ตอนที่ 20
“อ้าวคุณอีเกิ้ลอาย !!!” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นว่าคนที่มีตัดสินใจเรื่องราคาของเจ้าไซครอปตัวนี้เป็นรองประธานสมาคมฮีโร่สาขานิวยอร์คแห่งนี้
“เป็นคุณอย่างนั้นเหรอคุณพ่อบ้าน ที่จัดการเจ้าไซครอปตัวนี้ได้ แต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนนี้คุณยัง................” อีเกิ้ลอายพูดขึ้นมาอย่างตกตะลึงก่อนจะรีบตรวจสอบสถานะของสตีฟและต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นเลเวลของสตีฟตอนนี้
“ละ ละ เลเวลแปดสิบห้า ระดับ A เป็นไปได้ไงกันเขาพึ่งฝึกเสร็จเมื่อประมาณสิบกวันก่อนเองนี่” อีเกิ้ลอายพูดออกมาอย่างตกใจ
“เฮ่ !! คุณอีเกิ้ลอายครับตกลงเจ้าไซครอปนี่ประเมินได้เท่าไหร่ครับ” สตีฟอยากรู้ราคาซากศพของเจ้าตัวนี้ใจจะขาด
“เอ่อ..ถ้าอย่างนั้นผมขอดูสภาพของมันก่อนนะครับ” อีเกิ้ลอายปรับอารมณ์และสีหน้าให้เป็นมืออาชีพก่อนจะเริ่มตรวจดูศพของไซครอป ส่วนเรื่องของสตีฟเขาคิดว่าเอาไว้ถามหลังจากจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จก่อนก็ได้
“อืม..จากสภาพศพสมบูรณ์มากครับ มีเสียหายที่ดวงตาซึ่งดันเป็นส่วนสำคัญที่สุดซะด้วยเพราะกระจกตาของมันสามารถนำไปวิจัยเพื่อสร้างอาวุธได้” อีเกิ้ลอายพูดหลังจากตรวจดูแล้ว
“ว้ารู้งี้ไม่ซัดเข้าที่ตาก็ดี” สตีฟพูดออกมาอย่างเสียดาย
“ครับถ้าดวงตายังสภาพสมบูรณ์อยู่ผมว่าอย่างน้อยๆไซครอปตัวนี้ก็ได้เจ็ดถึงแปดล้านเหรียญ” อีเกิ้ลอายพูด
“เจ็ดถึงแปดล้าน !!!!!!!!!!!!!” สตีฟอุทานออกมาเสียงดังนี่เขาทำอะไรไปเนี่ย
“ครับราคามันอยู่ที่ประมาณนั้นเพราะไซครอปตัวนี้จัดการค่อนข้างยากต้องใช้ฮีโร่ระดับ A เลเวลประมาณผมอย่างน้อยๆก็สิบคนในการจัดการมัน แต่คุณจัดการมันได้คนเดียวแถมจากที่ผมเห็นเป็นจากการโจมตีครั้งเดียวด้วยทำได้ยังไงครับเนี่ย” อีเกิ้ลอายยิ่งคิดว่าสตีฟจัดการมันได้ยังไงเขาก็ยิ่งอยากรู้เพราะเดือนก่อนสตีฟยังเลเวลหนึ่งอยู่เลย
“แล้วอย่างนี้ราคาเจ้าไซครอปนี่จะเหลือเท่าไหร่ครับ” สตีฟถามอย่างปวดใจ
“ประมาณห้าล้านครับ เพราะร่างกายมันสมบูรณ์มาก” อีเกิ้ลอายพูด
“ฟู่ว !! อย่างน้อยก็ห้าล้านครั้งหน้าสงสัยเจอตัวแบบนี้จะต้องดูให้ดีก่อนจัดการมันซะแล้ว” สตีฟถอนหายใจออกมาถึงแม้เขาจะเสียเงินไปสองถึงสามล้านแต่ก็ถือว่ายังดีกว่าไม่ได้ ถือว่าเงินตรงนั้นเป็นค่าโง่สำหรับเขาไปก็แล้วกัน
