รถแล่นผ่านหมู่ไม้ไปตามทางถนนในป่ามีะเืบ้างเป็ครั้งคราว บางครั้งล้อรถก็ลงไปในหลุมบ้าง ทำให้คนในรถกระดอนไปตามแรงรถก่อนรถจะตัดออกมายังถนนใหญ่ ทำให้สามารถขับรถได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
“ฉันตื่นเต้นจังเลย” แอนนี่พูดขึ้น
“ดีที่เธอชอบนะแอนนี่” เจมส์พูดขึ้น
“คุณเข้าเมืองจะไปซื้ออะไรเหรอเจมส์”แจ็คถาม
“ฉันคิดว่าจะไปซื้อของใช้แล้วก็เสบียงอาหารอีกนิดหน่อยมาไว้ที่บ้านพักฉันนะ” เจมส์ตอบ
“แล้วพวกเธอมีอะไรที่อยากได้รึป่าวละ”เจมส์ถามกลับ
“ผมอยากได้กล้องส่องทางไกลไฟฉายครับ” แจ็คตอบ
“ผมก็อยากได้ไฟฉายแล้วก็กล้องส่องทางไกลเหมือนกับแจ็คครับ” ดีนพูด
“งั้นเหรอ แล้วแอนนี่กับอลิซละ”เจมส์ถามขึ้น แต่สายตากลับมองตรงไปข้างหน้า ในขณะที่มือยังคงบังคับพวงมาลัยรถอยู่
“หนูยังไม่มีของที่อยากได้ค่ะแค่อยากมานั่งรถเล่นค่ะ” แอนนี่ตอบ
“ส่วนฉันฉันอยากไปดูพวกเสื้อผ้าตัวใหม่นะ” อลิซพูดขึ้น
“โอเค อย่างนี้นี่เอง” เจมส์พูด
แล้วเจมส์ก็เหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนที่ไปเร็วขึ้น ตามถนนที่ค่อยๆกว้างขึ้นมาเมื่อเริ่มเข้าเขตเมือง ก่อนจะค่อยๆ ชะลอรถแล้วจอดรถในที่จอดรถของห้างเล็กๆ แห่งหนึ่ง
“ถึงซะที” ดีนพูดขึ้นพลางยืดเส้นยืดสายหลังจากนั่งรถมานานกว่าครึ่งชั่วโมง
“เอาละเข้าไปซื้อของกันเถอะ”เจมส์บอก แล้วจึงเดินนำทางพวกเด็กๆ ตรงไปยังทางเข้าห้าง
“ผมกับดีนจะแยกไปซื้อของก่อนนะครับ”แจ็คพูด
“งั้นเดี่ยวพวกเธอซื้อของเสร็จแล้วก็กลับรอที่รถละ”เจมส์นัดแนะสถานที่ให้ทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้ง
“แล้วพวกเด็กผู้หญิงละจะแยกไปซื้อของด้วยไหม”เจมส์ถาม
“ค่ะคุณก็จะได้ไปซื้อของที่คุณต้องใช้ก่อน เดี่ยวหนูกับแอนนี่ก็ไปซื้อของของตัวเองเสร็จแล้วก็จะไปรอคุณที่รถนะค่ะ” อลิซตอบ
“โอเค” เจมส์พูดจบแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปซื้อของที่ตัวเองอยากได้
แจ็คและดีนเดินมาตรงส่วนนึงของห้างที่ขายของอุปกรณ์เดินป่าหลายชนิดมีทั้ง เข็มทิศ กระเป๋าเป้ รองเท้า เสื้อผ้า เชือก และของอื่นๆ อีกมากมายแล้วทั้งสองคนก็ไปหยุดยืนดูตรงกล้องส่องทางไกล ก่อนจะหยิบมากันคนละอันแล้วเดินไปเลือกไฟฉายต่อ
“นายจะเอาอะไรเพิ่มอีกไหม” ดีนถาม
“นายคิดว่าเราต้องใช้อะไรเพิ่มอีกรึป่าวละ”แจ็คถามกลับ
“เอากระเป๋าเพิ่มไหมเผื่อเราจะได้ใส่ของอะไรได้ด้วย” ดีนเสนอ
