แสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่สาดส่องลงมายังถนนลูกรังหน้าบ้านน้าชัย รินพาร่างกายที่อ่อนระทวยและบอบช้ำจากสมรภูมิกามข้ามคืนเดินโซซัดโซเซกลับมาถึงบ้าน สภาพของนางบัดนี้ดูแปลกตาไปอย่างประหลาด ผิวพรรณที่ควรจะซูบซีดจากการอดนอนกลับดูอิ่มเอิบเปล่งปลั่งแดงระเรื่อประหนึ่งผลไม้สุกงอม ทว่าแววตาของนางกลับเลื่อนลอยและแฝงไปด้วยความลึกลับที่ชวนขนลุก
รินเดินผ่านซุ้มประตูไผ่ที่น้าชัยทำไว้ ใต้เท้าเปล่าของนางรู้สึกถึงความเย็นเฉียบของหินกรวดที่ยังคงเปียกชื้นจากน้ำค้างยามเช้า เสื้อผ้าที่นางสวมใส่ยับยู่ยี่ยวนและมีกลิ่นสาบสางแปลกๆ ติดมาจากบ้านน้าแม้น กลิ่นนั้นไม่ใช่เพียงกลิ่นเหงื่อไคลธรรมดา แต่เป็กลิ่นที่หอมหวานแต่มีความมึนเมาแฝงอยู่ ประหนึ่งดอกไม้ที่บานในความมืด
ที่ชานบ้าน พ่อใหญ่คำ และ เพลิง นั่งรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทั้งคู่เพิ่งกลับจากการตามรอยพรายราคะตลอดทั้งคืนแต่กลับคว้าน้ำเหลว พ่อใหญ่คำนั่งขัดสมาธิบนเสื่อกกที่วางไว้ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ มือของเขาถือลูกประคำสีดำที่ส่องแสงวาววับ ส่วนเพลิงยืนพิงเสาไม้ของระเบียงบ้าน มือกุมด้ามดาบอาคมที่ห้อยอยู่ข้างเอวแน่น แววตาของเขาจ้องมองทางปากซอยที่รินกำลังเดินมาด้วยความกระวนกระวาย
ทันทีที่รินก้าวเท้าเข้าสู่เขตรั้วบ้าน พ่อใหญ่คำที่กำลังจิบน้ำมนต์จากถ้วยดินเผาถึงกับชะงักงัน เขาจมูกกระดิกรับกลิ่นอายบางอย่างที่รุนแรงจนผิดปกติ กลิ่นนั้นหอมหวานแต่มีความมึนเมาที่ทำให้เขารู้สึกวิงเวียน ลูกประคำในมือของเขาเริ่มส่องแสงแดงก่ำเป็สัญญาณเตือนภัย
"ริน... เ้าไปไหนมาทั้งคืน?" เพลิงเอ่ยถามเสียงเข้ม พลางก้าวเข้าไปหาหลานสาวด้วยความหึงหวงที่ซ่อนเร้น แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อได้กลิ่นสาบสางที่รุนแรงโชยออกมาจากซอกคอและร่างกายนวลเนียนของริน มันไม่ใช่กลิ่นเหงื่อไคลธรรมดา แต่มันคือ "กลิ่นพรายราคะ" ที่เข้มข้นจนแทบจะกลายเป็ไอสีดำ
เพลิงรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบขึ้นมาในร่างกาย เืในเส้นเอ็นเริ่มเดือดพล่าน ความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับรินที่เขาพยายามฝังลึกเริ่มผุดขึ้นมา เขาต้องกัดฟันแน่นและใช้พลังหยางในตัวต้านทานแรงดึงดูดที่พุ่งมาจากกลิ่นอายของหลานสาว
"น้าแม้น... แกไข้ขึ้นหนัก รินเลยต้องอยู่เฝ้าไข้จนรุ่งเช้าจ๊ะ" รินตอบเสียงแ่ พยายามหลบสายตาคมปราบของพ่อใหญ่คำ นางเดินผ่านไปยังบันไดไม้ที่นำขึ้นสู่ระเบียงบ้าน แต่ทุกก้าวของนางดูเหนื่อยล้าและโซซัด ราวกับมีภาระหนักอะไรกดทับอยู่บนบ่า
"โกหก!" พ่อใหญ่คำตวาดเสียงดังจนน้าชัยที่เพิ่งตื่นรีบวิ่งลงมาดู ลูกประคำในมือของเขาส่องแสงแดงฉานยิ่งขึ้น "กลิ่นที่ติดตัวเ้ามามันคือไอปีศาจ พรายราคะมันสิงร่างใครบางคนแล้วใช้เ้าเป็ที่ระบายตัณหาเพื่อฟื้นฟูพลัง! มิน่าล่ะข้าถึงตามรอยมันไม่เจอ เพราะมันซ่อนตัวอยู่ในกลิ่นสวาทของเ้านี่เอง!"
