ทิวาเดินตามเมคินออกมายังชายหาด ตอนนี้ท้องฟ้ามืดมิด มองออกไปยังพื้นน้ำทะเลด้านหน้าเห็นแสงไฟจากเรือประมงอยู่หลายดวง
สายตาของเขาจ้องมองไปยังไหลกว้าง ไหล่ที่เขาซบทีไรอบอุ่นถึงหัวใจทุกครั้ง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมีความรู้สึกพิเศษแบบนี้ให้กับผู้ชายด้วยกัน หากแต่พอมันเกิดขึ้นแล้วก็อยากรักษาเอาไว้ให้นานที่สุด
“มาช้าจัง”
“ยากันยุงกลิ่นมันฉุนผมต้องล้างมือหลานรอบเลย”
“ไหนมาดมหน่อย หายเหม็นหรือยัง” เมคินคว้าข้อมือของทิวาเข้าใกล้แล้วกดจมูกลงบนหลังมืออย่างแ่เบา จากนั้นก็มือวางลงบนท่อนขาของตัวเอง
ทิวาเขินจนทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเขาจับมือไว้แล้วไล้นิ้วโป้งเบาๆ ชายหนุ่มก็แทบละลาย โชคดีเหลือเกินที่ตอนนี้ความมืดเข้าปกคลุมถ้าไม่อย่างนั้นเมคินคงได้เห็นเลขาหนุ่มหน้าแดงไปถึงใบหูแน่ๆ
“ไม่มีกลิ่นแล้วใช่ไหม”
“มีสิ”
“ผมล้างตั้งหลายรอบแล้วนะพี่” ทิวาพยายามดึงมือตัวเองกลับมาดม แต่เขาก็รั้งไว้
“ที่บอกว่ามีกลิ่นมันก็คือกลิ่นจากมือของนายไง”
“อ๋อ พี่คินครับ ขอมือคืนได้ไหม ผมจะกินขนม”
เมคินปล่อยมือทิวาออกแล้วใช้มือตัวเองโอบหลัง ดึงให้ชายหนุ่มเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ทิวาขืนตัวเล็กน้อย แต่พอนึกได้ว่าที่นี่เป็หาดส่วนตัวแถมยังดึกมาแล้วก็เลยยอมให้เขาโอบ ส่วนตัวเองก็เอนศีรษะพิงกับไหล่กว้าง
เสียงคลื่นลมของท้องทะเลกว้างทำให้ทั้งสองคนรู้สึกผ่อนคลาย เมคินจิบเบียร์ไปเรื่อยจนหมดสองกระป๋องส่วนทิวานั้นเพียงแค่กระป๋องเดียวเขาก็พอ เพราะไม่ชอบรสชาติเฝื่อนๆ ของมัน เขาชอบดื่มไวน์มากกว่า แม้จะเป็ไวน์ราคาขวดละไม่ถึงร้อยมันก็ยังอร่อยกว่าเบียร์อยู่มาก พรุ่งนี้เขาคงต้องหยิบติดมือมาสักสองสามขวด
“พี่คิน ขนมรสนี้อร่อยมากเลยพี่จะลองชิมไหม เค็มๆ มันๆ ไม่เลี่ยน”
“ไม่เป็ไรนายกินไปเถอะพี่ไม่ชอบ”
“พี่ชอบขนมอะไรบ้างพรุ่งนี้จะได้แวะซื้อ ั้แ่ผมมาอยู่กับพี่ก็สี่เดือนกว่าแล้ว ผมยังไม่เคยเห็นพี่กินขนมอะไรเลย”
“พี่ไม่ค่อยกินขนมพวกนี้เท่าไหร่ โซเดียมมันเยอะ นายก็อย่ากินมาก ยิ่งไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอยู่ด้วย”
ทิวาเงียบเพราะสิ่งที่เมคินพูดนั้นถูกทุกอย่าง เขาไม่ชอบออกกำลังกายเพราะไม่ชอบให้เหงื่อออก แต่ก็โชคดีที่น้ำหนักยังคงเท่าเดิม
ทิวานั่งทานขนมจนหมดถุงก็เริ่มง่วงเขาจึงชวนเมคินกลับ
“พี่คิน กลับเถอะครับ”
ทิวาจับแขนเมคินออก เก็บกระป๋องเบียร์และถุงขนมที่ทานหมดแล้วใส่ถุงพลาสติกเพื่อนำไปทิ้งที่ถังขยะหน้าบ้าน เมคินลุกขึ้นก่อนแล้วยื่นมือมารั้งอีกคนให้ลุกขึ้น
เขาคงดึงแรงไปหน่อยร่างกายของทิวาจึงเซปะทะกับอกแกร่ง
ใบหน้าอยู่ห่างกันจนััได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวจนเมคินรู้สึกร้อนวูบวาบ
“ไหนล่ะขนม พี่ขอชิมหน่อย” เขารีบพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ
“ผมกินหมดแล้ว”
ทิวามองหน้าขณะที่ตัวยังคงอยู่แนบชิด เขาได้ยินเสียงหัวใจของอีกคนเต้นแรงซึ่งมันก็ไม่ต่างจากหัวใจของตัวเองเลย
“แต่พี่อยากกิน”
เมคินมองหน้าทิวาอย่างร้องขอสายตาที่เขาจ้องมาเหมือนมีเวทมนตร์ประหลาดทำให้ทิวาได้แต่ยืนนิ่ง รู้สึกถึงััอุ่นๆ จากลมหายใจกระทบปลายจมูก พลันความอุ่นร้อนก็แนบลงมาตรงริมฝีปาก มันนุ่มนิ่มอย่างบอกไม่ถูก
ทิวาหลับตานิ่งเมื่อเมคินขบเม้มลงบนริมฝีปากรู้สึกถึงความร้อนชื้นที่ขยับแทะเล็ม มือใหญ่รั้งท้ายทอยให้แนบชิดมากขึ้น เรียวลิ้นหนาเข้ามาสำรวจไรฟัน ก่อนจะขยับเขามาัักับลิ้นของอีกคนที่เผยอรับเพราะไม่อาจทนต่อความรู้สึกที่อีกฝ่ายพยายามส่งมอบ ทิวาสะดุ้งถุงขนมในมือถูกทิ้งลงบนพื้นทราย
“อือ..พี่คิน” ทิวาโอบไปบนไหลกว้างอย่างลืมตัว
เมคินขยับลิ้นร้อนหลอกล่อด้วยความชำนาญจนชายหนุ่มเปิดปากให้เขาส่งลิ้นเข้าไปกวาดต้อนไปทั่วโพรงปากแล้วดูดกินอย่างคนกระหาย
“ทิว..”
เมคินผละออกพอให้อีกคนได้หายใจก่อนจะบดเบียดริมฝีปากลงไปอีกครั้ง มันร้อนแรงขึ้นกว่าครั้งแรกจนทิวาแทบคุมสติไม่อยู่ ลิ้นเกี่ยวกระหวัดโรมรันจนแทบขาดอากาศหายใจ
“ไหนว่าขนมมันเค็มไง พี่ว่าหวานดีนะ” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู
ทิวาทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเมคินโดนจู่โจมแบบนี้มาก่อน ไม่ใช่ว่าไม่เคยจูบ หากแต่ความรู้สึกมันแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด จูบของเมคินทั้งหวานและเร่าร้อนจนทิวารู้สึกถึงความตึงแน่นในกางเกงผ้าที่สวมอยู่
“ดึกแล้วกลับเถอะจะได้รีบนอน”
เมคินจับมือของคนน้องแล้วเดินกลับไปยังบ้านพัก คนเดินตาก็เหมือนสติหลุดไปแล้ว มือที่ว่างจับปากของตัวเองที่บวมนิดจากการจูบอย่างเร่าร้อนเมื่อครู่ ชายหนุ่มยิ้ม เขายอมรับว่าชอบจูบของคนที่กำลังเดินอยู่ข้างๆ
เดินมาจนถึงบ้านพักเมคินก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ แต่กลับกระชับแรงขึ้น
“ทิว อาบน้ำด้วยกันไหม”
“แค่อาบน้ำใช่ไหมครับ”
ทิวาถามอย่างไม่แน่ใจเพราะถ้าเขาจะทำมากกว่านั้นเองยังไม่พร้อม ไม่ใช่เพราะว่าไม่อยากมีอะไรกับคนรักแต่เขารู้ว่าเวลามีอะไรกันมันต้องเตรียมตัวก่อนไม่ใช่นึกอยากจะทำตอนไหนก็ได้
“วันนี้ขอแค่อาบน้ำ แต่วันอื่นไม่แน่” เขายิ้มเ้าเล่ห์
“ถึงพี่จะทำอะไรผมวันนี้ผมก็ไม่ยอมหรอก” ทิวารีบบอก
“รีบไปอาบเถอะพี่ง่วงแล้ว”
ตอนนี้ทั้งสองคนยืนอยู่ใต้ฝักบัว ทิวารู้สึกร้อนในช่องท้องเมื่อเห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเรียงตัวกันอย่างสวยงาม ไม่คิดเลยว่าร่างกายของผู้ชายจะมีแรงดึงดูดเขาได้มากถึงเพียงนี้ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน เขากับอดีตแฟนสาวไม่เคยมีอะไรกันเพราะเขาให้เกียรติหรือบางทีเขาอาจจะชอบผู้ชายมาตลอดก็เป็ได้
