“ในตอนแรกเขาเข้าใจข้าผิดๆ รวมกับเขาต้องไปออกรบอีกหลายปีไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมา กลับมาแล้วจะดีต่อข้าและลูกหรือไม่ ข้าเลยหาวิธีเร้นกายมาอาศัยอยู่ที่นี่แทน แต่ถือว่าข้านั้นโชคดีที่เจอกัลยาณมิตรที่ดีแบบเ้าชีวิตข้าจึงถือว่าไม่น่าเบื่อนัก” อวิ๋นเจียวตอบตามความจริง ในเมื่อฮวาจิ่นนั้นมีความจริงใจต่อนางและลูก นางจึงไม่ขอปิดบังอีกต่อไป
“งั้นหมายความว่าตอนนี้พวกเ้าดีกันแล้วหรือ เวลาสี่ห้าปีของเ้าที่เสียไปเล่า” ฮวาจิ่นแย้งขึ้นมาทันที “ในใจเ้าให้อภัยเขาแล้วสินะ”
หลี่อวิ๋นเจียวนึกอยู่นาน นางไม่ได้โกรธแต่ก็ไม่ได้รู้สึกมากไปกว่านั้นกับกู้จือเสวี่ย จะใช้คำว่าอยู่เพื่อลูกก็อาจจะได้ในกรณีนี้ ฮวาจิ่นมองสีหน้าสับสนของหลี่อวิ๋นเจียวแล้วนึกย้อนถึงตนเอง แม้ตนเองจะมีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนแต่บรรดาบุตรชายบุตรสาวต่างเป็เด็กดี ไม่ทำให้นางเป็ทุกข์แต่หากสามีของหลี่อวิ๋นเจียว้าโอกาสจริงๆ ให้เขากลับมาทำหน้าที่บิดา ผลประโยชน์คือที่ตกลงไปคือกู้เสียวเสี่ยวล้วนๆ
"ข้าอยู่เพื่อเสียวเสี่ยวน้อย หากวันใดเกิดเหตุไม่คาดฝัน ข้านั้นก็หวังว่าเสียวเสี่ยวน้อยของข้าจะมีที่พึ่งพิง อนาคตเป็เื่ไม่แน่ไม่นอน มนุษย์เรานั้นจะตายวันตายพุ่งวันไหนก็ไม่ทราบได้ ต้นไม้จะเติบโตได้ดีหากมีคนคอยถนอม หากมีคนมาช่วยดูแลอีกคนหนึ่งข้าก็ไม่เห็นว่ามันเสียหายอะไร"
หลี่อวิ๋นเจียวตอบแต่ที่นางไม่ได้ตอบออกไปคืออาการเจ็บเป็บางครั้งที่หัวใจของนางยามอยู่ใกล้กู้จือเสวี่ย ซึ่งนางก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเป็โรคที่มีอยู่เก่าหรือเพราะเขากันแน่ อีกอย่างนางรู้สึกได้ว่าเ้าของร่างเก่ามีความรู้สึกที่แรงกล้าต่อกู้จือเสวี่ย ทำให้นางสับสนไม่น้อย คนที่เพิ่งเจอนางคงจะไม่ชอบเขาได้ในทันที เพียงแต่ข้างในของนางกลับรู้สึกขัดแย้งกันอย่างน่าประหลาดใจ
อีกด้านหนึ่งสองพ่อลูกกระเตงกันมาร้าน กู้จือเสวี่ยมองเห็นแถวที่ต่อกันยาวเหยียด และแถวนั้นก็สำหรับร้านไก่ทอดของฮูหยิน ใจเขานั้นเต็มไปด้วยนำ้ตาล
หลังจากพาเด็กน้อยไปนั่งหน้าร้านเป็ตุ๊กตาหน่อที่สี่ กู้จือเสวี่ยมองข้ามความสงสัยของผู้คนมากมายว่าเขาคือใคร แม้กระทั่งเด็กน้อยสามหน่อก็มองเขาด้วยสายตางุนงง
“ท่านพ่อของเสียวเสี่ยวเอง” เด็กน้อยรีบไขข้อสงสัยให้ทุกคน ทุกคนในบริเวณนั้นต่างพากันกลั้นหายใจ ถ้านั้นคือพ่อของเด็กน้อยตุ๊กตา แล้วฮูหยินจะงามมากขนาดไหนกันนะถึงได้ช่างปั้นตุ๊กตาน้อยออกมาได้งดงามขนาดนี้
“ท่านพ่อเป็ทหารกล้าต้องไปออกรบจึงเพิ่งได้กลับบ้าน” สิ้นเสียงของกู้เสียวเสี่ยวน้อยสายตาของทุกคนที่มองกู้จือเสวี่ยนั้นก็เปลี่ยนไปเป็สายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและนับถือในกล้าหาญของเขา
“ลูกรักอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ พ่อจะเข้าไปดูข้างในเผื่อมีอะไรให้พ่อสามารถช่วยเหลือท่านแม่ของเ้าได้” กู้จือเสวี่ยหันหน้าไปมองเด็กๆ ทั้งสาม เด็กๆ พยักหน้า เอากำปั้นทุบอกตนเองเบาๆ ด้วยความมั่นใจ
“ท่านอาไม่ต้องเป็ห่วง พวกเราจะดูแลน้องเองขอรับ”เฟยอิงที่ตัวเท่าเสียวเสี่ยวกล่าว เรียกเสียงขบขันให้กับทุกคนที่เด็กน้อยอีกคนบอกจะดูแลเด็กอีกคนที่ตัวเท่ากัน ดูดีๆ เด็กหญิงออกจะอ้วนท้วนกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ เฟยอิงบุตรชายคนเล็กของฮวาจิ่นเขม่นกู้เสียวเสี่ยวเล็กน้อย ดูเหมือนจะมีศึกแย่งตำแหน่งความเป็ใหญ่ระหว่างเด็กๆ ทั้งคู่
กู้จือเสวี่ยไม่รีรอรีบเข้าไปด้านในทันที พนักงานในร้านบางคนยังไม่ทราบถึงสถานะของกู้จือเสวี่ยแต่มีบ่าวบางคนที่ปลีกตัวมาช่วยงานที่นี่ส่ายหน้าใส่เมื่อเห็นพนักงานใหม่จะเข้าไปขัดขวางกู้จือเสวี่ยที่กำลังเดินก้าวเข้าไปด้านใน
“เ้าคงยังไม่ทราบ ตอนนี้นายท่านกลับมาแล้ว เ้าจะเข้าไปขวางทำไม หาใช่เื่ของเ้า” บ่าวจากจวนเอ่ยขึ้น
“นายท่านหรือ!?” พนักงานหลายคนต่างมองหน้ากันไปมา ไม่เข้าใจ
“สามีของฮูหยินไง ฮูหยินหลี่อวิ๋นเจียวนั่นแหละ นายท่านเป็แม่ทัพเพิ่งกลับจากการไปออกรบ” พอกล่าวเสร็จทุกคนถึงบางอ้อกันทันที อย่างนี้นี่เอง ปริศนาที่้าคำตอบหลายๆ อย่างได้ตอบตัวมันเองในทันทีเมื่อทุกคนทราบว่าสามีของหลี่อวิ่นเจียวนั้นเป็แม่ทัพ
กู้จือเสวี่ยรีบเดินไปด้านหลังร้านทันที ร้านมีการจัดระเบียบครัวแปลกใหม่ มีการแบ่งแยกสัดส่วนของร้านเป็อย่างดี แบ่งเป็พื้นที่ทำครัว พื้นที่ล้างทำความสะอาด ห้องเก็บของสด อาหารแห้ง ทำให้กู้จือเสวี่ยรู้สึกทึ่งไม่น้อย
“แล้วหากวันหนึ่งเขากลับไปที่เมืองหลวงแล้วทอดทิ้งพวกเ้าอีก ทีนี้กู้เสียวเสี่ยวน้อยจะทำอย่างไร ” เสียงของหญิงสาวอีกคนดังขึ้น กู้จือเสวี่ยเหลือบมองเห็นเป็หญิงวัยสามสิบกำลังสั่งสอนภรรยาของเขาอยู่ ไม่นะ ใจของกู้จือเสวี่ยปวดร้าว
กว่าเขาจะเตรียมตัวเตรียมใจได้พูดคุยกับหลี่อวิ๋นเจียวยังต้องทำใจอยู่นาน ในตอนนี้แม้นางจะยังไม่ไว้ใจเขาเต็มที่แต่ใน5ส่วนอย่างน้อยนางน่าจะพอเชื่อใจเขาได้บ้าง
“ข้าไม่สนใจเื่นั้นหรอก ถ้าเขาดีกับข้า ข้าก็จะดีตอบ แต่ถ้าเขากลับไปเป็แบบเดิมก็ขาดกันไปเถอะ ทุกวันนี้ข้าก็อยู่มาได้ด้วยตัวเองไม่ต้องพึ่งผู้ชายสักหน่อย แต่เอ๊ะ ข้าก็มีเรียกไถ่เขาเล็กน้อย ก็ข้าเป็ภรรยาของเขานี่น่า” เสียงหวานใสของหลี่อวิ๋นเจียวดังขึ้น ทำให้ใจของกู้จือเสวี่ยเต้นรัว
“เช่นนั้นเ้ามีอะไรมั่นใจว่าเขาจะดีต่อเ้าเสมอต้นเสมอปลายเล่า” ฮวาจิ่นเอ่ยถามด้วยท่าทีสงสัย
“คนเราแต่งงานกันมา20ปียังสามารถหมดรักกันได้ ข้ากับเขาเจอกันไม่กี่ครั้งก็ต้องมาตกลงปลงใจอยู่ด้วยกัน ถ้าข้าดีแล้วเขาไม่ดีตอบข้าก็คงปล่อยเลยตามเลย ที่ข้าไม่ได้โกรธอันใดเนื่องจากเห็นว่าเขาทำเพื่อกู้เสียวเสี่ยว แต่หากเขาจะไปข้าคงต้องหาข้ออ้างอย่างไรก็ได้ที่ทำให้เสียวเสี่ยวน้อยเจ็บช้ำน้อยที่สุด” เสียงหลี่อวิ๋นเจียวดังขึ้น