จากนั้นอีเกิ้ลอายก็รีบให้พนักงานของเขาจัดการเรื่องเงินให้เรียบร้อย หลังจากยอดเงินถูกโอนเข้าบัญชีสตีฟก็รีบตรวจสอบทันที
หน้าต่างเงินคงเหลือ : 18,514,810 เหรียญ (ดอลล่า)
“วู้วสิบแปดล้านแล้วแบบนี้มีหวังปลดหนี้ได้ก่อนซาร่าจะกลับมาแน่ๆ สุดยอดอาชีพฮีโร่นี่หาเงินง่ายชะมัด” สตีฟอุทานออกมาอย่างดีใจหลังจากเห็นยอดเงินในบัญชีตัวเอง (ยอดเงินตรงนี้ผมก็ประมาณเอานะครับขี้เกียจไปนั่งอ่านและรวมตั้งแต่ตอนแรก แต่ผมคิดว่าน่าจะประมาณนี้แหละนะ)
“เอาล่ะถ้างั้นกลับไปนอนที่คอนโดแล้วพรุ่งนี้หาภารกิจลุยต่อดีกว่า อ๊ะหรือจะกลับไปที่บรูคลินดี” สตีฟพูดออกมาก่อนจะเดินออกจากชั้นนี้ไปตอนนั้นเองอีเกิ้ลอายก็เรียกเขาซะก่อน
“คุณพ่อบ้านครับ เดี๋ยวครับ !!!” อีเกิ้ลอายรีบวิ่งมาหาสตีฟทันที
“หือคุณอีเกิ้ลอายมีอะไรเหรอครับ” สตีฟถาม
“คือคุณพอจะมีเวลาสักครู่มั้ยครับขอเชิญที่ห้องผมหน่อยนะครับผมมีเรื่องจะสอบถามหน่อยถ้าไม่เป็นการรบกวนเวลาเกินไป” อีเกิ้ลอายพูด
“อืม..ได้สิครับผมก็แค่จะกลับบ้านอาบน้ำอาบท่าและพักผ่อนเพราะออกไปลุยภารกิจมาตั้งสองวันแถมวันนี้ยังเปื้อนน้ำเมือกจากดวงตาเจ้าไซครอปด้วยมันเหม็นคาวมากเลยล่ะ” สตีฟพูด
“ครับถ้าอย่างนั้นเชิญที่ห้องผมที่ชั้นบนเลยครับ” อีเกิ้ลอายรีบเชิญสตีฟไปที่ห้องทำงานของเขา
ห้องทำงานชั้นบน
“เอาล่ะครับคุณอีเกิ้ลอายมีอะไรจะถามผมว่ามาเลยครับถ้าสะดวกผมจะตอบให้” สตีฟพูด
“คือผมอยากถามวิธีการเก็บเลเวลของคุณพ่อบ้านน่ะครับ” อีเกิ้ลอายถาม
“หือก็ไม่มีอะไรนี่ครับก็แค่ฆ่าสัตว์กลายพันธ์ไปเรื่อยๆ” สตีฟตอบกลับง่ายๆ
“เรื่อยๆเหรอครับคุณฆ่าไปกี่ตัวกัน ตอนนี้คุณเลเวลแปดสิบห้านะครับ” อีเกิ้ลอายพูด
“ผมเหรอครับประมาณสองร้อยตัวได้มั้งครับ แต่เลเวลของผมตอนนี้มันแปลกเหรอครับ” สตีฟถาม
“โคตรแปลกเลยครับคุณสตีฟ คุณฆ่าสัตว์กลายพันธ์ไปแค่สองร้อยตัวแต่เลเวลคุณแปดสิบห้าแล้ว คุณรู้หรือเปล่าครับผมฆ่ามันไปกี่ตัวถึงจะเลเวลเก้าสิบสองแบบนี้” อีเกิ้ลอายถาม
“กี่ตัวครับ” สตีฟถาม
“ตลอดสิบปีตั้งแต่ผมเป็นฮีโร่มาผมจัดการพวกมันไปมากกว่าแสนตัวแล้วครับ” อีเกิ้ลอายพูด
“แสนตัว !!!” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจ
“ใช่ครับแสนตัว” อีเกิ้ลอายพยักหน้า
“โหอย่างนี้คุณอีเกิ้ลอายก็โคตรรวยเลยดิครับ ศพสัตว์กลายพันธ์แต่ละตัวขายได้ตั้งหลายตัง” สตีฟพูดอย่างอิจฉา
“นั่นมันใช่ประเด็นที่ไหนกันล่ะครับโธ่ ประเด็นคือจำนวนต่างหากล่ะครับ” อีเกิ้ลอายอดพูดออกมาอย่างเหนื่อยใจไม่ได้ที่สตีฟตกใจเรื่องเงินที่เขาได้มากกว่าจำนวนที่ฆ่าไป