ทั้งสองผลัดกันถูสบู่ให้กับอีกฝ่าย สายน้ำเย็นไม่อาจดับความร้อนในกายได้เลยสักนิด ยิ่งถูสบู่ยิ่งััความเป็ชายก็ตื่นตัวจนเห็นรูปร่างชัดเจนทั้งๆ ที่สวมชั้นในอยู่ด้วยกันทั้งคู่
ใบหน้าของทิวาแดงก่ำ ยิ่งเมื่อเขาขยับเข้าใกล้ขอบกางเกงเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายก็ดูไม่ปกติ
“ถอดกางเกงนะ”
เมคินรูดชั้นในออกความเป็ชายของทิวาก็เด้งออกมาเหมือนกำลังรอให้ใครสักคนมาปล่อยให้มันเป็อิสระ
“พี่คินก็ต้องถอด ผมช่วยนะ”
เขาไม่ยอมเสียเปรียบคนเดียวแน่ ทิวาดึงกางเกงของเมคินลงบ้าง ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วกลับแดงยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าตัวตนของอีกฝ่ายนั้นมันใหญ่โตเกินมาตรฐานไปมาก
“ช่วยกันนะทิว”
เสียงคนขอแหบพร่า ความ้ามันมากเกินจะทนไหว
ทิวาพยักหน้าก่อนจะจับไปยังความแข็งร้อน ขยับรูดขึ้นลงเป็จังหวะ มือของเมคินก็ทำไม่ต่างกัน มืออีกข้างที่ว่างก็รั้งท้ายทอยของอีกคนเข้ามาจูบ ปลายลิ้นของทั้งสองเกี่ยวกระหวัดพันกันไปมาอย่างเร่าร้อน มืออีกข้างของทิวาลูบไล้ไปตามหน้าท้องของเมคินอย่างหลงใหล เขาอยากััมานานแล้ว พอมีโอกาสก็ไม่ปล่อยให้หลุดลอยไป
“อื้ออ ทิว อ่า”
เสียงเมคินครางทุ้มอยู่ในลำคออย่างพอใจกับััของชายหนุ่ม เขาอยากทำมากกว่านี้ แต่ก็ต้องพยายามดึงสติของตัวเองให้มากที่สุด
“พี่คิน อื้อ”
ทิวาร้องครางเมื่อเมคินใช้ริมฝีปากร้อนดูดที่ต้นคอของตัวเอง ความเสียวกระสันพุ่งสูง
เสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของทั้งสองดังขึ้นเรื่อยๆ มือก็รูดขึ้นลงเป็จังหวะ เสียงทิวาเรียกชื่อเขาดังที่ข้างหู เมคินกลับไปมอบจูบบดเบียดอีกครั้งมันเร่าร้อนจนทั้งสองคนแทบละลาย
เวลาผ่านไปอีกเพียงนิดเมคินและทิวาก็ปลดปล่อยออกมาพร้อมๆ กัน น้ำสีขาวขุ่นพุ่งกระจายจนเปื้อนมือของทั้งสอง เลขาหน้าหวานเงยหน้ามองบอสหนุ่ม สายตาบ่งบอกว่าเขานั้นมีความสุขมากแค่ไหน
“ขอบใจนะ พี่มีความสุข”
แล้วคนที่เอ่ยออกมาก็คือเมคิน เพราะครั้งนี้เขามีความสุขมากมายเหลือเกิน
“ผมก็เหมือนกันครับ” เขาตอบอย่างอายๆ เคยช่วยตัวเองมาก็มากแต่ไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต
“รีบอาบน้ำเถอะก่อนที่พี่จะทนไม่ไหวแล้วจับเรากดลงตรงนี้”
เมคินรีบบอก แล้วทั้งสองก็รับอาบน้ำให้แก่กันและกันอย่างรวดเร็วจากนั้นก็รีบสวมเสื้อผ้าเพราะยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาว
“ทิว นอนกับพี่ได้ไหม แค่นอน ขอกอดแค่นั้น” เมคินรีบบอกเพราะกลัวอีกคนจะกลัวจนปฏิเสธ
“ถึงพี่ไม่ชวนผมก็จะนอนกับพี่” ทิวารีบขึ้นมานอนบนเตียงอีกฝั่งของห้องทันที
“ฝันดีนะ” เมคินดึงให้ทิวามานอนบนอยู่บนอกของเขา
“ตัวผมหนัก พี่คินจะเมื่อยเอานะครับ”
“ถ้าเมื่อยพี่จะบอกโอเคไหม”
“ครับ ฝันดีนะครับ” ทิวาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา ชายหนุ่มก่อนจะหลับตาลงอย่างมีความสุข