You Are My Light 1
ความพร้อมของแต่ละคนอยู่ที่อายุเท่าไหร่กันเหรอถึงตัดสินใจมีลูกกันสักคน หลายคนวางแผนไว้แล้วค่อยมี พร้อมในทุกอย่างแล้วค่อยมี บางคนไม่พร้อมแต่ก็ยังดูแลเด็กให้เติมโตเป็คนดี แล้วถ้าเป็กรณีที่อีกฝ่ายพร้อมแต่สำหรับอีกฝ่ายไม่พร้อมแล้วยังทำตัวเสเพลอยู่เหมือนเดิมล่ะ? คุณภาพชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกันด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วเราย่อมต้องรับผิดชอบสิ่งนั้นและต้องทำออกมาให้ดีที่สุด
“ม้าครับ”
“ครับว่าไงลูก” หลายคนคงจะสงสัยว่าทำไมฉันถึงมีลูกทั้งที่เพิ่งเรียนปีสี่ ทำไมทำตัวเสเพลใจแตกมีลูกทั้งที่ยังเรียนไม่จบ รวมถึงหลายข้อครหาที่มีมาให้ได้ยิน แต่สำหรับฉันฉันรู้ดีว่าอะไรเป็อะไรไม่จำเป็ต้องวิ่งเต้นอธิบายให้คนที่เราไม่รู้จักฟัง ฉันพอใจที่มันเป็แบบนี้และหวังว่าสิ่งที่ฉันทำและเป็มันจะไม่ไปหนักหัวใคร
“ไชน์ห่อขนมช่วยม้าเสร็จแล้วครับ” เด็กชายตัวเล็ก คือสิ่งเดียวที่ยึดฉันไว้ ณ ตอนนี้ ซันไชน์แสงของตะวัน ซันไชน์ถูกคลอดออกมาตอนฉันอายุสิบแปด เด็กใช่ไหมล่ะ ฉันก็คิดว่าเด็กแต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้เขายังอยู่ตรงนี้รวมถึงพี่สาวของฉันที่เสียไปเกือบสี่ปี
‘แอบกินไปตั้งสองชิ้นแน่ะ’ จันทร์เ้า พี่สาวของฉันที่คนทั่วไปมองไม่เห็น อาจเป็เพราะเราจิตผูกพันกันเลยทำให้มองเห็นและสื่อสารกันได้ แรกๆ ก็ใที่เจอแบบนี้แต่วันที่เธอเสียฉันกลับมาห้องก็เห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่ในห้องพักกลัวก็กลัวแต่นั่นก็พี่สาวเลยทำใจทักไป เกิดเื่หลายอย่างขึ้นกับเราและฉันเองก็มีพี่สาวคอยดูข้างๆ โดยที่คนอื่นไม่เห็นนั่นแหละ
“แอบกินหรือเปล่าเนี่ย” ฉันแกล้งถามลูกชายไป รายนั้นพอถูกจับทางได้ก็หัวเราะร่าทันที
“สองชิ้นครับ”
“หึหึ เด็กที่แอบกินขนมหวานต้องถูกลงโทษนะรู้ไหม”
“อ่า ครับ” ใบหน้าหล่อๆ ของลูกชายทำให้ฉันหลุดยิ้มออกมาบ้าง ซันไชน์ฉายแววหล่อั้แ่เด็กกลัวจริงๆ ว่าสาวๆ จะติดเขาตรึมน่ะ
“งั้นวันนี้งดดูการ์ตูนนะครับ ไชน์ต้องรีบนอนนะเดี๋ยวม้าจะรีบทำขนมเดี๋ยวเราจะไปส่งที่ร้านไม่ทัน”
