เสียงสายฟ้าฟาดโครมครามดังไม่ขาดสาย เปลือกไข่ค่อยๆ แตกร้าวจาก้าสุดค่อยๆ ลามลงมาเรื่อยๆ จนแตกร้าวทั่วทั้งใบ
ในที่สุดพอสิ้นเสียงสายฟ้าฟาดทันไดนั้นเอง ไข่สีดำใบเท่ากำปั้นก็ส่องแสงสว่างวาบ แสงสีทองสว่างจ้าบาดตายิ่งนัก ลำแสงค่อยๆ จางหายไปหายไป ในที่สุดก็สามารถมองเห็นได้แล้วว่าเป็สิ่งไดถือกำเนิดขึ้นมา
อี้เหรินเฟิ่งทะยานเข้าไปดูใกล้ๆ ทันไดก็มีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเท่าผลส้ม ะโเข้ามาสู่อ้อมออกของเขา เขารู้สึกถึงความสัมพันธ์ทางสายเืระหว่างเขากับสิ่งมีชีวิตนั้น เขายกมันขึ้นมาดูอย่างช้าๆ ในมือของเขานั้นสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นมา
มันก็คือคางคงสีดำตัวหนึ่ง แต่คางคกตัวนี้ดันมีแค่สามขาเท่านั้น ตรงก้นของมันก็เหมือนจะมีหางปลาซ่อนอยู่ ส่วนตุ่มที่กลางหลังของมันนั้น กลับเรียงตัวกันเป็รูปดาวลูกไก่เสียอย่างนั้น น่าแปลกตายิ่ง
คางคงตัวนี้เกิดมาก็มีระดับสี่แล้วถือว่าทรงพลังยิ่ง ทันไดนั้นก็มีเสียงเกิดขึ้นในหัวของอี้เหรินเฟิ่ง "ท่านพี่ ข้ารู้สึกถึงสายเืของพวกเรา เราเป็พี่น้องกันใช่หรือไม่"
อี้เหรินเฟิ่งใเสียงผู้ไดกัน "ใครพูดกับข้า เ้าหรือเ้าคางคก"
คางคก "ข้าเองท่านพี่ อยู่กันสองคนจะมีผู้ไดอีกเล่า"
อี้เหรินเฟิ่ง "พี่บิดาเ้าสิ ข้าไม่มีแม่เป็กบเสียหน่อยเ้านี่ ว่าแต่เ้าเกิดมาก็สื่อสารได้เลยหรือ"
คางคก "ตัวข้าเป็สัตว์วิเศษ มันก็ต้องเป็เช่นนั้นไม่ใช่หรือ"คางคกถามแบบงงๆ
อี้เหรินเฟิ่ง"เอ่อ ข้าก็ไม่รู้นี่นา ว่าแต่เ้าชื่ออะไรหรือ ไฉนฟักออกมาจากก้อนหินนี้ได้ล่ะ"
คางคก"ข้าพึ่งจะเกิดจะไปมีชื่อได้ยังไงกันเล่า ส่วนที่ว่าข้าเกิดมาจากหินได้อย่างไรนั้น ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน ในห้วงนิมิตสายเืของข้านั้น มันบอกว่าเผ่าพันธุ์ของข้านั้นอยู่บนแดนเซียน"
อี้เหรินเฟิ่ง"แดนเซียนอย่างนั้นหรือ แล้วเ้ามาโผล่ยังโลกเบื้องล่างนี้ได้ยังไงก่อน ข้าเคยได้ยินแต่ตำนานที่ว่า แหวกฟ้ากลายเป็เซียน ไม่ได้ได้ยินว่าจะมีเซียนลงมายังโลกด้านล่างนี้มาก่อน"
คางคก "ข้าจะไปรู้ได้ยังไงกันเล่า ข้าเพิ่งเกิดเองนะ"
อี้เหรินเฟิ่ง "เอ่อ ... จริงของเ้า ช่างมันเถอะแต่ว่าเราคงต้องออกเดินทางกันแล้ว สายฟ้าเมื่อครู่อาจจะนำความยุ่งยากมาไห้เราก็ได้ เพราะตอนนี้กลิ่นอายของปีศาจเถาวัลย์ก็ไม่อยู่แล้ว คงไม่มีสัตว์อสูรตัวไดกริ่งเกรงยอดเขานี้อีกแล้ว จากนี้ข้าจะเรียกเ้าว่า จินฉาน ดีหรือไม่ "
