นชืดของโรงพยาบาลไฟฟลูออเรสเซนต์บนเพดานสาดแสงสีขาวซีดไร้ความปรานีลงบนทุกความทุกข์ทรมานของมนุษย์
กู้เหยียนโจวกำลังยืนเย็บแผลที่หางคิ้วให้คนไข้วัยรุ่นคนหนึ่ง
เขาไม่ได้สวมเสื้อโค้ตสีน้ำตาลตัวหลวมโพรก มีเพียงเสื้อสครับสีเขียวตุ่นๆที่มีรอยเปื้อนคราบเบตาดีนจางๆ ศัลยแพทย์หนุ่มหายใจทางปากผ่านหน้ากากอนามัยสีฟ้าอาการไข้หวัดที่สะสมมาหลายวันบวกกับการอดนอนทำให้เยื่อบุจมูกของเขาบวมเป่งจนหายใจไม่สะดวกลำคอของเขาแห้งผากและเจ็บระคายทุกครั้งที่กลืนน้ำลาย
"หมอ... ผมจะเสียโฉมไหม" คนไข้วัยรุ่นถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
"ไม่หรอกครับ แผลเรียบดี" กู้เหยียนโจวตอบสั้นๆเสียงของเขาแหบแห้งและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
เขาขยับคีมหนีบเข็มเย็บแผลด้วยความเร็วที่ลดลงกว่าปกติเล็กน้อยสมาธิของเขากำลังถูกทดสอบอย่างหนักอาการปวดกระบอกตาทำให้ภาพตรงหน้าพร่าเบลอไปชั่วขณะ ชายหนุ่มต้องกะพริบตาแรงๆสองสามครั้งเพื่อเรียกความคมชัดกลับคืนมา ร่างกายของเขากำลังประท้วงอย่างหนักมันเข้าสู่สภาวะพร่องพลังงานจนถึงขีดสุด
เมื่อตัดไหมเสร็จสิ้น เขาเดินไปที่อ่างล้างมือเหยียบแป้นเหยียบเพื่อเปิดน้ำ สายน้ำเย็นจัดพุ่งออกมาล้างคราบถุงมือยางกู้เหยียนโจวถอดถุงมือทิ้งลงถังขยะติดเชื้อ เขาล้างมือซ้ำด้วยสบู่เหลวถูง่ามนิ้วและหลังมือด้วยท่าทางที่เหม่อลอยไปชั่ววินาที
เขาลืมไปแล้วว่าสเต็ปต่อไปต้องไปตรวจเตียงไหน
มันเป็ความผิดพลาดที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับหมอที่ทำงานด้วยความเคยชินอย่างเขาชายหนุ่มปิดน้ำ ดึงกระดาษทิชชูมาซับมือจนแห้ง เขาเดินกลับไปที่สเตชันพยาบาลหยิบชาร์ตเหล็กขึ้นมาพลิกดูด้วยความมึนงงท้องของเขาส่งเสียงร้องเตือนอย่างบิดเบี้ยว เขาจำไม่ได้ว่ากินข้าวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ความหิวเปลี่ยนเป็ความรู้สึกคลื่นไส้จางๆ
"หมอกู้ เตียงสี่รอออเดอร์ยาแก้ปวดอยู่นะคะ"พยาบาลเดินมาเคาะโต๊ะเรียกสติ
"ครับ... เดี๋ยวผมจัดการให้"
เขาหยิบปากกาขึ้นมาเขียนคำสั่งยาลายมือของเขาในวันนี้ขยุกขยุยและอ่านยากกว่าเดิมโลกของเขาในตอนนี้มีเพียงความเ็ปทางกาย ความรับผิดชอบที่กดทับและความ้าพื้นฐานที่สุดคือการได้หลับตานอน
เขาลุกขึ้นยืน ขาของเขาหนักอึ้งราวกับท่อนไม้ชายหนุ่มเดินลากเท้ากลับเข้าไปในวังวนของเสียงโอดครวญและกลิ่นยาฆ่าเชื้อ