ปัจจุบัน
หลังจากที่เจนเห็นภาพตัวเองอยู่ในร่างหญิงสาวก็เกิดใและเป็ลมล้มลงไปกองกับพื้นหน้าหน้าน้ำ ในความฝันเธอได้เจอกับวัยรุ่นสาวปริศนาสวมเดรสชุดสีขาวยืนหันหลังให้
“นั่นใครน่ะ”เจนถาม
เด็กสาววัยรุ่นปริศนาหันหน้ามาหาเจน แล้วภาพอุบัติเหตุก็ฉายขึ้นมาในหัวซึ่งก็ทำให้เธอจำหน้าตาของเด็กสาวคนนี้ได้ในทันที เพราะเป็คนเดียวกันกับคนที่จมอยู่ในน้ำหน้ารถของเธอตอนเกิดอุบัติเหตุ เธอคนนี้น่ารัก ตัวเล็กรูปร่างบอบบาง ผิวขาว ทรงผมหน้าม้ายาวสลวย เธอยืนห่างจากเจนประมาณ 4 เมตรได้ ท่ามกลางหมอกสีขาวหนาปกคลุม ณ สถานที่ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เธอมองไปรอบๆ สถานที่นั้นถูกหมอกจนมองไม่เห็นวิสัยทัศน์รอบๆ แต่เธอััได้ว่าเป็ที่ที่สงบ เย็นสบาย ทำให้รู้สึกตัวเบาหวิว สักพักเด็กผู้หญิงคนนั้นขยับปากพูดกับเธอเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ อ่อนหวาน
“ช่วยมีชีวิตใหม่แทนอลิซด้วยนะคะ”
เด็กสาวพูดด้วยสีหน้ายิ้มแต่ก็พลางร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า
เจนพยายามจะคุยกับเด็กสาวคนนั้น แต่ทว่ากับมีเงามืดเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ข้างหลังของเธอ เขาใช้โซ่ตรวนรัดตัวของเด็กสาวไว้ เจนพยายามจะวิ่งเข้าไปช่วยเด็กสาวคนนั้น แต่แล้วเด็กสาวก็ถูกชายร่างใหญ่นำตัวไปเสียแล้ว ภาพทั้งสองเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาของเจน ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองประหลาดปรากฏขึ้น แสงนั้นส่องสว่างเจิดจ้าจนสายตาไม่อาจทนมองได้ เจนหรี่ตาใช้มือขวาปิดบังดวงตาจากแสงนั้นและเธอก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่าง ทำเอาใจของเธอหล่นวูบไปชั่วขณะ พอลืมตามาอีกที เธอก็มาอยู่ในโรงพยาบาลเสียแล้ว
หญิงสาวลืมตาขึ้นพร้อมสูบลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่
“พ่อ ลูกเราลืมตาแล้ว” หญิงวัยกลางคนพูด
ในขณะนั้นสองสามีภรรยาและหมอต่างเดินตรงเข้ามาดูอาการของเธอ
“ลูกผมเป็อะไรไหมครับคุณหมอ อยู่ดีๆแกก็ช็อคหมดสติหน้าห้องน้ำ” ชายวัยกลางคนเอ่ยถามหมอ
“นอกจากการสูญเสียความทรงจำที่หมออธิบายไป ก็ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้วครับ”
หมอได้วินิจฉัยอาการป่วย หลังจากการะโน้ำของอลิซให้สองสามีภรรยาฟังอย่างละเอียด ซึ่งเขาเล่าว่า เคสนี้ถือเป็เคสปาฏิหาริย์ เพราะ มนุษย์ที่จมน้ำเป็เวลานานแทบจะทั้งหมดต้องเสียชีวิต เมื่อหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว ปอดหยุดทำงาน สมองหยุดสั่งการ นั่นก็คือการตายไปแล้วนั่นเอง แต่แล้วสมองของอลิซกลับมาสั่งการอีกครั้ง แม้จะสูญเสียความทรงจำไปแต่อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เธอหายจากโรคที่ป่วยอยู่ ร่างกายกลับมาแข็งแรงเป็ปกติ ซึ่งเคสนี้หมอเองก็พึ่งเคยเจอเป็ครั้งแรก
หลังจากคุณหมอเดินออกไป เจนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ฟังหมอคุยกับพ่อแม่ของอลิซเมื้อครู่ ก็เริ่มปะติดปะต่อเื่ราวได้บ้าง เธอเริ่มยอมรับความจริงแม้พยายามจะคิดว่ามันอาจจะเป็แค่ฝัน เธอหยิกตัวเองหลายรอบ และก็รู้สึกเจ็บทุกครั้ง นั่นจึงทำให้เธอมั่นใจได้ว่า เธอติดอยู่ในร่างของเด็กสาวที่ชื่อ อลิซ อย่างแน่นอน และอลิซที่เธอไปเจอในสถานที่แปลกๆมีหมอกปกคลุมไปทั่ว เงาผู้ชายตัวดำร่างใหญ่นั่นก็ไม่ใช่ความฝัน แต่เธอได้ไปพบอลิซมาจริงๆ นั่นคงจะเป็คำพูดสุดท้ายที่อลิซอยากจะบอก ก่อนที่เธอจะจากไป แล้วร่างจริงๆของเจนล่ะ ตอนนี้จะเป็ยังไงบ้าง เธอเริ่มมีคำถามอยู่ในหัวเต็มไปหมด
