เนื่องจากเขาคำนวณเวลาออกจากสำนักงานตำรวจไว้เรียบร้อย ดังนั้นแม้ว่าจะขับรถตำรวจ แต่ก็ยังขับรถเร็วตามกฎหมายและไม่ใช้ช่องทางรถฉุกเฉิน ทว่าสุดท้ายเมื่อเข้ามาในทางด่วนสนามบินกลับต้องพบกับรถติด
เมื่อเห็นจากข้อมูลเที่ยวบินว่าเครื่องบินลำที่เขารออยู่นั้นได้ลงจอดเรียบร้อยแล้ว เหยาหย่วนก็เริ่มขบคิดว่าจะขออนุญาตเปิดไซเรน แต่ทว่าในตอนนั้นเองวิทยุสื่อสารภายในหน่วยงานตำรวจก็ดังซ่าๆ ขึ้นมา หน่วยปฏิบัติการพิเศษของสนามบินรายงานข่าวว่าสนามบินปิดชั่วคราวเนื่องจากเกิดเหตุมีผู้ถือมีดจี้ตัวประกัน ขอให้ทุกหน่วยงานโปรดรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบ
ที่จริงแล้วการเกิดคดีกะทันหันจะเป็การมอบข้ออ้างในการเปิดสัญญาณฉุกเฉินเพื่อเปิดทาง แต่นักเรียนนายร้อยตำรวจหนุ่มผู้ไร้ประสบการณ์ ไร้เล่ห์เหลี่ยมของพวกเราจะไปรู้เล่ห์กลเหมือนพวกเจนสนามได้อย่างไร เขาแค่คิดว่าจะไปรับคน จะก่อเื่วุ่นวายอะไรอีกไม่ได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะอยู่บนถนนรถติดต่อไป เพื่อไม่ให้รถของประชาชนซึ่งหวังจะทำผิดกฎหมายโดยใช้เส้นทางรถฉุกเฉินกล้าทำผิดกฎ
เมื่อรายงานในวิทยุกล่าวว่าจับคนร้ายได้แล้ว สนามบินจึงกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง และการจราจรก็กลับมาขยับตามเดิม เพียงแต่เมื่อเสียเวลาแบบนี้ ตอนที่เหยาหย่วนมาถึงอาคารผู้โดยสาร ก็ล่าช้าไปชั่วโมงกว่าแล้ว
เขาหิ้วแผ่นป้ายที่เขียนชื่อของอีกฝ่ายแล้วสับเท้าเข้าไปยังฝูงชน เมื่อมาถึงประตูผู้โดยสารขาเข้าถึงเพิ่งคิดได้ว่าตัวเขามาสายขนาดนี้ ตำรวจสากลคนนั้นอาจจะไม่ยืนขวางอยู่หน้าประตูผู้โดยสารขาเข้าที่แสนวุ่นวายแห่งนี้แล้วก็ได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงชูแผ่นป้ายในมือขึ้นสูงแล้วหันไปรอบๆ อาคารผู้โดยสาร โดยหวังว่าอีกฝ่ายจะเห็นตัวเอง
เขาตั้งใจมองสำรวจนักท่องเที่ยวรอบๆ แต่เมื่อมีคนหันมามอง เขาก็ทำเพียงยิ้มแหยแบบพอเป็มารยาทเท่านั้น
แต่เขาไม่รู้เลยว่า ในสายตาที่คนอื่นมองมา หนุ่มหล่อที่สวมเครื่องแบบผู้มีไหล่กว้างเอวคอดขายาวและสะโพกกลมคนนี้ เหมือนสาวชูป้ายบนเวทีมวยที่คอยส่งยิ้มหวานละมุนให้ทุกคน ซึ่งดึงดูดสายตาคนหมู่มากทีเดียว เพราะฉะนั้นทุกคนจึงมองเขา แต่กลับไม่ใช่บุคคลที่เขามองหาเลย
เหยาหย่วนรู้สึกสิ้นหวังนิดๆ เขานึกโทษตัวเองพลางให้กำลังใจตัวเองไปพร้อมกัน แม้เขาจะไปเดินชูป้ายในห้องน้ำรอบหนึ่งก็ยังไร้ผล
เขาหน้าม่อยคอตกกอดแผ่นป้ายออกมาจากห้องน้ำ เตรียมใจกลับไปโดนด่า แต่ทันใดนั้นเสียงจอแจข้างๆ ก็ดึงดูดความสนใจเข้า
“นี่มันสัตว์เลี้ยงของผู้โดยสารที่เพิ่งโดนจับเป็ตัวประกันใช่ไหม”
“ไม่รู้สิ ต้องลองตรวจกล้องวงจรปิดดู ผู้โดยสารคนนั้นถูกปล้นตอนไปรับกรงเดินทางสัตว์เลี้ยงที่เคาน์เตอร์แน่ๆ...”
