ความหนาวเยือกแล่นไปตามสันหลัง ลัคนารู้สึกผิดพออยู่แล้วที่นำทุกคนมาเจอเื่แบบนี้แต่คราวนี้กลับเจอสิ่งที่ไม่อยากจะเจอมากที่สุดอีก และสิ่งนั้นก็มาพร้อมกันถึงสามคน
คนที่ยืนนำหน้าทั้งสามมีผมแกละสีดำ ตาโต สวมถุงมือและถุงน่องตาข่าย ถือขวานาแบบเดียวกับลอร์น่าอีกคนมีผมยาวอยู่ในชุดนักเวทสีแดงและถือคทา
คนที่สะดุดตาที่สุดมีผมยาวสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ พันผ้าพันแผลทั้งตัว มือขวาสวมกรงเล็บขนาดใหญ่และบนศีรษะก็มีสัตว์หน้าตาประหลาดเกาะอยู่
“ไอชา! ทำไมพวกนั้นมองเธอกันหมดเลยล่ะ?! ทั้งที่ฉันควรจะเด่นที่สุดแท้ๆ!”ผู้เล่นผมแกละหันไปะโใส่ผู้เล่นที่มีสัตว์อยู่บนหัว คนถูกเรียกกะพริบตาปริบๆ แล้วหันไปทางอื่นเมินผู้เล่นผมแกละแบบเนียนๆ
“อึก...เอาเถอะ ฝัน ไหนๆ ก็เจอพวกนี้แล้ว ตีเลยดีกว่า” เธอหันไปพูดกับคนในชุดนักเวทต่อ
ฝัน คนในชุดนักเวทพยักหน้าแล้วตั้งท่าจะทำอะไรบางอย่าง มีแสงจางๆ ห่อหุ้มผู้เล่นผมแกละเธอยกขวานขึ้นแล้วเตรียมจะเข้าไปสับอุลริกที่ยังมึนอยู่ ลัคนาเห็นท่าไม่ดีรีบยกดาบขึ้นตั้งรับ
แต่ลัคนาสภาพไม่สมบูรณ์เต็มร้อย เธอเกือบลื่นล้ม แต่ผู้เล่นคนนั้นก็ถอยกลับไป
“บ้าอะไรเนี่ย...ไอ้ดาบบางแค่นั้นบล็อกขวานของฉันคนนี้ได้งั้นเหรอ?” เด็กสาวฉีกยิ้มแหยๆ ลัคนาเริ่มสั่นเพราะแรงกระแทกไม่ใช่น้อยๆ ฮิบิคิยืนขวางเธอเอาไว้
“ฮิบิคิ...ดาบสั้นตั้งรับอาวุธแบบนั้นไม่ได้หรอก!” ลัคนากระซิบเตือน แต่เด็กหนุ่มยังปักหลักอยู่ที่เดิม
“พวกเธอเห็นผู้หญิงมีฝักดาบอยู่กลางหลัง ผมดำ สูงประมาณนี้ไหม?”
ลอร์น่าเดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจแบบปกติ ทุกคนกลั้นหายใจ
MT ไม่เคยพูดคุยแบบนี้กับผู้เล่นมาก่อนยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ยิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่ แต่เด็กสาวผิวสีน้ำผึ้งคนนี้ก็ยืนอกผายไหล่ผึ่งประจันหน้ากับ
ผู้เล่นถึงสามคน
“อะไรเนี่ย ไอ้ตัวนี้” ผู้ใช้ขวานสองคนจ้องหน้ากัน
“เห็นรึเปล่า? ออจริงสิ อยากจะบอกมานานแล้วนะแต่พวกเราไม่ใช่‘ไอ้ตัวนี้’ สักหน่อย พวกเราก็มีจิตใจเหมือนกัน จำไว้ด้วย”
“เฮ้อ ตบพวก MT ที่เหมือนคนเด๊ะๆก็แย่พอแล้ว ยิ่งพูดแบบนี้ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ ช่างเหอะน้า ความรู้สึกมันก็เหมือนPvP...”
