ตอน 4 ตามข้ากลับเชิงเขา
ณ โรงเตี้ยม
หลังจากล็อกประตู นางเดินเข้าไปนั่งบนเตียงข้างๆ เซ่าิมือน้อยๆทั้งสองข้าง เอื้อมไปลูบใบหน้าของเซ่าิ
"ท่านเจ็บไหม"
เซ่าิไม่ตอบอะไร.... ทำหน้าบึ้งตึงเ็า...
"ท่านหันมาดีๆเุถอะ ข้าจะใส่ยาให้ท่าน"
จังหวะที่เสี่ยวิตั้งใจทายาให้เซ่าิเขาเหมือนตกอยู่ในโลกแห่งการล่องลอย ที่มีเพียงเขาและนาง...
ใบหน้าของนางช่างงดงามนัก ไม่ทันใด หัวใจของเซ่าิเต้นแรง ตึกๆๆๆอีกครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ
เซ่าิจึงคิดว่า...หัวใจของเขามักจะเต้นแรงก็เมื่ออยู่ใกล้ชิดกับเสี่ยวเซียนเท่านั้น
เซ่าิเริ่มทำตัวไม่ถูก รีบลุกขึ้นยืน และบอกว่า
"เสี่ยวเซียน เ้ารีบเข้านอนเถอะคืนนี้ข้าจะนั่งสมาธิตรงนี้ "
เสี่ยวเซียนทำหน้า งง
"งั้นข้าจะนอนแล้วนะ "
นางพูดจบ ก็ขึ้นไปนอนบนเตียงหลับไป....
กระทั่งรุ่งเช้า...
ทั้งสองได้ออกจากโรงเตี้ยม เพื่อไปเดินตลาดเซ่าิพาเสี่ยวเซียนไปเดินเล่นที่ตลาดซื้อของแห้ง ซื้อตำรับยาและซื้อสิ่งของสำหรับใช้บนกระท่อม... นอกจากนี้เขายังตั้งใจที่จะพาเสี่ยวเซียนไปกินของอร่อยมากมายตามใจที่นางอยากจะกิน
เซ่าิเห็นเสี่ยวเซียนมีความสุขกับการกินมาขณะที่นางกำลังซดบะหมี่หมดไปสองชาม
"เถ้าแก่ขอบะหมี่อีกหนึ่งชาม"
เซ่าิเอ็นดูนางเผลอเอามือไปลูบหัวนางขณะที่นางกำลังกินก๋วยเตี๋ยวอย่างอร่อย
เสี่ยวเซียนถึงหับหยุดชะงัก
"ทะ ท่าน จับหัวข้าทำไมนะ"
"เพราะเ้าเหมือนลูกหมูยังไงล่ะเ้าอย่ากินเยอะมากเกินไป เ้าจะป่วย ระหว่างนี้เรายังต้องเดินทางขึ้นเขา ถ้าเ้าปวดท้องขึ้นมาข้าแบกเ้าไม่ไหวหรอกนะ "
เสี่ยวเซียนทำหน้าตาออดอ้อน "ข้าขออีกชามนะ "
"เอาล่ะ ๆนี้ก็เป็ท่าไม้ตายของเ้าอยู่แล้วนี่เ้าก็รู้ว่าข้าเอ็นดูเ้า "
"ก่อนขึ้นเขาข้าจะให้เ้าซื้อซาลาเปากลับไปด้วยสัก 4 5 ลูก "
"โว้วว วันนี้ช่างลาภปากของข้า เสียจริงอยู่บนเขาข้าได้กินแต่ผัก"
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังยืนซื้อซาลาเปาอยู่....นางเหลือบไปเห็นซื่อจื่อกำลังเดินเที่ยวในตลาดอยู่ เสี่ยวเซียนหลงลืมตัวด้วยความดีใจที่ได้พบมิตรสหาย นางโบกมือ ะโโลดเต้น ะโเสียงดัง
จิ้งเหริน !!! จิ้งเหริน.... ฟางจิ้งเหริน!!! นางร้องเรียกเสียงดังทันใดนั้น คนทั้งตลาดหยุดชะงักลง โค้งคำนับและคุกเข่าลงทั้งหมด
"ถวายความเคารพซื่อจื่อ"
วินาทีนั้น เสี่ยวเซียนที่กำลังกินจุ มือหนึ่งถือซาลาเปามือหนึ่งกัดกินซาลาเปา ถึงกับอึ้งตกตะลึงไปเลย
"นะ นะ นี่ สหายของข้าที่เพิ่งพบกันเป็ซื่อจื่อเลยหรือ ว่าแต่ซื่อจื่อคืออะไร..."