“แบบนั้นก็ดีเหมือนกันนะ” แจ็คตอบแล้วทั้งสองคนก็เดินกลับยังจุดที่วางขายกระเป๋าเป้สัมภาระสำหรับเดินทางก่อนทั้งสองคนจะหยิบไปคนละใบ แล้วเดินไปยังเคาน์เตอร์คิดเงิน แต่ดีนได้ไปสะดุดตากับมีดเดินป่าเล่มหนึ่งดีนยืนมองอยู่พักนึง ก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อมีดเล่มนี้ไปด้วยและเมื่อซื้อของกันเสร็จแล้วทั้งสองคนจึงกลับไปรอคนอื่นๆ ที่รถตามที่นัดกันไว้
ส่วนพวกเด็กผู้หญิง อลิซจูงมือแอนนี่ไปยังร้านขายเสื้อผ้าเพื่อดูเสื้อผ้าสวยเอาไว้ใส่แต่ก็พบว่าเสื้อผ้าส่วนใหญ่มีแต่ชุดของผู้ใหญ่ทั้งนั้น ทำให้ทั้งสองคนต้องเดินกลับมารอที่รถด้วยมือเปล่า
หลังจากนั้นไม่นานนัก เจมส์ก็กลับมายังรถที่พวกเด็กๆ กำลังยืนรอเขาอยู่โดยในมือของเขานั้นหอบเอาถุงกระดาษใบใหญ่ที่ใส่อาหารไว้ข้างในจนเต็ม ก่อนเขาจะเอามันเข้าไปไว้ท้ายรถแล้วพาพวกเด็กๆ กลับขึ้นบนรถแล้วขับออกไปหาอะไรกินกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วจึงเดินทางกลับบ้านพักริมทะเลสาบกันโดยเจมส์แวะส่งพวกเด็กๆ ก่อนจะลากลับบ้านพักของเขาไป
ใน่เย็นของวันนั้น เด็กทุกคนรีบกินอาหารและทำความสะอาดจนเสร็จก่อนจะไปรวมตัวกันที่ห้องของเด็กผู้ชาย
“พวกพี่จะเอาของพวกนี้ไปทำอะไร”อลิซเอ่ยถาม
“เราจะเอาส่องดูว่าเรือที่เราเห็นหายไปไหนกันแน่ในทะเลสาบมืดๆนั้น” ดีนตอบ
“เธอจะมากับพวกเราไหมอลิซ” แจ็คถามขึ้น
“ไปสิ ฉันก็อยากเห็นเรือลำนั้นด้วย”อลิซตอบ
“แล้วแอนนี่ละจะไปด้วยกันไหม”อลิซหันมาถามแอนนี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ฉันเอง ก็จะไปด้วย” แอนนี่ตอบแต่กลับมีใบหน้ากังวล
“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะแอนนี่เธอไม่อยากเห็นหน้าเจมส์เวลาที่พวกเราเดินไปบอกเขาเหรอ ว่าเรารู้แล้วนะว่าคุณชอบหายไปไหนตอนกลางคืน”ดีนพูดขึ้น
“ฉันว่าเขาจะต้องแปลกใจจนอ้าปากค้างแน่ๆ”อลิซพูดขึ้นปนหัวเราะไปด้วย
“นั้นสิฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมเจมส์ต้องปิดบังพวกเราด้วย” แอนนี่เริ่มเห็นด้วยจึงพูดขึ้น
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกพูดขึ้น แต่กลับไม่มีใครสนใจ เพราะตอนนี้พวกเด็กๆกำลังจดจ่อกับค่ำคืนที่กำลังใกล้เข้ามาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
“เอาละ เดี่ยวพวกเธอกลับไปนอนพักก่อนเดี่ยวพวกฉันจะไปปลุกพวกเธอเอง” ดีนพูดขึ้น
“นั้นสินะ ฉันง่วงเป็บ้าเลย”อลิซพูดขึ้น
“ฉันก็ด้วย” แอนนี่เสริม
“ฉันว่าพวกเธอสองคนกลับไปนอนพักที่ห้องก่อนเถอะเดี่ยวฉันกับดีนจะผลัดกันดูเรือของเจมส์ ถ้าเราเห็นเรือของเจมส์พายออกมาเมื่อไหร่ เราจะไปปลุกพวกเธอทันที”แจ็คพูดขึ้น