น้าชัยที่เพิ่งลงมาจากชั้นบนด้วยสภาพผมยุ่งเหยิงและเสื้อเชิ้ตที่ใส่ผิดกระดุม ได้ยินเสียงะโของพ่อใหญ่คำก็ใจนแทบสะดุดล้มลงมาจากบันไดไม้ เขาเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของทุกคนและกลิ่นแปลกๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมทุกคนดูเครียดกัน?" น้าชัยถามด้วยความกังวล แต่เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ริน กลิ่นสาบสางที่โชยมาจากร่างกายของหลานสาวก็ทำให้เขารู้สึกวิงเวียนและมีภาพความทรงจำบางอย่างแวบผ่านใจ
เมื่อความจริงถูกเปิดเผย พ่อใหญ่คำไม่รอช้า เขาตัดสินใจใช้รินเป็ "สื่อกลาง" ในการล่อพรายราคะออกมาติดกับ น้าชัยแม้จะใและเป็ห่วงหลานสาว แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของพ่อใหญ่คำเขาก็ต้องจำยอมจัดเตรียมพื้นที่กลางห้องโถงบ้านตามคำสั่ง
"ข้าจะใช้พิธีอัญเชิญพรายร้ายออกมา แล้วผนึกมันไว้ในยันต์" พ่อใหญ่คำอธิบายแผนการขณะที่เขาเดินไปมาในห้องโถง "แต่ข้า้าสื่อกลางที่มีกลิ่นอายของมันติดอยู่ รินเป็ตัวเลือกเดียวที่เราพอจะใช้ได้"
น้าชัยจัดเก็บโต๊ะเก้าอี้และของใช้ต่างๆ ออกจากห้องโถงกลางบ้าน เหลือไว้เพียงพื้นที่ว่างกว้างที่ปูด้วยไม้สักเก่าแก่ เพลิงช่วยขนเครื่องเซ่นไหว้และอุปกรณ์ทำพิธีจากห้องเก็บของมาวางเรียงรายรอบๆ ห้อง ทั้งเทียนแดง เทียนขาว กำยานหอม น้ำมนต์ และยันต์ผ้าต่างๆ ที่พ่อใหญ่คำเขียนไว้ล่วงหน้า
พ่อใหญ่คำสั่งให้รินผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ ชุดผ้าขาวบาง เพียงชิ้นเดียว เนื้อผ้าที่บางเบาเมื่อกระทบแสงไฟเลือนรางทำให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าและรอยตีตราสวาทสีกุหลาบที่น้าแม้นทิ้งไว้ทั่วเรือนร่าง รอยจูบสีแดงช้ำกระจายอยู่ตามซอกคอ ไหล่ และทรวงอก ราวกับลายเส้นศิลปะที่บอกเล่าเื่ราวของคืนที่ผ่านมา
รินเดินออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยสภาพที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ ผ้าขาวบางๆ ที่ห่อหุ้มร่างกายของนางเผยให้เห็นเงาของเนินอกอิ่มเอิบและสัดส่วนที่เย้ายวน แสงเทียนที่จุดไว้รอบห้องทำให้ผิวขาวนวลของนางดูเปล่งประกายราวกับมุกดา
"ริน... เ้าต้องนอนลงกลางวงล้อมสายสิญจน์" พ่อใหญ่คำสั่งด้วยเสียงที่พยายามควบคุมให้เรียบเฉย แต่แววตาของเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงการมองไปยังร่างกายที่เย้ายวนของหญิงสาว