นางสะกิดเซ่าิ
"เซ่าิ ท่านรู้หรือไม่ว่าซื่อจื่อหมายถึงอะไร"
"ซื่อจื่อ.. ก็คือองค์รัชทายาทของฮ่องเต้"
"ห๊าา ห๊ะๆๆๆ "
เสี่ยวเซียน ทำซาลาเปาหลุดมือ รีบคุกเข่าลง
นางเห็นว่าเซ๋าิเป็คนเดียวที่ยืนอยู่ไม่รับคุกเข่าลงนางยื่นมือไปดึงชายเสื้อคลุมของเซ่าิ
"เซ่าิท่านอย่า ทำให้ข้าขายหน้า"
"ใครกันแน่ที่ทำให้ขายหน้านั่นคือสหายของเ้ามิใช่หรือ เ้าไปรู้จักกับสหายเช่นนี้ั้แ่เมื่อใดกัน"
เซ่าิพูดจบรีบเดินออกไปจากตรงนั้น เพื่อจะตรงกลับขึ้นเขา
จิ้งเหรินเห็นนางในดวงใจ รู้สถานะที่แท้จริงของตนเองแล้วกลัวนางจะวางตัวไม่ถูก จึงรีบเดินเข้าไปหานาง ประคองนางขึ้น
"เ้าอย่าทำเช่นนี้เลย ลุกขึ้นเถิดอย่าคุกเข่าต่อข้า "
"ขะข้า ต้องรีบไปแล้ว "
เสี่ยวเซียนรีบลุกขึ้นจะตามเซ่าิกลับขึ้นเขา
จิ้งเหรินดึงแขนของนางไว้
"เดี๋ยวก่อนสิ เหตุใดทุกครั้งที่ข้าพบเ้าเ้าต้องมีท่าทีรีบร้อนเช่นนี้ "
"ในเมื่อเ้ารู้ฐานะของข้าวันนี้ถ้าไม่รังเกียจข้าอยากเชิญเ้าไปดื่มชาที่วังหลวง"
"ขะข้า คงไม่สะดวก เซ่าิไปแล้ว"
"ใครกัน ใครคือเซ่าิ"
นางชี้มือไปหาเซ่าิ ที่กำลังเดินไป .... เซ่าิหันมา เห็นว่าเสี่ยวเซียนมีชายมาเตะเนื้อต้องตัว เขารีบเดินกลับมาหานาง
"เซ่าิ ท่านเดินกลับมารับข้า ใช่ไหม แฮ่ๆ"
"แม่นางนี่หรือคือท่านเซ๋าิที่ท่านพูดถึง"
"ใช่"
"ท่านเซ่าิข้าน้อยฟางจิ้งเหรินคารวะท่านผู้าุโ"
"ปากคอเ้าช่างเราะร้ายยิ่งนักข้าหน้าตาหล่อเหล่าเช่นนี้ เรียกข้าว่าท่านผู้าุโ"
"ข้าอยากจะเชิญท่านกับแม่นางไปทานอาหารที่วังของข้า"
"เ้ากลับไปเถอะ นักบำเพ็ญเพียรเช่นข้าไม่ปรารถนาในสิ่งของลาภยศเช่นเ้า"
จิ้งเหรินเห็นว่าบรรยาเริ่มไม่ค่อยดี เขาพยายามเปลี่ยนเื่คุย....
"เอ๊ะ ปิ่นที่ข้าให้เ้า เ้าสวมมันไว้ตลอดหรือ ..... "
" ปิ่นนี่น่ะหรอ เมื่อคืนหลังจากแยกกับท่านข้าก็ไม่ได้ซื้อปิ่นใหม่ ดังนั้นข้าจึงปักมันไว้ตลอด "
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อเซ่าิได้ยินทั้งสองคุยกันเช่นนั้นเซ๋าิเพ่งเล็งไปที่ปิ่นหยกปักผมของนาง ใช้พลังกระแสจิตทำให้ปิ่นนั้นค่อยๆร่วงลงจากผมของนาง
เคว้งงง!!! เสียงปินตกลงพื้น.... ปิ่นหยกแตกกระจายเป็เสี่ยงๆจนไม่สามารถนำมาซ่อมได้....
