ในโลกมายามีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่ง นอกจากอุปกรณ์ติดตัว7ชิ้นอันได้แก่ หมวก ชุดเกราะ ปลอกแขน รองเท้า กำไร แหวนและอาวุธแล้ว เมื่อออกจากโลกมายา
วัตถุชิ้นอื่นหากไม่ได้เก็บไว้ในแหวนจะตกลงพื้นให้ผู้คนที่สัญจรไปมาได้เก็บเป็เ้าของใหม่ทันที
ด้วยเหตุนี้หมู่บ้านเริ่มต้นจึงเป็สถานที่เพียงหนึ่งเดียวที่มีร้านรับฝากไว้สำหรับผู้คนที่ยังไม่มีแหวนแต่้าออกจากโลกมายา
หลี่หยางลืมตาตื่นขึ้นบนเตียง มันกระดกตัวลุกนั่ง ความรู้สึกสุดท้ายในโลกมายากับความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
จำได้ว่าในโลก มันมายาเดินหาภารกิจไปทั่วหมู่บ้านจนเริ่มรู้สึกเหนื่อย แต่เมื่อตื่นขึ้นมาความรู้สึกเหนื่อยนั้นกลับไม่ปรากฏให้เห็น
ชายหนุ่มใช้มือััไปที่ใบหน้า ความชื้นของเหงื่อไม่มีบนใบหน้า ประหนึ่งว่าร่างกายได้หลับอย่างเต็มอิ่ม
หยางลู่เห็นอีกฝ่ายตื่นแล้ว จึงได้กล่าวถาม “ที่โลกมายาเป็อย่างไรบ้าง??”
ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มย้ายสายตามองไป มันพบว่าปู่และพ่อบ้านจิ้นกำลังยืนรอมันอยู่และจิ้นอวี่ก็กำลังตื่นขึ้นแล้ว
“โลกมายาเหมือนเป็ฝันหนึ่งตื่น ข้าจำได้ว่ากินหญ้าวิเศษข้ามโลกในยามซื่อและก็ตื่นขึ้นมาในยามซื่อ”
หยางลู่ตอบกลับ “หากแต่เป็ยามซื่อของอีกวัน...จริงสิเ้ายังทำภารกิจไม่เสร็จหรือ? ถึงยังไม่ได้ออกมาจากหมู่บ้านเริ่มต้น??”
หยางหลี่หยางพยักขึ้นลง “ข้ารู้สึกสนใจในความแปลกใหม่ของโลกมายาจึงอยากสำรวจหมู่บ้านเริ่มต้นให้มากกว่านี้”
หลี่หยางพึ่งจะเข้าไปในโลกมายาได้1วัน มันไม่มีทางจะเทียบกับคนที่เข้าไปั้แ่ค้นพบโลกมายาได้ ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถเก็บระดับได้ทันคนเ่าั้
มันจึงคิดว่าไม่จำเป็ต้องรีบ ในหัวของหลี่หยางยังมีคำถามมากมาย ทั้งเื่คัมภีร์จิติญญาและค่าสถานะที่ยังไม่ทราบแน่ชัด
แต่มันก็คิดขึ้นได้ว่า แต่งงานได้เพียงหนึ่งวัน วันต่อมาสามีก็หายไปจากบ้านหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ภรรยาสาวแสนสวยคงจะรู้สึกไม่ดีแน่ๆ
อีกอย่างสิ่งที่มันขอในวันแต่งงาน คือให้อีกฝ่ายทานอาหารร่วมโต๊ะกันทุกมือ แต่แล้วเป็มันเองที่ไม่สามารถทำได้
“ท่านปู่ ข้าสัญญากับปิงหยุนไว้ว่าจะกลับไปกินอาหารกับนาง หากท่านปู่สงสัยอะไรถามกับจิ้นอวี่ได้เลยนะ”
จากนั้นหลี่หยางออกมาจากห้องของปู่และกลับไปยังเรือนพักของตัวเองทันที
เรือนพักของหลี่หยางไม่มีสาวใช้ เนื่องจากทั้งคู่ไม่้าให้คนนอกรู้ว่า มันและภรรยาไม่ได้อยู่ร่วมห้องนอนร่วมเตียง
ในใจจึงเกิดความรู้สึกเป็ห่วง ‘นางอยู่คนเดียวคงเหงาแย่’
แต่เมื่อมันเปิดประตูเข้าไปด้านใน หว่างคิ้วของมันต้องขมวดเข้ามาหากันเป็เส้นเดียว เนื่องจากสตรีที่ออกมาต้อนรับหาใช่เป็หลิวปิงหยุนภรรยา แต่เป็ไห่ถัง สาวใช้ในจวน
