ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาสร้างความแปลกใจให้แก่เนตรนภาที่กำลังนอนดูทีวีอยู่บนเตียงเป็อย่างมากเนื่องจากอุสมานเพิ่งจะออกจากห้องเพื่อไปหาอะไรทานเมื่อยี่สิบนาทีที่แล้วนี่เองฉะนั้นชายหนุ่มไม่น่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้
หญิงสาวเตรียมอ้าปากจะถามแต่พอเห็นหน้าคนเข้ามาปุ๊บคำถามทั้งหลายทั้งปวงก็ถูกกลืนลงลำคอก่อนริมฝีปากอิ่มสวยจะแย้มยิ้มส่งให้คนที่เดินเข้ามาหา
“บอส...สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับแนนนี่คุณเป็อย่างไรบ้างครับ ตอนผมได้ยินข่าวคุณครั้งแรกผมใมากทีเดียว” ฮาลิมเดินเข้ามายืนชิดเตียงพลางโน้มหน้าลงใกล้กับคนเจ็บ จนเนตรนภาต้องเอนตัวออกเล็กน้อยโดยทิ้งระยะห่างให้พอเหมาะแล้วเอ่ยตอบคำถามอีกฝ่าย
“ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้วค่ะไม่ค่อยปวดแผลเท่าไรแล้ว ต้องขอบคุณบอสมากนะคะที่อุตส่าห์สละเวลามาเยี่ยมเกรงใจจังค่ะ”
“อย่าพูดอย่างนี้สิครับอย่าเกรงใจผมเลยเราสองคนไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันนี่นา ผมเป็ห่วงคุณมากเลยรู้มั้ย ตอนได้ยินข่าวครั้งแรกก็แทบจะแล่นมาหาคุณแล้วแต่พอดีผมติดงานสำคัญอยู่ก็เลยมาเยี่ยมคุณไม่ได้ผมขอโทษนะแนนนี่ คุณไม่โกรธผมใช่มั้ยครับ”ฮาลิมถามเสียงอ้อนๆ เนตรนภายิ้มบางๆ ให้ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ไม่เลยค่ะ”
“ขอบคุณครับผมรู้อยู่แล้วว่าแนนนี่ของผมต้องเข้าใจ” ฮาลิมโปรยยิ้มหวานให้อีกแววตาเขาอ่อนเชื่อมจนคนสบตาด้วยต้องเมินหลบด้วยการหลุบเปลือกตาลงมองมือตัวเองแทน ในใจของหญิงสาวนั้นรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยกับคำพูดของชายหนุ่มเพราะมันฟังดูเหมือนเธอกับเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันยังไงชอบกล
แม้จะไม่เคยมีแฟนมาก่อนแต่เนตรนภาก็ไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดที่จะดูไม่ออกว่าผู้ชายคิดเช่นไรด้วยเพราะระยะหลังๆ มานี่ฮาลิมชอบพูดคำหวานใส่ ท่าทางของเขาก็แสดงออกชัดเจนว่าสนใจเธอจนพนักงานในบริษัทหลายคนเริ่มจับตามองและแน่นอนว่าสิ่งที่จะต้องตามมาก็คือคำนินทาซึ่งเธอไม่ชอบเลยสักนิดเดียวทว่าก็หลีกเลี่ยงที่จะไม่พบเจอไม่ค่อยได้เพราะบริษัทที่เธอทำงานอยู่มันคือบริษัทของเขา
ฮาลิมเป็คนหน้าตาดีแถมยังรวยอีกต่างหากนิสัยเท่าที่รู้จักก็ถือว่าเป็คนดีแต่เนตรนภาก็ยังไม่คิดที่จะสนใจเพราะตอนนี้จิตใจของเธอยังมุ่งมั่นกับการทำงานอยู่และยังรักชีวิตอิสระไร้พันธนาการใดๆทั้งสิ้นอีกด้วย
“แล้วนี่หมอให้ออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไรครับ”
“ก็คงอีกสักสองสามวันมั้งคะ” เนตรนภาคาดคะเน เพราะอาการของเธอก็ดีขึ้นมากแล้วอีกไม่กี่วันน่าจะกลับบ้านได้ยังไม่ทันที่ฮาลิมจะได้ถามต่อประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของอุสมานที่เดินเข้ามาชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องเพียงลำพังโดยทิ้งรีมกับบาห์จะให้คอยเฝ้าอยู่หน้าห้อง แต่ความเป็จริงแล้วอุสมานให้ทั้งสองเฝ้าประกบยัดซิมลูกน้องคนสนิทของฮาลิมที่ยืนเฝ้าเ้านายอยู่หน้าห้องมากกว่า
ฮาลิมหันไปสบตากับอุสมานที่เดินมายืนชิดขอบเตียงอีกด้านของคนเจ็บทั้งสองหนุ่มสบตากันอย่างไม่มีใครยอมหลบ แววตาของทั้งคู่ราบเรียบราวกับไม่มีความรู้สึกใดต่อกันทว่าภายในใจกลับเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
เนตรนภามองหน้าสองหนุ่มสลับกันไปมาก่อนจะขยับตัวอย่างอึดอัดเพราะชายหนุ่มทั้งคู่เอาแต่จ้องหน้ากันไม่ยอมพูดทักทายอะไรกันออกมาสักคำเดียวจนหญิงสาวทนไม่ไหวต้องเป็ฝ่ายเอ่ยออกมาก่อน
“เอ่อ...คุณทานอาหารเสร็จแล้วหรือคะ”
“ครับ” อุสมานละสายตาจากฝ่ายตรงข้ามมามองคนถามพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ
“สวัสดีครับคุณอุสมานไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” ฮาลิมเป็ฝ่ายเอ่ยทักก่อนด้วยน้ำเสียงเป็มิตรหากแววตากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงอุสมานส่งยิ้มิ่ๆ ให้ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“สวัสดีครับคุณฮาลิมนั่นสินะ เราสองคนไม่ได้พบกันนานเลยเพราะคุณมัวแต่...”ชายหนุ่มทิ้งหางเสียงยาวอย่างจงใจยั่วเย้าอีกฝ่ายเพราะแม้คำพูดของเขาจะฟังดูธรรมดาๆ แต่ั์ตาที่สื่อออกมานั้นกลับเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด“ยุ่งกับงานอยู่”
ใบหน้าของฮาลิมแดงก่ำด้วยความโกรธเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่าย้าพูดคำว่า‘หนี’ แทนมากกว่า ชายหนุ่มพยายามระงับอารมณ์เอาไว้เต็มที่ก่อนจะส่งรอยยิ้มอาบยาพิษให้ศัตรู
“ครับ่นี้ผมงานยุ่งมากทีเดียว เพราะคอลเลคชั่นล่าสุดของบริษัทผมขายดีมากออเดอร์จากลูกค้ามีเข้ามาไม่ขาดจนบริษัทผมแทบจะทำส่งไม่ทันเลยทีเดียวงานนี้ต้องยกเครดิตให้กับแนนนี่ของผมเลยล่ะครับ”ชายหนุ่มเน้นย้ำคำว่าของผมเสียงหนักเผื่อประกาศให้อุสมานรู้ว่าเขาเป็อะไรกับหญิงสาว“เธอเป็คนออกแบบคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดนี้เอง แต่เอ...คุณอุสมานก็คงทราบดีแล้วใช่มั้ยครับเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มาทาบทามแนนนี่ของผมให้ไปทำงานด้วย”
“แน่นอนครับคนเก่งมีฝีมือใครๆ ก็้าทำงานด้วย ผมคิดเหมือนคุณไงครับ”อุสมานตอกกลับไปแบบนิ่มๆ บ้าง
“ทำแบบนี้มันไม่ดีนะครับคุณอุสมาน” ฮาลิมแสร้งตำหนิอย่างทีเล่นทีจริง
อุสมานยิ้มเยาะพลางมองอีกฝ่ายอย่างรู้ทันเขายักไหล่ก่อนตอบอย่างไม่แยแสสักนิด
“เื่แบบนี้อยู่ที่คนกลางครับถ้าคนกลางตกลงก็ไม่ผิด”
อ้าว ซวยแล้วฉันเนตรนภาร้องครางในใจพลางมองค้อนอุสมานนิดๆ อย่างไม่พอใจ เื่อะไรหาเหามาโยนใส่หัวเธอเธอนั่งฟังอยู่ดีๆ แท้ๆ ดันมาจบเื่ลงที่เธอซะได้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดเข้าไปใหญ่เมื่อสายตาสองคู่จ้องมองมาที่เธอราวกับจะให้เธอเป็คนตัดสินในเื่นี้เนตรนภาเม้มริมฝีปากแน่นพลางหลุบตาลงมองมือของตัวเองที่บีบกันแน่นอยู่เธอนั่งนิ่งไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้นแสร้งทำเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาสองคนโยนให้ซะเลย
“แต่แนนนี่ก็ไม่ตกลงเธอบอกผมว่าปฏิเสธคุณไปแล้วเพราะเธออยากทำงานกับผมมากกว่า”ฮาลิมบอกด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน
“ตอนนี้ไม่แต่วันข้างหน้าก็ไม่แน่นี่ครับ” อุสมานสวนกลับไปอย่างยียวน ฮาลิมตาลุกวาวด้วยความโกรธสองหนุ่มจ้องตากันอย่างท้าทายและไม่มีใครยอมใครทำให้คนกลางอย่างเนตรนภารู้สึกอึดอัดเป็ครั้งที่สามแล้ว
จะเล่นเกมจ้องตากันรึไงนะมองกันอยู่ได้ เอ๊ะ...หรือว่าที่มองกันเนี่ยเพราะกำลังปิ๊งกันอยู่คิดแล้วเนตรนภาก็อดขำไม่ได้ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบด้วยการเปลี่ยนเื่คุยไปเสีย
“เอ่อ...บอสคะ เื่ลางานของดิฉัน”
“ทำไมหรือครับ” ฮาลิมถามเสียงอ่อนโยน
“คือ...ดิฉันอาจจะขอลาต่อเพิ่มอีกสักวันสองวันน่ะค่ะออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะทำงานไหวหรือเปล่า เพราะเวลาขยับแขนข้างขวายังรู้สึกตึงๆเจ็บๆ อยู่เลยค่ะ”
“ได้สิ เื่งานคุณไม่ต้องเป็ห่วงหรอก่นี้เรายังไม่ออกคอลเลคชั่นใหม่งานเลยยังไม่ยุ่งมากเท่าไรคุณลางานได้ตาม้าเลยนะครับ จนกว่าแผลจะหายดีก็ได้ ผมอนุญาต”
“ขอบคุณมากค่ะบอสดิฉันโชคดีเหลือเกินที่ได้บอสเป็เ้านาย”เนตรนภาส่งยิ้มหวานให้ ฮาลิมยิ้มรับอย่างดีใจแต่อุสมานกลับหน้าตึงด้วยความไม่พอใจและรู้สึกหมั่นไส้ยังไงชอบกลแค่มองตาชายหนุ่มก็รู้ได้ทันทีว่าฮาลิมคิดเช่นไรกับเนตรนภาซึ่งมันทำให้เขาหงุดหงิดในใจพิลึกจนอยากจะจับฮาลิมโยนออกไปนอกห้องให้พ้นหูพ้นตาไวๆ
“ผมก็โชคดีที่ได้แนนนี่มาทำงานให้แต่ผมอยากโชคดีมากกว่านี้อีกถ้าแนนนี่จะยอม...”