“เ้าของก็ถูกพาไปโรงพยาบาลแล้ว จะจัดการอย่างไรดี”
พนักงานภาคพื้นดินที่สวมเสื้อกั๊กพนักงานสองสามคนกำลังยืนล้อมสุนัขตัวใหญ่สีน้ำตาลดำด้วยความวิตก สุนัขตัวนั้นตัวใหญ่มากจริงๆ แม้นั่งลงแล้วก็ยังสูงเท่าครึ่งหนึ่งของมนุษย์ โชคดีที่ไม่เห่าไม่วิ่งพล่าน มันทำเพียงเงยหน้ามองเหล่าพนักงานภาคพื้นดินด้วยสายตาเ็าและเบื่อหน่าย ในสายตาของเหยาหย่วนแล้ว ท่าทีเช่นนี้เหมือนเ้าหมาตัวนี้กำลังกลอกตามองมนุษย์ที่กำลังพูดจาไร้สาระอยู่เลยทีเดียว
เนื่องจากจิตสำนึกของตำรวจ เหยาหย่วนก็คิดที่จะเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่รู้ตัว แต่ทว่าเขาเดินเข้าไปเพียงสองก้าว ก็สบตาเข้ากับเ้าสุนัขตัวใหญ่ตัวนั้นแล้ว
เหยาหย่วนตาฝาดคล้ายเห็นสุนัขตัวนั้นเหมือนพิจารณาเขาอย่างระแวดระวัง หลังจากมองแผ่นป้ายในมือของเขาแล้ว ดวงตาดวงใหญ่และดำคู่นั้นก็พลันสว่างวาบ ทันใดนั้นสุนัขตัวใหญ่ที่ดูน่ากลัวก็ลุกขึ้นยืน
เ้าสุนัขตัวนั้นดูดุจริงๆ แม้ตอนที่ยังนั่งนิ่งจะยังดีอยู่ก็เถอะ แต่พอยืนขึ้นกลับเหมือนสัตว์ร้ายเสียจริง ถึงตอนเด็กๆ เหยาหย่วนจะเคยเลี้ยงสุนัข แต่ก็ไม่เคยเลี้ยงสุนัขที่ตัวใหญ่ขนาดนี้
และในตอนนั้นเอง เ้าสิ่งมีชีวิตมหึมาก็กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาเขาราวกับก้อนเมฆดำทะมึน...