“นารี เวลาบัฟจะหมดแล้วนะ” ฝันเตือน เธอกำคทาเวทเกร็งๆ ผิดกับน้ำเสียงที่ยังปกติอยู่
“เข้าใจแล้ว ลุยล่ะนะ!” นารีถือขวานแล้ววิ่งเข้าใส่ลอร์น่าด้วยความเร็วน่ากลัวแต่จังหวะที่กำลังจะเหวี่ยง เธอก็ก้มหลบได้เฉียดฉิว
“ตอกเสาเข็มกันอยู่เรอะ?! นางเอกมาแล้วนะ!” แทนที่จะสู้กับลอร์น่าต่อ นารีเข้าจู่โจมกลุ่มที่พยายามขุดเรืองฤทธิ์จากน้ำแข็งพวกเขาหลีกทางกันอย่างเฉียดฉิว และขวานของนารีก็กระแทกน้ำแข็งเป็รอย อุลริกตาลุกวาวเขาเข้าปะทะกับนารีตรงๆ แล้วล่อให้เธอฟันลงที่พื้นน้ำแข็งจุดเดิมอีกครั้ง
“อยากตายนักเร้ออออออ!!!” เธอะโพลางเหวี่ยงขวานด้วยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า
ไอชาอ้อมมาข้างหลังและกะจังหวะจะโจมตีอุลริก ปีปราดเข้ามาขวาง
“อย่าทำนะ!” เขาเล็งหน้าไม้ไปที่หน้าผากของเธอ กั้นระหว่างไอชาและอุลริกที่พยายามหลอกล่อนารีอย่างเต็มกำลังผู้เล่นสาวหยุดกึก สัตว์ประหลาดบนศีรษะของเธอกระพือปีกขึ้นลง สายตาง่วงงุนสำรวจร่างเด็กชายตรงหน้าที่แขนสั่นกึกๆ
“ปี! ออกมา!” อึนริวร้องเรียก เขาวิ่งตามไปติดๆ และช่วยกันไว้อีกคน ไอชานั้นแค่ใช้กรงเล็บโจมตีแค่ครั้งเดียวร่างของเด็กชายก็จะแหลกแล้วแท้ๆแต่เธอกลับไม่ทำอะไร
“เสร็จล่ะ!” อีกด้านหนึ่ง อุลริกกลับลื่นบนพื้นน้ำแข็งและนารีกำลังจะสับตัวเขาเป็สองท่อน
ฟุบ ไอชาใช้กรงเล็บสีทองขนาดใหญ่ของตัวเองรับขวานของนารีไว้สัตว์ประหลาดบนศีรษะเธอกระพือปีกถี่ๆ ร่างของไอชาลอยขึ้นเล็กน้อยแล้วผลักขวานออกไปประกายไฟจากการปะทะกระดอนบนพื้นน้ำแข็ง
“ไอชา เป็บ้าอะไรฮะ?!” เด็กสาวะโใส่อย่างโกรธๆ “โดนไอ้เ้า
คิรินบนหัวนั่นกินสมองแล้วรึไง?!”
ไอชาไม่ตอบ กรงเล็บของเธอฟาดต่อเนื่องแล้วคว้าด้ามขวานเอาไว้ กระชากมันหลุดจากมือนารีเธอใช้กรงเล็บจ้วงเข้าที่กลางลำตัวของอีกฝ่ายและต่อยซ้ำ เด็กสาวที่ไร้อาวุธะโขึ้นยืนกลางอากาศเมื่อสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีแผ่นพลังงานสีใสรองรับเท้าของเธออยู่ และแผ่นพลังงานนั้นก็ยืดเป็ทางกลางอากาศนารีวิ่งไปตามทางใสๆ แล้วพยายามจะเก็บขวานของตนคืนมา
“เสียสติไปแล้วจริงๆ สินะไอชา ก็บอกกี่ครั้งว่าอย่าเล่นสายนี้น่ะ! สมองติดไวรัสแล้วงั้นสิ!” เธอะโใส่ไอชาที่ยืนขวางระหว่างตัวเองและอาวุธ
“ฉันสาย PvP” เธอหลับตาลง มีดวงตาปรากฏขึ้นกลางกรงเล็บบอกให้รู้ว่าจริงๆแล้วมันคือสิ่งมีชีวิต “สู้กับคนอื่นเื่ถนัด”