“ครับม้า” ซันไชน์พยักหน้าเข้าใจ คงจะเห็นฉันทำงานแบบนี้ั้แ่เด็กๆ เลยจำได้ล่ะมั้ง ทั้งทำขนมส่งร้านกาแก ทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนที่ร้านอาหาร รับพับเหรียญโปรยทานฉันทำหมดทุกอย่างที่ได้เงิน แต่ตอนนี้ฉันขึ้นปีสี่แล้วจะทำงานเยอะๆ เหมือนเดิมคงไม่ได้ตอนนี้เลยมีแค่ทำขนมฝากขายที่ร้านกาแฟแถวมหาลัยและร้านอาหารใกล้ๆ กับคอนโด คอนโดนี้ฉันกับพี่สาวซื้อด้วยกันตอนพี่สาวกลับจากจีนแรกๆ แต่เพราะอายุของเธอสั้นจึงทำให้ฉันต้องอยู่ที่นี่กับลูกชายเพียงสองคน
‘ทำหน้าเศร้าอีกแล้ว อย่าไปคิดถึงมันเลย’ คนที่สื่อถึงกันได้บอกมาแบบนั้น ฉันพยักหน้าก่อนจะทำขนมต่อเมื่อแพ็คคุกกี้ใส่กล่องเสร็จก็เก็บอุปกรณ์ล้างทำความสะอาดเตรียมตัวเข้านอนพรุ่งนี้ต้องส่งของแต่เช้าเลย ดีหน่อยที่พรุ่งนี้ฉันมีธุระแค่ส่งเอกสารฝึกงานเท่านั้นจึงทำให้ว่างนั้นวัน ส่วนที่ฝึกงานที่ฉันสมัครไปงานหนักก็จริงแต่ที่นั่นมีค่าตอบแทนให้ เขาจะสอนให้เราทำงานจริงๆ โดยมีค่าตอบแทนแต่เพราะชื่อเสียงที่นั่นขึ้นชื่อว่าโหดหลายคนจึงไม่ได้สมัคร แต่คนเห็นแก่เงินแบบฉันตัดสินใจสมัครไปเพราะ้าเงินเท่านั้นแหละ การที่ฉันดิ้นรนทำงานส่งเสียตัวเองเรียนและส่งเสียเ้าหมูน้อยซันไชน์เป็เพราะว่าเราไม่มีใครแล้ว ครอบครัวฉันพ่อกับแม่แยกทางกันและมีครอบครัวใหม่พวกเขาไม่เคยติดต่อมาเลยหรือไม่อาจเป็ฉันที่เปลี่ยนช่องทางการติดต่อ บ้านที่เคยเป็บ้านฉันเมื่อพวกเขาย้ายออกฉันก็ย้ายตามทันที จะให้อยู่ทำไมบ้านที่ไม่ใช่บ้าน
“ม้าครับ ไชน์จะนอนละนะ” เสียงลูกชายดังมาจากห้องนอน ฉันจึงวางของในมือเดินไปดู
“จะนอนแล้วใช่ไหมครับ”
“ครับ ไชน์แปรงฟันแล้วด้วย” เ้าลูกหมูยิงฟันน้ำนมซี่เล็กๆ ให้ฉันดูเป็การยืนยัน
“เก่งมากครับ ฝันดีครับลูกชายสุดหล่อของม้า” ฉันกดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนเบาๆ ก่อนจะผละออกห่าง
“ฝันดีครับม้า รักม้านะครับ”
“รักไชน์เหมือนกันครับ” รอให้ลูกชายหลับสนิทถึงเดินออกมาเก็บของให้เสร็จ จากนั้นไม่นานก็กลับเข้าห้องอาบน้ำนอน ในหนึ่งวันของฉันนอกจากเรียนและทำงานเวลาที่เหลือฉันยกให้ลูกชายฉันเพียงคนเดียวนี่แหละ ซันไชน์ของตะวน
“ฮื่อ! เ้าลูกหมาของน้าคิดถึงจังเลย” เสียงเพื่อนฉันดังขึ้นเมื่อฉันกับลูกชายก้าวเข้ามาใต้ถุนอาคารเรียน เจน ทิ้งกระเป๋าสะพายลงบนพื้นวิ่งเข้ามาหาซันไชน์ก่อนจะนั่งกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่พื้น เสียงหัวเราะคิกๆ ของลูกชายทำให้ฉันอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ ทั้งเจนและอัญชันเป็เพื่อนสนิทของฉันั้แ่มัธยมจนถึงตอนนี้เราก็ยังคบกันเรียนคณะเดียวกัน เอกเดียวกัน ฝึกงานใกล้ๆ กันด้วย ที่สำคัญทั้งสองรักเ้าลูกหมูของฉันมากๆ เลยล่ะ ครอบครัวของทั้งสองก็รู้จักฉันและยังฝากฝังที่ทำงานพิเศษให้ด้วย ฉันรักพวกท่านมากพวกท่านรู้เื่ราวของฉันผ่านเจนและอัญชัน ในบางเื่ฉันก็ได้แม่ๆ ของเพื่อนนี่แหละคอยช่วยเหลือ
“ลุกขึ้นได้แล้ว สกปรก” ดุทั้งเพื่อนและลูกชาย กว่าทั้งสองจะลุกจากพื้นได้ก็นานโข ซันไชน์จับมือเจนวิ่งเข้าไปหาอัญชันที่นั่งอยู่ไม่ไกลก่อนที่ทั้งคู่จะกระโจนเข้าหากัน แค่มีเพื่อนดีชีวิตมันก็ดีเกิดกว่าครึ่งแล้วล่ะ
‘ว้ายโดนลูกลืมแล้ว’ เสียงแบบนี้มีคนเดียวแหละที่ชอบแกล้งแซวฉันเวลาซันไชน์ได้เจอกับเพื่อนๆ ฉัน
“พี่อ่ะ ไม่ต้องมาแซวเลย” ฉันตอบเสียงอบอุ่น จนอีกฝ่ายหัวเราะร่าก่อนจะลอยไปอยู่ข้างๆ ซันไชน์ ทุกครั้งที่ต้องแยกกันจันทร์เ้าจะอยู่กับซันไชน์ตลอดเพราะลูกยังเด็ก้าคนดูแลส่วนฉันโตแล้วล่ะดูแลตัวเองได้ ถ้าจะให้ห่วงก็จะห่วงซันไชน์นี่แหละ
“เอาเอกสารไปยื่นที่ปรึกษาเลย เสร็จแล้วจะได้ไปทานข้าวด้วยกัน” เจนกวักมือไล่ ฉันขำน้อยๆ ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ห้องที่ปรึกษาที่ตอนนี้มีเพื่อนยืนต่อคิวส่งเอกสารฝึกงานกันอยู่ฉันอยากจะเดินหนีเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นที่ชอบตีตัวเป็อันดับหนึ่งของชั้นปี ฉันไม่ชอบเธอเลยแต่ก็ไม่เคยพูดหรือทำท่าทางกิริยาไม่ดีใส่ต่างจากเธอ
“ว้าว สวัสดีแม่ลูกหนึ่ง กล้ามาด้วยเหรอ” เห็นไหมล่ะ ฉันยังไม่ทันจะได้ทำอะไรเธอก็เข้ามาแซะฉันก่อนตลอด คนอื่นๆ ต่างรู้ดี
“สวัสดี” ฉันทักกลับสั้นๆ แต่เหมือนจะยังไม่เป็ที่พอใจเมื่อเธอคนนั้นเดินเข้ามากระแทกไหล่ฉันแรงๆ และเริ่มพ่นวาจาไม่ดีใส่
“ฉันทักดีๆ แล้วนะ คิดว่าร่านแล้วมีลูกเลี้ยงลูกแบบนี้มันเท่เหรอ คนอื่นเขานินทาเธอไปถึงไหนแล้ว”
“ทักดีๆ เธอเป็แบบนั้นเหรอ ถามใครถ้ามีสมองคงจะรู้และดูออกว่าที่เธอทักมันไม่ได้ดีเลย แล้วเื่ลูกฉันมันก็ไม่ได้ไปหนักหัวใครหรอกนะ ถ้าคนอื่นไม่เอาหัวมารองน่ะ” ฉันหมดความอดทนกับผู้หญิงคนนี้แล้วแต่ที่พูดไปฉันไม่ได้ใส่อารมณ์เลยสักนิด ฉันพูดเรียบๆ แต่มันคงจะแทงใจคนหลายคนอยู่มากก็แน่ล่ะเกือบครึ่งของชั้นปีชอบนินทาเื่ฉันเป็ชีวิตประจำวันเลย ถ้าวันไหนไม่ได้นินทาคงทานข้าวไม่อร่อย
“นี่แก!!”