“แล้ววันนั้นมีอุบัติเหตุ หรือมีใครเสียชีวิตหรือเปล่าคะ” เจนรีบยิงคำถามที่ค้างคาใจทันที
ภรรยามองหน้าสามีด้วยความประหลาดใจ เพราะสงสัยว่าทำไมเด็กสาวที่พึ่งฟื้นจากความตายถึงรู้ว่ามีอุบัติเหตุที่นั่น ซึ่งยังไม่มีใครบอกเธอด้วยซ้ำ
“อลิซ ทำไมลูกรู้ว่ามีคนขับรถตกแม่น้ำ”ชายวัยกลางคนเอ่ยถาม
“คือ หนูรู้สึกเหมือนเห็นภาพมีคนขับรถตกแม่น้ำ มันเหมือนจริงมากๆ”เจนพูด
“ผู้หญิงคนนั้น เธอตายแล้ว”หญิงวัยกลางคนตอบ
เมื่อเจนได้ยินอย่างนั้นถึงกับพูดไม่ออก ตาเริ่มเหม่อลอย
“ฉันตายแล้ว………..จริงๆเหรอ”เจนพูดวนไปมาในใจ
หญิงสาวหน้าถอดสี เธอเอามือกุมที่อก รู้สึกกำลังเสียใจเป็อย่างมาก เธอได้แต่ร้องไห้ท่ามกลาง ความประหลาดใจของสองสามีภรรยา แต่ทว่าทั้งสองกับเข้ามากอดเธอไว้พลางเอามือลูบหัวเพื่อให้เธอได้สงบสติลง เจนร้องไห้หนักมาก ทั้งเหนื่อย ทั้งอ่อนเพลีย เลยเผลอหลับไปในที่สุด
เจนนอนตรอมใจพยายามยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเองอยู่หลายวัน เธอเอาแต่อ่านข่าวของตัวเองในเว็บไซต์ต่างๆ
ต่อมาหญิงสาวเริ่มทำใจได้และยอมรับความจริงที่ตนไม่สามารถกลับเข้าร่างได้แล้ว เพราะร่างของเธอถูกเผาทำพิธีตามศาสนาไปเรียบร้อยแล้ว ต่อให้นั่งร้องไห้คร่ำครวญก็คงไม่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว
เธอได้แต่หวนคิดถึงชีวิตของตัวเองที่ผ่านมา เธอเป็เด็กกำพร้าั้แ่ยังเล็กๆ ต้องมาอาศัยอยู่กับยายแก่ๆ ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบมาตลอด ทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบมีงานดีๆทำ แต่ยายดันเสียไปก่อนจะได้ตอบแทนบุญคุณ ชีวิตของเธอจึงมีเมฆคนเดียวที่เป็เหมือนคนในครอบครัว แต่แล้วเธอต้องเผชิญคืนที่แสนเ็ปทรมาน โดยแฟนกับเพื่อนรักรวมหัวกันสวมเขาให้เธอมาโดยตลอด ทำให้เธอหัวใจแตกสลายเกินจะรับไหว ไม่หลงเหลือแม้กระทั่งความรัก ความไว้เนื้อเชื่อใจ แน่นอนว่าต่อให้เจนมีชีวิตอยู่ในร่างเก่าเธอก็จะไม่ขอพบเจอหรือให้อภัยหญิงร้ายชายชั่วทั้งสองคนอย่างแน่นอน
เธอใช้มือนุ่มๆปาดน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาท่วมใบหน้า ราวกับว่ามันสะสมมาเป็เวลานานเพื่อรอการปลดปล่อย เธอสูบลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ตั้งสติ
และแล้วเธอก็ตัดสินใจได้ว่าจะทิ้งชีวิตเก่า แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่กับโชคชะตาใหม่ที่เธอได้รับจากเบื้องบน
“อลิซ ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอต้องเจออะไรมาบ้าง แต่ฉันสัญญาว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับร่างใหม่ของเธอเอง ไม่ต้องห่วงอีกต่อไปนะ”
“จากนี้ไปฉันคืออลิซคนใหม่ อลิซที่จะไม่ยอมให้ใครมารังแก” เจนพูดกับร่างอลิซในกระจกด้วยสายตาที่มุ่งมั่นราวกับว่าเธอมองเห็นอนาคตที่ตัวเองจะต้องเดินแล้ว
……จากนี้ไปเธอจะไม่ใช่เจนคนเดิมอีกแล้วจะมีเพียงแค่อลิซคนใหม่ …….