“ไอชา...อย่าทะเลาะกันเลยนะ” ฝันแทรก เธอยืนทำอะไรไม่ถูกมาสักพักแล้ว “ก็จริงที่สกิลเธอส่วนใหญ่เป็สกิลPvP แต่อย่าเพิ่งมาแตกกันเลยเถอะนะ เป็สายซินโครก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องเข้าข้างพวกมอนหรอก”
ระหว่างที่คุยกัน นารีใช้ทางล่องหนของตนเองะโข้ามศีรษะไอชา เธอหยิบขวานขึ้นมาได้เด็กสาวพุ่งเข้าหานิโคไลเป็คนแรก
มีเสียงผู้ชายดังขึ้น เป็เสียงคล้ายหุ่นยนต์ไร้อารมณ์ขณะที่นารีเงื้อขวานเตรียมโจมตี
“Phantom Axel”
ขวานสับผ่านร่างของนิโคไลอย่างง่ายดาย
ครู่หนึ่งเหมือนทั้งโลกเปลี่ยนเป็สีเทา ใบหน้าของชายหนุ่มฉาบด้วยความใร่างของนารีและขวานของเธอกลายเป็เพียงเงาทะลุผ่านทุกอย่าง
เืสีแดงข้นกระฉูดไปทั่ว ฆาตกรที่เพิ่งฆ่าคนไปต่อหน้าต่อตาแค่ยกแขนขึ้นมาดูหยดเืที่เปรอะเปื้อน
“อี๋ ทำไมเืมันเยอะงี้เนี่ย?” เธอทำหน้าขยะแขยง
หน่วยลาดตระเวนทุกคนนิ่งงันเมื่อร่างของนิโคไลร่วงลงบนพื้นช้าๆ เือาบจนหิมะกลายเป็สีแดงค้อนาที่เคยโจมตีอย่างดุดันบัดนี้หล่นลงกลางกองหิมะ กลายเป็สิ่งของไร้ประโยชน์
สีหน้าของฝันราวกับจะเป็ลมล้มพับ ส่วนไอชาเบิกตาอ้าปากค้าง สัตว์ประหลาดบนศีรษะกระพือปีกแรงๆดวงตาเหลือกไปมา
“...นารี...รินบอกฉัน...” เธอพูดเบาปานกระซิบ
“พวกเราแค่จะขุดเพื่อนออกจากหิมะ ทำไมต้องมาฆ่ากันด้วยคะ?!” ลัคนาะโสุดเสียง มองร่างไร้ชีวิตของนิโคไล ใบหน้าของเธอชาไปหมด
ทุกสายตาหันมา เด็กสาวสบตาฝันและนารีด้วยดวงตาเกรี้ยวกราด
“...ใครจะสนล่ะ อิลิกเซอร์เชียวนะ” นารีพลิกศพนิโคไลแล้วหยิบขวดแก้วสีชมพูดูมีราคาขึ้นมาข้างในมีของเหลวบรรจุอยู่
“เดี๋ยวสินารี” ฝันห้าม “นี่เควสลับอะไรหรือเปล่า? เกมนี้ไม่ค่อยบอกรายละเอียดMT เท่าไหร่เลยนะ บางทีเราอาจจะได้อะไรที่ดีกว่าอิลิกเซอร์ก็ได้”
“วัตถุดิบอาวุธเทพเรอะ? ของพรรค์นั้นน่ะ...”
“ไปตายซะ!!!” ยูริวิ่งเข้าหานารีด้วยแรงทั้งหมดที่มี เธอแค่ใช้ด้ามขวานปัดเขาก็กระเด็นชนต้นไม้แห้งอีกด้านน้ำตาไหลอาบแก้ม
“บัดซบ! บัดซบ! บัดซบ!” เขาวิ่งเข้าแทงมีดเข้าใส่นารีอย่างจัง ดวงตาเปี่ยมโทสะจ้องเขม็งที่ศัตรูแต่เด็กสาวดูไม่สะทกสะท้าน อีกทั้งเธอยังสามารถปัดเข็มที่หยางยิงออกมาด้วยมือข้างที่ว่างอีกด้วย
“เป็ไรของมัน” เธอจับข้อมือยูริเพื่อจะดึงมีดออก แต่...
“...?”
ชายหนุ่มออกแรงกดมีดลึกเข้าไป ร่างของนารีเริ่มสั่น
“อึก...จะ...เจ็บ...เหมือนกันนะเฮ้ย...”