จินฉาน"ข้าแล้วแต่ท่านพี่เลย เราออกเดินทางเลยก็ได้ท่านพี่ ข้าพร้อมแล้ว แต่ว่าก่อนอื่นข้าหิวยิ่ง ท่านพอจะมีอันไดไห้กินหรือไม่ แร่ิญญา หรือแก่นอสูรก็ได้"
อี้เหรินเฟิ่ง "แก่นอสูรกองเท่าูเาเ้าก็ฟาดไปจนหมดแล้ว จะเอาอะไรมาไห้เ้ากินอีก แต่ว่ามันมีสายแร่ิญญาอยู่ในถ้ำ เ้ากินได้หรือไม่"
จินฉาน "ได้อยู่มั้ง ตัวข้านิดเดียวกินไม่เยอะหรอก"
ดังนั้นอี้เหรินเฟิ่งจึงนำจินฉานไปยังถ้ำ พอไปถึงสายแร่ิญญาแล้ว จินฉานก็ะโลงไปยังหินแร่ิญญาก้อนนั้น มันอ้าปากน้อยๆ ของมันขึ้นมา ท้องนูนเป่งขึ้น
ทันไดก็มีแสงสีทองฉายออกมาจากปากมัน พลังดึงดูดมหาศาลก่อตัวขึ้นที่ปากของจินฉาน ก้อนแร่ิญญาเริ่มสั่นะเือย่างรุนแรง แรงดึงดูดมหาศาลค่อยๆ ดึงก้อนแร่ออกมาจากพื้นดินพอก้อนแร่ิญญาแตะโดนปากของจินฉาน
เพียงเท่านั้น พลุบ!! สายแร่ิญญาทั้งสายหายไปในพริบตา เสียงเรอเบาๆ ดังขึ้นมาจากปากของจินฉาน คางคงแรกเกิดตัวเท่าผลส้มดูดทีเดียว สายแร่ิญญาก็หายไปในพริบตา นี่มันเื่บ้าอันไดกัน อี้เหรินเฟิ่งใยกใหญ่
จินฉาน"ท่านพี่ไปกันเถอะข้าอิ่มแล้ว"
อี้เหรินเฟิ่ง"นี่จินฉาน เ้าทำอันไดกัน ไฉนถึงหายไปหมดเลย ถ้าเ้าจะกินทีละมากมายขนาดนี้ แบบนี้ข้าจะเลี้ยงดูเ้าได้เยี่ยงไร"
จินฉาน"เล็กน้อยน่าท่านพี่ แค่มื้อใหญ่ธรรมดา อีกหน่อยข้าจะหาของวิเศษไห้ท่านเองไม่ต้องกลัว ท่านอยู่กับข้าไม่อดตายแน่นอน"จินฉานอวดโอ่
และแล้วทั้งสองก็เก็บของแล้วออกเดินทางลงเขาไปในที่สุด บัดนี้อี้เหรินเฟิ่งอยู่ในป่ามาปีกว่าๆ แล้ว ในที่สุดก็มีเพื่อนคุยกับเขาเสียที
อี้เหรินเฟิ่งและจินฉานเดินทางลงเขามาเป็เวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว จินฉานหลังจากกลืนกินสายแร่ไปทั้งสายก็นอนอยู่บนหัวของอี้เหรินเฟิ่งไม่ไปไหน
กว่ามันจะย่อยของที่มันกินเสร็จก็ใช้เวลาร่วมเดือน ตอนนี้มันมีขนาดตัวใหญ่ขึ้นว่าเดิมนิดหน่อยแล้ว น่าจะใหญ่กว่าเดิมราวครึ่งเซนซิเมตรได้
หลังจากมันตื่นขึ้นมาก็คุยฟุ้งไม่หยุด บอกว่าพลังทางสายเืของมันนั้นเป็พลังโบราณ วันไหนที่มันบรรลุพลังระดับสูงสุด ตัวของมันนั้นสามารถกลืนกินดวงดาวดวงอาทิตย์ได้
แต่ความสามารถพิเศษแต่กำเนิดของมันนั้น คือตัวของจินฉานงานสามารถััถึงของวิเศษได้ในระยะสิบกิโลเมตรรอบตัวมัน ไม่ว่าจะเป็แร่ แก้วแหวนเงินของของมีค่าต่างๆ นาๆ มันสามารถััได้ทั้งหมด