กู้จือเสวี่ยหูผึ่ง เขาเอามือกุมขมับ เขาต้องสร้างเสริมความมั่นใจให้ฮูหยินเสียแล้ว เวลาเป็สิ่งมีค่า เขาเอาเวลาไปมัวทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ตั้งนานสองนาน
ขณะเดียวกันพนักงานจำนวนหนึ่งกำลังมุ่งตรงมาด้านหลังร้าน กู้จือเสวี่ยรีบหาวิธีไม่เช่นนั้นจะกลายเป็เขามาแอบฟังผู้หญิงคุยกันจะดูไม่ดี
กู้จือเสวี่ยจึงเคาะประตูสามครั้ง หลี่อวิ๋นเจียวกับฮวาจิ่นมองมาที่เขา กู้จือเสวี่ยแอบกลืนน้ำลาย
“เอ่อ ฮูหยิน เ้ามีอะไรให้ข้าช่วยเหลือไม่ ข้าเห็นเ้าทำงานหนักยิ่ง อะไรที่ช่วยได้ข้าพร้อมเต็มใจจะช่วย” กู้จือเสวี่ยใช้กำปั้นทุบอกเบาๆ ตัวเอง ขณะพูด เลียนแบบท่าทางของเด็กๆ เมื่อครู่โดยไม่รุ้ตัว
“ท่านมาั้แ่ตอนไหนกัน ถ้าท่านว่างนักงั้นท่านมาปอกเปลือกมันฝรั่งแบบพี่ฮวาจิ่นแล้วกัน ปอกเปลือกเสร็จแล้วก็แช่น้ำเอาไว้จะได้ไม่ดำ” หลี่อวิ๋นเจียวจัดแจงงาน ใหมดนึกจะมาก็มา ฮวาจิ่นที่ปอกมันฝรั่งอยู่ก็ย้ายไปอีกฝั่งช่วยคนงานทอดไก่ต่อ
“งั้นข้าไม่อยู่กวนแล้ว พวกเ้าทำกันไปเถอะข้าไปทอดไก่ดีกว่า”
กู้จือเสวี่ยสบโอกาสมานั่งที่เก่าของฮวาจิ่น ตาจองจ้องมองหลี่อวิ๋นเจียวไม่หยุดจนหลี่อวิ๋นเจียวหันกลับมามอง
“ท่านทำอะไร” หลี่อวิ๋นเจียวถึงกับใเมื่อมองในมือของกู้จือเสวี่ยที่ปอกมันฝรั่งเละเทะไปหมด แถมไม่ยอมแช่น้ำจนมันฝรั่งดำไปหมดแล้ว
กู้จือเสวี่ยที่เหม่ออยู่ครู่หันมามองผลงานตนเอง ถึงกับหน้าซีด
“นี่ข้าจะทำให้ดู ท่านดูนะ จับมีดอย่างนี้” หลี่อวิ๋นเจียวที่ทอดมันฝรั่งเสร็จไปอีกกระทะจึงเริ่มทำการสาธิตให้กู้จือเสวี่ยดูวิธีการปอกมันฝรั่ง
สายตาของกู้จือเสวี่ยเหลือบไปเห็นข้อมือขาวผ่องของหลี่อวิ๋นเจียว นิ้วมือเรียวยาวของนางที่ลูบไล้มันฝรั่งทำเอาเขาถึงกับ
“ท่านทำได้หรือไม่” หลี่อวิ๋นเจียวเอ่ยถาม
“มีเ้าอยู่ถึงทำไม่ได้ข้าก็จะทำให้ได้” กู้จือเสวี่ยไม่รอช้ารีบหยอดภรรยาทันที
“ขนาดข้าอยู่ไกลๆ ยังได้กลิ่นความหวานจากพวกเ้า หญิงหม้ายคนนี้น่าสงสารเหลือเกิน” ฮวาจิ่นที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลล้อเลียนพวกเขาทั้งคู่ เรียกเสียงหัวเราะให้คนในครัวไม่มากก็น้อย นางแค่สร้างสีสันเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางทั้งคู่ต่างดูอึดอัดใจต่อกัน ถ้าเด็กน้อยมาเห็นคงจะไม่ดี อย่างน้อยฮวาจิ่นก็อยากให้กู้เสียวเสี่ยวได้รับความรับจากทั้งบิดา มารดา
ขณะที่สองหนุ่มสาวต่างหลบตาทำตามหน้าที่ของตนโดยไม่รู้เลยว่าใบหูของคนทั้งคู่ขึ้นสีแดงหมดแล้ว ฮวาจิ่นกล้าแซวนางเชียวหรือ ที่คุยกันไว้มันไม่ใช่แบบนี้นี่หน่า เป็เพื่อนอย่างไรล่ะ เพื่อนกันที่มีลูกด้วยกันน่ะ