เสียงของท่านเศรษฐีดังขึ้นอีกครั้ง เพื่อจะกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการมาปรากฏตัวของบุตรสาวสุดที่รักในงานเลี้ยงวันนี้.
"ด้วยฮ่องเต้ของพวกเรา ได้ทรงมีพระเมตตาต่อราษฏรตามหัวเมืองต่างๆ ทั้งน้อย ใหญ่ โดยได้ส่งท่านอ๋องเดินทางมาดูแลทุกข์สุขของราษฏร และข้าน้อยเองก็ได้ทราบมาว่าตามหัวเมืองต่างๆ ที่ท่านอ๋องได้ไปพบมานั้น มีการนำของดีประจำเมืองมอบให้เป็ของขวัญ ของกำนันเพื่อฝากกับท่านอ๋อง ไปมอบให้แกฮ่องเต้เป็การตอบแทนความเมตตาของฝ่าา ข้าน้อยเองในนามของตัวแทนเมืองกุ้ยหลิน จึงได้นำสิ่งที่คิดว่าดีสุดในเมืองนี้และเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้าน้อยเอง เพื่อนำไปถวายให้กับฮ่องเต้ นั้นก็คือบุตรสาวของข้าน้อยเอง (กางแขนออก ชี้มือไปที่คุณหนูเวย เวย) ซึ่งได้รับการขนานนามว่า เป็หญิงที่มีความงดงามที่สุดในเมืองกุ้ยหลิน
หนุ่มๆที่อยู่ภายในงานเลี้ยง ทุกคนต่างเอามือจับหน้าอกของตัวเองด้วยความเสียใจ เหมือนดังคนอกหักพร้อมกัน โดยไม่ได้นัดหมาย เมื่อสิ้นสุดคำกล่าวของท่านเศรษฐีหลิน
ท่านอ๋องฮั้น หยาง รู้สึกเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง รู้สึกเ็ปที่หน้าอกอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เป็ครั้งแรกในชีวิตที่ท่านอ๋องได้พบกับหญิงสาวที่งดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เกิดความรู้สึกหลงรัก และ้าได้นางมาแนบกาย แต่แล้วท่านอ๋องก็ต้องได้รับกับความผิดหวัง และเ็ปในชั่วเวลานาทีเดียวกันนั้นเอง.
ท่านอ๋องพยายามเก็บความรู้สึกทั้งหมดที่มีเอาไว้ แล้วหันไปกล่าวกับท่านเศรษฐี. "ท่านเศรษฐีหลิน ท่านชั่งเป็ผู้ที่มีน้ำใจกว้างใหญ่ดังมหาสมุทร ข้าในนามตัวแทนของฮ่องเต้เต้อ อัน ขอชื่นชมท่านจากใจ และจะนำความประสงค์ของท่านเศรษฐีไปถวายให้กับฝ่าาด้วยความเรียบร้อยด้วยตัวข้าเอง" ท่านอ๋อง ฝืนยิ้มและลุกขึ้นยืนถือจอกสุรา เชิญให้ผู้ร่วมงานเลี้ยงทุกคนดื่มฉลอง ชื่นชมท่านเศรษฐี...จากนั้นท่านอ๋องก็ขอตัวกลับจวนที่พัก ทั้งๆที่งานเลี้ยงนั้นพึ่งจะเริ่มขึ้นได้ไม่นาน
หลังจากเหตุการณ์ ในงานเลี้ยงต้อนรับท่านอ๋องฮั้น หยาง ได้ผ่านไป
คุณหนูเวย เวย เมื่อได้รู้ความประสงค์ของบิดาที่ประกาศยกตนเองให้กับฮ่องเต้เพื่อเป็ของกำนัลนั้น ก็ไม่ได้รู้สึกยินดี ยินร้าย หรือเสียใจแต่ประการใด เพราะเข้าใจเหตุผลของบิดาว่าท่านรักและหวังดีต่อตนเองเป็ที่สุด ในทางกลับกันคุณหนูเวยเวยกลับรู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องเห็นบิดาต้องมาคอยกังวล และหนักใจเื่ของตนอีกต่อไป..