นั่นจึงทำไห้หลังจากมันตื่นมา อี้เหรินเฟิ่งเก็บได้ของดีตามข้างทางมามิน้อย ไม้ว่าจะเป็พืชสมุนไพรแร่หายากต่างๆ อี้เหรินเฟิ่งและจินฉานเดินทางออกจากเขามาได้ราวๆ สามเดือน ตอนนี้ในที่สุดก็มาเจอกับปัญหาใหม่เข้าจนได้
เนื่องจากจินฉานััได้ถึงแหล่งพลังงานบางอย่างทางเข้าไปเอาของวิเศษมันซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตกใหญ่แห่งหนึ่ง พวกเขาทั้งสองจึงได้พากันว่ายน้ำฝ่ากระแสน้ำมายังที่แห่งนี้หลังม่านน้ำตกมีปากถ้ำเล็กๆ ซ่อนอยู่
พวกเขาจึงพากันเดินเข้าไป ภายในถ้ำนั้นกลับมีอุโมงค์มิติอีกแห่งหนึ่ง พวกเขาเดินดูรอบๆ พบเพียงสมุนไพรล้ำค่าบางชนิดเท่านั้น อี้เหรินเฟิ่งและจินฉานปรึกษากันยกใหญ่ว่าจะลองเข้าไปดูข้างในอุโมงค์มิติหรือไม่
จินฉานกล่าวว่าด้านในต้องเป็ดินแดนที่บุคคลระดับเซียนเหลือทิ้งไว้เพื่อไห้คนรุ่นหลังได้รับสืบทอดสมบัติวิเศษของเขาแน่นอน แต่อี้เหรินเฟิ่งก็กลัวจะเป็อันตราย หากเข้าไปแล้วเจอกับดัก หรือมีอันตรายร้ายแรงข้างใน พวกเขาสองคนต้องไม่รอดเป็แน่ พวกเขาสองคนเป็แค่เด็กแปดขวบกับคางคงแรกเกิดเองนะ
สุดท้ายอี้เหรินเฟิ่งก็ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว เขาปลอบใจตัวเองว่าผู้ที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น จำต้องมีความกล้าหาญเป็อันดับแรก ดังนั้นทั้งสองคนจึงเดินเข้าไปในอุโมงค์มิติในที่สุด
พอเดินเข้ามาทั้งสองก็ได้มาโผล่ยังห้องแห่งหนึ่งห้องแห่งนี้มีเพียงดวงแสงสีเงินลอยอยู่กลางห้อง ทันไดทั้งสองก็ได้ยินเสียงออกมาจากก้อนแสงลูกนั้น
"ยินดีต้อนรับเข้าสู่สนามทดสอบผู้สืบทอดของข้าเด็กน้อย ตัวข้าคือจักรพรรดิมารสือซ่านเทียน การที่พวกเ้าหาที่แห่งนี้พบนั้น ถือว่าพวกเ้ามีวาสนากับข้า พวกเ้ามีโอกาสทดสอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น การที่จะได้รับสืบทอดมรดกของข้าหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของเ้าแล้ว แต่ว่าถ้าหากเ้าตายหรือาเ็ในการทดสอบ เ้าก็จะตายจริงเจ็บจริง เ้าจะยอมรับการทดสอบหรือไม่"แสงประหลาดถามขึ้น
"ข้ายอมรับ"อี้เหรินเฟิ่งกล่าว
ทันไดนั้นอี้เหรินเฟิ่งก็หายไปเหลือเพียงจินฉานอยู่ในห้องตัวเดียว
ทันทีที่อิ้เหรินเฟิ่งเข้าสู่บททดสอบ เขาก็ได้มาอยู่ท่ามกลางทะเลทรายแห่งหนึ่ง แล้วก็มีเสียงดังขึ้นมาว่า "ที่แห่งนี้เ้าสามารถใช้ได้เพียงพลังกายเท่านั้น เ้าจงมีชีวิตรอดไห้ได้ 3 วัน หรือกำจัดพวกมันไห้หมดถึงจะผ่านการทดสอบนี้ ขอไห้เ้าโชคดี"