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
อลิซออกจากโรงพยาบาล เธอยอมรับสองสามีภรรยาเป็พ่อและแม่ของเธอ และสัญญากับอลิซคนเก่าว่าจะดูแลพ่อแม่ให้ดีที่สุด เพราะเข้าใจความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ ขาดความอบอุ่นสมัยเด็กๆของเธอว่ามันทรมานแค่ไหน
เธอพยายามปรับตัวให้เข้ากับครอบครัว เรียนรู้ จดจำญาติพี่น้องละแวกนั้น จนตอนนี้เธอเริ่มสนิทกับทุกคนในบ้านแล้ว ทั้งที่อลิซคนเก่าก่อนหน้านี้เธอแทบจะไม่คุยกับใครเลย เอาแต่กักตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมคุยพ่อแม่ด้วยซ้ำ ไม่ยอมออกไปไหน แต่หลังเกิดอุบัติเหตุ ทุกคนต้องพูดเป็เสียงเดียวกันว่าอลิซเปลี่ยนไป ดูสดใสร่าเริง พูดเก่งกว่าแต่ก่อน
พ่อกับแม่นั่งกอดกันมองอลิซที่กำลังพูดคุยกับเพื่อนบ้านอย่างสนุกสนานอยู่หน้าบ้าน ทั้งสองแสดงใบหน้ายิ้มแย้มออกมาอย่างเห็นให้ชัด และมีความสุขมากๆ
“ลูกเราเปลี่ยนไปเยอะเลยนะพ่อ ดูแววตาแกสดใสขึ้นมาก”แม่พูด
“แม้แกจะจำพวกเราไม่ได้ แต่พ่อก็ชอบอลิซตอนนี้มากนะแม่ ทำให้หมดห่วงไปเยอะเลย” พ่อพูดด้วยใบหน้าที่กำลังภูมิใจในตัวลูกสาว
เมื่อถึงตอนเย็นอลิซได้อาสาลงมือทำกับข้าวให้พ่อกับแม่ทาน จนทั้งสองใมาก เพราะปกติ เธอไม่เคยทำอาหารมาก่อน แต่ครั้งนี้ กับทำออกมาได้อร่อยมาก ทั้งสามนั่งทานข้าวคุยกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
“อลิซ ลูกพร้อมจะไปโรงเรียนหรือยัง ” พ่อถามด้วยสีหน้าที่ดูเคลียดๆ
“โรงเรียน? ใช่สิ! ฉันเพิ่งจะ 17 ปีเอง ”อลิซนึกในใจ
“อลิซพร้อมแล้วค่ะ อยากจะไปโรงเรียนแล้ว”
สาวน้อยทำสีหน้าดีใจ ที่จะได้ไปโรงเรียน จนพ่อกับแม่มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา แต่ทว่าพ่อกับแม่ก็ยังมีสีหน้ากังวล เพราะอลิซก่อนหน้านี้ไม่อยากไปโรงเรียน ทั้งลา ทั้งขาดบ่อยมาก เธอแทบจะไม่มีเพื่อนเลย แถมยังโดนเพื่อนแกล้ง โดนเพื่อนล้อเป็ประจำ กลายเป็คนกลัวการเข้าสังคม จนเป็เหตุทำให้เธอเป็โรคซึมเศร้าและคิดสั้นฆ่าตัวตาย พ่อและแม่กลัวว่าอลิซจะกับไปคิดฆ่าตัวตายอีกครั้ง
“ไม่ต้องห่วงนะคะ อลิซไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว และตอนนี้หนูกลายเป็อลิซคนใหม่ ใครก็แกล้งไม่ได้แน่นอน”
พ่อกับแม่พอได้ฟังก็รู้สึกโล่งอก แล้วทั้งสามก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในครอบครัวนี้