[GrimHunt] สมรภูมินักล่า

    บทที่ 1 ตอนที่ 3

       [ทรัพย์นารักษ์ ราม]ความแข็งแรง : 14 หน่วยความคล่องตัว : 14 หน่วยสัญชาตญาณ : 17 หน่วยสติปัญญา : 20 หน่วยวิญญาณ : 2 หน่วยพรสวรรค์ : [ยังไม่ทราบ]   ''....'' รามถึงกับพูดไม่ออกในสถานการณ์นี้ ภูติน้อยอิลล์นั้นบอกไว้ว่าหากมีค่าสถานะใดเกินกว่า 10 หน่วยจะถือว่าเขานั้นมีพรสวรรค์ในด้านนั้น ซึ่งผู้คนโดยทั่วไปจะปรากฏเพียง 1-10 เท่านั้นในจุดเริ่มต้น   แต่ตอนนี้เขาควรจะกล่าวเช่นไรดี ตัวของรามมันราวกับตัวละครที่ใช้สูตรโกงเกมส์ในตอนเริ่มต้นยังไงอย่างงั้น แต่ก็คงจะว่าอะไรไม่ได้ ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นเพราะการฝึกอันสุดแสนจะโหดร้ายในแต่ระวันที่รามได้เผชิญ ค่าความสามารถของเขาจึงดูสูงไปทั้งหมด ยกเว้นเพียงแค่ค่าวิญญาณที่เหมือนกับรามหลงลืมการนั่งสมาธิเพื่อเพิ่มค่าสถานะนั้น   มันจะใช่เรื่องได้อย่างไร ค่าวิญญาณของเขามันมีแค่ 2 เท่านั้น และก็ดูท่าจะไม่มีคนมีค่าวิญญาณมากเกินไปกว่า 10 แน่นอน ถ้าหากพวกมันไม่ใช่พระหรือนักบวชจากศาสนาต่างๆ   การที่รามมีพรสวรรค์ค่าสถานะ 4 อย่าง มันดูจะเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์เกินไปมาก โดยเฉพาะค่าสติปัญญาของเขาที่สูงมากถึง 20 หน่วย มันดูไม่ตรงกับสิ่งที่เขาเชื่อมาโดยตลอด เพราะพ่อของเขาเองบอกว่ารามฉลาดน้อยกว่าพี่ชายและน้องสาวของเขาทั้งหมด มีดีเด่นเพียงด้านพรสวรรค์การต่อสู้ แต่ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ครอบครัวที่เหลือของเขาไม่ใช่ว่ามีค่าสติปัญญาสูงเกิน 20 ทุกคนเลยอย่างงั้นหรือ?   ''ว้าว พรสวรรค์ค่าสถานะ 4 อย่าง... สัตว์ประหลาดตัวจริงเลย''   เสียงของภูติน้อยอิลล์ดังขึ้นมาข้างหูของราม แต่ครั้งนี้ดูมันจะไม่ได้ใช้กลวิธีแปลกๆ แต่ภูติน้อยอิลล์ได้เข้ามากระซิบอยู่ข้างหูของรามจริงๆ! สายตาของมันจับจ้องลงบนพีเอสการ์ดของเขาด้วยความสนใจ มันคงจะดูผิดปรกติมากเกินไปจริงๆ   ''ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดเลยที่มีจุดเริ่มต้นน่ากลัวแบบนี้ ขอให้ท่านนั้นใช้ชีวิตต่อไปให้ดีก็แล้วกัน ต่อให้มีร่างกายแข็งแรงมากมายขนาดไหน การที่ประมาทเพียงชั่วครู่ก็สามารถทำให้ท่านตายลงไปได้อย่างง่ายดายแล้ว พวกนายท่านให้ความสนใจต่อท่านรามเป็นอย่างมาก ได้โปรดอย่าทำให้พวกเขาทั้งหลายนั้นผิดหวัง''   หลังจากมาพูดให้รามรู้สึกขนลุกแม้ในคำพูดจะไม่ได้ดูอันตราย ภูติน้อยอิลล์ก็ลอยสูงขึ้นไปยังจุดเดิมเพื่อที่จะกระทำสิ่งต่อไป   ''ต่อไปจะเป็นสิ่งที่อาจจะช่วยเหลือพวกท่านทั้งหลายในการใช้ชีวิต จากสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่เสื่อมถอย คงจะเป็นการใจร้ายเกินไปหากไม่ทิ้งเขี้ยวเล็บให้พวกท่านเลยแม้สักนิด