“จะ...เ้า!!! เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร???” หยางหลี่หยางกล่าวออกด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก
อีกฝ่ายตอบกลับด้วยรอยยิ้มแฝงความนัย นางกระซิบกล่าว “เห็นว่าเรือนพักของท่าน ไม่มีสาวใช้เข้าออก ข้าจึงเข้ามาดูความเรียบร้อยให้ แต่ว่าทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะ ปล่อยภรรยาให้อยู่คนเดียวทั้งวันทั้งคืนแบบนี้”
ยังไม่ทันที่หลี่หยางจะได้กล่าวคำถาม หลิวปิงหยุนเดินออกมาจากด้านใน “ท่านกลับมาแล้ว”
เห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มรีบกล่าว “ปิงหยุน เอ้ย...น้องหญิง สาวใช้คนนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร??”
หลิวปิงหยุนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ “ไห่ถังเห็นว่า เรายังไม่มีบ่าวรับใช้ นางจึงอาสามาช่วยเก็บกวาดเรือนพักให้เป็ครั้งคราว ท่านเข้ามาสิ อาหารเตรียมไว้พร้อมแล้ว”
ในใจของหลี่หยางรู้สึกพองโต อย่างน้อยๆนางก็ยังจำคำขอของเขาได้
เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย ไห่ถังยกยิ้มมุมปากพร้อมกล่าว “เช่นนั้นบ่าวขอตัวก่อน”
แม้หยางหลี่หยางและหลิวปิงหยุนจะไม่ได้นอนร่วมเตียง แต่พวกเขาสองคนยังร่วมโต๊ะอาหารเดียวกันได้
ชายหนุ่มกล่าวถาม “ปิงหยุน เวลาที่ข้าเข้าไปในโลกมายา เ้าต้องอยู่คนเดียวเหงาหรือไม่?? ให้ข้านำสาวใช้ของเ้ามาที่นี่ดีไหม??”
คำถามนี้ของหลี่หยาง ใจหนึ่งคือเป็ห่วงว่าหลิวปิงหยุนจะเหงา แต่อีกใจคือมัน้าหาสาวใช้เพื่อกันมิให้ไห่ถังเข้ามายุ่มย่ามอีก
ได้ยินเช่นนั้นหลิวปิงหยุนส่ายหน้าเบาๆ “หากสาวใช้รู้ถึงความสัมพันธ์ของเรา เื่ย่อมต้องถึงหูท่านพ่อ ข้าไม่้าให้ท่านพ่อไม่สบายใจ เพียงแค่งานบ้านเล็กๆ จากนี้ไปข้าจะเริ่มทำด้วยตัวเอง”
หยางหลี่หยางรู้สึกสงสารอีกฝ่ายขึ้นมา ถึงตระกูลหลิวจะไม่ใหญ่โตเทียบเท่าตระกูลหยาง แต่นางก็เป็บุตรสาวคนเดียวในตระกูลพ่อค้า นางถูกเลี้ยงดั่งไข่ในหิน หยิบจับสิ่งใดมีสาวใช้ทำให้มาตลอด
“ข้าพึ่งกลับมาจากโลกมายา มีเวลาหนึ่งวันเต็มๆ หากท่านคิดถึงบ้าน ข้าสามารถพาท่านไปเยี่ยมได้” นี้เป็สิ่งเดียวที่หลี่หยางทำได้เพื่อปลอบประโลมใจหญิงสาวตรงหน้า
ใบหน้าของอีกฝ่ายค่อยๆมีรอยยิ้มเล็กๆปรากฏให้เห็น “ขอบคุณ” น้ำเสียงไพเราะจับใจของหลิวปิงหยุนดังขึ้น ให้ใจของหลี่หยางได้เบิกบาน
เมื่อทั้งสองทานอาหารเสร็จแล้ว หลี่หยางได้ออกมาที่ลานกว้างริมบึงเหลียนฮวา ชายหนุ่มไม่ได้ลืมที่จะฝึกฝนพลังวัตรอยู่เสมอๆ
แต่ก่อนจะได้เริ่มฝึกฝน บ่าวรับใช้คนหนึ่งวิ่งมาหามันอย่างเร่งรีบ
“นายน้อย มีคนมาขอพบท่าน เวลานี้อยู่ที่หน้าประตูขอรับ”
ได้ยินเช่นนั้นหยางหลี่หยางครุ่นคิด นอกจากจิ้นอวี่แล้วมันก็ไม่ได้มีสหายที่ไหน แล้วใครกันที่มาหามัน? หรือว่าจะเป็สหายเก่าของหยางหยาง??