หลังจากนั้นแอนนี่และอลิซก็เดินกลับไปนอนพักที่ห้องของตัวเองแต่ทั้งคู่กลับนอนไม่หลับเพราะตื่นเต้นเมื่อนึกถึงเื่ที่จะทำในคืนนี้ทำให้เนื้อเต้นตุบๆ อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ฉันว่าเราก็ผลัดกันเฝ้าดีกว่านะแจ็ค”ดีนเสนอ
“นั้นสิ งั้นนายไปนอนก่อนเลยฉันยังไม่ง่วงเท่าไหร่” แจ็คพูดขึ้น
“โอเค ถ้ามีอะไรก็ปลุกฉันได้เลยนะ”ดีนพูด
“อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์” ปีปิกพูดขึ้น
“ตอนนี้ใกล้จะค่ำแล้วนะปีปิก”ดีนพูดขึ้น ก่อนจะเลื่อนตัวขึ้นไปนอนบนเตียง
“เศร้าใจจัง เศร้าใจเหลือเกิน”ปีปิกร้องขึ้น ขณะที่บินมาเกาะบ่าแจ็ค
“เ้านกตะกละเอ่ย” แจ็คพูดพลางเอามือไปเกาใต้งอยปากของปีปิก
เวลาล่วงเลยมา จนใกล้เกือบจะเที่ยงคืน คืนนี้เป็คืนที่สว่างไร้เมฆทำให้เห็นหมู่ดาวชัดเจน แจ็คที่เริ่มง่วงจึงกำลังจะเดินไปปลุกดีนเพื่อมาเฝ้ายามต่อแต่เขาก็หันไปเห็นแสงจากเรือปริศนาที่ลอยมาในทะเลสาบอีกครั้ง แจ็คจึงรีบวิ่งไปปลุกดีนก่อนทั้งคู่จะรีบวิ่งไปปลุกพวกเด็กผู้หญิงขึ้น ทำให้ทั้งเด็กทั้งสี่คนรีบวิ่งลงไปที่ทะเลสาบโดยแจ็คและดีนไม่ลืมหยิบกล้องส่องทางไกลมาด้วย
“แจ็คไหนเรือของนาย” อลิซถามพลาง หอบไปด้วยเพราะเหนื่อยจากการวิ่งออกมาทันทีที่ตื่นขึ้นมา
“นั้นไง” แจ็คชี้ไปในทะเลสาบซึ่งปรากฏให้เห็นแสงไฟสีส้ม ที่ส่องสว่างไกลออกไปในทะเลสาบก่อนแจ็คและดีนจะหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่อง
“แปลกๆ แหะ” ดีนพูดขึ้น
“ทำไม” แอนนี่ถาม
“เจมส์นะอยู่บ้านนั้นคนเดียวใช่ไหม”ดีนพูดต่อ
“ก็ใช่ แล้วมันทำไม” แอนนี่ถามต่อ
“ก็บนเรือนั้นเราเห็นเงาของคนสองคน”ดีนตอบ แล้วความเงียบก็เข้ามาปกคลุมพวกเด็กๆ ในทันทีทำให้ตอนนี้ได้ยินแต่เสียงคลื่นกระทบเข้าฝั่ง
“ฉันว่าบางทีอาจจะเป็เพื่อนที่เขาวิทยุด้วยกันก็ได้นะ”แจ็คพูดขึ้นเมื่อนึกได้ว่าบ้านของเจมส์นั้นมีวิทยุอยู่เครื่องหนึ่ง
“นั้นสินะแต่เขาจะพายเรือกลับเพื่อนออกไปในทะเลทำไม ตอนกลางคืนแบบนี้” ดีนพูด
“ฉันว่าเราคงต้องแอบตามไปแล้วละ”แจ็คพูดขึ้น
“ยังไงละ” อลิซถามขึ้น
“ก็พายเรือตามเจมส์ไปไง” แจ็คตอบ
“แจ็ค นั่นมันอันตรายเกินไปนะพวกเราพึ่งหัดพายเรือเมื่อไม่กี่วันก่อนเอง” แอนนี่รีบพูดขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของแจ็ค
“ฉันว่าพวกเราต้องหัดพายเรือให้เก่งขึ้นกว่านี้แล้ว”ดีนพูดขึ้น
“ได้งั้นพรุ่งนี้เราค่อยเริ่มฝึกกันเถอะ ตอนนี้เราก็กลับไปนอนกันก่อนดีกว่า” อลิซพูดขึ้นมา
“นี่มันอันตรายนะ” แอนนี่แย้งขึ้น
“เพราะแบบนี้ไง เราถึงต้องหัดพายเรือให้เก่งขึ้นก่อน”แจ็คพูดขึ้น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ปีปิกหัวเราะขึ้น