รินถูกสั่งให้นอนทอดกายลงกลางวงล้อมของสายสิญจน์ที่ลงอาคมอาบน้ำมนต์เจ็ดวัด สายสิญจน์สีแดงเืหมูเ่าั้ถูกวางเรียงเป็วงกลมใหญ่ มีเครื่องหมายยันต์โบราณสลักอยู่ตามจุดต่างๆ พ่อใหญ่คำวางยันต์แปดทิศไว้ตามมุมห้องและร่ายเวทย์สร้างข่ายอาคมหนาแน่นเพื่อไม่ให้พรายร้ายเล็ดลอดออกไปได้
เมื่อรินนอนลงบนพื้นไม้เย็นเฉียบกลางวงสายสิญจน์ ผ้าขาวบางๆ ที่ปกคลุมร่างกายของนางแผ่กระจายออกราวกับกลีบดอกบัว แสงเทียนส่องผ่านเนื้อผ้าทำให้เห็นเงาของรูปร่างที่เย้ายวนใต้ผ้าคลุม รอยจูบสีแดงช้ำที่กระจายอยู่ทั่วเรือนร่างดูเด่นชัดยิ่งขึ้นภายใต้แสงไฟ
"ริน... เ้าต้องตั้งสติให้ดี พรายมันจะตามกลิ่นของเ้ามา ข้าจะใช้ร่างของเ้าเป็กรงขัง" พ่อใหญ่คำกำชับ พลางเริ่มบริกรรมคาถาเสียงต่ำ เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วห้องด้วยท่วงทำนองโบราณที่ฟังแล้วขนลุก
เพลิงยืนถือดาบอาคมอยู่มุมห้อง ใบดาบส่องแสงเงินวาววับภายใต้แสงเทียน แววตาของเขาจ้องมองร่างเปลือยรำไรของรินด้วยอารมณ์ที่สับสนระหว่างความโกรธแค้นปีศาจและความปรารถนาในตัวหญิงสาว เขาต้องกัดฟันแน่นเพื่อต้านทานแรงดึงดูดที่พุ่งมาจากกลิ่นอายของหลานสาว
น้าชัยยืนอยู่ข้างๆ ประตูห้อง มือสั่นเทิ้มขณะถือลูกประคำสีเขียวที่พ่อใหญ่คำมอบให้ เขาพยายามไม่มองไปยังร่างกายของหลานสาวที่นอนอยู่กลางวงพิธี แต่กลิ่นหอมหวานที่ลอยมาจากทิศทางนั้นทำให้เขารู้สึกวิงเวียนและมีความทรงจำแปลกๆ แวบผ่านใจ
ทันทีที่พ่อใหญ่คำเริ่มร่ายมนตร์อัญเชิญ บรรยากาศในห้องก็เย็นเยือกขึ้นกะทันหัน ลมหายใจของทุกคนกลายเป็ไอขาวพวยพุ่งออกมา เปลวเทียนที่จุดไว้รอบห้องริบหรี่ลงจนเกือบดับ เหลือเพียงแสงสลัวๆ ที่ส่องให้เห็นเงาเคลื่อนไหวบนผนัง
กลิ่นสาบราคะที่รุนแรงเริ่มพวยพุ่งออกมาจากร่างของรินจนกลายเป็ควันสีดำจางๆ ม้วนตัวอยู่เหนือเพดาน ควันสีดำนั้นหมุนวนเป็เกลียวใหญ่ ค่อยๆ ขยายตัวและหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็ก้อนเมฆดำทมิฬที่ดูน่าสะพรึงกลัว
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะแหลมเล็กที่ชวนเขย่าขวัญดังก้องไปทั่วบ้าน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็เสียงที่มีความโหดร้ายและความหิวกระหายแฝงอยู่ พร้อมกับการปรากฏกายของกลุ่มก้อนพลังงานสีดำทมิฬที่มีรูปร่างคล้ายชายฉกรรจ์บิดเบี้ยว มันคือพรายราคะในร่างจำแลง!