" เสี่ยวเซียนปิ่นนั้น แตกแล้วแต่วันข้างหน้าข้าฟางจิ้นเหริน จะนำปิ่นทองคำพญาหงส์ฟ้ามาสวมให้เ้าแน่"
(ความหมายคือผู้ที่จะสวมปิ่นทองคำพญาหงส์ฟ้า ได้นั้นต้องเป็พระชายาเท่านั้น เป็ธรรมเนียมของจีนโบราณในราชวงศ์นั้น)
เสี่ยวเซียนผู้ไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของมัน นางกลับพยักหน้า...ส่งยิ้มให้จิ้งเหริน
เซ่าิรู้สึกหึงหวงในใจ สีหน้าท่าทางอารมณ์ไม่ค่อยดีเพียงแค่้าเก็บอาการ
"ข้าไม่สะดวกเดินทางไปดื่มกินกับเ้าที่วังหลวงข้าขอตัวลากลับเขาบำเพ็ญของข้า"
พูดจบเขาก็เดินไปแบบไม่สนใจใครเสี่ยวเซ๊ยนเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของเซ่าิ รีบเดินตามไป
"ไอ๊หย๊าา เซ่าิ ท่านเป็อะไรไปทำไมหน้าตาของท่านเป็เช่นนั้น"
เซ่าิตีหน้าทำมึน "หน้าของข้ามีอะไรอย่างนั้นเหรอ "ทั้งสองคุยหยอกล้อกันตลอดเส้นทางขึ้นเขา...
เมื่อเซ่าิเดินผ่านทางที่เขาเอาเ้าแมวดำน้อยไปปล่อยในป่า..แมวดำน้อยตนนั้นรู้คุณ ได้กลิ่นเซ่าิ กลับเดินออกมาจากโพรงไม้ เดินตามเซ๋าิร้องเหมียวๆๆ
ทำหน้าตาออดอ้อน... แต่เซ่าิเดินต่อไปไม่สนใจ พึมพำออกมาว่า
"เ้าแมวน้อยเอาย บัดนี้ข้าไม่มีที่ให้เ้าพักพิงข้าเพียงช่วยเหลือเ้าให้พ้นภัยชั่วคราวเท่านั้น"
"อย่าตามข้า เ้าไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติเถิด"
แมวดำจึงหลบเลี่ยงเส้นทางออกไป แต่ก็ยังคงดมกลิ่นของเซ่าิจนกระทั่งตามเซ๋าิไปถึงเขา...
ตกดึกคืนนั้น เ้าแมวน้อยหิวโหยมาก ส่งเสียงร้องเสียงดังเสี่ยวเซียนได้ยินเสียงเช่นนั้นออกมาดู
"โถ เ้าแมวน้อย เ้าตามเซ๋าิมาถึงนี่เลยหรืองั้นข้าคงจำเป็ต้องเก็บเ้าไว้ แม้เซ๋าิไม่ยินยอมก็ตาม "
นางเอามือลูบหัวแมวน้อยจนแมวหลับไป
หลายวันต่อมา... เซ่าิพยายามฝึกบำเพ็ญอยู่ในกระท่อม....
จนบรรลุปราณเซียนขั้น 2 .... เมื่อเซ่าิบรรลุปราณเซียนขั้น 2 แล้วเขากลับมองเห็นร่างแท้จริงของแมวดำตัวนั้นได้ ว่าแท้จริงแล้วแมวดำตนนี้คือปีศาจแมว... ลงมาปะปนอยู่ที่โลกมนุษย์เพื่อเผชิญด่านเคราะห์
เซ่าิอยากช่วยเหลือแมวดำ จึงร่ายคาถา ดึงพลังปราณขั้นสองออกมาใช้ถ่ายทอดพลังปราณขั้นสองให้แมวดำตนนั้นจนกลายร่างเป็หญิงสาวนอนเปลือยอยู่เซ๋าิรีบปิดตา เดินหันหลังให้นางแมวดำใช้พลังดูดผ้าหนึ่งผืนมาคลุมร่างให้นาง...
