ตอนที่ 3 : สะ สาวนักผจญภัย!
หลังจากดึงใบภารกิจและไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ของสมาคม ผมก็เดินมายังร้านอาวุธเล็กๆ ร้านหนึ่งที่เจ้าของร้านเป็นชายหนุ่มอายุสามสิบตอนปลายเห็นจะได้ อยู่ในชุดช่างตีเหล็กสุดมอมเเมม ผู้เป็นเจ้าของภารกิจเก็บ 'เเสงเเห่งจิตวิญญาณ' ที่ผมเลือกรับมา
“เอาผลึกไปสิ ฉันขอภายในเที่ยงวันพรุ่งนี้ล่ะ เเต่เย็นนี้ได้ก็จะดีมาก”ช่างตีเหล็กบอก พร้อมกับยื่นถุงผ้าที่ด้านในเต็มไปด้วยเเท่งผลึกสีเทา
“ได้เลยครับ”ผมตอบพร้อมรับถุงมาถือไว้ ก่อนโค้งหัวน้อยๆ เเละเดินจากออกมา เพราะเจ้าของร้านเองก็ดูท่าจะยุ่งกับงานของตนเหมือนกันเลยไม่ได้กล่าวอะไรต่อ
ความยากของผมคือทุกอย่างเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้กันเเต่ผมไม่รู้ ครั้นจะไปถามก็อย่างไรอยู่เพราะตัวเองก็ระดับ 20 จะโดนด่าซะเปล่าๆ เลยต้องทำทีไปว่ารู้เเล้ว อย่างเจ้าผลึกนี่หรือเเสงเเห่งจิตวิญญาณก็เเทบไม่รู้เรื่องว่าต้องทำอย่างไรและมันทำอะไรได้
ผมจึงต้องอาศัย 'ความทรงจำ' ของร่างกายที่ดูจะช่วยผมได้มากสุด
ใช่เเล้ว ผมค่อนข้างเเน่ใจว่าตัวเองจำอะไรไม่ได้ เเต่ถึงอย่างนั้นร่างกายผมก็ชอบทำอะไรโดยอัติโนมัติ ซึ่งคงเป็นนิสัยเดิมของผม เเละจุดนั้นเเหละช่วยผมได้มากทีเดียว
“นี่บ้านเราอยู่ติดป่าเกินไปไหมนะ?”ผมพูดกับตัวเองเมื่อเดินออกมาจากเมือง เเละกำลังจะผ่านหลังบ้านอันเป็นทางเข้าป่าลึก เพื่อตามเก็บเเสงเเห่งจิตวิญญาณที่จะได้ก็ต่อเมื่อฆ่าสัตว์ร้ายเท่านั้น
ผมหยิบเเท่งผลึกอันหนึ่งออกมาจากถุง ก่อนเบิกตาโตด้วยความทึ่งเมื่อปรากฏข้อความเเสงขึ้นมาบนอากาศข้างๆ เเท่งผลึกที่ผมถืออยู่ในมือ
< เเท่งผลึก : อุปกรณ์เก็บเเสงเเห่งจิตวิญญาณ ปริมาณในการเก็บขึ้นอยู่กับประเภทของเเท่งผลึก >
“––วาว”ผมอดส่งเสียงออกมาด้วยความทึ่งไม่ได้ เมื่ออ่านจบข้อความเรืองเเสงก็อันตรธานหายไปในอากาศ
ผมยัดเเท่งผลึกลงไปในถุงเหมือนเดิม ก่อนหันซ้ายหันขวาดูว่าเเถวนี้มีคนอยู่ไหม เพราะผมอยากลองเล่นพลังที่เเม่สาวเสิร์ฟคนนั้นบอกว่าเป็นพลังต้องห้ามสักหน่อย พอเห็นคำอธิบายที่คุ้นตาแบบแปลกๆ แบบนี้ก็ชักรู้สึกว่ามันคล้ายกัน
ผมดีดนิ้วเรียกหน้าต่างข้อมูลขึ้นมาสำรวจ ที่อยากลองมากที่สุดก็คืออาวุธที่ผมเห็นอยู่ในส่วนที่เรียกว่าช่องเก็บของ ผมกดเรียกดาบยาวออกมา สักพักก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่มากขึ้นบนแผ่นหลัง ก่อนเห็นว่าดาบยาวนั้นถูกเรียกออกมาจากอากาศเเละถูกคาดเก็บไว้ในฝักอย่างดี