ร่างของพรายราคะสูงใหญ่กว่ามนุษย์ธรรมดา มีกล้ามเนื้อที่นูนโปนและิัสีดำขลับ ดวงตาสีแดงก่ำเปล่งประกายราวกับถ่านไฟ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มอำมหิตที่เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม มือทั้งสองข้างมีเล็บยาวแหลมราวกับกรงเล็บเสือ
"หึๆๆ... พวกเ้าคิดจะขังข้าด้วยอาคมกระจอกๆ นี่หรือ?" พรายร้ายคำราม เสียงของมันทุ้มต่ำและสั่นะเืจนแก้วน้ำบนโต๊ะข้างๆ แตกร้าว พร้อมกับปลดปล่อย "ไอราคะมหาศาล" กระจายไปทั่วห้อง
ไอสีดำหนาแน่นพุ่งออกมาจากร่างของพรายราคะราวกับหมอกพิษ มันแผ่ขยายไปทุกมุมของห้องด้วยความเร็วสูง กลิ่นหอมหวานแต่มึนเมาที่ติดมากับไอนั้นทำให้อากาศในห้องหนักอึ้งและยากหายใจ
ทันทีที่ไอปีศาจััร่างกาย ทุกคนในบ้านได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง น้าชัยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับทรุดลง ลมหายใจหอบถี่ ลูกประคำในมือของเขาร้อนผ่าวจนเขาต้องปล่อยมือ ความทรงจำเื่การร่วมรักกับรินพุ่งพล่านเข้ามาในสมองจนเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ ภาพของหลานสาวในท่าทางต่างๆ วนเวียนอยู่ในหัว ทำให้เขารู้สึกร้อนผ่าวและมีความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้
เพลิงที่ถือดาบอยู่ถึงกับมือสั่น ใบดาบที่เคยมั่นคงในกำมือเริ่มโซซัด ั์ตาแดงก่ำจ้องมองรินที่นอนบิดกายไปมาบนผ้าขาวด้วยความใคร่ที่พุ่งทะลุจุดเดือด เขาเห็นทรวงอกอิ่มเอิบของหลานสาวเด้งดึ๋งตามการหายใจ เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่เย้ายวนใต้ผ้าบาง ความปรารถนาที่เขาฝังลึกมานานเริ่มปะทุขึ้นมา
แม้แต่พ่อใหญ่คำที่บำเพ็ญตบะมานานยังต้องขบฟันแน่นเพื่อต้านทานแรงดึงดูดทางเพศที่พรายร้ายจงใจยั่วยุ เขารู้สึกถึงความร้อนวูบวาบในร่างกาย เืเดือดพล่านในเส้นเอ็น แต่เขาต้องใช้พลังหยางทั้งหมดในตัวเพื่อรักษาสติและควบคุมพิธีกรรมให้สำเร็จ
รินที่นอนอยู่กลางพิธีได้รับผลกระทบหนักที่สุด นางกรีดร้องออกมาด้วยความเสียวซ่านประหนึ่งถูกััด้วยมือที่มองไม่เห็นนับร้อยคู่ ร่างกายของนางบิดเกร็งไปมา ผ้าขาวบางเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อจนแนบเนื้อ เผยให้เห็นยอดอกที่แข็งเป็ไตและการบิดเกร็งของหน้าท้อง
"อ๊ะ... อ๊ะ... มีอะไรััริน... เสียวมาก..." รินครางเสียงหลง ร่างกายของนางโค้งงอขึ้นลงตามคลื่นความเสียวที่พุ่งมาจากไอปีศาจ ขาเรียวเกร็งแข็งและแยกออกเล็กน้อย เผยให้เห็นความลับที่เริ่มชุ่มชื้น
พรายราคะมองดูฉากนี้ด้วยความพอใจ มันเลียริมฝีปากด้วยลิ้นยาวสีดำ "ดูสิ... พวกเ้าต้านทานไม่ไหวแล้ว ไอราคะของข้าทำให้พวกเ้าเผยความ้าที่แท้จริงออกมา"
"ไอ้เพลิง! ไอ้ชัย! ตั้งสติ!" พ่อใหญ่คำะโก้อง เสียงของเขาสั่นเทิ้มด้วยความพยายามควบคุมตัวเอง "อย่าปล่อยให้กิเลสครอบงำ ไม่อย่างนั้นเราจะตายกันหมด!"
