“ อ่ะ..แฮ่ม ! ”
โฉดตาเดียวกระแอมเสียงขึ้นมาเพื่อสลายบรรยากาศน่ากระอักกระอ่วนระหว่างเทียนิ และ ซิงเอ๋อร์ เมื่อซิงเอ๋อร์นางได้สติจากเสียงกระแอมหของบิดา นางจึงรีบวิ่งไปเกาะแขนของโฉดตาเดียวทันที เทียนิก็ยังคงยืนทำมาดนิ่งสงบเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“ ซิงเอ๋อร์ไหน ๆ เ้าก็อยากที่จะรู้จักกับปรมาจารย์เทียน งั้นเ้าก็พาปรมาจารย์เทียนไปเดินเล่นชมดูรอบ ๆ ค่ายเถอะ ”
เมื่อได้ยินคำของโฉดตาเดียวเทียนิก็พยายามฝืนตัวเองเต็มที่เพื่อที่จะไม่แสดงอาการตื่นเต้นยินดีออกมา สุดท้ายก็ทำได้แค่กลอกตาไปมาเท่านั้น ส่วนซิงเอ๋อร์ ที่ตอนนี้ยืนเกาะแขนโฉดตาเดียวพลางก้มหน้าหลบซ่อนสายตาของเทียนิอยู่นั้น ตอนนี้ก็เริ่มเคอะเขินขึ้นมามากขึ้น นางใช้สายตาชำเรืองมองไปยังเทียนิแวบหนึ่งก่อนที่จะหลบซ่อนสายตานั้นลง ตอนนี้แก้มที่ขาวใสของนางก็เปลี่ยนสีไปจนแดงเป็ลุกตำลึงสุกไปแล้ว หลังจากนั้นนางก็ใช้เสียงแ่เบาตอบรับคำของโฉดตาเดียวไป
“ ได้ค่ะ ท่านพ่อ ”
ซิงเอ๋อร์กล่าวเบา ๆ พลางเหลือบมองไปยังเทียนิ เมื่อเห็นว่าเทียนิยังคงยืนสงบนิ่งและค่อยๆ พยักหน้ารับเบา ๆ ไม่ทราบว่าเป็เพราะอะไร แต่ตอนนี้หัวใจของนางนั้นเต้นแรงอย่างผิดปกติ ซึ่งความรู้สึกแบบนี้นางนั้นไม่เคยประสบกับมันมาก่อน
ส่วนทางด้านรองผู้นำทั้งสองคนที่ได้เห็นเหตุการณ์ ก็ยืนเงียบๆ อยู่ส่วนข้างหนึ่งของกระโจม ทั้งสองสบตากันแวบหนึ่งแล้วจึงยิ้มกลุ้มกริ่ม ก่อนที่จะจากไปเงียบๆ อย่างรู้ความ โฉดตาเดียวก็เลือกที่จะจากไปเช่นกัน ไม่นานภายในกระโจมหลังใหญ่ก็เหลือเพียงแค่สองคน คือเทียนิ และ ซิงเอ๋อร์ นั่นเอง และบรรยากาศกระอักกระอ่วนก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างยืนนิ่งเงียบดุจท่อนไม้ด้วยกันทั้งคู่
เทียนิที่เห็นว่าซิงเอ๋อร์ยังคงยืนนิ่งก้มหน้าไม่กล้าสบตาตนเองอยู่ เขาจึงตัวสินใจที่จะสลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ออกไป เทียนิเดินเข้าหาซิงเอ๋อร์ช้าๆ
“ แม่นาง ข้าต้องขอรบกวนด้วย ”
“ อ่ะ ! ... ค่ะ ได้ค่ะ ... เชิญปรมาจารย์เทียน.. ” ซิงเอ๋อร์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงตะกุก ตะกัก ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู เทียนิที่เห็นภาพนั้นก็หัวใจพองโต เขายินดีที่เหตุการก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำให้นางโกรธเขา
“ เรียกข้า เทียนิ เถอะ พวกเราก็รุ่นราวคราวเดียวกัน ข้าจะยินดีอย่างยิ่งที่แม่นางเรียกข้าด้วยชื่อ ”