“อะแฮมๆ” อุสมานแกล้งกระแอมขัดจังหวะทำให้ฮาลิมเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่พอใจ “ขอโทษนะครับ พอดีผมรู้สึกคันคอน่ะครับ”
“ไม่เป็ไรครับ” ฮาลิมกัดฟันบอกก่อนจะหันมาพูดกับเนตรนภาเสียงอ่อน “แนนนี่ครับเื่ค่ารักษาพยาบาลของคุณ...”
“ผมจัดการเื่นี้เรียบร้อยแล้วคุณฮาลิมไม่ต้องเป็ห่วงหรอกครับ” อุสมานเอ่ยยิ้มๆแถมยักคิ้วข้างหนึ่งให้อีกด้วย ฮาลิมยิ้มเย็นแต่ดวงตากับลุกวาวราวกับมีเปลวไฟ
“คุณอุสมานนี่ใจดีจังเลยนะครับ”
“ก็แนนนี่เจ็บตัวเพราะผมนี่ครับผมก็เลยต้องรับผิดชอบและดูแลเธอเป็พิเศษ”เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบพอในตัวเนตรนภาจึงอยากแกล้งชายหนุ่มเลยเน้นคำบางคำเป็พิเศษอย่างยั่วเย้าซึ่งก็ได้ผลเพราะตอนนี้ฮาลิมกำลังกัดฟันแน่นสองมือก็กำแน่นไม่แพ้กัน
เื่ที่พนักงานซุบซิบกันเป็จริงหรือเนี่ยอุสมานคิดจะจีบเนตรนภาจริงๆ งั้นหรือ ฮาลิมคิดด้วยใจที่ร้อนรุ่มเพราะเื่นี้นี่แหละที่ทำให้เขาทนไม่ไหวต้องรีบแล่นมาเยี่ยมเนตรนภาที่โรงพยาบาลทั้งที่ตั้งใจว่าจะรอให้หญิงสาวออกจากโรงพยาบาลเสียก่อนแล้วค่อยไปเยี่ยมที่คอนโดฯของเธอแทน เพราะชายหนุ่มไม่อยากเผชิญหน้ากับอุสมานตรงๆ ในตอนนี้ทว่าความร้อนใจปนหวาดระแวงว่าจะเสียเนตรนภาไปให้กับศัตรูจึงทำให้เขาเปลี่ยนใจในที่สุด
“แนนนี่ครับผมคงต้องขอตัวกลับก่อน ไว้วันหลังผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ”ฮาลิมทนไม่ไหวจึงขอตัวลากลับ
“ค่ะขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาเยี่ยม”
ฮาลิมยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะมองอุสมานด้วยสายตาขุ่นมัวทว่าน้ำเสียงยามเอ่ยลาอีกฝ่ายกลับราบเรียบ
“ผมไปก่อนนะครับคุณอุสมาน”
“เดี๋ยวสิครับคุณฮาลิม” อุสมานเรียกไว้แล้วเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายที่ยืนอยู่หน้าประตู ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นไม่ดังมากนักพอให้ได้ยินกันแค่สองคน“คุณเคยได้ยินคำว่าหมาลอบกัดมั้ยครับ”
ฮาลิมหลุบเปลือกตาลงก่อนเหลือบขึ้นมองใหม่แล้วตอบยิ้มๆ
“เคยสิครับ ถามทำไมหรือครับ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับผมแค่อยากจะเตือนคุณไว้เท่านั้นว่าอย่าทำมาก ระวัง...จะตายอย่างหมาข้างถนน”
“คุณพูดอะไรผมไม่เข้าใจ”
“ไม่ต้องเข้าใจหรอกครับแค่จำเอาไว้ก็พอ เชิญครับ” อุสมานผายมือเชื้อเชิญด้วยใบหน้าแย้มยิ้มเหมือนไม่เคยมีเื่ขุ่นข้องหมองใจกันมาก่อนฮาลิมกัดฟันกรอดมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอาฆาตแค้นแล้วเดินออกจากห้องไป
“คุยอะไรกันเหรอคะ” เนตรนภาถามด้วยความอยากรู้
“เื่งานนิดหน่อยนะครับคุณอย่าสนใจเลย อยากทานแอปเปิลมั้ยผมจะปอกให้ทาน”อุสมานเดินกลับมาหาแล้วถามอย่างเอาใจ เนตรนภาเลิกคิ้วสูงก่อนจะถามยิ้มๆเหมือนไม่เชื่อถือ
“คุณเนี่ยนะจะปอกแอปเปิลให้ฉันทาน”
“ทำไม มันแปลกเหรอ”
“ก็แปลกผู้บริหารระดับสูงอย่างคุณ มหาเศรษฐีรวยล้นฟ้าที่มีข้าทาสบริวารคอยรับใช้อย่างคุณเนี่ยนะจะมาปอกผลไม้ให้ลูกจ้างธรรมดาๆ อย่างฉันทาน แหม...ฟังดูแล้วเหมือนได้รับเกียรติอย่างมหาศาลยังไงก็ไม่รู้”
