บทนำ
เครื่องบินลำใหญ่จากฮ่องกงแล่นลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็ที่เรียบร้อย ชายหนุ่มร่างสูงลากกระเป๋าออกมาจากเกต มาตามทางเดินที่มีคนมามายมารอต้อนรับผู้โดยสารที่พึ่งลงจากเครื่อง เขาเดินออกมาจนเกือบสุดทางกั้นก็พบชายคนหนึ่งยืนโบกมือพร้อมกับถือป้ายที่เขียนว่า Welcome mr.marcus รออยู่ด้าน หน้าเขาจึงเดินตรงเข้าไปหาชายคนนั้นทันที
“สวัสดีคร้าบ คุณมาร์คัส ไม่เจอกันซะนาน ยังขี้เก็กเหมือนเดิมเลยนะครับ” กอเดียวทักทายเพื่อนหนุ่มที่ไม่ได้เจอกันนานด้วยความสนิทสนม
“ปากไม่มีหูรูดเหมือนเดิมนะแก” มาร์คัสถอดแว่นออกแล้วก็ด่าเพื่อนอย่างเคยชิน
“การเดินทางราบรื่นดีมั้ยวะเพื่อน”
“เออ ก็ดี”
“สาวบนเครื่องเป็ไงวะ ฉันบอกให้แกขอเบอร์แอร์โฮสเตสสาวสวยมาให้สักคน ไหนได้ปะ” กอเดียวแบมือมาตรงหน้ายื่นมาตรงหน้า มาร์คัสมองหน้าเพื่อนอย่างเอือมระอาก่อนจะเอากระดาษทิชชู่ที่ถืออยู่ในมือส่งให้แบบตัดรำคาญ
“เฮ้ย ไอยอดชายได้จริงหรอวะ ยอดไปเลยเฮ้ยยยย” กอเดียวตื่นเต้นดีใจกับกระดาษททิชชู่ตรงหน้าแล้วค่อยๆคลี่ออกอย่างเบามือ จากนั้นเขาก็หุบยิ้มแทบจะทันที เพราะพลิกหน้าพลิกหลังแล้วก็เห็นเพียงกระดาษทิชชู่เปล่าๆเท่านั้น “เฮ้ย ไอหมาไม่เห็นมีไรเลย ผิดอันปะวะ”
มาร์คัสหันมามองด้วยสีหน้ากวนๆแล้วพูดว่า
“คิดว่าไงละ”
ได้ยินดังนั้นกอเดียวก็รู้ทันทีว่าตัวเองโดนต้มซะแล้ว จึงโยนทิ้งอย่างหัวเสีย
“ฉันจะสาปแก”
จากนั้นเขาก็เดินด่ามาร์คัสตามหลังตลอดทางแบบเงียบๆคนเดียว
ทั้งสองมาถึงคอนโดของมาร์คัสที่ซื้อไว้เพื่อมาพักชั่วคราวเป็ที่เรียบร้อย ทั้งสองมาถึงก็นั่งพักผ่อนกันตรงโซฟาตัวใหญ่ จากนั้นก็หยิบไวน์แดงที่แม่บ้านเตรียมไว้อย่างดีบนโต๊ะวางของมารินใส่แก้วแล้วบรรจงดื่มอย่างเบามือ
“เื่ที่ให้หาว่าไง”มาร์คัสเริ่มพูดประเด็นสำคัญขึ้นมา
“เออ สืบมาให้หมดละ เอานี”
กอเดียวโยนซองเอกสารสีน้ำตาลให้บนโต๊ะ
“รายใหญ่วะ ส่งของทีเป็ร้อยๆ ในนี้มีสถานที่ที่มันนัดส่งของกัน จำนวนของ วันที่แล้วก็เวลาย้อนหลังทั้งหมด แต่ที่แปลกก็คือจากที่ไปสืบมา ไม่เคยมีใครได้เจอหรือรู้เลยว่าตัวการใหญ่เป็ใคร แม้จะเป็พวกรายใหญ่ที่สั่งเยอะก็ไมมีใครรู้จัก ลึกลับโคตร” มาร์คัสดูข้อมูลตามที่กอเดียวบอก
“เป็คู่แข่งที่น่ากลัวน่าดู”
“แย่งเครือข่ายของพวกเราได้ โคตรไม่ธรรมดาเลยวะ”
“เพราะงี้ฉันถึงมาเองไง”
“เออ นี่ก็เกือบจะเกินมือฉันแล้วเหมือนกัน แกมาก็ดี เออแล้วก็นี่ข้อมูลไอทีมที่แกให้หา ไอนี่มันเลวจริง จับตัวได้พ่อจะอัดให้เข็ด มันกล้ามากที่ทรยศเรา”
“ว้าวว ไอสารเลวนี่ วีรกรรมแพรวพราวเหลือเกิน”
ตื้ดดด ~~~~
“ครับนาย”
(ไปถึงแล้วใช่มั้ย)
“ครับ พึ่งมาถึงห้อง”
(อืม การเดินทางไม่มีปัญอะไรใช่มั้ย)
“ครับ”
(เื่ที่ให้ทำจัดการให้เรียบร้อย อย่ามัวไปเสียเวลาที่อื่น ......เฮ้ยฟังอยู่รึปล่าว)
มาร์คัสอ่านเอกสารแล้วยิ้มออกเล็กน้อยสายตามีเลสนัย
“ครับผม”
(ตั้งใจฟังหน่อยเวลาฉันพูด ไอลูกบ้าคนนี้ เออแล้วก็อย่าลืมไปหาน้องด้วย)
“ครับผมรับทราบครับบบบ”
(ไอบ้านี่ อย่าทำเป็เล่นไปนะเว้ย.....)
ตรู๊ดๆๆๆๆ
มาร์คัสยังไม่ทันฟังคนปลายสายพูดจบก็ตัดสายทิ้งไปดื้อๆหันมาพูดกับกอเดียวต่อ
“คืนนี้เรามาหาอะไรสนุกๆทำกันดีกว่า”
ปลายสาย
“ไอลูกบ้านี่” คาร์ลอส โซเวียง หน้าตาสุดโหดแต่ใจดี หัวหน้าแก๊งวุลลาเปส มาเฟียใหญ่ที่ปกครองแถบซ้ายทั้งแถบของฮ่องกง มีลูกชายที่ได้เื่ได้ราว(มั้ง)สองคน มีลูกน้องในปกครองถึงแปดหมื่นคน
“มีอะไรหรอคะ ลูกไปถึงหรือยัง” มอร์นิ่ง โซเวียง ภรรยาคนสวยของคาร์ลอส ถึงจะมีอายุเยอะแต่ก็สวยเปล่งปลั่งแทบที่จะไม่เปลี่ยนแปลงจากวัยสาวเลยทีเดียว
“อือ แต่ดูมันสิเนี่ย ยังพูดไม่ทันจบเลยมันวางสายไปแล้ว ไม่ได้เื่เลยจริงๆ ผมพ่อมันนะ”
“ลูกปลอดภัยดีสินะ ดีแล้วละ”
เขามองหน้าภรรยาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“คุณผู้หญิง ฟังผมอยู่รึปล่าว”
“คุณก็เลิกไปจุ้นจ้านเค้าสักทีเถอะ ลูกโตแล้วนะคุณ จะอะไรกับเขานักหนา”
“ห้ะ ผม....เดี่ยวนะ ผมจุ้นจ้าน นี่คุณจะไปไหน กลับมาก่อน ผมจุ้นจ้านที่ไหนฮะ” มอร์นิ่งไม่สนใจคนที่พูดตามหลังแล้วเดินออกไปทันที ทิ้งให้สามีหัวเสียอยู่คนเดียว
“หึ้ยยย เหมือนกันไปหมด อาเป้ย เข้ามาหน่อย”เขาะโเรียกอาเป้ยลูกน้องคนสนิท ไม่นานชายชุดดำที่อยู่หน้าประตูก็เข้ามา