“สุดยอด!”ผมอุทานด้วยความตื่นเต้น ลองเลื่อนหน้าจอเรืองเเสงไปยังอีกหน้าหนึ่ง จริงๆ มันก็คล้ายหนังสืออยู่เหมือนกัน เป็นหนังสือที่ผมสั่งการได้ด้วยปลายนิ้ว และมีผลต่อตัวผมแบบตรงๆ เลยด้วย
ผมเลื่อนมาหน้าที่เป็นแผนที่ ทุกอย่างในแผนที่ดูดมืดมัวถูกปกคลุมด้วยเมฆดำมืดทำให้ผมมองไม่เห็นอะไร ยกเว้นเเต่เมืองอินนิทเเละบริเวณป่าที่ผมเดินเข้ามา หรือจะเเสดงให้เห็นเฉพาะที่ที่เคยไป คงเป็นอย่างนั้นเเน่ อืม ชักน่าตื่นเต้นเเล้วสิ
พอเห็นอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลของดินเเดนที่ผมยังไม่รู้จักก็ชักอยากออกผจญภัยให้สมกับอาชีพที่ตัวเองเป็นสักหน่อย
กรรรร––
ผมสะดุ้งโหยงเมื่อเผลอตัวอีกทีก็เดินลึกเข้ามาถึงไหนแล้วไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ตรงหน้าดันมีหมาป่าสีน้ำตาลตัวเบอเริ่มขนาดเท่าวัวได้ยืนขู่คำรามอยู่
ผมดีดนิ้วปิดหน้าต่างข้อมูล ชักดาบออกมาถืออย่างรู้หน้าที่ ผมปล่อยให้ร่างกายจัดการตามสัญชาติญาณเดิม หมาป่าตรงหน้าถึงจะตัวใหญ่เเต่ระดับไม่ได้สูง คำอธิบายเรืองเเสงอธิบายไว้แบบนั้น
< หมาป่ายักษ์(สีเขียว) : หมาป่าที่ออกล่าเหยื่อเป็นฝูงใหญ่... >
ผมติดใจสุดกับคำว่าฝูงใหญ่ เพราะที่เห็นมันมีเเค่ตัวเดียวนี่สิ
เเละทันทีที่คำอธิบายจางหายไป เสียงขู่คำรามชนิดที่เรียกว่าทำขนลุกเกรียวขึ้นมาได้ก็ดังอยู่รอบทิศ
บ้าชิบ! ผมยกดาบขึ้นกันกรงเล็บของหมาป่ายักษ์ตรงหน้าที่กระโจนพรวดตะปบกรงเล็บใส่ ผมเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยก่อนสะบัดดาบยาวในมือฟันตัดขาหน้ามันขาด เลือดสีเเดงสดกระฉูดกับพื้นดิน มันร้องอย่างเจ็บปวด
“ระดับ 20 นะโว้ย! ไม่มาตายตรงนี้หรอก!”ผมตะโกนบอกพวกมัน ตามคำอธิบาย 'สีเขียว' ที่ปรากฏหลังชื่อหมายความว่าระดับมันน้อยกว่าผม เเต่จำนวนเกือบสิบตัวก็ไม่ควรประมาทล่ะนะ
ผมหมุนตัวกลับมาใช้ดาบรับคมเขี้ยวที่หมายขย้ำ เขี้ยวอันเเข็งเเรงของมันกัดเต็มตัวดาบห่างจากหน้าผมไม่กี่นิ้ว เเต่ยังอ่อนนัก! ผมบิดตัวดาบ ออกเเรงฟันตัดเข้าไปในปากมันจนหัวท่อนบนของมันถูกฟันเหวอะหลุดออกจากร่าง หล่นเเหมะลงกับพื้น นี่ผมเพิ่งฟันเเยกชิ้นกระโหลกเลยเรอะ!
ร่างหมาป่ายักษ์ทิ้งตัวลงเเทบเท้า ก่อนร่างจะสลายเเละปรากฏเเสงแห่งจิตวิญญาณสีน้ำตาลเป็นลูกไฟลอยอยู่แทนตำเเหน่งร่างนั้น
“เหลืออีก 8 สินะ ดีๆ ไม่ต้องไปออกล่าให้เหนื่อยในเมื่อมาเสนอตัวให้ฆ่าถึงที่แบบนี้!”