“ฟังดูแล้วเหมือนคุณประชดผมเลย”
เนตรนภาหัวเราะกิ๊ก
“ถูกต้อง”
“แล้วมันแปลว่าอยากทานหรือไม่อยากทานกันล่ะ” อุสมานเลิกคิ้วถามยิ้มๆ นึกอยากเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นๆของคนช่างประชดนัก
“แปลว่าอยากทานสิคะแหม...ผู้บริหารระดับสูงมหาเศรษฐีหมื่นล้านมาบริการให้ทั้งทีมีหรือจะไม่อยากทานน่ะ”
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆพร้อมกับส่ายหน้าระอา เนตรนภาเห็นจึงอดหัวเราะไปด้วยไม่ได้
ตกค่ำอุสมานกลับบ้านด้วยอารมณ์เบิกบานสุดขีดที่เป็เช่นนี้เพราะวันนี้เขาได้พูดคุยกับเนตรนภามากขึ้นและหญิงสาวยังให้ความสนิทสนมกับเขาเพิ่มขึ้นอีกด้วยพอได้สนทนากันอย่างจริงจังก็พบว่าเขากับเธอเข้ากันได้ดีในหลายๆ เื่ทั้งทัศนคติและความชอบในบางอย่างที่คล้ายกัน
อุสมานไม่เคยรู้สึกสนทนากับผู้หญิงคนไหนแล้วรู้สึกสนุกและมีความสุขเช่นนี้มาก่อนเพราะส่วนมากที่เข้ามาคุยไม่พูดเื่ธุรกิจก็มักจะพูดเื่รักๆ ใคร่ๆเป็ส่วนใหญ่ ชายหนุ่มเดินฮัมเพลงหงุงหงิงเข้าบ้านก็เจอกับฟาเดลพอดีจึงถูกอีกฝ่ายแซวเข้าให้
“เอ...วันนี้มีเื่อะไรดีๆนะ พี่ชายของผมถึงได้ดูอารมณ์ดีเป็พิเศษอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน”
“เปล่านี่” อุสมานปฏิเสธแต่กลับยิ้มกริ่ม ดวงตาก็ดูแพรวพราวจนผิดปกติ
“เปล่าอะไรกันครับร้อยวันพันปีพี่เคยฮัมเพลงเล่นอย่างนี้ที่ไหนกัน บอกมาเถอะน่า” ฟาเดลยังอยากรู้ไม่เลิก
“ไม่มีอะไรจริงๆนายอย่าจับผิดนักเลย พี่ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะ” อุสมานยังปฏิเสธจะให้บอกได้อย่างไรล่ะว่าเขาอารมณ์ดีเพราะใคร ขืนพูดออกไปมีหวังโดนล้อให้ได้อายแน่ๆ
“เดี๋ยวสิครับ” ฟาเดลเรียกไว้แต่พี่ชายตัวดีก็เดินแกมวิ่งหนีไปไกลเสียแล้ว ชายหนุ่มมองตามพลางขมวดคิ้วมุ่นดวงตาเต็มไปด้วยรอยครุ่นคิดขณะที่สองเท้าก็ก้าวเข้าไปหามารดาและน้องสาวในห้องนั่งเล่น
“เป็อะไรไปคะพี่ฟาเดลมีเื่อะไรกลุ้มใจนักหรือคะ” อะติฟาถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าครุ่นคิดของพี่ชายซาลิม่าเองก็เช่นกัน
“นั่นน่ะสิ เป็อะไรไปลูกเครียดเื่งานหรือเปล่า”
“เปล่าหรอกครับผมไม่ได้เครียดเื่อะไรเลยเพียงแต่กำลังสงสัยเท่านั้น”ฟาเดลตอบพลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยว อะติฟาที่กำลังปักลายบนปลอกหมอนให้พี่ชายทั้งสองอยู่วางมือจากงานลงแล้วเอ่ยถามด้วยความสนใจใคร่รู้
“สงสัยอะไรหรือคะ”
“ก็พี่อุสมานน่ะสิวันนี้กลับมาอารมณ์ดีเป็พิเศษถึงขนาดเดินฮัมเพลงเข้าบ้านเลยนะ พอพี่ถามว่าอารมณ์ดีเื่อะไรมาก็ไม่ยอมบอกแถมยังปฏิเสธว่าไม่มีอะไรอีกแต่รอยยิ้มกับดวงตาน่ะมันตรงข้ามกันเลย”
“ตรงข้ามยังไงคะ”
“ก็รอยยิ้มกับดวงตามันเหมือนกับคนที่กำลัง...มีความรัก”
“หา! จริงเหรอ!” ทั้งผู้เป็มารดาและน้องสาวถึงกับอุทานออกมาพร้อมกัน จะไม่ให้ทั้งสองประหลาดใจได้อย่างไรกันในเมื่อั้แ่เล็กจนโตมาอุสมานไม่เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อนเพราะเื่ของตระกูลทำให้ชายหนุ่มกลายเป็คนใจหินรักใครไม่เป็ ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนเป็แค่ผู้หญิงชั่วคราวเท่านั้นไม่เคยจริงจังหรือมอบหัวใจให้ใครมาก่อน