ซิงเอ๋อที่ยังคงเขินอายอยู่ ก็เพียงพยักหน้ารับ เบา ๆ คราหนึ่ง แล้วจึงเดินนำเทียนิออกจากกระโจมไป เทียนิก็เดินตามนางไปแต่โดยดี ตอนนี้เมื่อนางเดินนำหน้าเขาอยู่ เทียนิก็ใช้สายตาสำรวจเรือนร่างของนางอย่างระเอียด ต้องยอมรับเลยว่าหุ่นของนางนั้น ช่างน่าชมดูเสียจริง ส่วนไหนควรใหญ่ก็ใหญ่ สวนไหนเล็กก็เล็ก ไม่ขาดไม่เกิน ดุจดั่งสิ่งที่สมบูรณ์แบบไร้ตำหนิแม้แต่น้อย
ด้วยความที่เทียนิ้าอยากที่จะยลโฉมความงามของนางอย่างเต็มที่ เขาจึงทำการมองนางด้วยเนตร์ แต่แล้วก็มีสิ่งที่ทำให้เทียนิแปลกใจ จนต้องขมวดคิ้วขึ้นมา
[ มนุษย์ ระดับ 10 ( จิติญญาเหมันต์ ) ]
ด้วยข้อมูลของซิงเอ๋อร์ที่ปรากฏที่มาผ่านความสามารถของเนตร์นั้น ทำให้เทียนิแปลกใจอย่างมาก ไม่เพียงแต่นางจะมีระดับถึง ระดับ 10 แล้ว ยังมีข้อความกำกับไว้ด้วยว่า จิติญญาเหมันต์ นี่เป็ครั้งแรกเลยที่เทียนิเคยได้พบหลังจากที่ได้รับเนตร์มา
‘ ทำไมนางถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ แล้วยังจิติญญาเหมันต์อีก มันคืออะไรกันแน่ ’
ด้วยความสงสัยเทียนิก็ไม่รอช้ารีบเปิดใช้งานระบบวิเคราะห์กับซิงเอ๋อร์ทันที
ปิ๊ง !!! ทันใดนั้นข้อมูลของซิงเอ๋อร์ก็ไหลเข้ามาในห้วงความคิดของเทียนิทันที ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ข้อมูลทั่วๆไป เช่นอายุ ความสูง สีผม สัดส่วนต่าง ๆ มาถึงตอนนี้เทียนิก็ยิ้มกรุ้มกริ่มและมองดูเรือนร่างของซิงเอ๋อร์ไปด้วย
‘ แหม๋... แม่นางน้อย เ้าช่างสวยซ่อนรูปโดยแท้ ’
แต่เมื่อเทียนินึกถึงจุดประสงค์หลักของการวิเคราะห์ซิงเอ๋อร์ขึ้นมา เขาก็รีบปัดความคิดอกุศลทั้งไปทันที เทียนิตรวจสอบข้อมูลของซิงเอ๋อร์ต่อไป ไม่นานเขาก็พบคำตอบ
จิติญญาเหมันต์ เป็พลังสถิตร่างแต่กำเนิด ในรอบพันปีอาจปรากฏขึ้นสักคน ผู้ที่ร่างจิติญญาเหมันต์นั้น จะสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งของตนได้อย่างรวดเร็ว แต่มีข้อดี ก็ต้องมีข้อเสียอยู่บ้าง ผู้ที่ร่างจิติญญาเหมันต์ ถือว่าเป็ผู้ท้าทาย์ เมื่ออายุครบ 15 ปี ร่างกายจะถูกทัณฑ์เหมันต์์ ถ้าไม่มีการเตรียมรับมือที่ดี ผู้ร่างจิติญญาเหมันต์ จะถูกทัณฑ์เหมันต์์จู่โจมจนร่างกายแตกสลาย หากโชคดีรอดชีวิต ก็จะต้องพบเจอกับพิษเหมันต์เล่นงานทุก ๆ 7 วัน ร่างกายจะได้รับความเ็ปจากความหนาวเย็นเมื่อพิษเหมันต์กำเริบ และถ้าหากปล่อยพิษเหมันต์ไว้โดยมิได้รักษา เมื่ออายุครบ 20 ปี พิษเหมันต์จะไปกระตุ้นให้จิติญญาเหมันต์ปะทุขึ้นมา หากร่างกายมีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอที่จะรองรับพลังจากการปะทุของจิติญญาเหมันต์ล่ะก็ นอกจากผู้จิติญญาเหมันต์จะต้องร่างกายะเิตายแล้ว มันยังส่งผลให้พื้นที่บริเวณโดยรอบนับหมื่นลี้ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งที่เย็นสุดขั้วเป็เวลลาไม่ต่ำกว่า 100 ปี