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมา มันคิดจะบอกปัดไม่พบใคร แต่อีกใจหนึ่งก็ฉุกคิดได้ว่า ‘หรือว่าจะเป็เขา’
หลี่หยางคิดถึงบุรุษหนุ่มที่้าซื้อฟันทองของหนูป่าจากมันในโลกมายา
“ได้บอกชื่อหรือไม่??”
บ่าวรับใช้รีบตอบ “เห็นว่าชื่อ ต้าเสี่ยว นะขอรับ”
ได้ยินเช่นนั้น มันจึงตัดสินใจไปดูให้แน่ ระหว่างทางเห็นจิ้นอวี่กำลังออกมาจากห้องของปู่พอดี จึงได้ชวนไปเป็เพื่อน
หน้าประตูจวน เมื่อบ่าวรับใช้เปิดประตูออก หลี่หยางพบว่าคนที่มาหามันเป็เพียงเด็กตัวเล็กๆอายุราวๆ10-11ปีเท่านั้น มันไม่เคยเห็นหน้าเด็กหนุ่มคนนี้และไม่เคยรู้จัก
“เ้ามาหาข้า??” หลี่หยางถามออกไป
อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันโค้งศีรษะพร้อมกล่าวแนะนำตัวอีกครั้ง “ข้าน้อยมีนามว่า ต้าเสี่ยว ในโลกมายาท่านบอกไว้ว่าหาก้ายืนยันสถานะการซื้อขายให้มาที่จวนตระกูลหยาง”
หยางหลี่หยางรู้แล้วว่าผู้ที่มาหาคือคนที่มันตกลงธุรกิจด้วย หากแต่รูปลักษณ์ในโลกมายากับเด็กตรงหน้านั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“เ้าใช่คนๆเดียวกันแน่หรือ??”
ต้าเสี่ยวรีบตอบ “นะ..แน่นอนขอรับ ข้าน้อยจดจำทุกคำพูดที่คุยกับท่านในโลกมายาได้ สามารถเล่ามันได้อย่างไรผิดเพี้ยน”
จากนั้นเด็กหนุ่มกล่าวั้แ่แรกเริ่มของการสนทนาจนกระทั่งพวกมันได้แยกทางกันออกไป
หลี่หยางรู้สึกให้ความสนใจเล็กน้อย ‘เด็กคนนี้มีความจำดีชะมัด’
จากนั้นมันเริ่มมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยความคิด ‘จริงสินะ หากไม่ใช่ตระกูลขุนนางหรือคฤหบดีใหญ่ พวกเขาจะต้องปากกัดตีนถีบหาเงินเลี้ยงปากท้อง และทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือโลกมายา โลกที่ความแข็งแกร่งของทุกคนเริ่มต้นในจุดเดียวกันหมด’
แต่คิดแล้วก็สงสัย จึงถามออกไป “เ้าเข้าไปในโลกมายาั้แ่เมื่อใด??”