“จำนวนงั้นเหรอ” สตีฟพยักหน้านั่นสินะ จำนวนก็เยอะจริงๆนี่เขาต้องฆ่าวันละกี่ตัวกันตลอดสิบปีที่ผ่านมา เวลาสิบปีนี่สามพันกว่าวันเองนะ แสดงว่าหารเฉลี่ยแล้วต่อวันเขาฆ่าประมาณสามสิบตัวเลยทีเดียว
“ว่าแต่คุณพ่อบ้านครับผมมีเรื่องอยากจะขอร้อง” อีเกิ้ลอายพูด
“ขอร้องงั้นเหรอครับ” สตีฟสงสัยว่าเรื่องอะไร
“ใช่ครับถ้าไม่เป็นการละลาบละล้วงผมอยากจะขอร้องขอดูสเตตัสและสกิลของคุณจะได้มั้ยครับ” อีเกิ้ลอายพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง
“เอ๋ นั่นมันผิดกฎของสมาคมฮีโร่ข้อที่แปดนี่ครับ” สตีฟพูดออกมาเขายังจำกฎข้อนี้ได้อยู่นั่นก็คือห้ามขอหรือให้ดูค่าสถานะของตัวเองแก่ฮีโร่คนอื่นเป็นอันขาดเพราะอาจจะถูกนำข้อมูลนี้ไปใช้งานเป็นจุดอ่อนได้ เพราะฮีโร่เองก็ไม่ได้มีแต่คนดี มันยังมีพวกที่ไม่ดีอยู่ด้วยซึ่งพวกนี้ เหล่าฮีโร่จะเรียกว่าพวกวายร้าย ซึ่งสตีฟยังไม่เคยพบ
“ครับนั่นก็ใช่กฎข้อนี้นั้นถูกสร้างมาเพื่อป้องกันเหล่าวายร้ายเอาขอมูลต่างๆของเราไปใช้โจมตีหรือวางแผนจัดการเหล่าฮีโร่ แต่ผมขอร้องล่ะครับคุณพ่อบ้านช่วยบอกด้วยเถอะครับ เพราะถ้าผมสามารถรู้วิธีเก็บเลเวลของคุณได้ ผมจะสามารถสร้างฮีโร่เก่งๆได้อีกจำนวนมากเลยนะครับ” อีเกิ้ลอายขอร้อง
“แต่ว่า....” สตีฟเริ่มลังเล
“ถ้าอย่างนั้นผมมีนี่ให้ด้วยเป็นค่าบอกความลับของคุณเป็นไงครับ นี่เป็นสมบัติที่มีค่ามากที่สุดของผมในชีวิตเลยนะครับ” อีเกิ้ลอายพูดก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินของตัวเองออกมาและดึงบางอย่างออกมาจากในนั้น ซึ่งกระเป๋าเงินของอีเกิ้ลอายนั้นเป็นกระเป๋ามิตินั่นเอง
“นี่มันอะไรครับ ลูกบาศก์ ???” สตีฟถามหลังจากอีเกิ้ลอายหยิบของบางอย่างซึ่งมีรูปร่างคล้ายลูกบาศก์ออกมาวางบนโต๊ะ
“ลองตรวจสอบดูสิครับ” อีเกิ้ลอายพูดสตีฟได้ยินดังนั้นก็รีบตรวจสอบทันที
หน้าต่างลูกบาศก์มิติ ระดับ SSเมื่อใช้รวมเข้ากับกระเป๋ามิติสามารถขยายช่องว่างมิติออกไปได้อีกสิบเท่า
“นี่มัน !!!” สตีฟอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ครับมันหายากมากในชีวิตผมเคยได้มันมาแค่สองลูกเท่านั้นลูกแรกผมใช้กับกระเป๋าตัวเองไปแล้ว ถ้าคุณพ่อบ้านอณุญาติให้ผมดูสถานะของคุณทั้งหมดลูกบาศก์ลูกนี้จะเป็นของคุณทันทีภายในห้านาทีนี้ อ๊ะเดี๋ยวก่อนถ้ายังไม่พอผมขอมอบเงินจำนวนสิบล้านให้คุณเป็นของแถมหากคุณตัดสินใจภายในสองนาที !!!” อีเกิ้ลอายพูดออกมาอย่างคล่องแคล่ว
