บทที่ 16
โอ๊ตอุทานออกมาอย่างตกใจ เขานึกถึงตอนที่ป้าเพ็ญพูดกับเขาเมื่อเช้าเรื่องของโจรขโมยรถยนต์ที่อยุธยา เขาไม่คิดเลยว่าพวกโจรเหล่านั้นจะลามมาถึงเมืองเชียงใหม่แล้ว แม้ว่าโอ๊ตจะสตั๊นท์ไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง เขาลวงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหยิบนามบัตรของกิตติในกระเป๋าเงิน ตู้ดดดด... ตู้ดดดด “สวัสดียามเย็นครับคุณหนู.. มีอะไรให้กิตติคนนี้รับใช้ครับ” กิตติที่ตอนแรกก็ตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะว่าตามที่เขาวางแผนเอาไว้กับนายท่านใหญ่ มันยังไม่ถึงเวลาที่คุณหนูจะต้องโทรหาเขา แต่เมื่อคุณหนูผู้หยิ่งในศักดิ์ศรีโทรหาเขาอย่างนี้ คงจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้ว“กิตติ!.. รถเบนซ์ถูกโจรขโมยไปแล้วนะ มันเพิ่งขับผ่านหน้าผมไปเมื่อกี้เอง..” โอ๊ตกล่าวอย่างตกใจ กิตติที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่ามันเป็นแผนของคุณหนูหรือเปล่า เพราะตอนนั้นคุณหนูไม่ต้องการรถหรูคันนี้ บางทีเขาอาจจะหาวิธีการกำจัดมันก็เป็นไปได้ แต่เขาก็ต้องทำตามหน้าที่ของตัวเองในตอนนี้“ไม่จำเป็นต้องห่วงครับคุณหนู รถของคุณหนูมีระบบติดตาม และแสดงพิกัดอยู่ ผมจะรีบประสานงานกับทางกรมตำรวจให้นะครับ คุณหนูเพียงแค่รอเท่านั้น ไม่เกินสามชั่วโมงคุณหนูจะได้รถคืนอย่างแน่นอนครับ..” กิตติกล่าวพร้อมกับเตรียมตัวจะเดินทางไปเชียงใหม่ด้วยตัวเอง“ได้!.. ถ้าอย่างนั้นผมจะรอที่ห้องพักก็แล้วกัน..” โอ๊ตกล่าวอย่างโล่งอก ถ้าเรื่องนี้มันไปถึงกิตติแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะหายห่วง ไม่มีอะไรต้องเดือดร้อน“รถยนต์ของเพื่อนเอ็งถูกขโมยไป ดูแกจะยังใจเย็นอยู่อีกนะ ฉันเพิ่งเตือนแกไปเมื่อเช้านี่เองแท้ๆ..” เมื่อโอ๊ตเดินมาถึงหอพักพร้อมกับลุงเกษม ป้าเพ็ญก็เอ่ยบ่นชุดหนึ่งแกโอ๊ตในทันที“ยัยเพ็ญ แกไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องรถไปหรอก เพื่อนของเจ้าหนุ่มโอ๊ตเป็นถึงลูกชายผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรภาคเลยเชียวนะ พวกคนร้ายคงจะถูกจับในเร็วๆนี้แหละ” ลุงเกษมกล่าวกับเพ็ญ แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่โอ๊ตนั้นแต่งขึ้นมาตอนเดินกลับมากับลุงเกษม“ก็ดีแล้ว.. ฉันก็นึกว่ามันยังไม่รู้ซะอีก..” ป้าเพ็ญกล่าวพร้อมกับโล่งอก เธอทำเหมือนว่ามันเป็นรถของตัวเองที่หายไป พวกเขาคุยกันต่ออีกนิดหน่อย ลุงเกษมแกก็บ่นเรื่องของความปลอดภัยหอพักเล็กน้อย แกเอ่ยถึงกล้องวงจรปิดที่มันไม่สามารถใช้งานได้ของเพ็ญ แน่นอนว่าคนแก่ก็เถียงกันสักเล็กน้อย จนโอ๊ตจะต้องขอแยกตัวออกมา และออกไปตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบสำหรับทำแพนเค้กของวันพรุ่งนี้.. ..