“ตะวัน อาจารย์เรียกแล้วล่ะ” เสียงหนึ่งเอ่ยเรียกฉันจากด้านหลัง ดังนั้นเลยไม่สนใจคนที่กำลังจะกลายร่างเป็หมาบ้า ฉันเดินเข้าห้องที่ปรึกษาก่อนจะส่งเอกสารฝึกงานและพูดคุยกันอีกเล็กน้อย ใช้เวลาไม่นานฉันก็กลับมาหาลูกชายที่ยังเล่นกับเพื่อนฉันไม่หยุด นั่งเอาหัวชิดกันขนาดนั้นถ้าลูกชายฉันมีเหาที่ฮาเลยนะ แต่สบายใจได้ลูกชายฉันไม่มีหรอก เอ๊ะ หรือมีนะ
“ม้า”
“ครับ ทำอะไรอยู่แกล้งอะไรน้าๆ หรือเปล่า” ฉันถามลูกชายรายนั้นหัวเราะคิกๆ ก่อนจะส่ายหน้ามาให้
“ไชน์ดูการ์ตูน สนุก”
“ครับ หิวหรือยังลูก” ั้แ่เช้าฉันซื้อแต่นมและขนมปังให้ซันไชน์เพราะออกมาส่งของแต่เช้าเลยยังไม่ได้พาไปทานข้าว ่นี้โรงเรียนหยุดแล้วด้วยเลยต้องพาออกมาด้วย โรงเรียนไชน์เรียนเป็เนอสเซอรี่ใกล้ๆ กับที่ฝึกงานฉันเองแหละมีพี่ที่รู้จักแนะนำมาจ่ายครึ่งราคาเพราะคนแนะนำเป็เ้าของเนอสเซอรี่เลยโชคดีไป ค่าเทอมสุดท้ายของฉันจ่ายไปแล้วตัดรายจ่ายส่วนนี้ไป ค่าน้ำค่าไฟก็เดือนละสองถึงสามพันค่าเรียนเ้าลูกหมูก็สองพันห้าเพราะลดราคาไปครึ่งหนึ่ง ฉันต้องทำงานเพิ่มหรือเปล่านะกลัวรายรับจะไม่พอรายจ่ายจัง
“ม้าครับ เรากินอันนี้ได้ไหม” ซันไชน์ยื่นหน้าจอโทรศัพท์มาให้ฉันดูเป็รายการอาหารที่พาไปทานชาบูในห้างดัง นั่นสินะฉันไม่เคยพาลูกไปเลยสักครั้งจะมีก็แค่ซื้อหมูและผักไปทำทานกันสองคน ส่วนขนมฉันทำเป็หมดทุกอย่างลูกชายจึงไม่งอแง แต่ชาบูที่ร้าน มันแพงหรือเปล่านะ
“ไชน์อยากทานเหรอลูก” ฉันถามลูกเสียงเบา เพื่อนทั้งสองเองก็เงียบไปเช่นเดียวกัน
“ครับ แต่เลขอันนี้มันเยอะมากๆ เลย” นิ้วป้อมๆ ชีไปยังมุมล่างที่เป็ราคา 499 ซื้อข้าวได้ตั้งหายมื้อเลยล่ะ แต่ถ้าลูกอยากทานก็คง...
“อันนี้มันไม่อร่อยเ้าลูกหมู น้าอัญมีร้านนำเสนออันนี้อร่อยที่สุดเลย” อัญชันเบนความสนใจซันไชน์ไปแต่ก็ยังคงเป็ร้านชาบูแต่ราคาเพียง 159 ถูกลงเกือบสามเท่าเลยล่ะ
“ม้าครับ อันนี้ได้ไหมครับ” ซันไชน์หันกลับมาถามอย่างมีความหวัง
“ครับ ไปได้ แต่ว่าเราจะไปบ่อยๆ ไม่ได้นะครับเราไม่ได้มีเงินเยอะนะ” ฉันบอกลูกชายพรางลูบผมเบาๆ ขอโทษที่ทำให้ลำบากไปด้วยนะลูก
‘ทำไมไม่กดเงินพวกนั้นมาใช้’ จันทร์กระซิบถาม แต่ไม่รู้จะกระซิบทำไมในเมื่อพูดมาก็มีแค่ฉันได้ยิน
‘ไม่อยากให้พวกเขารู้ว่าอยู่ไหน ไม่สิ พวกเขาไม่สนใจหรอกแค่ไม่อยากใช้’ ฉันนึกในใจตอบจันทร์เ้าไป บอกไปหรือยังนะ ว่าเราเป็แฝดกันเกิดห่างกันไม่กี่นาทีพอเธอเสียไปก่อนอายุขัยก็เลยยังวนเวียนรอบรอบๆ ตัวฉันกับซันไชน์ ที่รู้เื่พวกนี้เพราะไปทำบุญและมีพระรูปหนึ่งบอกมาน่ะ ไม่อยากจะเชื่อแต่ฉันก็ไม่ได้ลบหลู่นะ
“ระหว่างนี้เราไปทานมื้อเช้ากันก่อนดีไหมลูก ม้าหิวมากๆ เลย” ฉันแสร้งยกมือลูบท้องไปมา ซันไชน์ยกมือปิดปากตัวเราะคิกๆ กับเพื่อนฉันก่อนจะหันมายิ้มแฉ่งใส่
“ม้าหิวแล้ว ไชน์ก็หิวแล้วเหมือนกันครับ”
“ปะ งั้นเราไปทานข้าวกันชวนน้าเจนกับน้าอัญด้วยนะ”
“ครับ!”
“เอ้อ ตะวันแม่กับพ่อฝากองุ่นมาให้ด้วยนะเป็กล่องเลยอ่ะเดี๋ยวตอนเย็นจะเอาไปให้” เจนเอ่ยบอกเมื่อนึกขึ้นมาได้
“แม่กลับหรือยังจะได้ฝากขนมไปให้ด้วย”
“ยังๆ พรุ่งนี้นู่นถึงจะกลับ กลัวฉันไปดักผู้ชายขึ้นห้องหรือไงไม่รู้” เจนส่ายหน้าขำ แต่ก็รู้แหละว่าพ่อกับแม่เจนเป็ห่วงถึงได้มาหาบ่อย
“หรือว่ามีวะ” แล้วมันก็เริ่มงงกับตัวเอง เราทั้งสี่ทานข้าวกันไม่นานก็แยกย้ายกันกลับและนัดเจอกันตอนเย็นที่ร้านชาบูใกล้มหาลัยนี่แหละ ฉันพาลูกชายเดินเล่นไปเรื่อยคอนโดไม่ไกลจากที่นี่มากในความรู้สึกฉันเลยอาศัยการเดินทานขึ้นรถเพราะไม่อยากเสียเงินไปโดยใช่เหตุส่วนเ้าลูกหมูฉันก็อุ้มไม่ก็ให้ขี้หลัง ลูกฉันน่ารักมากที่รู้ว่าเราไม่ได้มีเหมือนคนอื่นจึงไม่งอแงเวลาที่ต้องเดินไปไหนมาไหนถ้าไกลหน่อยก็อาจจะเป็นั่งรถเมล์แต่แท็กซี่ถ้าไม่ไกลและด่วนจริงๆ ฉันกับลูกไม่มีทางได้ขึ้นแน่ๆ ตอนนี้ซันไชน์ขี้หลังฉันและชวนดูนั่นดูนี่ตลอดทางไม่หยุดแต่ไม่ถึงห้านาทีเสียงเจื้อยแจ้วก็เงียบไปรับรู้ได้ทันทีว่าหลับไปแล้ว
“ทนหน่อยนะลูก” ฉันได้แต่บอกลูกชายแบบนี้ในทุกๆ วัน
‘ขอโทษที่ทำให้เหนื่อยนะ’ จันทร์เ้าที่ลอยอยู่ข้างๆ บอกเสียงสั่นเครือ เข้าโหมดดราม่าอีกละ เป็ผีนี่ร้องไห้บ่อยกว่าคนล่ะมั้ง
‘อย่ามาร้องไห้นะ ไม่ปลอบหรอก’ ฉันบอกจันทร์เ้าในใจ
‘นี่พี่นะร้องไห้ก็ต้องปลอบสิ’
‘ก็ร้องบ่อยใครจะอยากปลอบ’
‘ชิ ไม่ร้องแล้ว’ จันทร์บอกงอนๆ
‘ล็อตเตอรี่ๆ’ อ่านไม่ผิดหรอก ในหนึ่งเดือนจันทร์จะบอกให้ซื้อสองครั้ง ซึ่งก็ถูกทุกครั้งไม่ใช่รางวัลใหญ่แต่ก็พอมีเงินลงทุน
‘บอกแต่สามตัวเมื่อไหร่จะบอกรางวัลที่หนึ่ง’ ฉันบ่นแต่ก็ยอมเดินไปยังจุดที่มีคนขายล็อตเตอรี่นั่งอยู่เป็ยายแก่ๆ คนหนึ่งที่พอเห็นฉันก็ยิ้มให้แต่เป็ยิ้มเ้าเล่ยังไงไม่รู้ ยิ้มเหมือนแมม่มดในการ์ตูนที่ลูกชายฉันชอบดูเลย
‘ตัวไหน’
‘นี่ๆ เอาใบนี้ เอาหมดเลยๆ’ ดูเถอะค่ะ เป็ผียังจะชอบล็อตเตอรี่ ห้าใบมันเท่าไหร่ล่ะเนี่ย