แต่เขี้ยวเล็บนั้นจะแหลมคมเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านนั้นเลือกใช้มันอย่างไรแล้ว'' มันได้ลงมือร่ายคาทาอะไรบางอย่างอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้สิ่งที่ล่วงหล่นลงมา คือลูกแก้วที่คล้ายเหมือนจะเป็นลูกแก้วทำนายดวงชะตาของเหล่าพ่อหมอแม่หมอ   ''เพียงใช้สองมือจับและทำสมาธิให้มั่น รอเวลาสักพักพวกท่านทั้งหลายก็ได้พบสิ่งน่าอัศจรรย์''   ตอนนี้ทุกคนต่างยอมทำตามโดยไม่ขัดขืนอันใด รามได้ยื่นมือไปรับลูกแก้วนั้นเอาไว้ ก่อนที่จะหลับตาลงไปช้าๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเวลานี้รอบกายพลันเงียบสงัดลง รามกำลังพยายามที่จะรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่หลงเหลืออยู่ภายใน   ในขณะที่กำลังอยู่ท่ามกลางความมืด เขากลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่อยู่บริเวณปลายนิ้วของเขา แม้หลับตารามก็เห็นได้ว่ามือทั้งสองข้างของเขากำลังสัมผัสอยู่กับกองเพลิงอันอ่อนโยนและนุ่มราวขนสัตว์ หากแต่เมื่อมองขึ้นไปรามก็เห็นได้ถึงสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่น่าเกรงขาม มันมีลักษณะเป็นนกขนาดใหญ่ที่มีขนสีเปลวเพลิงเหมือนดวงตะวันยามเช้า ดวงตาที่เปล่งประกายราวแสงตะวัน กลางศีรษะมีขนสีเหลืองปรากฏมงกุฏธรรมชาติ เมื่อเห็นว่ารามรู้ตัวตน เจ้าพญาวิหคตนนี้ก็สยายปีกออกบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ หางทั้ง 4 ของมันพุ่งเข้าโอบล้อมตัวของรามเอาไว้เบาๆ สร้างความอบอุ่นราวอ้อมกอดของมารดา   รามสัมผัสกับสิ่งนั้นอยู่นาน ก่อนที่จะรู้สึกแปลกประหลาด เมื่อมองกลับขึ้นไปอีกครั้งเขากลับเห็นว่าพญาวิหคตนนี้ได้ก้มหัวลงให้กับเขา ดวงตาสีตะวันทั้งสองข้างจ้องมองกลับเข้ามาในดวงตามนุษย์ของราม   ร่างกายของรามจู่ๆก็รู้สึกร้อนราวกับถูกไฟเผา เขาถูกดึงสติกลับออกมาจากดินแดนภาพมายานั้น ลูกแก้วที่แต่แรกเคยถือนั้นได้หายไปอย่างเป็นปริศนา ยิ่งเวลาผ่านไปนานเรื่อยๆ รามยิ่งรู้สึกร้อนมากขึ้นจนไม่สามารถทนได้ เขาแผดเสียงร้องลั่นออกมาดังก้องไปทั่ว แต่ในเหตุการณ์นี้ก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ให้การสนใจ   รอบกายของรามตอนนี้มีคนที่เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันขึ้นอีกมากมาย บ้างก็ปรากฏสายน้ำขึ้นมาหมุนอยุ่รอบกาย พลังธาตุทั้ง 4 ได้หมุนวนรอบหลายๆคนตามแต่ความเหมาะสม พวกมันอยู่ในอาการตื่นเต้นจึงไม่ได้สนใจคนอีกกลุ่มที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นจากอาการบาดเจ็บ บางคนผิวหนังของพวกเขาฉีกขาดและเกิดขึ้นมาใหม่เป็นเกร็ด บ้างก็มีขนงอกยาวขึ้นผิดปรกติ หรือเล็บบางคนก็แหลมคมราวใบมีด และอีกจำพวกหนึ่งคือผู้ที่ร่างกายของมันนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงไป ดวงตาคู่หนึ่งหล่นลงมาบนพื้นและหายสลาย ที่เบ้าตากำเนิดดวงตาใหม่ที่ทรงอำนาจกว่าเก่า และแขนซ้ายที่หล่นขาดและปรากฏแขนใหม่ที่มีสีดำสนิท   