“อย่างกับพวกเซลล์ขายของตามโทรทัศน์สมัยก่อนเลยนะครับ” สตีฟหัวเราะแห้งๆ
“งานเก่าผมน่ะครับ ฮ่ะๆ” อีเกิ้ลอายหัวเราะออกมา
สตีฟช่างใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจได้
“ก็ได้ครับ ผมตกลง แต่โอนเงินมาก่อนนะครับ” สตีฟพูดก่อนจะทวงเงินทันที
“ดูเหมือนคุณพ่อบ้านจะมีปัญหาเรื่องเงินนะครับสนใจกู้ผมได้นะครับดอกร้อยละแปดสิบ” อีเกิ้ลอายพูด
“ดอกโหดโคตร !!!” สตีฟอุทานออกมา
“งานเก่าผมดอกโหดกว่านี้อีกครับ” อีเกิ้ลอายพูดยิ้มๆด้วยน้ำเสียงเหมือนจะพูดเล่นแต่สตีฟสังเกตเห็นว่าดวงตาของเขาไม่ได้พูดเล่นสักนิด นี่อาชีพเก่าของอีเกิ้ลอายเป็นคนปล่อยเงินกู้ด้วยงั้นเหรอเนี่ย จากนั้นไม่ถึงสิบวิก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบว่ามีเงินเข้าบัญชีสตีฟถึงสิบล้านเหรียญ
“เงินเข้าแล้วใช่มั้ยครับคุณพ่อบ้าน” อีเกิ้ลอายถาม
“ครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะเปิดหน้าต่างสถานะออกมาทั้งหมดและตั้งให้คนอื่นสามารถดูได้ก่อนจะผลักมันไปหาอีเกิ้ลอาย
หน้าต่าง ชื่อ : สตีฟ แมคดูวัลล์ Level : 85อาชีพ : สุดยอดพ่อบ้าน (ฮีโร่)อายุ : 29 ฉายา : คุณพ่อบ้านRank : Aสกิลพิเศษทำอาหาร Lv.100 Maxทำความสะอาด Lv.100 Maxเจรจาต่อรอง Lv.100 Maxเย็บปักถักร้อย Lv.100 Maxค่าประสบการณ์ x 10 Maxสถานะความแข็งแกร่ง 195ความเร็ว 187พลังกาย 163ความฉลาด 44โชค 18
“นี่มันห้าสกิล !!! บ้าไปแล้วตามบันทึกผู้ได้รับสกิลมากสุดก็แค่สามสกิลเท่านั้น แถวสกิลค่าประสบการณ์คูณสิบนั่นมันอะไรกัน สกิลยูนีคที่มีได้แค่สกิลเดียวในโลกงั้นเหรอบ้าน่า ทั่วทั้งโลกมีคนที่มีสกิลยูนีคไม่ถึง ห้าร้อยคนเลยนะแล้วไหนจะค่าสถานะที่เกินระดับ S นั่นอีกอะไรกัน” อีเกิ้ลอายอุทานออกมาอย่างตกใจก่อนจะเงยหน้ามองสตีฟก่อนจะเห็นว่าลูกบาศก์มิติหายไปแล้ว
“เป็นไงบ้างครับ” สตีฟถาม
“สุดยอดไปเลยครับที่ค่าสถานะและเลเวลของคุณมากขนาดนี้เป็นเพราะเจ้าสกิลยูนีคนี่เองน่าเสียดายแบบนี้ผมก็ไม่สามารถนำมันไปใช้กับคนอื่นได้สิครับเนี่ย เพราะสกิลยูนีคนั้น จะมีได้แค่หนึ่งเท่านั้นไม่สามารถมีซ้ำได้ อ๊ะว่าแต่ลูกบาศก์มิติไปไหนแล้วครับหรือว่าเก็บไปแล้ว” อีเกิ้ลอายถาม
“อ๋อผมใช้ไปแล้วครับ ผมรวมมันเข้ากับกระเป๋ามิติใบโปรดลายหมีของผมนี่ไงครับ” สตีฟยกกระเป๋ามิติลายลูกหมีของเขาขึ้นมาโชว์ให้ดูก่อนจะฉีกยิ้มโชว์ฟันขาว