“อันนี้ค่ะหมดเลย” แต่ก็ขัดไม่ได้อยู่ดี
“ห้าร้อยจ๊ะแม่หนู” ไปแล้วเงินค่าส่งขนมของฉัน ไอศกรีมเดือนนี้งดนะลูก
‘ถ้าไม่ถูกนะ ตะโก้งดแน่”
‘ใจร้าย แต่ถูกแน่เยอะเลยล่ะ รอดูพรุ่งนี้’ จันทร์จะบอกได้แค่ก่อนวันล็อตเตอรี่ประกาศผลเท่านั้น ต้องมาลุ้นเองแล้วล่ะว่าจะเป็ยังไง เงินเก็บเราสองแม่ลูกก็มาจากถูกรางวัลนี่แหละต้องขอบคุณจันทร์เ้าที่บอกทุกงวดแต่เงินส่วนใหญ่ที่เราใช้ก็มาจากการทำงานพิเศษฉันทั้งนั้น เงินส่วนนั้นเก็บไว้เป็ค่าเทอมซันไชน์ ฉันอยากให้ลูกเรียนที่ดีๆ มีอนาคตดีๆ น่ะ
‘ตะวัน! เค้าอยากกินกล้วยทอดอ่ะ’
‘โอ๊ย ปวดหัว! เป็ผีแล้วตัวจะมาอยากกินกล้วยทอดทำไม อิ่มทิพย์ไม่ได้หรือไง’
‘อิ่มไม่ได้ ตอนนี้อยากกินกล้วยทอด ตะวัน!!’
ใครก็ได้ พาผีพี่สาวออกห่างฉันสักสิบนาทีได้ไหมฉันปวดหัวไปหมดแล้ว
เพียงไม่นานในความรู้สึกฉันก็ต้องเข้าไปรายงานตัวกับที่ฝึกงานและเริ่มฝึกงาน เช้านี้ฉันไปส่งซันไชน์ที่เนอสเซอรี่จากนั้นก็รีบไปที่บริษัทนำเข้าอะไหล่รถยนต์แห่งหนึ่งฉันรายงานตัวเสร็จก็เดินตามพี่หัวหน้าแผนกไป แผนกที่ทำงานอยู่ชั้นสามพี่ส้มหัวหน้าแผนกเอ่ยแนะนำแต่ละส่วนของบริษัทกระทั่งถึงแผนกที่จะต้องฝึกงาน
“ทุกคน! นี่น้องฝึกงานนะจะมาฝึกกับเราสี่เดือนฝากดูแลน้องด้วย โอมกับมิวอย่าชวนน้องกินเหล้าเข้าใจไหม” พี่หัวหน้าแผนกเอ่ยไปแบบนั้นพี่ๆ ก็หัวเราะทันที ทุกคนดูอารมณ์ดีมาก หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีนะ
“โหพี่ส้ม พูดดักไว้แบบนี้ได้ยังไงกันเย็นนี้ว่าจะชวนอยู่” ถึงชวนฉันก็ไปไม่ได้หรอก
“ไม่ได้ๆ น้องยังเด็ก ที่เหลือก็แนะนำตัวกันทีหลังนะ เอมดูน้องด้วยนะ”
“ได้เลยลูกพี่!” พี่ที่ชื่อเอมออกจะแมนๆ หน่อยแต่ก็ยังเป็ผู้หญิงนี่แหละ พี่เขาเป็คนขานรับ
“สวัสดีค่ะหนูชื่อตะวันนะคะ ตลอดสี่เดือนนี้รบกวนพี่ๆ ด้วยนะคะ”
“มาเลยไอ้น้อง!!”