ฟาเดลพยักหน้ายืนยันก่อนเอ่ยเหมือนคิดไม่ตก“ผมค่อนข้างมั่นใจแต่สงสัยจังว่าพี่อุสมานไปหลงรักสาวที่ไหนกัน”
“คงเป็คุณแนนนี่มั้งคะ” อะติฟาสันนิษฐานได้ตรงเผงซึ่งฟาเดลก็เห็นด้วยทันที
“ใช่ๆลืมคุณแนนนี่ไปได้ยังไงกันนะ”
“แม่ว่าไม่ใช่หรอกพวกเขาสองคนเพิ่งรู้จักกันได้แค่ไม่กี่วันเองนะ”ซาลิม่าส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
“โธ่...แม่ขาแม่ไม่เคยได้ยินคำว่ารักแรกพบหรือไงกันคะ” อะติฟาว่า “หนูเชื่อว่าต้องเป็คุณแนนนี่แน่ๆ ค่ะ แม่กับพี่เดลลองคิดดูสิคะพี่อุสมานเคยใส่ใจผู้หญิงคนไหนมากเท่านี้มาก่อนหรือเปล่าถึงขนาดทิ้งการทิ้งงานให้พี่เดลดูแลแทนแล้วตัวเองไปนั่งเฝ้าดูแลคุณแนนนี่ที่โรงพยาบาลทั้งวันและทุกวันแบบนี้ถึงจะอ้างว่าเธอเป็คนช่วยชีวิตเอาไว้ก็เถอะค่ะ”
ฟังคำอธิบายของอะติฟาแล้วทั้งซาลิม่าและฟาเดลก็อดคล้อยตามไม่ได้หญิงสูงวัยถอนใจยาวความรู้สึกที่มีต่อเื่นี้มีทั้งดีใจและหนักใจไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว
สองวันต่อมาอุสมานยังคงไปดูแลเนตรนภาที่โรงพยาบาลเหมือนเดิมวันนี้หมออนุญาตให้หญิงสาวได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้วชายหนุ่มจึงตั้งใจที่จะไปรับและพาเธอไปส่งยังที่พักเองแต่วันนี้เขาจำต้องไปหาหญิงสาวสายหน่อยเนื่องจากมีประชุมสำคัญใน่เช้าซึ่งเขาไม่อาจเลี่ยงไม่เข้าประชุมได้
อุสมานออกจากห้องประชุมด้วยท่าทางรีบร้อนเพราะมันเลยเวลาที่กำหนดไปเกือบสองชั่วโมงเลยทีเดียวเสียงท้องเริ่มร้องประท้วงเนื่องจากเป็เวลาเที่ยงแล้วแต่ชายหนุ่มก็ไม่แวะทานอาหารที่ไหนเลยเขานั่งรถมุ่งไปที่โรงพยาบาลอย่างเดียว เพราะตั้งใจว่าจะไปหาซื้ออะไรแถวโรงพยาบาลขึ้นไปกินกับเนตรนภาที่ห้องแทนแต่สุดท้ายอุสมานก็ต้องผิดหวังเมื่อมาถึงกลับพบว่าหญิงสาวออกจากโรงพยาบาลไปแล้วมิหนำซ้ำยังต้องมาหงุดหงิดเมื่อได้ฟังคำตอบของพยาบาลว่าใครเป็คนมารับเนตรนภาออกจากโรงพยาบาลแทนเขา
‘อ๋อ...คุณฮาลิมเป็คนมารับคนไข้ไปค่ะมารับไปั้แ่เช้าแล้วล่ะค่ะ’
มันน่าโมโหนักโมโหตัวเองด้วยที่ดันไม่บอกเนตรนภาเอาไว้ก่อนว่าเขาจะเป็คนมารับเธอออกจากโรงพยาบาลเอง
เห็นเ้านายหนุ่มอารมณ์เสียแทนที่รีมกับบาห์จะจะรู้สึกหวั่นๆเกรงจะโดนลูกหลงเข้า ที่ไหนได้ทั้งสองกลับหันมายิ้มให้กันราวกับถูกใจนักหนา
“ยิ้มอะไรกันมีเื่น่าดีใจอะไรนักหนางั้นเหรอฮะ”
สุดท้ายก็โดนลูกหลงจนได้แต่บอดี้การ์ดทั้งสองกลับไม่สะทกสะท้านอย่างที่ลูกน้องทั่วไปควรจะเป็ทั้งนี้เพราะทั้งคู่รู้จักนิสัยใจคอของเ้านายหนุ่มดีว่าไม่สั่งลงโทษใครเพราะอารมณ์พาลเหมือนเด็กๆแน่
“ทำไมเ้านายไม่ตามไปที่คอนโดฯของเธอล่ะครับ” รีมเอ่ยแนะนำอย่างรู้ใจ
พอได้ฟังสีหน้าที่บูดบึ้งของอุสมานพลันแจ่มใสขึ้นทันตาเห็นแต่เพราะกลัวเสียฟอร์มและกลัวถูกล้อจึงรีบวางหน้าเรียบเฉยแล้วเอ่ยเสมือนไม่สนใจในเื่นี้นัก
