ข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 51 ใส่ร้าย

            ดูเหมือนมีคนกำลังพูดอยู่รอบๆ ตัวนาง เหยาเชียนเชียนพยายามฟังแต่กลับไม่ได้ยินคำพูดใดชัดเจน

             ทุกสิ่งที่นางเห็นดูมืดมน นางกำลังจะเรียกหาใครบางคน แต่จู่ๆ ใบหน้าใหญ่ของซ่งอีอีก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านาง ใบหน้านั้นใหญ่เท่ากับผ้านวมปุยฝ้าย มันพุ่งเข้ามาพร้อมกับแสยะยิ้มและตะโกนว่าจะฆ่านาง

             “กรี๊ด!”

             เหยาเชียนเชียนลืมตาโพลงด้วยความตกใจ หน้าผากของนางเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น อาเหยียนน้อยร้องไห้และรีบวิ่งไปยังข้างกายนาง

             เขาขอให้บิดาพาผู้คนออกไปแล้ว แต่ก็ยังสายเกินไป สภาพของผู้เป็นแม่และพื้นที่นองไปด้วยเลือดนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจของเขาราวกับเป็นฝันร้ายที่เขาคงไม่สามารถกำจัดมันได้อีกเป็นเวลานาน

             “ท่านแม่ ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”

             อาเหยียนพยายามเขย่งเท้าเพื่อเช็ดเหงื่อให้เหยาเชียนเชียน แต่กลับมีมือใหญ่คู่หนึ่งอุ้มเขาขึ้นมาวางบนเตียง เป่ยเหลียนโม่มีสีหน้าเย็นชา ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเขากำลังโกรธด้วยเรื่องอะไร

             “อาเหยียน” เมื่อเหยาเชียนเชียนสงบสติอารมณ์ได้แล้วจึงรวมสายตาไปที่คนตรงหน้า นางอุ้มเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้เข้ามาในอ้อมแขนพร้อมทั้งจูบและปลอบโยน จากนั้นจึงส่งเขาให้กับเป่ยเหลียนโม่

             “ท่านอ๋อง หม่อมฉันมีเรื่องจะบอกพระองค์เพคะ”

             อาเหยียนถูกพาออกไปอย่างน่าสงสาร โชคดีที่ท่านแม่ฟื้นแล้ว แค่ฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว

             ขณะที่เหยาเชียนเชียนกำลังจะอ้าปากพูด นางก็เห็นเป่ยเหลียนโม่ยกยาต้มชามหนึ่งเข้ามา พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและหนักแน่นว่า "ดื่มก่อนสิ"

             ปวดหัวเหลือเกิน นางไม่รู้ว่าตัวเองได้รับความกระทบกระเทือนที่ใด และไม่รู้ว่าบาดแผลเป็นอย่างไร เหยาเชียนเชียนเงยหน้าขึ้นและดื่มยาขมจนหมดชาม รู้สึกว่าลิ้นของนางขมปร่าและชาไปทั่วทั้งลิ้น

             “ยามที่เปิ่นหวังไปเจอเจ้าก็สลบไปแล้ว ดูเหมือนเพิ่งตกบันไดมา เสี่ยวเอ้อของร้านกำลังจะไปที่จวนอ๋องเพื่อเรียกหาคน”

             เหยาเชียนเชียนคว้าแขนเสื้อของเขาแล้วกล่าวว่า "ไม่ใช่ หม่อมฉันไม่ได้ตกลงไปเอง หม่อมฉันถูกผลักตกลงไป ท่านอ๋อง..."

             “คนที่ผลักเจ้าคือซ่งอีอีหรือ” เป่ยเหลียนโม่ถามเสียงเรียบ

             เหยาเชียนเชียนชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นจึงพยักหน้าและบอกว่าอีกฝ่ายมาพบนางเพื่อขอให้นางมอบตำแหน่งชายาเอกให้ แต่นางปฏิเสธ อีกฝ่ายจึงโกรธและผลักนางตกลงไปข้างล่าง

             “ท่านอ๋อง สิ่งที่นางพูดในตำหนักวันนั้นล้วนเป็นเรื่องโกหก นางไม่เต็มใจที่จะเป็นอนุตั้งแต่แรก หม่อมฉันพบนางที่ถนน และนางชวนหม่อมฉันไปโรงน้ำชาด้วยคำพูดที่ไพเราะ แต่จุดประสงค์คือนางต้องการบังคับให้หม่อมฉันยอมล่าถอย..."

             เหยาเชียนเชียนหยุดพูดไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยถามอย่างลังเลว่า "ท่านอ๋อง พระองค์กำลังฟังอยู่หรือไม่?"

             เป่ยเหลียนโม่มักมีสีหน้าเย็นชาอยู่เสมอ ยามที่นางเพิ่งฟื้นขึ้นมา เหยาเชียนเชียนคาดเดาว่าเขาอาจจะอารมณ์ไม่ดีเพราะเห็นว่านางได้รับบาดเจ็บและเสียเปรียบ

             ถึงอย่างไรเขาก็เคยบอกกับนางก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่จำเป็นต้องกลัวผู้ใด ชายาชิงผิงอ๋องจะเป็นที่รองรับอารมณ์โกรธของผู้อื่นได้อย่างไร

             แต่หลังจากที่เขาฟังสิ่งที่นางพูดจบ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีความรู้สึกอื่นใด ไม่ว่าจะสับสน โกรธเคือง หรือแม้แต่อารมณ์อื่นๆ ก็ไม่มีเลย เหยาเชียนเชียนยังคงตระหนกเล็กน้อย นางรู้สึกว่าสิ่งต่างๆ อาจเปลี่ยนไปแตกต่างจากที่นางเคยจินตนาการไว้

             “เหตุใดวันนี้เจ้าถึงออกจากจวน” เป่ยเหลียนโม่เอ่ยถาม

             เหยาเชียนเชียนเผลอสัมผัสตั๋วเงินส่วนตัวด้วยอาการร้อนตัว ถ้านางบอกว่านางหนีออกจากจวนเพื่อไปขายโสม เช่นนั้นเขาจะโกรธหรือไม่?

             “หม่อมฉันแค่...แค่เดินเล่นไปรอบๆ เพคะ” เหยาเชียนเชียนก้มศีรษะลงโดยไม่รู้ตัว นางไม่กล้ามองดูสีหน้าของเป่ยเหลียนโม่ในเวลานี้

             เขาคงไม่รู้เรื่องที่นางเก็บเงินไว้เพื่อหลบหนี และใจของนางเองก็รู้สึกหวาดหวั่นที่ปิดบังความลับอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ไว้

             เป่ยเหลียนโม่ต้องการเชยคางนางขึ้นเพื่อให้นางมองเขาดีๆ และเขาก็อยากเห็นอย่างชัดเจนถึงความเสียใจและความลังเลอันน้อยนิดในดวงตาของนาง

             เพื่อให้มีเงินหนีไปจากเขา นางเสียแรงครุ่นคิดไปมากจริงๆ

             จวนแห่งนี้ไม่มีน้ำเหนือและสัตว์ร้าย [1] ถึงจะมีอาเหยียนและแมวดำอยู่ก็ยังไม่สามารถล้มเลิกความคิดที่อยากจากไปของนางได้ สุดท้ายแล้วนางเพียงแค่อยากหนีไปจากเขาเท่านั้นเอง

             “เจ้าบอกว่าซ่งอีอีผลักเจ้าตกลงไป ทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บจนสลบ แต่นั่นเป็นไปไม่ได้ที่นางจะผลักเจ้าตกลงมา”

             เหยาเชียนเชียนเกือบสงสัยว่านางหูฝาด ซ่งอีอีอยู่ที่สนามม้า แล้วคนที่ต่อสู้กับนางอยู่นานคือผู้ใดกัน หรือว่านางจะเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ?

             “เป็นไปไม่ได้ คนที่หม่อมฉันเห็นเป็นนางจริงๆ นะเพคะ เหตุใดนางถึงไปอยู่ที่สนามม้าได้เล่า?”

