"ข้าขอร้องแหละโปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด ข้าไม่เคยสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้พวกเ้าเลยแม้แต่น้อย" ถ้อยคำวิงวอนร้องขอชีวิตจากสตรีรูปงามผู้อ่อนแอหาได้เปลี่ยนใจพวกโจรใจบาปที่หมายเอาชีวิตของนางไม่
"ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้หรอกแม่นางข้ารับงานมาแล้วข้าต้องทำให้สำเร็จเท่านั้น" ชายชุดดำที่ปกปิดใบหน้าเหลือเพียงลูกตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมฟังดูไร้ความเมตตา สิ้นเสียงพูดดาบที่อยู่ในมือก็ตรงดิ่งเข้าหน้าท้องของนางรวดเร็วพร้อมกดซ้ำเข้าไปอย่างไร้ความปรานีจนกระทั่งร่างของนางแน่นิ่งไป
"จับโยนลงหน้าผาไปเลย ดูสินางยังจะรอดชีวิตได้อีกหรือไม่" หัวหน้าโจรชักดาบออกมาก่อนเช็ดทำความสะอาดแล้วเก็บกลับเข้าฝักไว้ดังเดิมก่อนหันไปสั่งลูกน้องที่กำลังมองดูร่างที่นอนแน่นิ่งไร้ความรู้สึกจากนั้นก็ลากร่างอันไร้ิญญานั้นมาริมหน้าผาแล้วผลักลงสู่ก้นเหวอย่างเืเย็นก่อนที่ทั้งสองจะหันหลังให้แล้วเดินจากไป
..........
ท่ามกลางธรรมชาติที่เขียวชอุ่มและสวยงามในหน้าฝน ชมภูนุช เลือกที่จะหนีมานอนอยู่บนเปลอย่างสบายใจอยู่ในป่าที่เธอคุ้นเคยมาั้แ่เกิด เธอมักแอบหนีแม่เข้ามาหลบอยู่ในป่าแห่งนี้บ่อยๆ เพราะเบื่อหน่ายกับโลกภายนอกที่วุ่นวายถึงแม้ผู้เป็แม่จะคอยเตือนและห้ามไม่ให้เข้ามาเพียงลำพังเพราะกลัวเกิดอันตรายแต่เธอกลับไม่ฟังเลยสักนิด ในบางครั้งเธอก็นึกอยากปลีกวิเวกเข้ามาปลูกบ้านอยู่ในป่าเพียงลำพังเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากภายนอกผู้คนที่คอยแต่จะเอาเปรียบกันแต่อีกใจก็นึกเป็ห่วงแม่ที่จะต้องอยู่คนเดียว การที่ได้อยู่คนเดียวมันทำให้เธอรู้สึกดีถึงแม้ว่าในชีวิตจริงจะทำอย่างนั้นไม่ได้ก็ตาม
เมื่อได้ที่ผูกเปลนอนอย่างเงียบสงบชมภูนุชก็ได้หยิบเอาหนังสือนิยายที่นำมาด้วยขึ้นเปิดอ่าน เธอเพิ่งซื้อมาใหม่ลมเย็นๆ พัดโชยมาชวนให้เธอเคลิ้มและเผลอหลับไปในที่สุดกว่าจะรู้สึกตัวเวลาก็ล่วงเลยมาถึงใกล้ค่ำเธอจึงได้รีบเก็บเปลใส่ตะกร้าหน้าจักรยานเพื่อกลับบ้าน เย็นป่านนี้แม่เธอคงเป็ห่วงมากแล้วเธอค่อยๆ ปั่นจักรยานคู่ใจไปตามทางพร้อมกับคิดอะไรเรื่อยเปื่อย