ทางด้านของกิตติ..“มีแต่เรื่องให้วุ่นวายทั้งนั้น ไม่รู้ว่าคุณหนูไปทำอีท่าไหน เรื่องถึงได้ออกมาเป็นเช่นนี้..” กิตติกล่าวบ่นเล็กน้อยหลังจากที่กดวางสายของโอ๊ตไป ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที เขาได้รับการรายงานว่ามีบุคคลที่มีอำนาจพอสมควรประจำเมืองเชียงใหม่ต้องการข้อมูลส่วนตัวของคุณหนูแน่นอนว่าเขาจะต้องทำการปกปิด และเฝ้าระวังกลุ่มคนพวกนี้ เขาไม่รู้ว่ามันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ลึกตื้นหนาบางเพียงใด แต่ในเมื่อคุณหนูเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถสืบทอดตระกูลอันยิ่งใหญ่ได้ ตัวตนของเขาไม่ควรที่จะถูกเปิดเผยในตอนนี้ ไม่อย่างนั้นชีวิตอันมีค่าของวงศ์ตระกูล ณ สุวรรณภูมิจะต้องจบลง และมันจะเกิดเหตุการณ์ที่อาจจะเหนือการควบคุมได้ ถ้าคุณท่านใหญ่โกรธ“ช่างมันก่อนเถอะ ไม่รู้ว่าจะเป็นแผนการของคุณหนูไหม แต่ว่าถ้าเป็นการกลั่นแกล้งของคุณหนูล่ะก็ มันก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวไม่น้อย..” กิตติกล่าว ถ้ามันเป็นเหตุการณ์โจรขโมยรถจริงๆ เขาจะจัดการโดยที่ไม่ไว้หน้าใครเลยสักคนเดียว แต่ถ้ามันเป็นฝีมือของคุณหนูเขาคงจะต้องจัดการกับตำรวจอีกหลายขั้นหลายตอนตามมาอีกด้วย ว่าไปแล้วเขาก็กดสายไปหาผู้ที่มีส่วนจะต้องรับผิดชอบในทันที ตู้ดดดด! “สวัสดีครับคุณกิตติมีเรื่องอะไรให้กระผมคนนี้รับใช้ครับ..” เสียงจากปลายสายดังขึ้น และชายคนนี้เป็นดั่งตัวแทนของตระกูล ณ สุวรรณภูมิ ประจำภาคเหนือ เขาคนนี้มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบธุรกิจ และกิจการอื่นๆทั่วทั้งภาคเหนือ เมืองเชียงใหม่ถือว่ามันเป็นอาณาเขตของเขา“รถยนต์ของคุณหนูใหญ่ถูกโจรกระจอกที่ไหนก็ไม่รู้ขโมยไป.. ถ้าแกไม่อยากจบชีวิตลงล่ะก็ ก่อนฉันไปถึงที่เชียงใหม่ แกต้องหารถนั่นให้เจอ เข้าใจแล้วนะ” กิตติไม่พูดพล่ามทำเพลง เขากล่าวสั่งกับชายคนนั้นเลยในทันที แน่นอนว่า ‘พงษ์’ ผู้ดูแลภาคเหนือคนนี้ถึงกับตกใจ และโกรธมากในเวลาเดียวกัน“ทราบแล้วครับคุณกิตติ ถ้าผมเจอพวกโจรนั่นจะให้ทำยังไงดีกับพวกมันครับ..” พวกมันช่างกล้ามากที่มาเล่นกับตระกูลอันทรงเกียรติ และพวกมันกำลังทำให้เขาเดือดร้อนไม่น้อยเลยทีเดียว“จับเป็นพวกมันเอาไว้ก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยกับพวกมัน.. เอาล่ะ ฉันกำลังจะเดินทางไป แกมีเวลาจำกัด โปรดจำให้ขึ้นใจ ตระกูล ณ สุวรรณภูมิไม่ต้องการคนที่ไร้ความสามารถที่แม้แต่เรื่องเล็กๆก็ยังจัดการไม่ได้..” กิตติกล่าวด้วยการเน้นเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา แน่นอนว่ามันทำให้พงษ์ถึงกับเหงื่อแตกพรากเลยทีเดียว“ทราบแล้วครับ ทุกอย่างจะจบลงก่อนที่คุณจะมาถึงครับ..” พงษ์กล่าว กิตติที่ได้รับคำยืนยันแล้ว เขาก็กดวางสายไป และนั่นมันจึงเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ตำรวจในเมืองเชียงใหม่ต้องเร่งมือกันทำงาน ไม่ว่าจะหน่วยงานไหนๆก็ต้องช่วยกันค้นหารถเจ้าปัญหานั้นเพียงแค่คันเดียวเท่านั้น ..ทางด้านของชุนตง..“อะไรนะ ไม่สามารถตรวจสอบประวัติของเขาได้.. เจ้าหนุ่มนั่นเป็นใครกันแน่” ชุนตงที่เพิ่งจะได้รับรายงานมาว่าข้อมูลของชายที่ช่วยรักษาโรคให้กับเขานั้น ‘ไม่สามารถตรวจสอบได้’ มันมีอยู่ไม่กี่กรณีเท่านั้น แต่ที่แน่นอนก็คือพ่อหนุ่มคนนั้นเป็นบุคคลที่เขาไม่สามารถต่อกรได้แน่นอน“..เป็นเรื่องธรรมดาที่เซียนแพทย์อย่างเขาจะได้รับการปกปิดข้อมูล ผมคิดว่าเขาน่าจะมีคนหนุนหลังที่น่ากลัวอยู่ที่เมืองหลวงก็เป็นไปได้ครับ” ไผ่กล่าวรายงานกับชุนตง คนที่มีอำนาจในเมืองหลวงนั้นค่อนข้างน่ากลัว บางตระกูลถึงกับมีอำนาจมาจนถึงที่นี่“นั่นสินะ! นายคิดว่าเป็นตระกูลไหนที่หนุนหลังอาจารย์หมออยู่ บางทีการที่เราไปสืบเรื่องของเขา ทางนั้นอาจจะไม่พอใจเอาได้ เราต้องหาทางรับมือกับผลกระทบที่จะตามมา” ชุนตงกล่าว“มีอยู่ 3 ตระกูลครับที่สามารถทำได้.. หนึ่ง ตระกูลเก่าแก่ ณ สุวรรณภูมิ สอง ตระกูลของเจ้าสัวการณ์ สามคือตระกูลพิชัยอภิวงศ์ษา ตระกูลทางการทหารครับคุณท่าน..” ไผ่กล่าว“แย่ละ ตระกูลเจ้าสัวยังพอคุยกันได้ ยังไงซะพวกเขาก็เป็นนักธุรกิจ ตระกูลของท่านนายพลคนนั้นก็ยังพอไกล่เกลี่ยกันได้ ถ้าเอ่ยว่าท่านอาจารย์หมอเป็นคนรักษาให้กับฉัน และฉันเพียงแค่ต้องการจะตอบแทนเขาเท่านั้น แต่ถ้าเป็นตระกูลของหม่อมคนนั้นล่ะก็.. ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลยเถอะ เขาค่อนข้างหัวโบราณ”ชุนตงที่อยู่ในสังคมชั้นสูงก็พอจะรู้มาบ้างว่าตระกูลไหนเป็นยังไง และ 3 ตระกูลหลักนี้ยังเป็นส่วนสำคัญระดับประเทศ แน่นอนว่าเพียงแค่พวกเขาหายใจ ตระกูลของชุนตงก็แตกสลายได้เพียงคำพูดไม่กี่คำเท่านั้น และถ้ายิ่งเป็นตระกูล ณ สุวรรณภูมิล่ะก็มันเป็นอะไรที่คุยด้วยยากมาก นอกจากที่พวกเขาจะยังหัวโบราณกันอยู่ พวกเขายังเป็นสหายสนิทกับกษัตริย์ในทุกยุคทุกสมัยอีกด้วย จึงเป็นเหตุที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา เพราะเรื่องมันจะจบลงได้ยาก“คุณตาไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ ถึงยังไงโอ๊ตเขาก็ต้องไปเรียนใช่ไหมล่ะ อย่างน้อยๆเราก็รู้แล้วว่าเขาเรียนที่สาขาไหน พรุ่งนี้ไปดักรอพบกับเขาก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วนี่คะ” ปิงปิงที่เห็นความกังวลใจของคุณตา เธอจึงเอ่ยกับท่าน เพื่อที่จะได้ให้ท่านนั้นใจเย็นลง คนที่เพิ่งจะหายป่วยจะให้กลับมาเครียดกลับมาป่วยได้ยังไง“นั่นสินะ! พรุ่งนี้เราสามารถพบเขาได้ ตาชักจะตื่นเต้นแล้วสิ...” ชุนตงกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าเบิกบาน แต่ทันใดนั้นเองสีหน้าอันยิ้มแย้มของเขาก็ต้องหุบลง เมื่อไผ่ร้องตะโกนออกมาอย่างตกใจ“คุณท่าน!! .. พวกเราควรจะทำยังไงดีครับ..” ไผ่ร้องตกใจหลังจากที่ได้อ่านข้อความบนมือถือของตัวเอง แน่นอนว่าชุนตงเองก็สงสัย มันจะมีเรื่องอะไรให้เขาตกใจได้อีก“หืออ อยู่กันแค่นี้ ไม่เห็นจะต้องตะโกนเลยนี่.. ไหนมีอะไรล่ะ..” ชุนตงกล่าวพร้อมกับยื่นหน้าของตัวเองเข้าไปที่โทรศัพท์ของไผ่ แน่นอนว่าเขาก็ต้องตกตะลึงแทบจะหัวใจวายในทันที ปิงปิงเองก็สงสัยเธอหันมามองเช่นกัน และมันก็เป็นอะไรที่ใหญ่เกินกว่าตระกูลของพวกเขาจะรับไหว เพราะมันถูกส่งมาจากบุคคลที่พวกเขาไม่อาจจะต่อกรอะไรได้เลย ‘เรียนคุณชุนตง.. ทางเราได้รับข้อมูลว่าคุณ มีส่วนเกี่ยวข้องการสืบค้นข้อมูลของบุคคลสำคัญของตระกูลเรา ทางตระกูล ณ สุวรรณภูมิต้องการเยี่ยมเยียน และสอบถามจากคุณโดยตรง หวังว่าคุณจะต้อนรับตัวแทนของเรา และให้คำตอบที่เที่ยงตรงกับตัวแทนของเรา เราจะเดินทางไปพบกับคุณใน 3 ชั่วโมงนี้.. ณ สุวรรณภูมิ’ แน่นอนว่ามันก็ทำให้เกิดเหตุวุ่นวายไปทั่วทั้งบ้านของชุนตง ชุนตงสั่งจัดเตรียมห้องรับรอง กับห้องอาหารเอาไว้ นอกจากนี้ยังส่งคนไปรับตัวเชฟชื่อดังมาทำอาหารที่บ้านอีกด้วย ถือว่าเป็นเรื่องวิกฤตเอามากๆถ้าพวกเขารับรองไม่ดี สมาชิกภายในบ้านต่างก็เร่งอาบน้ำทำผม เพื่อรอตัวแทนของตระกูลยิ่งใหญ่เดินทางมาถึง....