ร่างของเด็กสาวอาบไปด้วยแสงสว่างอีกครั้ง แต่เธอก็ยังดึงมีดและมือของยูริออกจากตัวไม่ได้ในระยะประชิดขนาดนี้ ขวานของเธอไร้ประโยชน์ แถบสีเขียวเหนือศีรษะของเธอลดลงต่อเนื่องนารีปล่อยมือ ตั้งใจจะถอยหลังทิ้งระยะแล้วเอาขวานสับยูริอีกคน
MT พยายามจะเข้าไปห้ามแต่เขาก็บิดและกระชากมีดออกจากร่างนารีอย่างแรงถอยหลังและอ้อมไปข้างหลังเธอด้วยความเร็วอันน่ากลัว เขาแทงมีดเข้าไปรัวๆ จนนารีเริ่มโกรธก่อนที่ขวานจะถูกตัวยูริก็หลบพ้นระยะโจมตีไปเรียบร้อย
“หน็อยแน่....”
“นารี!” ฝันะโเตือน เด็กสาวผมแกละจิ๊ปาก
ในขณะเดียวกัน ไอชาเริ่มเจาะชั้นน้ำแข็ง ผงสีขาวกระจายไปทั่ว สองขายืนปักหลักมั่นคงกรงเล็บที่เหมือนจะมีชีวิตของมันเองหมุนเหมือนสว่าน น้ำแข็งเริ่มแตกออก และไม่นานร่างของเรืองฤทธิ์ก็หลุดออกมาไอชาถอยไปเล็กน้อย อุลริกเป็คนแรกที่พยุงเขาออกมา
“เรือง...?” อุลริกเขย่าตัวคู่หู
หยางเดินเข้ามาััผิวเย็นเฉียบและใบหน้าไร้สีเืของชายหนุ่ม เขาเหมือนกับตุ๊กตาอ่อนปวกเปียกหยางเลิกเปลือกตา เอานิ้วแตะที่คอ และใช้มืออังจมูก เสร็จแล้วเขาก็ลุกขึ้นช้าๆ พูดประโยคที่ไม่มีใครอยากได้ยินโดยเฉพาะอุลริก
“เราช้าไป เขาตายแล้ว”
ลัคนารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางลำตัว
“โก...โกหกน่า...” อุลริกหน้าซีดเผือด หยางหลุบตาลง ไอชาหันหลังให้เขา คนอื่นไม่เชื่อสายตาตัวเอง
อุลริกมองเรืองฤทธิ์ ตัวเขาเย็นเฉียบและไร้การตอบสนอง
กำลังหลักของเหล่า MT หายไปถึงสองคน
เพื่อนสองคนตายจากไปภายในเวลาห่างกันไม่ถึงชั่วโมง
“อ๊ากกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” เสียงะโที่เต็มไปด้วยความเ็ปของชายหนุ่มดังผ่านเมฆหมอกของูเา
“หนวกหูชะมัด...!” นารีเหวี่ยงขวานเข้าใส่คอของอุลริกแต่ไอชาก็มาขวางอีก
“ไอชา เป็อะไรของเธอ ทำไมต้องปกป้องเ้าพวกนี้ด้วย...?” เธอถามเสียงต่ำ
“คิรินบอกฉัน...” ไอชาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นไม่ต่างกัน “คนพวกนี้ก็มีจิตใจไม่ต่างจากพวกเรา”
“...”
“...หึ...หึๆ ตลกมากไอชา เอาคนจริงๆ มาเล่นเป็มอนก็สมเหตุสมผลดีนี่นะเหมือนบอสบางตัวใช่ไหม? ทำให้เกมสนุกขึ้นมาด้วยทุกอย่างในเกมก็ถูกสร้างมาให้เราทั้งนั้นแหละ แล้วเธอบอกว่าจะมาปกป้องพวกนี้อย่างนั้นเหรอ...? บ้าบอมากเลยนะ” นารีมีท่าทางผ่อนคลายขึ้น “จะมาสู้กับฉันรึไง ไอชา...?”