“หนึ่งปีเศษแล้วขอรับ” อีกฝ่ายกล่าวตอบ
‘หนึ่งปีในโลกมายาแต่ยังอยู่ในหมู่บ้านเริ่มต้น’ หลี่หยางถามด้วยความสงสัย
“เหตุใดเ้าถึงไม่ออกจากหมู่บ้านเริ่มต้นอีก??”
เด็กหนุ่มรีบตอบ “ข้าน้อยใช้หมู่บ้านเริ่มต้นเป็แหล่งหาเงิน ล่ากระต่าย หนูป่า นกพิราบขายเป็ตำลึงและเปลี่ยนเป็เหรียญทองมาใช้จ่ายในโลกจริง ข้าคิดว่า...”
อีกฝ่ายครุ่นคิดอยู่หลายอึดใจว่าควรพูดดีไหม แต่สุดท้ายก็บอกความในใจทั้งหมดออกไป
“ข้าคิดว่า ที่หมู่บ้านเริ่มต้น อาจจะยังมีภารกิจที่คนอื่นๆมองข้าม”
อีกฝ่ายนั้นมีความคิดตรงกันกับหลี่หยาง ตัวของมันก็รู้สึกว่า หมู่บ้านเริ่มต้นจะต้องมีเควสซ่อนอยู่ เพียงแต่ยังไม่สามารถหาได้พบเท่านั้น
‘เด็กคนนี้ สามารถหาภารกิจที่คนอื่นมองข้ามถึง10ปีได้พบ แม้จะยังเด็กอยู่แต่อายุไม่มีผลในโลกมายา ควรค่าแก่การคบหาเอาไว้’
จากนั้นชายหนุ่มกล่าวออก “ตกลง ในเมื่อเราสองคนยืนยันสถานะได้แล้ว พรุ่งนี้ยามซื่อ ข้าจะเข้าไปที่โลกมายา
หากเ้านำทางข้าไปพบภารกิจได้จริง ยามซื่อของอีกวันเ้าสามารถมาหาข้าที่นี่เพื่อรับ150เหรียญทองได้ทันที”
่บ่าย หยางหลี่หยาง พาหลิวปิงหยุนกลับไปเยี่ยมบิดาที่บ้าน มันปล่อยให้หญิงสาวใช้ชีวิตกับครอบครัว ส่วนตัวเองใช้เวลานั่งสมาธิฝึกพลังวัตร พอถึงเวลาเย็นหลี่หยางรับประทานอาหารร่วมโต๊ะตระกูลหลิว
เป็ครั้งแรกที่หลี่หยางพบคนในครอบครัวของหลิวปิงหยุนประกอบ บิดา น้องชายและตัวนาง แม้จะสงสัยแต่ชายหนุ่มไม่กล้าที่จะถามถึงมารดาของอีกฝ่าย
ระหว่างทางนั่งรถม้ากลับจวน หลิวปิงหยุนมองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ
“ขอบคุณท่านมาก”
ได้ยินเช่นนั้นหลี่หยางแย้มยิ้ม พร้อมกับส่ายหน้าไปมา “มันเป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”
ในคืนนั้น เมื่อหยางหลี่หยางอาบน้ำเสร็จ มันกลับไปที่ห้องเล็กของตัวเอง สิ่งที่มันเห็นทำให้หัวใจของมันแทบจะหล่นลงไปที่ตาตุ่ม
หลิวปิงหยุนภรรยาผู้งดงามของมัน บัดนี้ได้ขึ้นมาอยู่บนเตียง ‘ระ...หรือว่านางใจจะอ่อนแล้ว’
แต่แล้วความฝันของมันต้องแหลกสลายในเวลาไม่กี่อึดใจ หญิงสาวตรงหน้ามิได้คิดจะอุ่นเตียงให้ แต่กำลังจัดเตรียมที่นอนให้ต่างหาก
หลิวปิงหยุนเห็นอีกฝ่ายเข้ามา ใบหน้าของนางแดงขึ้นเล็กน้อย นางกลัวว่าชายหนุ่มจะเข้าใจผิดถึงเื่อย่างว่า จึงรีบกล่าวออกไป