“ครับนาย”
“เอาชาเกอฟัวที่ซื้อมาจากฝรั่งเศสเข้ามาให้หน่อย เอามากินแก้หงุดหงิดให้อารมณ์มันดีขึ้นหน่อย หึยย”
“เราไม่มีชาชื่อนั้นนะครับ”
“อ่าวทำไมจะไม่มีละ ก็ฉันพึ่งซื้อมาเมื่ออาทิตย์ก่อนไง”
“มันชื่อ กราฟอล ครับ”อาเป้ยเน้นสำเนียงกระดกลิ้นอย่างชัดเจนด้วยใบหน้านิ่งๆ คาร์ลอสที่ได้ฟังถึงกับเหวอ
“นี่แกกวนประสาทฉันหรอ”
“ปล่าวครับ”เน้นเสียงหนักแน่น
“งั้นก็ไปเอามา”
“ไม่มีแล้วครับ”
“แล้วทำไมมันจะไม่มีอีกกกกก”
“คุณผู้หญิงและคุณมาร์คัสชอบดื่มเป็อย่างมากผมจึงให้แม่บ้านเสิร์ฟให้ทุกเช้า และก่อนคุณมาร์คัสจะไปผมก็เลยใส่ไปในกระเป๋าด้วยทั้งหมดเลยครับ”
“ทะ ทั้ง.....ทั้งหมด???”เขามองหน้าลูกน้องอย่างอึ้งๆ
“ครับผม”
“แกพูดเล่นใช่มั้ย บอกฉันสิ”
“ผมไม่กล้าล้อเล่นหรอกครับ”
“ไอบ้านั้นวันๆมันกินแต่เหล้า แกเอาของสูงส่งแบบนั้นไปให้มันกินนี่นะ ไอบ้าเอ้ยย
ไอ @##^&$#*^&))_*@@#$^&**(() แกออกไปเลยนะไม่ต้องโผล่หน้าให้ฉันเห็นเลยนะ โถ่เอ้ยย ชาอันมีค่าของฉันแกรู้มั้ยมันหายากแค่ไหน ปัดโถ่!!!! ไม่ได้เื่สักคน” คาร์ลอสด่าโวยวายจนฟังไม่เป็ภาษา อาเป้ยที่ดูไม่สะทกสะท้านสักนิดก็ออกไปตามคำสั่งทันที ทิ้งให้เ้านายคร่ำครวญหัวเสียอยู่คนเดียว
Sasosika club
ผับใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ผู้คนมากมายออกมาเริงร่าในยามค่ำคืน แสงไฟสลัวภายในร้านแสดงให้เห็นใบหน้าที่ไม่ชัดเจนของนักท่องราตรี เสียงเพลงดังจนแสบหูแต่ผู้คนในนี้กลับชอบกันเสียอย่างนั้น ผู้คนในยามค่ำคืนนี้ช่างมหัศจรรย์บางคนเหี่ยวแห้งในกลางวัน แต่กลับสามารถบานสระพรั่งในกลางคืน มันกลายเป็เื่ปกติของสังคมยุคนี้ไปเสียแล้ว
“ไม่เอาสิ เล่นแบบนี้ มิวมิวก็เสียเปรียบแย่สิคะ”
“มิวมิวคิดไปเองรึปล่าว ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ มือผมมันไปเอง เนี่ยดูสิ”
“บ้า คิกๆๆ”
กอเดียวกับสาวสวยเซ็กซี่ชื่อมิวมิวผู้หญิงที่พึ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมงได้นั่งนัวเนีย หัวเราะคิกคักนั่งแทบจะสิงร่างกันเข้าไปทุกที ส่วนมาร์คัสที่อยู่อีกฝากของโต๊ะพร้อมกับแก้วในมือถือแกว้งไปแกว้งมา สายตากำลังจ้องมองไปที่ด้านหน้าอย่างไม่ละสายตา พร้อมสีหน้าที่ดูชะงนเล็กน้อย