“...” ไอชาไม่ตอบแต่ก็ไม่ได้ถอย
“ทะเลาะกันเพราะเื่แค่นี้ หรือเธออยากจะสู้กับฉันั้แ่แรกกันแน่?” นารีแยกเขี้ยว ไอชาหลับตา พอลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอก็เปลี่ยนไปเหมือนสัตว์ร้าย
“เอาอย่างนั้นก็ได้!” เด็กสาวผู้ใช้ขวานประกาศก้อง
จากนั้นทั้งสองก็สู้กันอย่างไม่ประนีประนอม ไอชาได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดแต่นารีเองก็ไม่ยอมถอยง่ายๆ เช่นเดียวกัน
“นิชพรล่ะ?” ลอร์น่าถามเบาๆ
“ทุกคน ระหว่างนี้รีบไปเร็ว!” อรุโณทัยเตือน
ลัคนาหันไปมองยูริและอุลริกด้วยความเป็ห่วง แต่ก็เห็นทั้งสองตามมาแต่โดยดีกลุ่มหน่วยลาดตระเวนจึงผลุบหายไป ปล่อยให้ผู้เล่นทั้งสองต่อสู้กันเอง ระหว่างที่กำลังจะวิ่งลงจากเขาลัคนาหันไปมองไอชาแวบหนึ่ง และอีกฝ่ายก็สบตาเธอ
ตั้งใจถ่วงเวลาให้เราอย่างนั้นเหรอ...?
ถึงไม่แน่ใจแต่ลัคนาก็ปักใจเชื่ออย่างนั้น
“ยัยนั่นน่ะ” ฮิบิคิพูดถึงไอชาเหมือนอ่านความคิดเธอออก “ถึงยัยนั่นจะทำดีกับเราก็ห้ามไว้ใจเด็ดขาด...เดี๋ยวก่อน!”
เด็กหนุ่มะโ เขาชี้ไปที่กลางทุ่งนา มีร่างคนนอนอยู่บนต้นข้าวสีเขียวขจีทุกคนวิ่งปราดเข้าไปหา แต่ก็ต้องสะดุดกึกเมื่อเห็นผู้เล่นกลุ่มใหญ่กำลังล้อมร่างนั้นอยู่
นิชพรอยู่ในอันตราย
“นะ นี่ของฉันนะคะ!” ฝัน ผู้เล่นในชุดสีแดงโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ทำให้ผู้เล่นคนอื่นทำท่าจะไปสู้กับเธอนักเวทสาวร่ายคาถาตรึงทุกคนไว้กับพื้นชั่วขณะ
ลอร์น่า ยูริและอุลริกเป็สามคนแรกที่เข้าไปช่วยโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง อรุโณทัยร้องห้ามแต่ก็ไม่ทัน
“ย้ากกกก!” ลอร์น่าฟันเข้าที่กลางลำตัวผู้เล่นทุกคนยกเว้นฝัน พวกเขาผงะถอยไปจากการแต่งตัวดูเหมือนจะไม่ได้เก่งเท่าสามคนก่อนหน้านี้ คนหนึ่งยกปืนใหญ่ขึ้นแล้วยิงลอร์น่าแต่เธอก็หลบะุที่เชื่องช้านั้นได้ ระหว่างนั้น
อุลริกใช้เคียวตวัดฟันลำคอของคนที่ยืนอยู่แถวหลัง ยูริโจมตีจากทางด้านข้าง
ระหว่างที่ทั้งสามก่อกวนพวกผู้เล่น ฮิบิคิจึงวิ่งเข้าไปอย่างเงียบเชียบแล้วดึงตัวนิชพรออกมาเธออยู่ในสภาพค่อนข้างดีแต่ยังไม่ได้สติ เห็นอย่างนั้นก็ค่อยโล่งใจที่ไม่ได้เสียพรรคพวกไปอีกคน
หยางส่งสัญญาณให้ถอย เข็มเท่ากับจำนวนผู้เล่นพุ่งจากมือเขาแล้วปักที่ศีรษะของทุกๆคนพอดิบพอดีทำให้ชะงักไปเล็กน้อย และทุกคนก็รีบถอยออกจากที่นั่นทันที
ตลอดทางที่พวกเขาวิ่งกลับไปยังบาเรีย ลัคนาพูดไม่ออก เธอรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างมาจุกที่ลำคอเมื่อหันไปมองยูริและอุลริกก็พบว่าทั้งสองมีสีหน้าขมขื่น นั่นทำให้เด็กสาวรู้สึกผิด
เพราะคนที่นำพวกเขามาเจอเื่พวกนี้ก็คือตัวเธอเอง
...
“ขอโทษค่ะ...”