่เช้าเราหมดไปกับการแนะนำตัวและสอนงานตอนบ่ายฉันได้ช่วยพี่ทำงานรายรับรายจ่ายของแต่ละวันของบริษัทแม้จะเป็รายวันแต่ยอดจำนวนเงินไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ ดังนั้นฉันเองก็จะตั้งใจทำงานเพื่อให้คุ้มค่ากับค่าเบี้ยเลี้ยงที่จะได้ด้วย
“อ้อ ตะวันเราต้องมาทำงานวันเสาร์ด้วยนะเก้าโมงถึงบ่ายสาม” อ่า วันเสาร์อย่างนั้นเหรอเนอสเซอรี่ของซันไชน์ฉันจ่ายแค่จันทร์ถึงศุกร์เองนะ
“เอ่อ พี่คะ ถ้าเป็วันเสาร์หนูมาลูกมาด้วยได้ไหมคะ” ฉันถามพี่เสียงอุบอิบ ทั้งเกรงใจแต่กลัวพวกพี่จะรับไม่ได้แต่ก็ห่วงซันไชน์มากเช่นเดียวกัน
“ได้สิบอสใจดีเข้าใจอยู่แล้วขอแค่ไม่เล่นเสียงดังแค่นั้นแหละ ที่จริงบอสก็ไม่ค่อยลงมานี่หรอกปกติจะมีแค่พี่ส้มขึ้นประชุมชั้นสี่ แต่เดี๋ยวนะลูกเหรอ?” พี่เอมหันมามองตาโต
“ก็ค่ะ” ฉันไม่กล้าสบตาพี่เขาเลยล่ะ
“อาคเรียล? พี่ในะเว้ย”
“จริงค่ะ”
“พามาๆ พวกพี่ไม่อะไรอยู่แล้วสบายๆ คอยดูพวกนั้นแล้วกันว่ามันจะรุมฟัดลูกเรา” พี่เอมยิ้มขำ ฉันเองพอได้ยินแบบนั้นก็สบายใจขึ้นมาก กลัวที่บริษัทจะไม่อนุญาตไหนจะมาทำให้พวกพี่เขารำคาญอีก แต่ซันไชน์เคยไปรอที่ร้านกาแฟและร้านอาหารเวลาฉันทำงานด้วยนะเขาจะนั่งเล่นของเล่นตัวเองเงียบๆ คนเดียวรอจนฉันเลิกงาน
“ขอบคุณนะคะ ที่ไม่รังเกียจหนู”
“ไม่หรอกแต่ต้องบอกพวกนั้นไว้ด้วยนะเดี๋ยวมันใตอนพามา”
“ค่ะพี่” ่ใกล้เลิกงานฉันขออนุญาตหัวหน้าอีกครั้งที่จะพาลูกชายมาด้วยในวันหยุดพี่ส้มอนุญาตฉันเลยเดินมาบอกพี่ๆ ที่เหลือ พวกเขาเองมีอาการเหมือนพี่ส้มพี่เอมเมื่อรู้ว่าฉันมีลูกแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรและรู้เพิ่มไปอีกอย่างว่าฉันเลี้ยงลูกคนเดียว
ตลอดห้าวันแรกในการฝึกงานฉันเรียนรู้งานและมีงานหลักที่ต้องรับผิดชอบคือการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของบริษัทโดยมีพี่เอมคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ การทำงานในแผนกเป็ไปอย่างเรียบง่ายและสนุกเพราะพี่ๆ เป็กันเองไม่ได้ดุหรือโหดแต่หากเราไม่เข้าใจจุดไหนก็ต้องสอบถามเพิ่มและจดจำมาพัฒนาตัวเอง พรุ่งนี้วันเสาร์เป็วันที่ฉันจะต้องพาซันไชน์ไปที่บริษัทด้วยพอบอกว่าฉันต้องทำงานและลูกห้ามดื้อเ้าหมูอ้วนของฉันก็พยักหน้าเข้าใจหยิบของเล่นใส่กระเป๋าสะพายหลังใบเก่า หยิบสมุดวาดรูปกับดินสอสี ฉันที่เพิ่งทำขนมเสร็จก็แบ่งให้ลูกชายเอาใส่กระเป๋าบอกให้เอาไปฝากพี่ๆ ที่ทำงานฉัน เจ็ดโมงเช้าเราสองแม่ลูกออกจากต้องเอาขนมไปส่งที่ร้านกาแฟก่อนจะเดินเลยไปยังป้ายรถเมล์เพื่อเดินทางไปทำงาน ซันไชน์ดูตื่นเต้นเมื่อได้เดินทางในเส้นทางที่แปลกใหม่ เราถึงบริษัทก่อนเก้าโมงเช้าตอนนี้คนยังไม่เยอะเท่าไหร่ซันไชน์เอาขนมไปให้ลุงยามที่เราเพิ่งเดินผ่านรวมถึงป้าแม่บ้านที่กำลังถูพื้นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากผู้ใหญ่ได้อย่างดีเลยล่ะ ฉันพาลูกชายเดินขึ้นบันได แค่ชั้นสามเองไม่ต้องใช้ลิฟต์ก็ได้มันเปลือง
“ม้าครับ”
“ครับ?”