พอมาถึงจุดนี้ร่างของเทียนิก็ถูกปกคลุมไปด้วยเม็ดเหงื่อเย็นยะเยียบ
‘ ทำไมจิติญญาเหมันต์ถึงร้ายกายเพียงนี้ เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอ โถ่... ดรุณีน้อยผู้น่าสงสาร ’
ตอนนี้เทียนิได้ใช้สายตาเวทนาสงสารมองไปยังซิงเอ๋อร์ ในรูปลักษณ์งดงาม แจ่มใสไร้เดียงสาของนางที่แสดงออกมา ใครเล่าจะรู้ว่า ชีวิตนางนั้นน่าสงสารเพียงใด ทุกๆ 7 วันนางต้องทนรับความเ็ปจากพิษเหมันต์ แม้ว่าตัวนางต้องประสบกับเคราะห์กรรมเช่นนี้ แต่นางก็ยังสามารถแสดงออกถึงความร่าเริงได้
‘ นางช่างเป็คนที่มีจิตใจเข้มแข็งยิ่งนัก ’
เทียนินับถือในความในความเข้มแข็งของนางอย่างมาก ตอนนี้เทียนิหวังอย่างยิ่งว่าตัวเขาจะสามารถหาวิธีรักษาพิษเหมันต์ให้แก่นางได้ เทียนิรีบศึกษาข้อมูลของระบบวิเคราะห์ต่อไป จนในที่สุดเขาก็ได้เข้าใจว่า ซิงเอ๋อร์ นางนั้นช่างอาภัพอย่างยิ่ง นางจะร่างจิติญญาเหมันต์ก็ไม่ใช่เื่ไม่ดี แต่ที่ทำให้เื่มันไม่ดีก็เพราะว่า นางเกิดผิดที่นั่นเอง อาการของนางสามารถรักษาได้ง่ายๆ เพียงแค่ก่อนที่นางจะอายุ 20 ปี นางสามารถบรรลุระดับ 40 ได้นางก็จะสามารถรอดพ้นวิกฤตการปะทุของจิติญญาเหมันต์ไปได้ โดยระดับ 40 นี้ถ้าให้เทียนิคาดเดา ก็น่าจะมีระดับเหนือกว่าขั้น ปราณแท้ไปแล้วแน่นอน และจอมยุทธ์ที่จะสามารถไปถึงระดับนั้นได้ก่อนอายุ 20 ปี เห็นทีจะมีแค่ดินแดนเบื้องบนเท่านั้น แม้แต่จอมยุทธ์อันดับต้นๆ ของราชอาณาจักรัคราม ก็ยังมีพลังฝึกปรืออยู่ในขีดขั้น ปราณแท้เท่านั้น เหนือกว่านั้นอาจจะมี แต่ผู้คนในเมืองเล็ก ๆ ที่ห่างไกลความเจริญแบบเทียนิจะไปรับรู้ได้อย่างไรเล่า
และนอกเหนือจากวิธีแรกแล้ว ก็ยังมีอีกหลายวิธี
‘ มุกัเพลิง โอสถกำเนิดสุริยันต์ แก่นแท้โลหิตเทพอัคคี แย่งชิงการคืนชีพของวิหคเพลิง บัดซบ !!! ไอร้ของพวกนี้ให้บิดาเ้าไปหาเถอะ เพ้ย ! แก่นแท้โลหิตเทพอัคคี ถ้าข้ามีสามารถถึงขนาดนั้น ข้ายังจะต้องไปขอทานเขากินไหมเล่า ’
ถึงเทียนิจะหัวเสียอย่างไร เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ตอนนี้เทียนิก็ได้แต่ต้องผิดหวัง วิธีช่วยน่ะมันมี แต่ด้วยความสามารถของเขาตอนนี้ เขาไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย
‘ คงมีเพียงแค่วิธีแรกสินะ ที่นางจะทำสำเร็จได้ ’
เมื่อทั้งสองออกมานอกกระโจมได้สักพัก เทียนิก็ก้าวเท้าเร็วขึ้น จนมาเดินเคียงข้างกับซิงเอ๋อร์พอดี ด้วยความที่เทียนิรับรู้ถึงเื่ราวของซิงเอ๋อร์ เขาจึงไม่มีอารมณ์ที่จะพูดจาเกี้ยวนางแม้แต่น้อย ทั้งคู่ตอนนี้ก็ได้แต่เดินเคียงคู่กันไปอย่างเงียบงัน ฝ่ายหนึ่งสีหน้าเขินอาย ส่วนอีกฝ่ายสีหน้าสงบนิ่งปนสลดเล็กน้อย
ผ่านไปสักพัก เมื่อซิงเอ๋อร์สังเกตุเห็นสีหน้าของเทียนิที่ไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไร นางจึงเกิดความกังวลขึ้นมา นางรับรู้ถึงความสำคัญของปรมาจารย์นักฝึกสัตว์เป็อย่างดี และการที่บิดาของนางได้มอบหมายหน้าที่ในการพาเทียนิเดินเล่นให้แก่นางนั้น เป้าหมายก็เพื่อที่จะทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจ หากนางทำให้เทียนิไม่พอใจเข้า แล้วเทียนิเลือกที่จะจากไปบิดาของนางคงต้องผิดหวังเป็อย่างมากแน่ ๆ นางจึงรวบรวมความกล้า เอ่ยปากชวนเทียนิสนทนาก่อน
“ คุณชายเทียนิ ปีนี้ท่านมีอายุเท่าไรหรือคะ ”
ซิงเอ๋อร์กล่าวกับเทียนิด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วเหมือนดั่งตอนครั้งแรกพบ เทียนิได้ยินเสียงใสๆ ของนาง เขาก็หัดไปตอบนางด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทันที
“ เรียกข้าเทียนิเถอะ ปีนี้ข้ามีอายุ 17 ปี แล้วเ้าล่ะ มีนามว่าอะไร และอายุเท่าไรแล้ว ”
“ ข้าชื่อว่า เย่ซิง แต่ท่านสามารถเรียกข้าว่า ซิงเอ๋อร์ ก็ได้ ปีนี้ข้ามีอายุ 16 ปี ”
“ ตกลง นับจากนี้ข้าจะเรียกเ้าว่าซิงเอ๋อร์แล้วกัน ว่าแต่..... เ้าไม่ได้โกรธข้าใช่ไหม ที่ก่อนหน้านี้ข้า.... อ่า... แบบว่า... ” เทียนิพูดอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พลางทำมือไม้แสดงท่าทางไปด้วย เมื่อซิงเอ๋อร์เห็นท่าทางของเทียนิ ใบหน้าของนางก็เริ่มเปลี่ยนสีขึ้นทันที ตอนนี้ใบหน้าที่ขาวนวลของนางกลับกลายเป็สีแดงไปเสียแล้ว
“ ท... ท่าน คนบ้า !!! ” ไม่ทราบว่านางกำลังโกรธ หรือ เขินอายกันแน่ แต่ตอนนี้ซิงเอ๋อร์ได้วิ่งหนีจากเทียนิไปเสียแล้ว
เทียนิที่เห็นท่าทางที่นางแสดงออกมาเขาก็ไม่ได้ผิดหวังแต่อย่างใด เขายิ้มและส่ายหน้าเบา ๆ
‘ เฮ้อ... โทษเ้าก็ไม่ได้ ต้องโทษที่หน้าตาของข้ามันหล่อเหลาเกินไป ดรุณีน้อยวัยแรกแย้มจะเอาอะไรมาต้านทานข้าได้เล่า ’
เทียนิถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วจึงเดินไปยังทิศทางที่เย่ซิงเอ๋อร์ได้วิ่งจากไป