ลัคนาพร่ำขอโทษทั้งสองคน สองหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอมากนัก
ไม่สิ พวกเขาไม่ปริปากพูดอะไรเลยต่างหาก
ทั้งสองหันหน้าไปอีกทาง ไม่ยอมมองหน้าเธอ
“เฮ้ย มัวแต่ขอโทษแบบนี้มันกวนใจเขานะ รู้ไหม?” ฮิบิคิเดินเข้ามาห้ามแล้วดึงลัคนาออกมา
วันนั้นไม่มีประชุม บรรยากาศหนักอึ้งจนนอนไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่เป็สุข
วันต่อมาลัคนาพบอุลริกนั่งอยู่คนเดียว
“ไม่ต้องขอโทษแล้วก็ได้” เขาพูดดักคอพลางกะพริบตาถี่ๆ เหมือนห้ามน้ำตาอยู่“เห็นอย่างนี้ฉันก็ใจแข็งพอสมควรเลยนะ”
“เข้มแข็งต่างหาก” เธอแก้ เขาแค่ยิ้มบางๆ แล้วฝังใบหน้าตัวเองไว้ในฝ่ามืออุลริกนิ่งอยู่อย่างนั้นสักพักก็หยิบขวดสีเขียวออกมา
“นั่นมัน...”
“คิดว่าน่าจะให้เธอดูได้ นา ขวดนี่สินะที่เขาเรียกว่า ‘อิลิกเซอร์’สาเหตุที่ผู้เล่นอยากจะฆ่าพวกเราหนักหนา”
ขวดสีเขียวเปล่งประกายเมื่อเขาจับมันหมุนไปมา
“...นอกจากฉันจะเสียใจที่คู่หูอย่างเรืองฤทธิ์ต้องจากไปแล้ว ปีกับอึนริวก็เสียใจเหมือนกันที่เสียเพื่อนซี้ไปคนหนึ่งฮิบิคิก็เหมือนกัน ถึงหมอนั่นจะไม่ยอมแสดงออกก็เถอะ เฮ้อ...จากไปทั้งที่ฉันยังไม่ได้ลาสักคำใจร้ายชะมัด”
ถึงจะยิ้มอยู่ แต่ดวงตาของเขาไม่ยิ้มสักนิด
“โธ่เว้ย...ไม่อยากร้องต่อหน้าผู้หญิงเสียด้วยสิ”
“ขอโทษนะ...ฉันไปก็ได้” เด็กสาวรีบออกไปจากตรงนั้น
“เดี๋ยวสิ ฉันไม่ได้ไล่สักหน่อย” เขาพูดติดตลก แต่คู่สนทนาไม่ขำด้วย
“เรืองฤทธิ์เคยบอกไว้” เธอนึกไปถึงตอนที่เศร้าเสียใจเื่การาเ็ของฮิบิคิ“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเราก็จะช่วยกัน ไม่ทิ้งกันเด็ดขาด”
ชายหนุ่มฉีกยิ้มฝืนๆ
“ก็สมเป็ไอ้เรืองดีนะ”
ตอนนั้นเองอรุโณทัยก็เดินมา ชายร่างสูงคนหนึ่งเดินตามหลังเธอมาด้วย สีหน้าของทั้งคู่ไม่สบายใจเมื่อเห็นท่าทางอิดโรยของทั้งอุลริกและลัคนาชายที่เดินมามีผมสีออกน้ำตาลทอง ใบหน้าขาวหมดจดแต่มีปานสีแดงบริเวณดวงตา จัดได้ว่าเป็คนหน้าตาหล่อเหลาทีเดียวลัคนาจำได้ว่าเคยเห็นหน้าเขาตอนประชุมหน่วย
“อุลริก” อรุโณทัยเว้น่เพื่อให้ชายหนุ่มหันมา “ฉันรู้ว่ามันกะทันหันไปหน่อยแต่นับจากนี้ฟอร์ชูนาโต้จะเป็คู่หูของนาย”
“ถ้าอย่างนั้นให้ฉันไปคู่กับยูริเถอะ” อุลริกแสดงท่าทางไม่พอใจออกนอกหน้าไหล่ที่เคยตกก็เกร็งเหมือนเตรียมจะลุกไปต่อยหน้าหัวหน้าสาว
“Ciao! เจอกันก็ทำหน้าเหมือนจะถ่มน้ำลายใส่ เกลียดหน้ากันขนาดนั้นเลย?” ชายชื่อฟอร์ชูนาโต้พูดแล้วเสยผม
“แกน่ะ รองจากเฟนน่าแล้วก็เป็คนที่ฉันไม่อยากเจอหน้าที่สุดตอนนี้” อุลริกตอบ