แต่คำเตือนของพ่อใหญ่คำดูจะไม่ได้ผล เพลิงเริ่มเดินเข้าไปใกล้วงพิธีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ดาบในมือของเขาตกลงบนพื้นด้วยเสียงกรุ๊งกริ๊ง น้าชัยก็เช่นกัน เขาคลานเข้าไปใกล้หลานสาวด้วยลมหายใจที่หอบถี่
"ริน... ริน..." น้าชัยพึมพำชื่อหลานสาวด้วยเสียงแหบพร่า ความทรงจำของคืนที่ผ่านมาทำให้เขาไม่อาจต้านทานได้
พ่อใหญ่คำเห็นสถานการณ์วิกฤต เขากัดนิ้วตัวเองแล้วป้ายเืลงบนยันต์กลางหน้าผาก เืสีแดงเข้มไหลลงมาตามใบหน้าทำให้เขาดูน่าสะพรึงกลัว พลางร่ายมนตร์ขั้นสูงสุดเพื่อดึงเอาไอราคะทั้งหมดกลับเข้าสู่ตัวรินเพื่อการผนึก
"อิน ทรา ยะ นะ มะ สะ วะ หา!" เขาสวดมนตร์ด้วยเสียงที่ก้องกังวาน ยันต์ต่างๆ รอบห้องเริ่มส่องแสงสีทอง สายสิญจน์บนพื้นเรืองแสงขึ้นเป็วงกลมใหญ่
เพลิงและน้าชัยเมื่อได้ยินเสียงเตือนสติก็รวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย เพลิงหยิบดาบขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทิ้ม ปักดาบลงบนพื้นส่งพลังหยางผ่านสายสิญจน์เพื่อช่วยตรึงพรายร้าย แสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกมาจากใบดาบ น้าชัยช่วยสวดมนตร์หนุนหลังแม้ร่างกายจะสั่นเทิ้ม
"นะ โม พุท ธา ยะ... นะ โม ธัม มา ยะ... นะ โม สัง ฆา ยะ..." น้าชัยสวดมนตร์ด้วยเสียงที่ขาดๆ หายๆ
พรายราคะกรีดร้องโหยหวนเมื่อข่ายอาคมเริ่มรัดตัวมันเล็กลงเรื่อยๆ แสงสีทองจากยันต์และแสงสีขาวจากดาบอาคมเริ่มบีบรัดร่างของมัน พลังหยางที่บริสุทธิ์จากคนทั้งสามเริ่มบดขยี้ไอสีดำให้แตกสลาย
"ไม่! ข้าจะไม่ยอมถูกผนึก! ข้า้าพลังงานอีก!" พรายร้ายคำรามด้วยความโกรธ มันพยายามดิ้นรนหลุดจากข่ายอาคม แต่พลังของคนทั้งสามรวมกันแข็งแกร่งเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้
รินเกร็งกระตุกสั่นสะท้านเป็ครั้งสุดท้าย ร่างกายของนางโค้งงอขึ้นจากพื้นราวกับถูกไฟฟ้าช็อต "อ๊าาaaaา!" เสียงกรีดร้องของนางก้องไปทั่วบ้าน ก่อนที่กลุ่มก้อนพลังงานทมิฬจะถูกดูดเข้าไปในยันต์ที่พ่อใหญ่คำเตรียมไว้
ยันต์ผ้าสีแดงที่วางอยู่ตรงกลางห้องเริ่มดูดซับไอสีดำเข้าไปอย่างรวดเร็ว พรายราคะถูกบีบอัดให้เล็กลงเรื่อยๆ จนกลายเป็ก้อนพลังงานขนาดเท่าลูกบอล ก่อนจะถูกดูดเข้าไปในยันต์อย่างสิ้นเชิง