รู้ตัวอีกทีผมก็เห็นลูกไฟสีน้ำตาลลอยอยู่เกลื่อนพื้นเกินสิบอันเห็นจะได้ ผมรีบหยิบเเท่งผลึกออกมาดูดลูกไฟเหล่านั้นจนครบสิบเเท่งเเละยัดใส่ถุงดังเดิม เสร็จภารกิจแบบง่ายๆ เลยสินะ
ส่วนเเสงเเห่งจิตวิญญาณที่เหลือผมดูดมันเข้ามาเก็บไว้ในช่องเก็บของที่มองไม่เห็น เเละมันก็เตือนผมอยู่อย่างว่าผมคงต้องไปซื้อกระเป๋าจริงๆ มาสะพาย เเละอาวุธก็ควรสะพายไว้ให้เหมือนชาวบ้านเขา ไม่อย่างนั้นอาจถูกสงสัยได้ ถึงจะยังไม่รู้ว่าพลังนี้มันต้องห้ามขนาดไหนก็เถอะ
ดูเวลาเเล้วตอนนี้เพิ่งจะบ่ายกว่าๆ เอง เสร็จโคตรจะเร็วเลย คงเพราะป่าเเถบเมืองไม่มีมอนสเตอร์ดุร้ายด้วยล่ะมั้ง และผมก็ดันเกิดมาทีระดับ 20 อีก
ผมตัดสินใจเดินลุยไปในป่าต่อ สังเกตจากเเผนที่ที่มืดมัวเเล้ว เหมือนเมืองอินนิทจะซ่อนตัวอยู่ในเขตป่าลึก ดูเป็นเมืองที่ไม่อยากสุงสิงกับใครเเต่กลับมีพ่อค้าจากต่างเมืองเดินทางกันเข้ามาจนคึกคักตลอดเวลา
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบสงัด ผมเดินไปตามทางเดินในป่าใหญ่ เห็นสัตว์เล็กวิ่งกันบนกิ่งไม้ดูน่ารัก ธรรมชาติของที่นี่สวยงามเเละรื่นรมย์ดีเเท้
ผมเปิดเเผนที่เป็นพักๆ กลัวว่าจะมืดค่ำเเละกลับไปส่งเเท่งผลึกไม่ทันจนอดได้เงินซะก่อน เพราะผมไม่อยากกินแฮมเบอร์เกอร์แล้ว ถึงจะอร่อยขนาดไหนก็เถอะ
ผมเดินขึ้นมาบนเนินเขาที่สามารถมองลงไปเห็นป่ากว้างขวาง เเละทันใดนั้นเองผมก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของผู้หญิงดังเเว่วมาจากที่ไหนสักเเห่งไม่ไกลจากตำแหน่งที่ผมอยู่นัก
ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามเสียงนั้นลงเนินลาดชันมาเรื่อยๆ ก่อนจะตะลึงกับภาพที่เห็น เบื้องหน้าเป็นเเม่น้ำสายเล็กใสสะอาดจนเห็นก้อนกรวดข้างใต้ผิวน้ำ เเต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญที่ทำผมตาค้างคือร่างเปลือยเปล่าของมนุษย์ผู้หญิงสองคนกำลังยืนเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน สัดส่วนเว้าโค้งเห็นเด่นชัด ผิวพรรณนวลเปล่งปลั่งสะท้อนเเสงเเดดยามเปียกปอน เรือนผมสีน้ำตาลเเละสีดำยาวสลวย ใบหน้าสวยน่ารัก เป็นภาพที่ทำใจเต้นตูมตามยิ่งกว่าราวนมของสาวเสิร์ฟในร้านลุงทารันซะอีก
เเต่เหมือนทั้งคู่จะไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดานี่สิ
เพราะทั้งสองหันขวับมาทางผมที่แอบอยู่หลังโขดหินราวกับจับคลื่นความหื่นกามที่พุ่งตรงเข้าหาพวกเธอได้
“นักผจญภัยเหมือนกันนี่หว่า!”ผมพึมพำอย่างตื่นตระหนก เมื่อร่างงามทั้งสองกระโดดขึ้นจากเเม่น้ำราวตัวเบาหวิวเเละรีบหยิบดาบขึ้นมา ก่อนจะพุ่งเข้ามาทั้งร่างเปลือยแบบนั้น!
ขนาดเห็นปลายดาบที่คมกริบกำลังพุ่งเข้ามาต่อหน้าต่อตาแบบสโลว์โมชั่น เเต่สายตาผมกลับจ้องอยู่ที่ก้อนเนื้อนิ่มบริเวณอกที่เคลื่อนส่ายไปมาตามการเคลื่อนไหวของร่างทั้งสองสลับไปมาจนลายตา
บ้าไปเเล้ว! ผมต้องบ้าไปเเล้วเเน่ๆ ความหื่นกามของปิศาจมันมากขนาดนี้เลยเหรอ? หรือว่าเฉพาะตัวผมเองหว่า ไม่รู้ล่ะ ผมต้องทำอะไรสักอย่างกับหน้าอกตรงหน้า เอ้ย! กับนักผจญภัยทั้งสองตรงหน้าซะเเล้ว
(จบตอน)