“ทำไมฉันต้องไปหาเธอที่คอนโดฯด้วย อาการาเ็ของเธอก็หายดีแล้วนี่ฉันคงไม่ต้องไปรับผิดชอบอะไรอีกหรอกมั้ง” จบคำก็นิ่งไปอึดใจใหญ่ก่อนจะแสร้งถอนใจออกมา “เฮ้อ...แต่ไปดูเธอหน่อยก็ดีเหมือนกันเดี๋ยวจะหาว่าออกจากโรงพยาบาลแล้วทิ้งเลย ไม่รู้จักบุญคุณ” ชายหนุ่มพูดพลางออกเดินนำไปที่รถ
บาห์จะกับรีมมองหน้ากันแล้วแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นเ้านายหนุ่มในลักษณะนี้เออ...หนอ แบบนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกปากกับใจไม่ตรงกันอยากจะไปหาเขาแทบแย่แต่ดันทำฟอร์มไม่อยากไป รีมคิดอย่างขำๆ พลางรีบสาวเท้าเคียงคู่กับคู่หูตามหลังผู้เป็นายไปที่รถ
เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้เนตรนภาเงยหน้าจากซองยาแล้วหันไปมองทางประตูห้องด้วยความสงสัยก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูพร้อมกับยิงคำถามออกไปเนื่องจากคิดว่าเป็ฮาลิม
“ลืมอะไรหรือคะบอส...อ้าวคุณอุสมานเองหรือคะ” เธอมองหน้าคนร่างั์ด้วยความประหลาดใจ
“ใช่”เพราะโมโหหิวหรือเพราะโมโหหึงก็ไม่ทราบถึงทำให้อุสมานตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัดก่อนจะตั้งคำถามราวกับจะหาเื่เ้าของห้อง“ทำไม คุณคิดว่าเป็นายฮาลิมกลับมาอีกหรือไง”
“นี่คุณ” เนตรนภาใช้แขนข้างที่ดียกขึ้นเท้าสะเอวพร้อมกับจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างเอาเื่“เป็อะไรฮะ ประสาทรึเปล่าหรือว่าไปกินรังแตนมาจากไหนถึงได้ถ่อสังขารมาพาลหาเื่ฉันถึงคอนโดฯเนี่ย บ้าที่สุดเลย ฉันไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของคุณนะ ไปเลย...ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก” หญิงสาวชี้นิ้วไล่ก่อนจะผลักบานประตูหวังปิดใส่หน้าโครมใหญ่ทว่าอุสมานยกมือขึ้นดันไว้ทันเสียก่อน
“เดี๋ยวก่อนสิ ผมขอโทษ”ชายหนุ่มกล่าวขอโทษด้วยสีหน้าเสียใจอย่างสุดซึ้งเขารู้สึกผิดที่เอาอารมณ์โกรธมาลงกับเธอที่ไม่รู้เื่ด้วยเขาไม่ได้อยากทำเช่นนี้แต่ไม่รู้ทำไมพอฟังคำพูดแรกของเธอแล้วมันโมโหจี๊ดขึ้นมาทันทีจนลืมตัวไป
“ฉันไม่รับ กลับไปซะ” เนตรนภายังไม่หายเคือง มือบางยังคงผลักประตูเต็มแรง
“โธ่...แนนนี่ ผมขอโทษยกโทษให้ผมเถอะนะครับ” ชายหนุ่มอ้อนวอนเสียงอ่อนแววตาก็เว้าวอนเสียจนน่าสงสารและใจของหญิงสาวก็ไม่แข็งพอซะด้วยสิในที่สุดก็ต้องยอมอ่อนให้จนได้ แรงผลักประตูจึงเบาลงจนเธอละมือออกจากประตูไปในที่สุดแล้วเดินกะบึงกะบอนไปนั่งยังโซฟาตัวเดิม
อุสมานเป่าปากอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินเข้าห้องไปและไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องให้ด้วยชายหนุ่มเดินมานั่งลงบนโซฟาตัวตรงข้ามกับเ้าของห้องโดยไม่รอให้อีกฝ่ายเชื้อเชิญเพราะสถานการณ์ในตอนนี้มันไม่ปกติอุสมานมองใบหน้านวลใสที่เริ่มมีสีเืนิ่งๆ แล้วกล่าวประโยคเดิมออกมาอีกครั้ง
“แนนนี่...ผมขอโทษที่พาลใส่คุณ”
“คุณมีอะไรก็รีบๆ พูดมา” เธอบอกเสียงแข็ง ใบหน้าเชิดขึ้นบ่งบอกให้รู้ว่ายังไม่ยกโทษให้ง่ายๆ
“คุณจะไม่ยกโทษให้ผมจริงๆเหรอครับ จะให้ผมพูดขอโทษคุณสักพันครั้งก็ได้นะถ้ามันจะทำให้คุณหายโกรธ”
“ทำได้เหรอ” เนตรนภาทำสุ้มเสียงอย่างดูถูก
