ในค่ำคืนอันเงียบสงัด มืดมิดไร้แสงจันทร์ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกดังๆ อย่างควบคุมไม่ได้ของชายร่างท้วมบนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ใบหน้าของเขาซีดเซียวและอึดอัดเต็มทน มือชื้นเหงื่อสั่นระรัวแต่ร่างกายกลับแข็งเกร็ง ไม่ขยับไปตามที่ใจ้า
ชายปริศนาตรงหน้าเริ่มเดินขยับเข้ามาใกล้ เผยให้เห็นใบหน้าที่ถูกปิดบังด้วยหน้ากาก ..และปืนพกที่เหน็บไว้ตรงสะโพก
“แกเป็ใคร” เสียงแหบพร่าถูกโพล่งออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ชายสวมหน้ากากสาวเท้าเข้ามาใกล้กว่าเดิม
“เฮ้ย กูถามไปไม่ได้ยินเหรอ อย่าเข้ามานะ” ด้วยความตระหนก เขารีบลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ แต่ก็พบกับความเย็นวาบของกระบอกปืนที่ทาบอยู่กับหน้าผากจนต้องทรุดกลับไปนั่งอีกครั้ง
ตาสีน้ำตาลอ่อนภายใต้หน้ากากนั้น ช่างเป็สายตาที่เย็นะเืจนไม่กล้าแม้แต่จะสบประสาน
ไอ้หมอนี่…ไม่ได้มาแค่ขู่กันเล่นๆ แน่
“บอสครับ จำเื่เมื่อแปดปีที่แล้วได้ไหม”
“แปดปี? ม…มึงหมายความว่ายังไง มึงเป็ใคร”
ปืนเลื่อนเข้าไปจ่อที่หัว ใกล้เข้าไปอีก
“สามีภรรยานักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง ที่ผลิตยาอันทรงคุณค่าต่อมนุษยชาติ แต่ยามันดันไปขัดผลประโยชน์บ้าๆ ขององค์กรใหญ่แห่งหนึ่ง”
มือกร้านกำปืนแน่นจนมือสั่น
“จากนั้นพวกมันก็เผาบ้านของกู เผาห้องแลป ชีวิตที่ควรจะได้ดิบได้ดีของครอบครัวกูกลับต้องมาพังเพราะมึงเอามันไปทั้งหมดจนไม่เหลืออะไรเลย” …แม้แต่ชีวิตพ่อแม่ของเขา
“มึงรู้เื่นี้ได้ยังไง นอกจากคู่ผัวเมียนั่นก็ไม่น่า…”
“แล้วถ้าแบบนี้จะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำของมึงได้ดีขึ้นมั้ย”
ชายหนุ่มดึงหน้ากากหนังมนุษย์ออก เผยใบหน้าที่ถูกไฟเผาไปครึ่งซีก
“เฮอะ…มึงนี่เองลูเซียส ไอ้ใบ้เสียสติ” บอสใหญ่นึกยิ้มเยาะอยู่ในใจ แต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่ได้สนใจคนบ้าในองค์กรเท่าไรนัก จนไม่ทันได้เอะใจว่าจะกลายมาเป็หมาลอบกัดกันแบบนี้
น่าเสียดายฝีมือมันจริงๆ อย่างน้อยลูเซียสก็เป็คนบ้าคนนึงที่เขาเคยสนใจ
“ก่อนที่พวกมึงจะฆ่าพ่อแม่…ตอนที่มึงกำลังไล่ล่าพวกท่าน พ่อกูบอกว่าให้กูหนีไป ให้ทำตัวเป็คนบ้าเสียสติจะได้ไม่เป็ที่สนใจของพวกมึง แล้วให้กูไปหาเพื่อนสนิทของท่าน หวังให้กูได้รับตัวตนใหม่ ชื่อใหม่ ได้เริ่มต้นใหม่”
น้ำเสียงลูเซียสเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ภาพต่างๆ ไหลทะลักเข้ามาในหัวเหมือนสายน้ำที่เชี่ยวกราด
ในวันนั้น หลังจากที่พ่อแม่ของเขาได้คิดค้นสูตรยาสำเร็จ ท่านพร่ำเพ้อออกมาตลอดเวลาว่ายาของท่านจะช่วยผู้คนได้มากเท่าใด มันจะดีแค่ไหนที่คนจำนวนมากจะไม่ต้องมาตายแบบท่านย่า ท่านพ่อที่กระตือรือร้นด้วยรอยยิ้ม และท่านแม่ที่คอยส่งยิ้มให้จากเื้ัของท่านพ่อ
วันคืนแบบนั้น ควรจะเป็วันคืนที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง แต่แล้วก็เหมือนกับมีเงาของอสูรกายพาดผ่าน วันคืนที่สงบสุขนั้นก็จบลง ข้าวของในบ้านกระจัดกระจาย ท่านพ่อและท่านแม่ซ่อนตัวอยู่ในห้องทดลองใต้ดิน ในเวลานั้นมีคนจำนวนหลายสิบคนเข้ามาค้นบ้าน และพยายามทำลายประตูห้องใต้ดินเพื่อลงมาทำร้ายพวกเขา