เช่นเดียวกัน ตอนนี้รามเริ่มที่จะมีเปลวเพลิงสีตะวันเข้าเผาไหม้ร่างกายของเขาไปทั้งร่าง แผดเผาผมจากเดิมที่เคยเป็นสีดำให้กลายเป็นสีทองอย่างน่าฉงน ไม่เพียงเท่านั้น ดวงตาทั้งคู่ที่ดำขลับเป็นเอกลักษณ์ของชาวเอเชีย ก็ถูกเผาไหม้ไปจนกลายเป็นเปลวเพลิงสีตะวันน่าหลงไหลเช่นเดียวกับพญาวิหคตนนั้น แม้จะไม่ได้มองเห็น แต่รามรู้สึกได้ว่ากลางแผ่นหลังของเขาถูกเผาไหม้ช้าๆ จนน่าจะกลายเป็นรอยแผลเป็นรูปแบบหนึ่ง   ความทรมาณนี้คงอยู่สั้นแต่บ้างก็นานยิ่ง บางคนเพียง 15 นาทีก็เสร็จสิ้น แต่บางคนเช่นรามนั้นผ่านมานาน 1 ชั่วโมงพึ่งจะสำเร็จ   ''กิเลน มังกร นาค ฟีนิกซ์ เพกาซัส กริฟฟิน ไฮดรา ครานี้เหล่าอสูรร้ายทั้งหลายนั้นยอมเปิดใจให้กับมนุษย์มิใช่น้อยเลย แต่สัตว์ร้ายเหล่านี้ก็อาจแพ้แม้กระทั่งกระต่ายได้หากมนุษย์ประยุกต์พลังได้เหมาะสม อืม... แต่ก็มีผู้ที่ได้รับพรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์ข้าไปไม่น้อยเลย พวกนายท่านกำลังอำข้าเล่นหรืออย่างไร?   แต่พวกธาตุนั้นก็ยอมมอบพลังให้กับมนุษย์มิใช่น้อย มนุษย์หลายๆ คนถึงกับได้กับแก่นของธาตุไปเลยทีเดียว   ส่วนพวกที่ได้รับร่างกายพิเศษไปจากเหล่านายท่าน... ครั้งนี้พวกเขานั้นใฝ่จะมองดูการแสดงที่น่าสนุกเพิ่มขึ้นอย่างนั้นสินะ น่าสนใจ น่าสนใจ พวกท่านได้สร้างปัญหาอันใดทิ้งไว้ให้พวกเขารับมือกันนะ ข้าอยากที่จะทราบในเร็ววันเสียแล้วสิ ฮิฮิฮิ...'' ภูติน้อยอิลล์หัวเราะอยู่คนเดียวบนท้องฟ้า มันกวาดสายตามองดูก็เห็นว่าทุกคนนั้นน่าจะพร้อมแล้ว มันไม่สนว่าหลายๆ คนจะทำใจยอมรับได้หรือไม่ มันสนเพียงหน้าที่ที่ต้องกระทำเท่านั้น   ''หลังจากนี้ พวกเจ้าทั้งหมดจะถูกส่งไปยังเขตฝึกฝนทั้ง 13 แห่ง ประตูสู่ดินแดนแห่งความหวาดผวาแท้จริงจะเริ่มต้นหลังวันที่ 13 ขอให้พวกเจ้าอย่างหลงระเริงในอำนาจที่พึ่งได้รับ จงพัฒนาตนเองให้เหมาะสมกับพรสวรรค์ ไม่มีผู้ใดอ่อนแอหรือแข็งแกร่ง มีแต่เพียงผู้รอดกับตกตายเท่านั้น อย่าลืม ดินแดนแห่งนี้ไร้กฏเกณฑ์เป็นหลัก มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็นกฏ ไม่จำเป็นที่จะต้องสนใจสิ่งใดทั้งสิ้น''   ''ดินแดนแห่งความหวาดผวา ดินแดนแห่งกริม... ได้เวลาพวกคุณทุกคนไปพบกับความสนุกแล้ว''   พูดจบภูติน้อยอิลล์ก็ได้ปรบมือของมันเบาๆ สภาพพื้นที่รอบกายนั้นค่อยๆแตกสลายพังทลายลงไป ไม่เว้นแม้แต่ท้องฟ้าที่ค่อยๆ แตกกระจายราวกับเศษแก้ว พื้นดินที่เคยเหยียบนั้นได้ค่อยๆแตกออก สำหรับผู้ที่ไม่ทันได้ตั้งตัว พวกมันได้ตกลงไปยังเหวไร้ก้นที่สิ้นหวัง   รามนั้นพึ่งได้สติหลังจากที่ทนกับความทรมาณมานานนับชั่วโมง เขาจึงรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์นี้เพียงชั่วครู่ แต่ก่อนที่จะตกลงไป รามก็เหลือไปมองชายหนุ่มที่ได้รับ 'ความเสียใจของราชา' ด้วยจุดประสงค์อะไรบางอย่าง   และหวังว่าเขาและมันจะได้พบกันในเร็ววันนี้...