ระหว่างที่เดินออกมาจากเรือนเล็กของตัวเองหว่านชิงเยว่ส่งสายตาอาลัยอาวรณ์ให้กับระเบียงโปรดที่นางชอบมานั่งเล่นนอนเล่นเกลือกกลิ้งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันั้แ่มาพักที่นี่ ลาก่อนนะ หวังว่าจะได้พบกันเร็วๆ นี้นะ
อุ๊บ!
อยู่ๆ พอหว่านชิงเยว่หันหน้ากลับมาก็ชนเข้ากำแพงแข็งๆ เต็มแรงข้าวของที่หอบอยู่หล่นกระจายเท้าที่กำลังจะถอยเพราะเสียหลักจนจะล้มก้นกระแทกนางหลับตาปี๋เตรียมพร้อมรอรับความเจ็บแต่ก็ไม่ล้มลงไปดวงตากลมโตฉ่ำน้ำเบิกขึ้นเต็มตาเมื่อได้เห็นใบหน้าคนที่ช่วยนางเอาไว้
บุรุษรูปงามใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มน้อยๆ ดวงตาพราวระยับมองลงมาหานางอยู่หว่านชิงเยว่กระพริบตาปริบปริบพยายามรวบรวมสติคืนมาจึงได้รู้ว่านางได้อยู่ในอ้อมกอดของบุรุษแปลกหน้าผู้นี้เต็มๆ หน้ารีบยกตัวขึ้นดันร่างหนาของเขาแรงๆ เพื่อให้เขาปล่อยตัวนาง
หยางิหลงคลายอ้อมแขนออกจากร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นของนางอย่างเสียดาย เขาเดินมาเพื่อจะหานางโดยอ้างว่าขอมาเดินเล่นสูดอากาศก็ได้เห็นนางจริงๆ
หว่านชิงเยว่ยามนี้นางไม่ได้มีผ้ามาปิดบังใบหน้าเอาไว้เฉกเช่นตอนที่อยู่ในตลาดใบหน้างดงามหวานซึ้งของนางทำเอาเขาแทบลืมหายใจ
ในตอนแรกเขาไม่คิดว่าเื้ัผ้าที่เคยปิดเอาไว้จะงดงามเฉิดฉายถึงเพียงนี้ขนาดไม่ได้เห็นหน้าเขายังอยากจะพบอยากจะรู้จักกับนาง ตอนนี้ได้เห็นแล้วแทบไม่อยากจะให้ผู้ใดได้พบนางอีก
หว่านชิงเยว่งดงามแบบที่ไม่ได้แต่งเติมใบหน้าไม่ได้ประทินโฉมเอาไว้หนาเหมือนสตรีอื่นทั่วไปที่เขาเคยเห็น อีกทั้งกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ออกมาจากตัวนางไม่ใช่มีกลิ่นของน้ำอบหลากหลายจนน่าเวียนหัวเหมือนกับที่สตรีคนอื่นชอบใช้กัน
เขามองนางกำลังจ้องมองไปที่ริมระเบียงตรงแม่น้ำแล้วถอนหายใจก็นึกสงสัยจึงเดินไปใกล้ๆ นางก็ยังไม่รู้สึกตัว จนกระทั่งแอบก้มลงเพื่อสูดกลิ่นหอมจากเรือนผมของนาง แต่แล้วอยู่ๆ นางก็หันกลับมาอย่างรวดเร็ว จนนางชนเข้าที่หน้าอกของเขาจนเกือบจะล้มลงไป เขาจึงเอาแขนสอดเข้าไปในเอวบางของนางเพื่อรั้งร่างของหว่านชิงเยว่เข้ามาหาตัวเองตามสัญชาตญาณ