             เหยาเชียนเชียนซักไซ้ไล่เลียง “มือสังหารเหล่านั้นคือผู้ใดกัน มีผู้ใดเห็นซ่งอีอีขี่ม้าในสนามแข่งจริงๆ บ้างหรือไม่ เสี่ยวเอ้อของโรงน้ำชาเห็นเราสองคนจริงๆ ท่านอ๋องลองถามเขาก็จะทราบเองเพคะ”

             เป่ยเหลียนโม่พินิจมองนางอย่างละเอียด ดวงตาสีดำสนิทของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เหยาเชียนเชียนไม่เข้าใจ

             ทุกสิ่งที่นางพูดล้วนเป็นความจริง คนยืนตรงไม่ต้องกลัวเงาเอียง [2] สามารถตรวจสอบได้ตามต้องการ

             เป็นสายตาของชิงผิงอ๋องที่ทำให้เหยาเชียนเชียนเกิดข้อกังขาในใจ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เขาเชื่อใจผู้ใดกันแน่

             “มือสังหารได้ฆ่าตัวตายไปแล้วยามที่ถูกจับได้ ซ่งอีอีบอกว่าอีกฝ่ายถูกว่าจ้างโดยคนที่ไม่อยากให้นางแต่งเข้าจวนอ๋อง”

             ไม่อยากให้นางแต่งเข้ามา นอกจากเหยาเชียนเชียนที่ส่งมือสังหารไปเพราะความอิจฉาผู้คนก็นึกถึงผู้ใดไม่ได้แล้ว และเป็นไปไม่ได้เลยที่ซ่งอีอีจะส่งมือสังหารมาฆ่าตัวเอง

             เหยาเชียนเชียนที่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่านางถูกผลักตกลงไป ยามนี้เอาแต่บอกว่าเป็นฝีมือของซ่งอีอี เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วเห็นได้ชัดว่าคำพูดของอีกฝ่ายน่าเชื่อถือมากกว่า

             แม้ว่าจะไม่มีหลักฐาน แต่ซ่งอีอีก็ไม่ได้พูดตรงๆ ว่ามือสังหารถูกบงการโดยเหยาเชียนเชียน ตรงกันข้ามกับเหยาเชียนเชียนที่ยืนกรานว่านางถูกอีกฝ่ายผลักตกลงไป

             ลองถามดูว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่คนหนึ่งจะสามารถปรากฏตัวอยู่สองแห่งในเวลาเดียวกัน ในขณะที่ด้านหนึ่งถูกลอบสังหาร และอีกด้านหนึ่งสังหารผู้อื่น?

             เมื่อเปรียบเทียบกันเช่นนี้ คำพูดของเหยาเชียนเชียนนั้นเหลวไหลอย่างเห็นได้ชัด

             “ท่านอ๋องหมายความว่าหม่อมฉันตกลงมาเองแล้วใส่ร้ายนางหรือ?”

             เหยาเชียนเชียนแค่นหัวเราะด้วยความโกรธ บันไดสูงเพียงนั้น นางต้องเป็นบ้าเท่านั้นถึงจะตกลงไปเองได้ นอกจากนี้ยังทำไปเพื่อ...เพื่อขัดขวางไม่ให้อีกฝ่ายแต่งเข้าจวนอ๋อง การเอาชีวิตไปขัดขวางช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

             เป่ยเหลียนโม่เพียงมองดูท่าทางของหญิงสาวก็รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ เป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะเสี่ยงชีวิตเพื่อตำแหน่งหวังเฟยซึ่งไม่น่าพิศวาสนัก ถ้าจะให้กล่าวจริงๆ ซ่งอีอีกลับสนใจตำแหน่งนี้มากกว่าเสียอีก

             เขารู้ความคิดของนางตั้งนานแล้ว เหตุใดยามนี้นางถึงยังอารมณ์เสียอยู่เช่นนี้

             “หวังเฟยหวงแหนชีวิตที่เหลือมาก เปิ่นหวังย่อมไม่คิดว่าในใจของหวังเฟย ตำแหน่งนี้จะสำคัญเสียยิ่งกว่าชีวิต”

             น้ำเสียงของเขาอ่อนลง แม้ว่าเหยาเชียนเชียนจะคิดเช่นนั้น แต่เมื่อคำกล่าวนั้นออกมาจากปากของเขากลับทำให้นางรู้สึกอึดอัดโดยไม่มีเหตุผล

             “เดิมทีจวนเฉิงเซี่ยงให้คำมั่นว่าจะสืบสวนจนถึงที่สุด ทว่าซ่งอีอีขอร้องอย่างจริงจัง กล่าวว่าแค่ได้อภิเษกก็พอแล้ว หวังเฟยจะได้สบายใจ”

             นางต้องสบายใจอะไร?