“เงียบนะปีปิกเดี่ยวคนในบ้านเขาก็ตื่นขึ้นมาหรอก” แจ็คหันไปดุปีปิก
“เศร้าเหลือเกิน เศร้าเหลือเกิน”ปีปิกบินไปเกาะที่กิ่งไม้ก่อนจะพูดเสียงออกมา
แล้วเด็กทั้งสี่คนจึงกลับเข้าไปในบ้านพักอีกครั้งก่อนจะแยกย้ายกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง แล้วพยายามข่มตาหลับเพื่อให้ถึงพรุ่งนี้ไวๆยกเว้นแค่แอนนี่ที่กังวลกับแผนที่แจ็คคิดขึ้นเพราะเธอกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับพี่ชายคนเดียวของเธอแต่ไม่นานหลังจากนั้นแอนนี่ก็ผล็อยหลับไปในที่สุด
เช้าวันถัดมาทุกคนรีบออกจากบ้านพักั้แ่เช้าแล้วตรงไปยังบ้านพักของเจมส์ที่อยู่อีกฟากของป่าสน
“พวกเธอมาั้แ่เช้าเลยมีอะไรไหม”เจมส์ถามขึ้นเมื่อเห็นพวกเด็กๆ มากันั้แ่เช้า
“ป่าวครับแค่วันนี้เราทำอะไรเสร็จเร็วก็เลยออกจากบ้านมาั้แ่เช้าครับ” แจ็คตอบ
“งั้นเหรอเดี่ยววันนี้ฉันกะว่าจะเข้าเมืองอีกครั้ง พวกเธอจะไปด้วยไหม” เจมส์ถามขึ้น
“ไม่ละครับเราคิดว่าเราคงรบกวนคุณมากเกินไปแล้ว” ดีนพูดขึ้น
“ป่าว ไม่ได้รบกวนอะไรนะมีพวกเธอฉันก็ไม่เหงานะ” เจมส์พูดพลางส่งยิ้มให้พวกเด็กๆ
“เจมส์ครับ ถ้าพวกเราจะใช้เรือคุณหน่อยได้ไหม”แจ็คพูดขึ้น
“ได้สิ ว่าแต่พวกเธอจะไปไหนกัน”เจมส์ถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะเขาพึ่งสอนพายเรือให้เด็กๆไปไม่กี่วันก่อน
“พวกเราแค่อยากจะพายเรือให้เก่งขึ้นครับ”แจ็คตอบ
“งั้นเหรองั้นก็อย่าพายออกไปไหนไกลระหว่างที่ฉันไม่อยู่ละ” เจมส์พูด
“เข้าใจแล้วครับ” แจ็คพูด
“แล้วแอนนี่กับอลิซละจะไปในเมืองด้วยกันไหม”เจมส์หันไปถามพวกเด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ไม่ละค่ะเราก็ไม่อยากรบกวนคุณมากไปกว่านี้ เราขออยู่กับพวกเด็กผู้ชายที่นี้ก็แล้วกันค่ะ”อลิซตอบ
“งั้นเหรอ” เจมส์พูดขึ้น
“แอนนี่วันนี้เธอเงียบๆไปมีอะไรไหม” เจมส์ที่เห็นแอนนี่เงียบผิดปกติจึงถามขึ้น
“ป่าวค่ะ หนูแค่เพลียๆ นิดหน่อยค่ะคงเพราะเมื่อคืนนอนดึก” แอนนี่ตอบออกไป
“งั้นถ้าเธอไม่รังเกียจจะนอนพักในบ้านฉันก่อนก็ได้นะ”เจมส์พูด
“ขอบคุณค่ะเจมส์แต่เดี่ยวหนูขอไปนั่งพักอยู่ริมทะเลสาบดีกว่าค่ะ” แอนนี่พูดขึ้นเพราะเธอไม่อยากเข้าไปพักในบ้านของเจมส์เท่าไหร่ เมื่อนึกถึงกลิ่นอับๆในบ้านหลังนั้นตอนที่เธอแอบเข้าไปครั้งแรก
“โอเค งั้นเดี่ยวฉันไปก่อนละ”เจมส์พูดก่อนจะเดินจากไป
เมื่อเห็นว่าเจมส์เดินไปไกลแล้ว เหล่าเด็กทั้งสี่ก็เดินไปยังโขดหินที่จอดเรืออยู่ก่อนพวกเด็กผู้ชายจะไต่ลงไปตามโขดหินแล้วเอาเรือออกมาแล้วทุกคนก็เริ่มหัดพายเรือกันในทันที