พ่อใหญ่คำรีบหยิบขี้ผึ้งอาคมเจ็ดป่าช้ามาปิดผนึกยันต์อย่างแ่า เขาสวดมนตร์ผนึกเสียงเบา "โอม มะ ณิ ปัท เม หุม... ผนึก!" แสงสีทองพุ่งออกมาจากยันต์ก่อนจะสงบลง
ความเงียบสงบกลับคืนสู่บ้านกาแฟชัยพฤกษ์อีกครั้ง ทุกคนต่างหอบหายใจรวยรินประหนึ่งเพิ่งผ่านศึกา เปลวเทียนที่เกือบดับเริ่มลุกโชติ่ขึ้นมาใหม่ อากาศในห้องค่อยๆ อบอุ่นขึ้น
พ่อใหญ่คำปาดเหงื่อที่หน้าผาก เืที่ไหลจากแผลบนนิ้วยังคงหยดลงบนพื้น พลางจ้องมองรินที่นอนสลบไสลอยู่กลางวงพิธี ผ้าขาวที่ปกคลุมร่างกายของนางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทำให้เห็นรูปร่างใต้ผ้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
"ผนึกเรียบร้อยแล้ว... พรายร้ายตัวนี้จะไม่ออกมาสร้างความเดือดร้อนไปอีกนาน" พ่อใหญ่คำเอ่ยเสียงสั่น มือของเขาสั่นเทิ้มจากการใช้พลังมากเกินไป "แต่มันได้ทิ้ง 'เชื้อ' บางอย่างไว้ในกายริน... เราต้องคอยดูกันต่อไปว่านางจะจัดการกับมันอย่างไร"
เพลิงเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขายังคงมีประกายแปลกๆ อยู่ "เชื้อ? หมายความว่าอย่างไร?"
"พรายราคะไม่ได้มาเพียงเพื่อดูดพลังงาน มันยังปลูกฝังสิ่งบางอย่างไว้ในร่างกายของเหยื่อ เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกในอนาคต" พ่อใหญ่คำอธิบาย "รินจะมีความ้าทางเพศที่รุนแรงกว่าปกติ และจะดึงดูดพรายชนิดอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น"
น้าชัยรีบเข้าไปอุ้มร่างของรินที่ไร้สติขึ้นมา ร่างกายของหลานสาวยังคงอบอุ่นและมีกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ติดอยู่ ท่ามกลางสายตาของเพลิงที่ยังคงมีร่องรอยของความโหยหาตกค้างอยู่ เขาอุ้มรินขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน
"เราต้องเฝ้าดูรินอย่างใกล้ชิด" พ่อใหญ่คำเตือน "อย่าปล่อยให้นางอยู่คนเดียว และระวังอย่าให้ชายอื่นเข้าใกล้ กลิ่นอายของนางตอนนี้จะดึงดูดสิ่งชั่วร้ายได้ง่าย"
เพลิงพยักหน้า แต่ในใจเขากลับคิดถึงภาพของรินที่เพิ่งเห็น ความปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นโดยไอปีศาจยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ
ภารกิจจับพรายสิ้นสุดลง แต่ความลับและตัณหาที่ถูกจุดขึ้นในใจของชายทุกคนในบ้านหลังนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น