             เหยาเชียนเชียนเงยหน้าขึ้นมองเขา เป็นไปได้หรือไม่ที่ยามนี้เขารู้สึกว่าซ่งอีอีพยายามปกปิดตัวเอง และการที่นางตกบันไดเป็นเพียงละครน้ำเน่าที่นางเขียนขึ้นมาและทำการแสดงด้วยตัวเอง?

             “คำกล่าวนี้ช่างน่าขันนัก” ดวงตาของเหยาเชียนเชียนแดงก่ำด้วยความโกรธ “ถ้าคนของจวนเฉิงเซี่ยงอยากสืบสวนก็ให้พวกเขาสืบสวนไป หม่อมฉันมีอะไรต้องกลัวเล่า หลังจากรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด หม่อมฉันยังต้องถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าอีกหรือ?"

             เป่ยเหลียนโม่ไม่มองนางอีก เขาวางชามยาลงบนโต๊ะและกำลังจะจากไป เหยาเชียนเชียนเอ่ยถามทันทีว่า "ท่านอ๋อง พระองค์ทรงเชื่อคำพูดของนาง พระองค์ทรงเชื่อว่าหม่อมฉันจงใจใส่ร้ายนางหรือเพคะ?"

             เป่ยเหลียนโม่ยืนอยู่ที่ประตูโดยไม่หันกลับมามอง เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมย

             “เปิ่นหวังเคยบอกไปแล้ว ในหัวใจของหวังเฟย เดิมทีก็ไม่คุ้มค่าที่จะทำเช่นนั้น”

             แม้ว่าคำกล่าวนี้จะหมายความว่าเป่ยเหลียนโม่เชื่อว่านางไม่ได้ใส่ร้ายซ่งอีอี แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเขารู้ดีว่าในใจของเหยาเชียนเชียนไม่ได้ให้ความสำคัญกับฐานะหวังเฟย และสำหรับนางแล้วอาจจะดูถูกเหยียดหยามเสียด้วยซ้ำ

             คนที่หยิ่งผยองอย่างชิงผิงอ๋อง ความคิดเช่นนี้แทบจะเป็นความอัปยศอย่างหนึ่งสำหรับเขา

             เหยาเชียนเชียนมองตามร่างนั้นหายลับตาไปจากประตู นางรู้สึกวูบโหวงในใจ ราวกับว่าลมหายใจติดอยู่ในอก และไม่สามารถปลดปล่อยออกมาได้

             ยามนี้ทุกคนล้วนคิดว่านางใจดำอำมหิตและขี้อิจฉา เช่อเฟยยังไม่ทันแต่งเข้ามาก็ลงมือฆ่าได้เสียแล้ว

             นอกจากนี้ยังมีชิงผิงอ๋อง ปลายจมูกของเหยาเชียนเชียนเจ็บแสบ แม้ว่าเขาจะเชื่อว่านางเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เขากลับคิดว่านางมองตำแหน่งหวังเฟยเป็นเพียงตำแหน่งที่จะมีหรือไม่มีก็ได้ และความคิดนี้น่าจะทำให้เขารู้สึกไม่ดีนัก

             “แต่ข้าก็ไม่ได้ชอบท่านตั้งแต่แรกนี่นา” เหยาเชียนเชียนพึมพำเบาๆ “เมื่อครั้งที่ท่านต้องการจะฆ่าข้าเหตุใดถึงไม่พูดเล่า”

             มีผู้ใดอยากอยู่ข้างๆ คนที่คิดจะฆ่าตัวเองอยู่ทุกวันหรือไม่ แน่นอนว่าการรักษาชีวิตย่อมเป็นสิ่งสำคัญ

             ดูเหมือนว่านางจะมีเหตุผล แต่เหยาเชียนเชียนก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงสายตาที่ซับซ้อนของเป่ยเหลียนโม่เมื่อครู่ ภายในนั้นจะมีความผิดหวังและความโศกเศร้าสักเล็กน้อยบ้างหรือไม่?