“ถ้าคุณ้า” อุสมานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาสบตากับเธอนิ่งเหมือนวัดใจกันเมื่อเธอไม่เอ่ยอะไรออกมาอีกชายหนุ่มก็ถือว่าเธอ้าให้เขาทำจริง เขาก็เลยทำจริงๆเพื่อพิสูจน์ให้เธอได้เห็นซะเลย “ผมขอโทษ ผมขอโทษ ผมขอโทษ...” และอีกหลายสิบประโยคต่อๆ มาจนเนตรนภาหน้าเหวอไปเล็กน้อยเนื่องจากไม่คิดว่าเขาจะแคร์เธอมากขนาดนี้
“พอแล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง สีหน้าก็ดูเป็มิตรเหมือนเก่า
“คุณยกโทษให้ผมแล้วใช่มั้ย” เขาถามด้วยอาการดีอกดีใจจนคนโกรธอดยิ้มขำไม่ได้
“ค่ะ ฉันยอมแพ้ความพยายามของคุณแล้วล่ะแต่บอกเอาไว้ก่อนนะคะว่าถ้าคราวหน้ามาพาลกับฉันแบบนี้อีกฉันจะไม่ยกโทษให้อีกอย่างแน่นอน” เธอไม่วายขู่ซึ่งเขาก็รีบรับคำ
“จะไม่มีคราวหน้าอีกแล้วผมสัญญา”
“ว่าแต่คุณไปโมโหอะไรมาคะเนี่ย”
“ผม...” อุสมานเกิดอาการอ้ำอึ้งขึ้นมาเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าโมโหอะไรกันแน่โมโหหิวหรือว่าโมโหที่อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็ฮาลิมกันแน่ชายหนุ่มลูบหน้าตัวเองด้วยความอับอายนี่เป็ครั้งแรกที่เขาทำตัวแบบนี้ต่อหน้าผู้หญิง เขาเป็อะไรไปนะปกติเคยสุขุมมากกว่านี้แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้ทำตัวเหมือนคนพาลไปเสียได้ก็ไม่รู้ยิ่งทบทวนถึงการกระทำเมื่อครู่นี้ของตัวเองที่โมโหพาลใส่เนตรนภาและเฝ้าง้องอนเธออย่างหนักแล้วก็ยิ่งนึกอายขึ้นไปอีกมันเหมือนไม่ใช่ตัวเขาเลย เขาเป็บ้าอะไรถึงได้แคร์ความรู้สึกของผู้หญิงคนนี้นักแค่คิดว่าเธอจะโกรธและไม่พูดกับเขาไปตลอดชีวิต จิตใจเขาก็ร้อนรนเหมือนโดนเผาไหม้เสียแล้ว
“ว่าไงคะ” หญิงสาวถามซ้ำเมื่อเห็นเขาเงียบไป
อุสมานยังคงจ้องหน้านวลใสด้วยสายตาหลากหลายความรู้สึกความรู้สึกชนิดหนึ่งมันเด่นชัดมากจนเขาใและพยายามปฏิเสธแต่เพียรปฏิเสธเท่าไรมันก็ยิ่งตอกย้ำให้ชัดเจนขึ้นทุกครั้ง
รัก...เขารักเธออย่างงั้นเหรอเนี่ยอุสมานคิดในใจอย่างไม่อยากเชื่อ มันใช่แน่เหรอ อะไรจะรวดเร็วปานนั้นไม่เคยได้ยินคำว่ารักแรกพบหรือไง เสียงหนึ่งในความคิดดังขึ้นจนเขานิ่งอึ้งไปหลายวินาทีจากนั้นก็ทบทวนความรู้สึกต่างๆ ั้แ่แรกเจอกับเนตรนภาจนกระทั่งบัดนี้
มันมีโอกาสเป็ไปได้สูงทีเดียวแต่อุสมานก็ยังไม่แน่ใจและมั่นใจพอดังนั้นก็ต้องพิสูจน์ใช่...ต้องพิสูจน์ ชายหนุ่มสรุปและตัดสินใจได้ในที่สุด
“หรือว่าโมโหหิวกันคะ” เนตรนภาแซวเล่น อุสมานจึงยิ้มรับแล้วเออออตามไปด้วยเลย
“ใช่ ผมโมโหหิวประชุมั้แ่เช้าจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ทานอะไรเลย”
“อ้าว ทำไมไม่ทานล่ะคะ”
“ก็ผมตั้งใจจะไปทานพร้อมกับคุณที่โรงพยาบาลน่ะสิทานเสร็จก็จะรับกลับคอนโดฯ เลยแต่สุดท้ายผมก็ไปเก้อ”
“แหม...ฉันไม่รู้นี่คะว่าคุณจะมารับพอดีบอส...คุณฮาลิมน่ะค่ะ สละเวลามารับฉันเลยกลับกับเขาเลย”เนตรนภาอธิบาย ฮาลิมไปรับเธอออกจากโรงพยาบาลแต่เช้าและพามาส่งที่คอนโดฯตลอด่เช้าชายหนุ่มอยู่ดูแลและอยู่เป็เพื่อนทานอาหารกลางวันด้วยพอทานเสร็จถึงได้กลับไปเพราะตอนบ่ายมีงานสำคัญต้องทำ
“แล้วนี่คุณทานอาหารกลางวันหรือยัง” เขาถามอย่างเป็ห่วง