“ใช้ไปแล้ว !! ผมนึกว่าคุณจะเอาไปขายเอาเงินเสียอีก นั่นน่ะราคาสามร้อยล้านเลยนะครับ !!!” อีเกิ้ลอายอุทานออกมาสตีฟได้ยินดังนั้นก็ตะโกนออกมาอย่างเสียงดัง
“สามร้อยล้าน !!!!!!!!!!!!!!!” สตีฟตะโกนออกมาลั่นห้องพลางลุกขึ้นพรวดอย่างตกใจก่อนจะรู้สึกเวียนหัวจนหน้ามืดล้มลงทันที ก่อนที่สติของสตีฟจะหมดไปเขาได้ยินเสียงอีเกิ้ลอายเรียกเขาแว่วๆ พร้อมกับเห็นอีเกิ้ลอายทำสีหน้าตกใจ
“เฮ่ !! คุณพ่อบ้าน !! คุณพ่อบ้าน !!” อีเกิ้ลอายตะโกนเรียกชื่อสตีฟอย่างตกใจหลังจากเห็นเขาลุกขึ้นพรวดพราดและล้มลงหมดสติไป
“เฮ้อสงสัยคงพักผ่อนน้อยเห็นว่าออกไปล่าสัตว์กลายพันธ์มาตั้งสองวัน” อีเกิ้ลอายถอนหายใจออกมาหลังจากตรวจดูอาการเบื้องต้นของสตีฟแล้วเห็นว่าแค่หมดสติไปเท่านั้น
“แต่ว่าค่าสถานะแบบนี้ยอดไปเลยนะ เท่านี้มนุษย์ชาติก็มีความหวังแล้ว” อีเกิ้ลอายยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มเขียนรายงานเพื่อรายงานเรื่องของสตีฟขึ้นสู่เบื้องบน ซึ่งเนื้อหาของมันถูกเขียนใส่กระดาษเพื่อป้องกันการแฮคข้อมูล ถึงแม้จะเป็นวิธีที่ยุ่งยากและล้าสมัยไปหน่อยแต่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดเช่นกัน
“คงต้องหาวันหยุดและแวะไปที่วอชิงตันแล้วแฮะ เพื่อไปที่ทำเนียบขาวนั่น” อีเกิ้ลอายพูดพลางคิดจะใช้วันหยุดเพื่อไปที่นั่นแทนที่จะใช้วันลาเพราะถ้าทำแบบนั้นมันอาจจะน่าสงสัยเกินไปจนพวกเหล่าวายร้ายรู้ทันว่าเขากำลังจะเคลื่อนไหว
ส่วนเรื่องทำไมไม่ใช้โทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ตอะไรพวกนั้น นั่นก็เป็นเพราะมันถูกแฮคได้ง่าย แถมการใช้อินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียมต่างๆในที่ไกลๆนั้นระบบมันล่มไปแล้วเพราะเสาสัญญาณต่างๆถูกสัตว์กลายพันธ์ทำลายไปหมดแล้ว แถมดาวเทียมนอกโลกเองก็ไม่รอด มีสัตว์กลายพันธ์บางชนิดพัฒนาการจนบินออกไปนอกโลกได้แล้วเช่นกัน
และระบบอินเตอร์เน็ตหรือโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ก็ผ่านเครือข่ายภายในที่ตั้งเสาและกระจายสัญญาณออกไป ซึ่งระยะมันก็ครอบคลุมใกล้ๆแค่ในเมืองหรือในเขตที่ตั้งเสาเท่านั้น
จบ...
ปล.ฝากรีวิวนิยายเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับ รีวิวกันเยอะๆนิยายจะได้ขึ้นไปอยู่ด้านบนๆเวลาค้นหาครับผม ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านล่วงหน้าครับ