“นั่นจะไปไหน อุลริก?” อรุโณทัยถามชายหนุ่มที่หันหลัง
“ไปหายูริ”
ลัคนาได้แต่ยืนนิ่ง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมท่าทางของอุลริกถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือแค่เห็นหน้าฟอร์ชูนาโต้เมื่อถามอรุโณทัยด้วยสายตา หญิงสาวแค่ส่ายหน้า
“อุลริกไม่ได้เข้าใจเลย ผู้บ่าวที่ร้องไห้เป็น่ะ มีเสน่ห์จะตายชักถึงฉันไม่ควรเอาเื่นั้นมาทำเป็เื่เล่นๆ ก็เถอะ...” หัวหน้าสาวมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มผมสีทองแดงลัคนายืนนิ่งครู่หนึ่งก็ตัดสินใจเดินตามเขาไป
ยูริเองก็มีใบหน้าหดหู่ แต่เขาดูหงุดหงิดมากกว่าอุลริกหลายเท่า
“ไปเจอไอ้ขยะหมายเลขสองมารึไง” เขาพูดทันทีที่เห็นหน้าอุลริก
ขยะหมายเลขหนึ่งคงจะเป็เฟนน่า ลัคนาเดา
“เออ ถ้าไม่ติดว่าหัวหน้ายืนอยู่ตรงนั้นด้วย ฉันคงต่อยมันไปแล้ว”
ทั้งคู่เงียบไปพักหนึ่ง
“จะมาอยู่กับฉัน? เราเสียคู่หูกันทั้งสองคนนี่”
“ดีกว่าไปอยู่กับ... อะไรนะ... ถ้าพูดแบบนายก็คงไอ้ขยะฟอร์ชูนาโต้เป็ไหนๆ”
“Nyet(ไม่)…ไอ้เศษขยะมูลฝอยฟอร์ชูนาโต้ต่างหาก ว่าแล้วก็อย่ามาเลียนแบบกันคนอย่างนายใช้ภาษาไม่สุภาพแบบนั้น เสียภาพพจน์เปล่าๆ”
“นายเห็นฉันนิสัยดีขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“Da (ใช่)” ยูริยักไหล่
ฟังไปฟังมาก็เหมือนการสนทนาของเพื่อนธรรมดา ลัคนาได้แต่ยืนอยู่นิ่งๆ ตั้งใจว่าจะถามแต่ก็ไม่ได้ถาม
“นา อยู่ตรงนั้นใช่ไหม?” อุลริกถามขึ้นลอยๆพักหลังเขาเริ่มเรียกเธอสั้นๆ แค่นา เด็กสาวก้าวออกมา สีหน้าเหมือนเด็กถูกจับได้ว่าแอบกินขนม
“ถ้าให้เดาคงมาถามเื่ไอ้หมอนั่นใช่ไหม?” เขายิ้มน้อยๆ เด็กสาวพยักหน้าเกร็งๆ
“เฮ้อ...เล่าวันนี้จะจบไหม? วีรกรรมไอ้ขยะนั่นขนาดฉันยังสาธยายไม่หมด”ยูริเอาแขนรองศีรษะแล้วล้มตัวลงนอนกับพื้น
“คือว่า... เห็นเขาใช้ภาษาแปลกๆ แต่ฉันฟังเข้าใจค่ะ อุลริกกับยูริก็เข้าใจใช่ไหม?”
“ฉันเข้าใจ คนที่ฟังเ้านั่นไม่รู้เื่ก็มีเหมือนกัน ยูริเข้าใจรึเปล่าก็ไม่รู้เพราะเขาก็ชอบใช้ภาษาแปลกๆเหมือนกัน”
“ภาษาแปลกๆ อะไร?” ยูริฉีกยิ้ม “That arsehole Fortunato can go fuck himself. ภาษานี้เหรอ?”
“อีกภาษาหนึ่ง ภาษาเดียวกับที่นายเคยพูดว่า ฮาราโช”
สองหนุ่มเหมือนจะพูดกันยาว ลัคนาเลยแอบถามแทรก
“ทำไมถึงเกลียดฟอร์ชูนาโต้คะ? ถ้าไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดก็ได้...”
“บางทีก็อยากระบายเหมือนกัน” อุลริกพูดอย่างไม่ถือสา แล้วสีหน้าตาก็มืดหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
“เื่มันเริ่มั้แ่ฉันเพิ่งเข้าหน่วยลาดตระเวน”