“พวกเราไม่มีบ่าวรับใช้ ท่านเป็บุรุษเกรงว่าจะไม่ประณีต ข้าจึงมาช่วยท่านจัดที่นอนให้เท่านั้น” ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับ หญิงสาวแทรกตัวผ่านร่างของหลี่หยางและออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
หลี่หยางขึ้นเตียงนอน ผ้าห่มและหมอนหนุนมีกลิ่นหอมจางๆของสตรี ชายหนุ่มสูดดมกลิ่นหอมเบาบางเข้าไปเต็มปอด
เมื่อครู่หลิวปิงหยุนเป็ผู้จัดเตรียมที่นอนให้แก่มัน กลิ่นหอมนี้เป็กลิ่นกายของนางไม่ผิดแน่ ความรู้สึกสบาย กลิ่นหอมจางๆและความนุ่มนวลอ่อนโยนของหลิวปิงหยุนที่แสดงออกมาในวันนี้
ให้ความรู้สึกสุขสบายเหลือเกินนน ....ชายหนุ่มเคลิ้มหลับ
“นายน้อย!!...นายน้อย!!...นายน้อย!!!!” เสียงะโเรียกมันดังอยู่หน้าเรือนพัก หากแต่หลี่หยางยังคงหลับและคิดว่าตัวเองหูแว่วไป
จนกระทั่งหลิวปิงหยุนเข้ามาปลุกมันให้ตื่นขึ้นกลางดึก
“หยางหยาง มีบ่าวรับใช้มาะโเรียกท่านอยู่หน้าเรือน หากท่านไม่้าพบข้าจะไล่เขากลับไป”
หลี่หยางในสภาพงัวเงียกำลังจะให้ปิงหยุนไล่บ่าวรับใช้กลับไป แต่เสียงเรียกซ้ำดังขึ้นอีกครั้ง มันเริ่มคุ้นว่า เสียงที่ดังออกมาเป็เสียงของจิ้นอวี่
‘หรือว่าเกิดเื่อะไรขึ้น!!??’ หลี่หยางในชุดนอนผลักประตูเรือนออกไป ไม่ผิดอย่างที่คิดคนที่ะโเรียกมันคือ จิ้นอวี่
เมื่ออยู่ต่อหน้าหลิวปิงหยุน จิ้นอวี่กล่าวด้วยถ้อยคำสุภาพ “นายน้อย เด็กที่ชื่อต้าเสี่ยวคุกเข่าร้องะโขอพบท่านอยู่ที่หน้าประตูจวน”
ได้ยินเช่นนั้นหว่างคิ้วของมันขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย “ดึกดื่นป่านนี้เนี้ยนะ??”
แต่ถึงอย่างไรก็ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้ว หลี่หยางหันไปกล่าวแก่หลิวปิงหยุน “ไม่รู้ว่ามีเื่อะไร ประเดี๋ยวข้ากลับมา”
หลิวปิงหยุนจ้องมองไปที่แผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยแววตาสงสัย จากนั้นนางได้กล่าวในสิ่งที่หลี่หยางไม่คิดว่าจะได้ยิน
“ให้ข้าไปกับท่านด้วยได้หรือไม่??”
ในใจของหญิงสาวคิด สิ่งที่สองนายบ่าวคุยกันเป็เพียงข้ออ้างเท่านั้น ในยามวิกาลเช่นนี้สถานที่ ที่บุรุษจะไปคือหอโคมแดง หากเป็เมื่อก่อนหลิวปิงหยุนย่อมไม่สนใจ ถ้าอีกฝ่ายจะไปในสถานที่แบบนั้น
แต่ตลอดเวลา2-3วันที่ผ่านมา หยางหยางที่นางได้ยินกับหยางหยางที่นางรู้จักมีนิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ความสงสัยในใจของหญิงสาวทำให้นางอยากจะพิสูจน์ให้เห็นชัดด้วยสองตาของตัวเอง
‘หากเขาจะไปเที่ยวสถานที่แบบนั้น เขาจะต้องปฏิเสธไม่ให้เราตามไป!!’