เวลาผ่านไป 3 วัน ถึงกำหนดการเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงของท่านอ๋อง ฮั้น หยาง ขบวนรถม้าของท่านอ๋องค่อยๆ เคลื่อนออกจากประตูเมืองกุ้ยหลิน ติดตามด้วยเหล่าทหารองครักษ์ และรถม้าบรรทุกของกำนันที่จะนำไปถวายแกฮ่องเต้ฯ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือหญิงสาวที่ท่านอ๋องตกหลุมรักั้แ่แรกเห็น ... และอกหกั้แ่ยังไม่ได้กล่าวคำทักทาย...เพียงสักคำ!
คุณหนูเวย เวย นั่งอยู่ในรถม้าคันที่ 2 ถัดจากรถม้าของท่านอ๋อง นางกำลังตื่นเต้นกับการเดินทางในครั้งนี้ เพราะเป็การเดินทางไกลครั้งแรกของนาง และเป็การเดินทางจากบ้านไปอยู่ยังเมืองอื่น ไปอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติพี่น้อง อีกทั้งที่ ที่กำลังจะไปนั้น คือวังหลวงซึ่งนางจะต้องอยู่อย่างไรก็ยังไม่รู้...
ในขณะที่คุณหนูเวย เวย กำลังนั่งคิดฟุ้งซ่านอยู่ภายในรถม้านั้นเอง บรรยากาศภายนอกรถม้าก็เริ่มมืดครึ้มลงเรื่อยๆ มีลมพัดกระโฉกแรง เหมือนกำลังจะเกิดพายุ ถัดจากลมแรงก็เป็เม็ดฝน ที่ค่อยๆเริ่มตกลงมาทีละน้อย และเพิ่มความรุนแรงจนกลายเป็สายฝน.
ทหารองครักษ์ที่ควบคุมรถม้าของท่านอ๋องพยายามบังคับให้รถม้าเข้าไปหลบฝนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างทาง แล้วล้อของรถม้าคันใหญ่ที่ท่านอ๋องนั่งอยู่นั้น เกิดพลัดตกลงไปในหลุมที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นหญ้า ล้อของรถม้าหลุดกระเด็นออกมา ส่วนตัวรถนั้นพลิกคว่ำพังเสียหาย ม้าที่ใช้ผูกไว้เพื่อรากรถเกิดใ วิ่งหนี้หายไปกลางสายฝน
ท่านอ๋องสามารถะโเอาตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย เพราะเป็ผู้ที่มีวรยุทธอยู่แล้วทหารองครักษ์ และผู้ติดตามรีบเชิญให้ท่านอ๋องขึ้นไปหลบฝน ที่รถม้าของคุณหนูเวย เวย ก่อนเพราะขณะนั้น ทั้งลมและฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย...
รถม้าคันเล็กๆ ของคุณหนูเวย เวย ที่จอดหลบฝนอยู่ที่ใต้ต้นไทร ต้นใหญ่ คุณหนูเวย เวยนั่งเบี่ยงหน้าหลบไปทางหน้าต่างด้านข้างของรถม้า ด้วยความเขินอายต่อสายตาของท่านอ๋อง ที่กำลังจับจองมาที่นางอย่างไม่ละสายตา ไม่มีเสียงพูดคุยออกมาจากคนทั้งสอง มีเพียงความเร้าร้อนภายในร่างกายของท่านอ๋อง ที่รุกเป็ไฟขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อได้มาพบหน้าคุณหนูเวย เวย.
ฝนยังคงตกลงมา อย่างไม่ลืมหู ลืมตาเหมือนจะเป็ใจให้คนทั้งสอง ได้อยู่ใกล้ชิดกันเป็เวลานานๆ ขณะนั้นเกิดลมกระโฉกแรง พัดเอาสายฝนผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างด้านที่คุณหนูเวย เวยนั่งอยู่นั้น น้ำฝนที่สาดเข้ามาทำให้ชุดที่คุณหนูใส่อยู่เปียกชุ่มไปทั้งตัว เสื้อที่นางใส่มีเนื้อผ้าบางๆ สีอ่อนๆ เมื่อถูกน้ำแล้วจึงทำให้มันแนบไปกับเนื้อ เผยให้เห็นทรวดทรงได้ชัดเจน.
ในเวลาเดียวกันท่านอ๋องก็รีบเอาร่างของตัวเองเข้าไปกันสายฝนที่สาดเข้ามาแทนคุณหนูเวย เวย จังหวะนั้นเองร่างของท่านอ๋อง และคุณหนูเวย เวย ก็แนบชิดติดกันโดยไม่ทันได้ตั้งตัว.