หนุ่มเอวบางใจนกอดแผ่นป้ายเอาไว้แน่นพร้อมก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใช้จิตใจอันแน่วแน่ทั้งหมดที่ได้รับการฝึกฝนมาจากโรงเรียนตำรวจ ดังนั้นจึงยังไม่ล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
เหล่าพนักงานภาคพื้นดินก็ตื่นตระหนกเช่นเดียวกัน เนื่องจากคอของเ้าสุนัขตัวนั้นไม่มีแม้แต่ปลอกคอ ฉะนั้นต่อให้อยากจะดึงก็ไม่มีที่ให้ดึง ยามกลุ่มคนเหล่านี้กำลังคิดว่าจะต้องเกิดเื่ร้ายแน่ๆ นั้น เ้าสุนัขตัวใหญ่ก็เบรกเอี๊ยดกะทันหันต่อหน้าเหยาหย่วน และยื่นอุ้งเท้าหน้าตบลงแผ่นป้ายกระดาษในมือของเหยาหย่วน
เหยาหย่วนสบตาพนักงานภาคพื้นดิน โดยไม่มีใครพูดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ผ่านไปหลายวินาที พนักงานภาคพื้นดินคนหนึ่งก็ลองสอบถามด้วยความกล้าๆ กลัวๆ “นี่คือ...หมาของคุณ...” คนคนนั้นมองสำรวจเครื่องแบบตำรวจที่เหยาหย่วนสวมั้แ่หัวจรดเท้าแวบหนึ่ง จึงเปลี่ยนคำพูด “สุนัขตำรวจของคุณหรือครับ”
เหยาหย่วนยังคงค้างอยู่ในท่าเอนถอยหลัง ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ
เ้าสุนัขตัวนั้นทำสีหน้าคล้ายมอง ‘เ้าโง่’ ในทันทีและตบแผ่นป้ายอีกครั้ง จากนั้นก็ส่ายหัว แล้วเดินกลับไปลากกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งที่วางเอาไว้มุมหลืบออกมา ใช้ปากรูดซิปกระเป๋าเดินทางอย่างคล่องแคล่ว คาบสมุดเล่มเล็กสีน้ำตาลเข้มขนาดเท่าฝ่ามือแล้วยื่นไปทางเ้าโง่คนเดิม
เหยาหย่วนมองท่าทีของสุนัขตัวนั้นที่เชิดหน้าเหยียดอกตรงด้วยท่าทีน่าเกรงขาม จึงค่อยรู้ตัวว่าท่าทีของตัวเองช่างขี้ขลาดเสียจริง จึงรีบลนลานยืนหลังตรง ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือออกไปรับสมุดเล่มนั้น มือข้างที่เขายื่นไปดูจะช้าพอสมควร เพราะกลัวว่าตัวเองจะเข้าใจเจตนาของมันผิด แล้วเ้าสัตว์ร่างใหญ่จะเข้าใจผิดว่าตัวเขายื่นมือให้มันกินเป็อาหาร
โชคยังดีที่สุนัขตัวนั้นแม้จะทำหน้าหยัน แต่ก็ยื่นสมุดเล่มเล็กส่งให้เหยาหย่วนโดยไม่เร่งร้อน
ครั้นตำรวจมือใหม่เปิดดู ก็ร้องแม่เ้าโว้ย มันเป็บัตรเ้าหน้าที่ตำรวจนี่นา! นอกจากนี้บัตรตำรวจยังประทับรูปถ่ายสุนัขที่มีสีหน้าดุดัน มีขนสั้นสีดำน้ำตาลและหูตั้ง อีกทั้งตรงช่องชื่อก็เขียนคำว่า เวลส์เอาไว้อย่างเป็ระเบียบ ซึ่งตรงกับชื่อที่เขียนเอาไว้บนแผ่นป้ายของเขาพอดี เหยาหย่วนจ้องมองอย่างเหลือเชื่อ ขณะพลิกบัตรตำรวจไปมาอยู่หลายรอบ ข้อมูลใหม่เพียงอย่างเดียวที่รู้สึกทะแม่งก็คือ ซองหนังแท้ของบัตรตำรวจประทับลายน้ำ LV...
ลึกลับ...ร่ำรวย...กลายร่างเป็หมาได้...และอาจจะเป็หมาจริงๆ ที่ผ่านการฝึกฝนมา...
คำพูดของพวกรุ่นพี่แล่นเข้ามาในหัวของเหยาหย่วน ตำนานเป็เื่จริงหรือหลอกกันนะ ‘ภารกิจเร่งด่วน’ ที่นักเรียนนายร้อยตำรวจอย่างเขารับครั้งแรก ที่แท้ก็เป็การไปรับสุนัขตำรวจต่างชาติผู้แสนร่ำรวย แล้วกลับไปรายงานกรมตำรวจอย่างนั้นเหรอ
เหยาหย่วนสงสัยในเส้นทางอาชีพของตัวเองอีกครั้ง