หลังจากตั้งสติได้หว่านชิงเยว่ก็เอ่ยขอบคุณที่เขาช่วยเหลือนางเบาๆ ถอยไปยืนไกลๆ เพื่อตั้งหลักแอบสำรวจคนตรงหน้าไปด้วยเขาคงเป็หลานชายคนนั้นของท่านพ่อของนาง แอบคิดในใจว่าคนยุคนี้ช่างเบ้าหน้าดีกันทุกคนั้แ่นางมาที่นี่เห็นแต่คนรูปร่างหน้าตาดีกันหมดั้แ่ตัวเอง ไม่ใช่แล้ว! ถึงจะเป็ความจริงก็เถอะ ท่านพ่อท่านแม่ของนาง อีตาโจรขโมยผ้าห่ม รวมถึงหลานชายคนนี้ของบิดาด้วยนี่ขนาดยังไม่ได้เห็นบรรดาตัวเอกในละครนะเนี่ยยังหล่อเหลากันขนาดนี้หากได้เจอพระเอกนางเอกตัวจริงจะขนาดไหนเพราะในหนังสือบรรยายเอาไว้คนล่ะ2หน้ากระดาษเื่ความหน้าตาดีของเหล่าตัวละครทั้งหลายราวกับไม่ใช่คนธรรมดา มีเพียงพระรองที่เป็หมอเท่านั้นมั้งที่นักเขียนเขาไม่ได้บรรยายอะไรเกี่ยวกับเขานอกจากลึกลับแล้วยังไม่มีที่มาที่ไปอีกสงสัยคงขี้เกียดเขียนเหมือนกับตัวประกอบอย่างนาง
“อ้าวเยว่เออร์นี่หลานชายของพ่อจะมาอยู่กับเราที่จวนรู้จักกันไว้สิ”
หว่านชิงไฉเดินมาเชิญองค์รัชทายาท เพื่อไปรับอาหารกลางวันไม่นึกว่าพระองค์จะทรงอยู่กับบุตรสาวตัวเองจึงพูดแนะนำแก้สถานการณ์ไปก่อนแต่ก็ไม่รู้จะให้หว่านชิงเยว่เรียกพระองค์ว่าอย่างไรดี
“เรียกพี่ว่าิหลงแล้วกันนะเยว่เออร์ พี่ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน”
คำพูดขององค์รัชทายาททำเอาใต้เท้าหว่านถึงกับคิ้วกระตุก จะว่าไม่ใช่คนอื่นได้อย่างไรกันคงไม่ใช่ว่าพระองค์คิดอะไรกับบุตรสาวของเขาหรอกนะ พอคิดได้หว่านชิงไฉก็ถึงกับเหงื่อตกเขาไม่ได้อยากจะมีบุตรเขยเป็องค์รัชทายาทที่สูงส่งแบบนี้
หว่านชิงเยว่ใจกระตุกเล็กน้อยิหลงคงจะไม่ใช่หยางิหลงที่เป็พระเอกหรอกมั้ง เพราะที่ได้อ่านมาจำได้ว่าพระเอกไม่ได้สนิทสนมกับข้าราชการเล็กๆ อย่างท่านพ่อของนางแน่ๆ น่าจะชื่อซ้ำกันกระมังคนที่นี้น่าจะชอบตั้งชื่อลูกิๆ หลงๆ อยู่แล้วดูแต่อีตาขี้ขโมยของนาง ไม่ใช่สิ! ไม่ใช่ของนาง อีตาคนนั้นยังชื่อว่าิเฟยหลงเลยคล้ายกันจะตายคิดได้เช่นนั้นหว่านชิงเยว่ก็สบายใจขึ้นว่าคงไม่ใช่ตัวเอกในละครของนางแน่ๆ อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่คนแคว้นนี้
“คารวะพี่ิหลงเ้าค่ะ”
หว่านชิงเยว่เพียงคลียิ้มน้อยๆ ตามมารยาท แต่คนที่ได้รับกับมีความสุขมากมายส่งยิ้มกว้างกลับมาให้นาง
“พ่อกำลังมาเชิญ เอ้ย มาชวนิหลงไปทานข้าว ไปกันเถอะเยว่เออร์แม่เ้าเตรียมสำรับเอาไว้เยอะแยะเลย”
หว่านชิงเยว่เดินตามท่านพ่อของนางช้าๆ อย่างให้เกียรติผู้ใหญ่ต้องเดินทางด้านหน้าแต่ปลายหางตากลับเห็นพี่ิหลงเดินช้าๆ มาอยู่ข้างๆ นางก็นึกแปลกใจลองก้าวเท้าช้ากว่าเดิมก็ยังเหมือนเดิมจึงแน่ใจว่าเขาตั้งใจมาเดินข้างๆ กับนาง ปกติต้องให้ผู้หญิงต้องเดินด้านหลังไม่ใช่หรือ?