             ไม่มีผู้ใดมาหานางอีกเลยตลอดทั้งบ่าย และเหยาเชียนเชียนก็ดีใจที่ได้รับความเงียบสงบ เป็นการดีกว่าถ้าจะไม่ให้อาเหยียนมาเห็นสภาพที่ได้รับบาดเจ็บของนางเพื่อเลี่ยงไม่ให้เขารู้สึกไม่ดี

             เมื่อตกกลางคืน เหยาเชียนเชียนกินอาหารไปได้สองสามคำก็บอกให้บ่าวไพร่นำออกไป รสยาขมเหลือเกิน หลังจากที่เหยาเชียนเชียนหลับตาแล้วดื่มยาจนหมด นางก็นอนลงอย่างอ่อนแรงเพื่อเตรียมตัวเข้านอน

             หน้าต่างถูกดันออกเบาๆ อุ้งเท้าของแมวดำตัวหนึ่งยื่นเข้ามาอย่างลังเล จากนั้นก็ดึงกลับไปอีกครั้ง

             “เจ้าจะไปแล้วหรือ?” เหยาเชียนเชียนถามเบาๆ

             แมวดำชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันกลับไปมองนาง สบเข้ากับดวงตาสดใสคู่นั้นพอดี

             “มาคุยกับข้าหน่อยสิ” เหยาเชียนเชียนเอ่ย “นอกจากเจ้าข้าก็ไม่มีผู้ใดอีกแล้วจริงๆ”

             คำกล่าวนี้ทำให้คน...แมวรู้สึกปวดใจ แมวดำลังเลเล็กน้อยแต่ก็กระโดดเข้ามาจากทางหน้าต่าง และกระโดดสองครั้งจนถึงบนเตียงของเหยาเชียนเชียน ความกังวลที่ไม่สามารถเก็บซ่อนได้ปรากฏในดวงตาสีมรกตของมัน แมวดำแตะเบาๆ บริเวณที่นางบาดเจ็บด้วยปากอย่างอ่อนโยน การกระทำของมันอ่อนโยนผิดกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง

             เหยาเชียนเชียนตาแดงด้วยเหตุผลบางอย่าง นางสัมผัสได้ถึงความกังวลและความเป็นห่วงจากแมวดำ ยามนี้เมื่อไม่มีผู้ใดอยู่รอบๆ ความคับข้องใจที่นางรู้สึกระหว่างวันก็ระเบิดออกมาทันที

             “จริงๆ แล้วข้าไม่ได้รังเกียจตำแหน่งหวังเฟยนี้เลย เหตุใดเขาถึงพูดแบบนั้นเล่า?” ปากเล็กเบะออกและน้ำตาก็ไหลพรากลงมา น้ำตาของเหยาเชียนเชียนเปื้อนชื้นไปตามขนของแมวดำ ทำให้มันไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

             นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นนางร้องไห้ด้วยความน้อยใจเช่นนี้

             “ข้าเป็นเช่นนี้แล้ว เขายังจะดุอะไรอีก” เหยาเชียนเชียนเช็ดน้ำตาของนางด้วยความโกรธเคือง และกล่าวปนเสียงสะอื้นว่า “ทั้งๆ ที่ข้าก็ให้ความร่วมมือกับเขาทุกเรื่อง ยังต้องสนใจสิ่งที่ข้าคิดในใจด้วยหรือ ข้าไม่สามารถไม่พอใจได้เลยหรือ?”

             นั่น...ก็ไม่ใช่เช่นนั้น...

             แมวดำปล่อยให้น้ำตาของนางไหลกระทบบนตัวเขา ทว่ามันเหมือนกระทบลงบนหัวใจของเขาเสียมากกว่า

             “ข้าเกือบตายในมือเขามาสองสามครั้งแล้ว คิดว่าข้าไม่กลัวสิ่งใดเลยจริงๆ หรือ ข้าแค่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ในเมื่อเขาให้ข้าไม่ได้ ยังจะไม่อนุญาตให้ข้าได้เสาะหาด้วยตัวเองอีกหรือ?"

             เจ้าอย่าไปเลย เปิ่นหวังสามารถให้เจ้าได้ เจ้าต้องการสิ่งใดเปิ่นหวังล้วนสามารถให้ได้

     

             เชิงอรรถ

             [1] น้ำเหนือและสัตว์ร้าย เป็นการอุปมาถึงภัยพิบัติร้ายแรง

             [2] คนยืนตรงไม่ต้องกลัวเงาเอียง หมายถึง หากกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เช่นนั้นก็ไม่ต้องเกรงกลัวอะไร

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668