“ขนมเราเหลือเยอะเลย”
“อือ เหลือเยอะแต่เรายังไม่ได้ให้ป้าๆ ที่แผนกม้าทำงานเลยนะครับ”
“อ่า ไชน์ลืม”
“งั้นเก็บไว้ก่อนก็ได้ครับ” ไชน์ยิ้มยิงฟันมาให้มือเล็กที่กำรอบนิ้วฉันไว้บีบแน่นเมื่อมีคนเดินลงบันไดมาผู้ชายคนนั้นเดินผ่านเราไปกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจฉันเต้นแรงตึกตัก อ่า เป็คนแรกเลยที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ บ้าไปแล้วฉันจะเป็แบบนี้ไม่ได้มีลูกแล้วนะตะวัน
“โอ๊ะ! คุณลุงครับอันนี้ตก” ตะวันปล่อยมือเดินไปหยิบซองสีขาวที่คาดว่าจะหล่นตอนที่ผู้ชายคนเมื่อกี้เดินผ่าน ผู้ชายคนนั้นหยุดตามเสียงเรียกหันกลับมามองเ้าลูกหมูของฉันยื่นซองสีขาวให้ผู้ชายคนนั้นไป
“ขอบใจนะ”
“คุณลุงทานข้าวหรือยังครับ” อ้าว ไปถามเขาต่อทำไมลูก
“หือ? ยังนะทำไมเหรอ” เ้าลูกหมูตัวแสบพยักหน้ากับตัวเองหงึกหงักเปิดกระเป๋าหยิบขนมยื่นให้
“ผมให้ครับ” ผู้ชายคนนั้นหรี่ตามองก่อนจะรับไป
“ขอบใจ” เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะเดินไปแต่ลูกชายฉันยังไม่ยอมเดินกลับมาหานี่สิไชน์ยังจับจ้องตามหลังผู้ชายคนเมื่อกี้ไป
“ซันไชน์ ไปได้แล้วลูก” เอ่ยเรียกไป ลูกชายฉันเดินกลับมาพร้อมกับใบหน้าง้ำงอมือเล็กยกขึ้นกำรอบนิ้วฉันตามเดิม
“ม้าครับ คนเมื่อกี้เอาขนมเราทิ้งถังขยะ” ซันไชน์บอกเสียงแ่
“เขาอาจจะไม่ชอบก็ได้ครับ ไม่เป็ไรนะเราเอาไปฝากป้าๆ ที่แผนกก็ได้ครับ ไม่เสียใจนะ”
“ไชน์จะไม่ให้ขนมเขาอีกแล้ว”
====================================
ฮื่อ!! เื่นี้ยากมาก เขียนยากมาก บิ้วอารมณ์ยากมาก จะร้องงงงงงงง
อะไรยังที่ยังคลุมเคลือไม่ชัดเจน ทีม #เดย์เ้าเอย อย่าเพิ่งสปอยกันนะ ^_^
กว่าจะได้ตอนนี้มาแทบกระอักเื ขอลาไปกินยานอนนะคะ ฝันดีค่ะทุกคน