“ทานแล้วค่ะ ฉันทานพร้อมกับบอสก่อนคุณจะมาแค่ครึ่งชั่วโมงเอง”
อุสมานกัดฟันกรอด รู้สึกแสลงหูเมื่อได้ยินชื่อไม่ปรารถนาจากปากของหญิงสาวที่ต้องใจ
“ผมยังไม่ได้ทานอะไรเลยหิวมาก ตอนนี้เริ่มตาลายแล้วคงลงไปหาอะไรทานไม่ไหวแน่ๆ แนนนี่ในตู้เย็นของคุณมีอะไรให้ผมทานบ้างหรือเปล่าครับ” เขาถามเสียงอ้อนๆ
“มีค่ะคุณฮาลิมซื้อสปาเกตตีทิ้งไว้ให้ฉันเพื่อฉันหิวตอนบ่าย เดี๋ยวฉันจะไปอุ่นให้คุณนะคะ” หญิงสาวทำท่าจะลุกไปทำให้ แต่อุสมานเอ่ยห้ามเอาไว้แล้วลุกขึ้นเดินไปจัดการเองราวกับเป็เ้าของบ้านก็ไม่ปานชายหนุ่มจัดการอุ่นสปาเกตตีด้วยกิริยากระแทกกระทั้นเพราะไม่พอใจคนที่ซื้อมาอย่างหนัก
หึ...ซื้อมาให้แนนนี่กินงั้นเหรอดีล่ะ เขาจะกินให้เรียบไปเลย อยากรู้นักว่าถ้าไอ้ฮาลิมมันรู้ว่าเขาเป็คนกินแทนเนตรนภาจะรู้สึกอย่างไรมันคงโกรธมากแน่ๆ พอคิดแบบนี้อารมณ์อันขุ่นมัวก็เริ่มดีขึ้น อุสมานจึงทานสปาเกตตีของศัตรูได้อย่างเอร็ดอร่อย
พอทานเสร็จอุสมานก็มานั่งย่อยอาหารอยู่หน้าทีวีข้างๆเ้าของห้องที่ทานยาเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสองคุยกันในเื่ทั่วไปจนกระทั่งเนตรนภาอดถามไม่ได้
“บ่ายนี้คุณไม่มีงานหรือคะ”
“มีแต่คุณไม่ต้องเป็ห่วงหรอกงานไม่ได้เร่งรีบอะไรมาก”
“ถึงไม่มีอะไรมากแต่คุณก็ควรเข้าไปทำสักหน่อยนะคะดีกว่ามานั่งเฉยๆ แบบนี้”
“ใครว่าผมนั่งเฉยๆ กันผมมาดูแลคุณต่างหาก” เขาบอกด้วยรอยยิ้มกริ่ม
“ดูแลฉัน?” เธอชี้มาที่ตัวเอง “ดูแลทำไมอีก ฉันหายแล้วนะคะ”
“ใครว่าคุณหายแล้วคุณแค่อาการดีขึ้นเท่านั้นเอง ยังใช้มือข้างขวาหยิบจับอะไรได้ไม่ถนัดอยู่เลย” เขาชี้แจ้งด้วยรอยยิ้มพราย “เพราะฉะนั้นผมในฐานะคนที่ทำให้คุณเจ็บก็ต้องตามมาคอยดูแลจนกว่าคุณจะหายสนิทและช่วยเหลือตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”
“อะไรนะ! ถ้างั้นคุณก็ต้อง...”
“ใช่ผมต้องมาดูแลคุณที่นี่ทุกวัน”อุสมานต่อให้โดยไม่รอให้เธอพูดจบ เนตรนภาจึงแหวเข้าให้
“บ้าเหรอ! คุณจะมาดูแลฉันที่นี่ได้ยังไงกัน มันไม่เหมาะสม ไม่ได้ๆยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด”
น้ำเสียงแข็งๆของเธอทำให้ชายหนุ่มต้องปรับเปลี่ยนแผน ดังนั้นน้ำเสียงที่ใช้พูดรวมถึงสีหน้าจึงเต็มไปด้วยความเสียใจระคนเว้าวอน
“แนนนี่...ได้โปรดอย่าห้ามผมเลยนะถ้าผมไม่ได้ดูแลคุณจนคุณหายดีละก็ผมคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่ๆที่ไม่สามารถตอบแทนบุญคุณคุณได้”
“ฉันไม่...”
“ผมขอแค่่เวลานี้เท่านั้นเองไม่ถึงอาทิตย์หรอก ขอให้ผมได้ตอบแทนคุณอย่างเต็มที่เถอะนะ ผมจะได้สบายใจคุณไม่ต้องกลัวหรอกนะแนนนี่ ผมสัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินคุณไปมากกว่าคอยดูแลอย่างแน่นอนเชื่อใจผมเถอะนะ”
“ก็ได้ค่ะ” อีกครั้งแล้วที่เนตรนภาต้องใจอ่อนกับผู้ชายคนนี้แม้จะรู้สึกลำบากใจมากแค่ไหนก็ตามแต่เพราะส่วนลึกของจิตใจบอกกับเธอว่าสามารถเชื่อคำพูดของอุสมานได้เขาไม่ใช่ผู้ชายชอบฉวยโอกาสซึ่งเธอก็ได้ประจักษ์แก่ตนเองแล้วว่าเป็จริงเพราะตลอดเวลาที่เขาดูแลเธออยู่ที่โรงพยาบาลเขาไม่เคยล่วงเกินเธอมากไปกว่าช่วยประคองเลย