ตลอดเวลาที่คุยกับนาง เซ่าิยืนหันหลังให้นางแมวดำตลอด เอามือใคว้หลังตลอด
"ข้าช่วยเ้าได้เพียงเท่านี้ เ้าไปซะเถอะไปชดใช้ชะตาของเ้า หรือไม่ เ้าก็จงกลับเผ่าปีศาจของเ้า "
"นายท่านเซ่าิเหตุใดท่านรับข้าไว้ข้างกายของท่านมิได้... "
นางแมวดำพูด พร้อมกับลุกขึ้นมาด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่านางสะบัดผ้าขาวผืนนั้นที่เซ่าิเอาให้ทิ้งไป เข้ามากอด ลูบไล้เซ่าิ
เซ่าิผู้ตะบะสูงส่ง ไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อผู้ใดนอกจากเสี่ยวเซียน
แม้นางแมวดำ จะเอาหน้าอกเข้ามาถูหลังของเซ่าิเอาขาขาวๆนวลๆของนางถูกันไปมา เซ่าิก็เมินเฉยราวนางไม่มีตัวตน
...."เ้าอาจจะไม่รู้ว่า เมื่อ หลายแสนปีก่อนเผ่าของเ้าร่วมกับเผ่ามารรุกรานแดน์ บัดนี้ข้าเป็ผู้ดูแลภัยให้เมือง์ย่อมไม่ข้องเกี่ยวกับราคะเช่นเ้า ออกห่างจากข้าซะก่อนที่ข้าจะใช้ตะบะทำลายดวงจิตของเ้า"
เซ่าิพูดด้วยนิ่มเสียงนุ่มนวลเพราะไม่อยากส่งเสียงดังให้เสี่ยวเซียนได้ยิน
แต่ไม่ทันไร เสี่ยวเซียนก็เดินเข้ามาในกระท่อมนางตุ๋นน้ำแกงรากบัวตั้งใจนำมาให้เซ่าิ...
เมื่อนางเข้ามาเห็นภาพหญิงสาวกำลังคลอเคลียเซ๋าิในร่างเปลือย
โดยที่นางไม่รู้ว่านั้นคือแมวดำตัวน้อยที่นางเก็บเข้ามาถูกดูดซับพลังตะบะให้จนสามารถกลายร่างเป็คนได้
เพล่งง !!! เสียงถ้วยน้ำแกงร่วงลงพื้นแตกกระจาย....
นางรู้สึกรับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้ นางวิ่งหนีออกไป....ในใจของนางโกรธมาก อยู่ดีๆน้ำตาก็ไหลออกมา
นางวิ่งไปเรื่อยๆจนไปสิ้นสุดที่หน้าผา....
นางะโออกไปเสียงดัง พร้อมกับร้องไห้ออกมา น้ำเสียงสั่นเครือ
"เซ่าิ เ้ามันคนเลวข้าคิดว่าท่านคือผู้ที่มีคุณธรรมาโดยตลอด ไม่คิดเลยว่าเ้าจะเป็คนเช่นนี้"
"แต่เป็ข้า ที่โง่เง่า หลงรักคนแก่เช่นเ้า...."
นางพูดตัดพ้อ ออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"... ท่านไม่รู้จริงๆหรือว่าข้ามีใจให้ท่าน..."
เมื่อเซ่าิเห็นว่านางเข้าใจผิด เซ่าิโมโหมากใช้พลังทำร้ายสั่งสอนนางแมวดำให้สำนึกตน...เขาใช้พลังดึงผ้าสีขาวมาห่อรัดนางที่เปลือยปล่าวไว้และใช้พลังพลักนางจนร่างปลิวไปกระทบกับต้นไม้นอกกระท่อม ก่อนจะเดินจากไปเขาส่งสายตาแสนจะโมโหใส่นาง
"เ้าไม่มีสิทธิขึ้นมาบนกระท่อมแห่งนี้ได้อีก...."เซ่าิเริ่มวางม่านอาคมรอบกระท่อมไว้
รีบรุด...ตามเสี่ยวเซียนออกไปเห็นนางกำลังะโด่าทอตนเองที่หน้าผา...
คิดในใจว่า
"ข้าไม่ควรพุ่งตัวเข้าไปหานางในตอนนี้จะยิ่งทำให่นางโกรธ ให้นางได้ด่าทอข้าจนพอใจเพราะต่อหน้าข้านางคงไม่กล้าด่าทอข้าเป็แน่.... "
เซ่าิแอบซุมดูนาง ด้วยความเอ็นดูอยู่หลังต้นไม้ใหญ่
เขาได้ยิน นางพูดว่า
"แต่เป็ข้า ที่โง่เง่า หลงรักคนแก่เช่นเ้า...."
"... ท่านไม่รู้จริงๆหรือว่าข้ามีใจให้ท่าน..."