หรือว่าพี่ิหลงไม่ได้ถือพิธีปฏิบัติแบบนั้นกัน
ระหว่างรับประทานอาหารบรรยากาศค่อนข้างจะอึดอัดเล็กน้อยสีหน้าทุกคนแตกต่างกันไปมีเพียงพี่ิหลงเท่านั้นกระมังที่ยังคงยิ้มแย้มชวนนางพูดคุยไม่หยุดพร้อมกับคีบอาหารใส่ถ้วยนางจนแทบกินไม่ทัน ที่น่าแปลกก็คือทั้งบิดามารดาของนางกลับไม่ว่าอะไรทั้งสองคนต่างก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียวโดยไม่พูดอะไรกันแม้แต่คำเดียว
“พี่ได้ยินว่าเ้ายกห้องเรือนเล็กให้พี่ พี่ไม่อยากให้เ้าจะต้องลำบากย้ายออกมาได้ยินจากบ่าวว่าเ้าชอบเรือนนั้นมากด้วย เ้าควรจะอยู่ที่นั้นถึงจะถูก พี่เป็บุรุษอยู่ที่ไหนก็ได้ ใช่มั้ยขอรับท่านน้าทั้งสอง”
หว่านชิงเยว่อมยิ้มอย่างถูกใจนางไม่อยากย้ายห้องแต่ไม่อยากจะขัดมารดา หยางิหลงเห็นนางยิ้มออกมาก็พอใจ แสดงว่าเขาคิดถูกดีนะที่เขาแอบถามบ่าวของนางมาก่อน จึงได้รู้ว่านางชอบเรือนนั้นมากนางไม่พอใจนักที่ย้ายมาพักที่เรือนนี้นางจึงได้วางท่าห่างเหินกับเขามาตลอดเวลาที่รับทานอาหารด้วยกัน ถามคำตอบคำเหมือนพูดตามมารยาทเท่านั้น ถ้าหากเขาทำให้นางพอใจได้แผนใกล้ชิดกับนางก็คงจะง่ายขึ้น
ส่วนใต้เท้าหว่านกับฮูหยินจะพูดอะไรได้ทรงมีรับสั่งไม่ให้นางย้ายพวกเขาก็ได้แต่ทำตามเพียงเท่านั้น
“แต่พี่ขอไปนั่งเล่นที่นั้นบ้างได้หรือไม่ที่นั้นบรรยากาศช่างดีนัก พี่ชอบมาก ว่าไงเ้าจะได้มั้ยเยว่เออร์”
“ได้สิเ้าคะ พี่ิหลงอยากจะมานั่งเล่นเมื่อไหร่ตอนไหนก็ได้ข้าจะไม่ว่าอะไรเลยสักนิด”
ตอนนี้อะไรก็ได้หมดแหละขอแค่ไม่ได้ย้ายจากที่นั้นตอนนี้หว่านชิงเยว่แทบจะบินไปหอบเอาข้าวของกลับห้องตอนนี้ด้วยซ้ำไปไม่ได้ดูสีหน้าของคนที่นางเรียกว่าพี่ิหลงครั้งแรกเลยว่าตอนนี้เขาสุขใจมากขนาดไหน ใจเต้นแรงจนต้องรีบเอามือมาข่มเอาไว้กลัวว่ามันจะทะลุออกมาได้แต่มองตามร่างบางที่ยิ้มร่าเริงขอตัวไปเก็บของกลับไปอยู่ที่ห้องเดิมของนางจนลับสายตา