ภาพนั้นยังคงติดตาและหลอกหลอนลูเซียสมาจวบจนถึงปัจจุบัน ท่านพ่อพาเขาไปซ่อนไว้ที่มุมหนึ่งของห้อง บอกให้เขาไม่ต้องขยับไปไหนพร้อมข้อมูลทุกอย่างที่เขาควรรู้ คอยสั่งให้เขาหลับตา อย่าส่งเสียง แต่เขา…เขาไม่ได้ทำตามที่ท่านพ่อบอก เขาลืมตาและเพ่งมองทุกสิ่งอย่างชัดเจน
คนหลายสิบคนกรูลงมา ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในห้องแลป ทุบตีทำร้ายท่านพ่อ และขืนใจท่านแม่อย่างโเี้ ลูเซียสไม่อาจเปล่งเสียงออกไปแม้แต่นิดเดียว สิ่งเดียวที่เขาทำคือ จ้องมอง จ้องมอง และจ้องมอง ในคราสุดท้าย ไอ้หมูเวรนี่ก็เดินลงมาเพื่อเจรจากับพ่อแม่ แต่เหมือนว่ามันจะไม่เป็ผล
บอสใหญ่ขององค์กรจึงจบงานด้วยปืนพก เป่าสมองท่านพ่อและท่านแม่คาพื้นห้องแลป น้ำตาของลูเซียสที่ไหลออกมาเปลี่ยนจากน้ำใสๆ เป็สีเื
ท่านพ่อนอนตายตาไม่หลับ แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
ท่านแม่ตายด้วยร่างที่เปลือยเปล่า สายตาว่างเปล่าเหมือนคนที่ได้สูญเสียทุกอย่างไปแล้ว
จากนั้นพวกมันก็ราดน้ำมัน ห้องที่เคยสะอาดเพราะเป็ห้องแลปที่ปลอดเชื้อถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง ก่อนที่โลกทั้งใบจะเต็มไปด้วยสีแดงฉานอันร้อนระอุ
เพราะเหตุการณ์นั้น ทำให้เขาต้องสูญเสียใบหน้าไปครึ่งซีก
และเพราะเหตุการณ์นั้น ทำให้เขาสูญเสียครอบครัวที่แสนสำคัญไปเช่นกัน
ลูเซียสกลืนน้ำลายรสเฝื่อนลงไปอย่างยากเย็น เปลวเพลิงในวันนั้นยังคงลุกโชนอยู่ในดวงตาของเขา
“สิ่งที่พ่อ้าคงเป็ อยากให้กูได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ…
แต่แม่งจะสงบได้ไง ถ้าคนเหี้ยๆ อย่างมึงยังมีชีวิตอยู่”
ปัง
เสียงปืนเจาะทะลุหัวของบอสใหญ่ร่างท้วม จากอดีตเ้าหน้าที่ฝีมือดีอันดับต้นๆ ขององค์กร
กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วห้อง เก้าอี้ประจำตำแหน่งถูกย้อมไปด้วยเืสีแดง ลูเซียสชื่นชมผลงานตัวเองสักพักก็เหลือบไปเห็นปุ่มกดขอความช่วยเหลือที่ชายร่างท้วมแอบกดไปนับสิบรอบ
“กดให้ตายก็ไม่มีใครช่วยมึงหรอก ไอ้อ้วนไร้ประโยชน์” ว่าพลางถ่มน้ำลายใส่ด้วยความสะใจ
พ่อครับแม่ครับผมทำสำเร็จแล้ว
หลับให้สบายนะครับ
แปะๆๆๆ
เสียงปรบมือดังขึ้นจากข้างหลัง
“ช่างเป็ลูกที่กตัญญูเสียนี่กระไร” เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามา
“ทำไมมาอยู่ที่นี่ โธมัส” ลูเซียสเอ่ยถามขณะมองศพตรงหน้าอยู่ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเสียงอันคุ้นเคยนี้เป็ของใคร มีแค่ไอ้ขี้แพ้ที่มีดีแต่ฝีปากคนนี้แหละ
“ถึงนายจะเก่งที่สุด แต่นายไม่ได้มีอำนาจมากที่สุด ฉันล่ะเบื่อนายมานานแล้ว ถึงนายจะเก็บทำความสะอาดร่องรอยหลักฐานได้แเีเท่าไหร่ แต่นายก็ยังมีลูกมือน้อยเกินไปอยู่ดีนะลูเซียส”
‘โธมัส เรดคอร์ก’ นักฆ่าหมายเลขสองขององค์กร ส่งสัญญาณเรียกคนเื้ักำแพง
เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นนับสิบคู่ดังขึ้น ปรากฎให้เห็นกลุ่มชายในชุดเครื่องแบบล้อมรอบเขา มีแค่เพียงชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งที่ก้าวออกมายืนเคียงข้างไอ้โธมัสขี้แพ้นั่น
นั่นมัน…คู่หู?