“คุณมาร์คัสครับ ไหนว่าจะออกมาล่าเหยื่อเห็นนั่งนิ่งอยู่นานละเอาไง” กอเดียวที่พึ่งผละออกมาจากผู้หญิงคนนั้นเข้ามาซุบซิบกระซาบกับมาร์คัส “ไอทีมคนทรยศคืนนี้มันไม่น่ามารึปล่าววะ ยังไม่เห็นหัวมันเลย”
“ช่างหัวไอเวรนั้นเถอะ ดูแลผู้หญิงของแกไป ไม่ต้องมายุ่ง”
“ดูอะไรของแกวะ เห็นจ้องมานานละ”
เขามองตามไปที่มาร์คัสจ้องด้วยความสงสัย เผยเห็นเป็หญิงผมดำยาวถึงกลางหลังผมถูกดัดเป็ลอนคลายๆ ใส่ชุดเกาะอกสีดำติดเกล็ดแวววาวไปทั้งตัว เธอเป็คนตัวเล็กๆ ผัวขาวนวลเล่นไฟสุดๆ ใบหน้าที่ดูมีเสน่ห์น่าค้นหาจนทำให้เป็ที่จับจ้องของชายหนุ่มรอบข้างหลายๆคน
“เออเจอคนที่ไม่คาดคิดว่ะ”
“โอ้วว มาคนเดียวซะด้วย ตาถึงตลอดเลยวะ แต่ดูเอาเถอะเสือจ้องจะกินเยอะขนาดนี้ อย่าไปเล่นด้วยเลยจะมีปัญหาปล่าวๆ”
มาร์คัสไม่ฟังที่กอเดียวเตือนสักนิด เขากระดกเหล้าในมือลงคอรวดเดียวจนหมด จากนั้นก็ตรงปรี่เข้าไปหาเป้าหมายทันที พอมาถึงเขาก็ถือวิสาสะนั่งลงด้านข้างหญิงสาวแล้วกล่าวทักทายอย่างสนิทสนม
“ดูสิว่าเจอใครวันนี้”
“ขอโทษนะคะ ผิดโต๊ะแล้วค่ะ”
มาร์คัสจิ้มผลไม้บนโต๊ะเข้าปากอย่างสบายใจ โดยไม่สนใจคนข้างๆที่มีสีหน้าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไรนัก
“ไม่ผิดหรอก จำพี่ไม่ได้หรอ”
“จำไม่ได้ค่ะ”เธอตอบโดยที่ยังไม่ได้มองหน้าเสียด้วยซ้ำ
“มองหน้าพี่ให้ชัดๆก่อนมั้ยละค่อยตอบ”
“ไปหาคนอื่นเถอะค่ะ วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์เล่นด้วยหรอก”เธอยังคงไม่สนใจเหมือนเดิม ตามด้วยยกแก้วเหล้าขึ้นมากระดกอย่างไร้อารมณ์ ไม่ทันที่เหล้าจะเข้าปากก็ถูกมาร์คัสแย้งแก้วออกไปจากมือเสียก่อน เธอกำลังจะหันมาโวยวาย ก็ถูกตัดบทขึ้นมา
“ถ้าพี่ไปบอกลุงหานเค้าจะว่ายังไงนะ” ในจังหวะเดียวกันแสงไฟในร้านก็ส่องกระทบเข้ามาพอดีทำให้เห็นหน้าชายตรงหน้าได้อย่างชัดเจน หญิงสาวอ้าปากค้างตาเบิกโพลง สตั๊นไป 10 วิ ด้วยความใ
เขายิ้มเ้าเล่ห์แล้วพูดออกมา
“หวัดดี กิว”
ในใจเธอตอนนั้นคิดได้คำเดียวว่า
ชิบหายแล้ว