“เรนเฟรด นายหักหลังฉัน” เสียงของลูเซียสแข็งกร้าว ความโกรธแค้นพวยพุ่งออกมาจนอยากจะฆ่าคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด
“ขอโทษด้วยนะคู่หูคนเก่า พอดีว่าคู่หูคนใหม่ ‘คุณเรดคอร์ก’ ของฉันบอกจะให้ฉันได้มากกว่าว่ะ” เรนเฟรดว่าพลางตบบ่าคู่หูคนใหม่ของเขาอย่างสนิทสนม
“เพราะว่านายมันขี้งกไงลูเซียส เพราะว่านายได้ส่วนแบ่งเยอะกว่าฉันในทุกๆ งาน ทั้งๆ ที่ความสามารถของฉันไม่ได้ด้อยไปกว่านายเท่าไรเลย”
“เงินก็แบ่งตามความเสี่ยงของงานไม่ใช่หรอ มึงพ่นอะไรออกมา เวรเอ้ย” ลูเซียมสบถ พร้อมเล็งปืนไปหาคู่หูที่เคยไว้ใจ น้ำตาแห่งความเคียดแค้นไหลรินลงอาบแก้มทั้งสองข้าง
“กล้ามากนะที่เล็งปืนมาหาฉันแบบนี้” เรนเฟรดกล่าวพลางสอดส่องสายตาไปรอบๆ ห้อง “ทั้งๆ ที่ทุกคนในห้องนี้จะยิงนายทิ้งตอนไหนก็ได้ด้วยซ้ำ”
ลูเซียสขบเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น ถึงเขาจะเตรียมใจรับสถานการณ์แบบนี้ไว้บ้างแล้ว แต่ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเท่าไร จึงเริ่มจากมองสถานการณ์รอบๆ คาดว่ามีคนล้อมอยู่ราวยี่สิบคน แทบไม่มีทางหนีเลย เพียงแต่ว่า
ปัง ปัง
เปิดก่อนได้เปรียบ ลูเซียสเล็งปืนฆ่าไป 2 คนในจุดที่มีการป้องกันต่ำที่สุด ก่อนที่จะออกวิ่ง
เขาพยายาม หลบหลีก วิ่ง และยิงสวน ทำเช่นนั้นจนะุในมือหมดลง
เขาเปรียบเสมือนปีศาจในร่างมนุษย์ เพียงไม่กี่นาทีก็ฆ่าไปกว่าสิบคนแล้ว
แต่คนเดียวจะสู้คนกว่ายี่สิบได้อย่างไร ร่างกายของลูเซียสเริ่มเหนื่อยล้าเต็มที
ปัง
เหมือนโลกเบื้องหน้าหมุนช้าลง ใบหน้ากับพื้นค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากัน
ปัก
ลูเซียสล้มหน้าคะมำอยู่กับพื้น เขากวาดสายตาตรวจสอบร่างกายตนเองก็พบรอยถูกะุเจาะที่ขา และลูกดอกอาบยาพิษที่ปักอยู่บนแขนของเขา
ก่อนที่เขาจะหยิบลูกดอกออก ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู “ไอ้เหี้ยนี่ มึงแสบมากนะ” โธมัสกุมแผลที่ศีรษะค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด มันเล็งปืนยิงใส่ลูเซียสไม่ยั้ง
“ยืนเซ่อทำเหี้ยอะไร ยิงแม่งเลยดิ้” ะุนับสิบนัดกระหน่ำยิงไปยังร่างของลูเซียสที่เหนื่อยล้า
เขาพยายามใช้แขนกันบริเวณศีรษะและหัวใจ แต่นั่นไม่ใช่เพียงแค่ก้อนหิน มันคือะุปืน
เือุ่นร้อนที่กักเก็บอยู่ในร่างของลูเซียสพุ่งทะลักจนเอ่อนองที่พื้น
“หยุดก่อน ดูดิ้ แม่งมีอะไรจะสั่งเสียไหม” โธมัสเดินไปเตะชายที่นอนงอเหมือนกุ้งอยู่ จนต้องพลิกหงายตัวขึ้น
ภาพในตาลูเซียสเริ่มพร่ามัว ตัวเขาที่ทำได้เพียงหายใจโรยรินกลอกตาขึ้นไปข้างบน
โธมัส…ไอ้สวะนั่น เหมือนว่าจะคุยกับเขาอยู่ แต่เพราะเขาไม่ตอบมันก็เริ่มด่าอย่างเกรี้ยวกราด จะให้ตอบได้ไง ได้ยินยังไม่ได้ยินอะไรเลย ด่ามาก็ไม่ได้ยินหรอก หูมันวิ้งไปหมดแล้ว
ภาพในสายตาพร่าๆ ของเขาสั่นไปมานิดๆ
แสดงว่าโดนเตะอยู่สินะ?
ถ้างั้น…ก็ขอใช้แรงเฮือกสุดท้าย ยกมือขวาขึ้นมา ชูนิ้วกลางให้ แล้วแสยะยิ้ม
ก่อนที่ภาพจะตัดไปด้วยส้นตีนของโธมัสที่กระทืบมาบนหน้าเขา