คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 19
เมื่อมู่หยางได้เห็นท่าทางที่บ่งบอกถึงความมั่นใจของอีกฝ่าย มู่หยางก็หันไปพยักหน้าให้กับเพื่อนทั้งสองคนของเขา เพื่อเข้าไปตรวจค้นตะกร้าของอีกฝ่ายในทันที ซึ่งแน่นอนว่าการตรวจค้นในครั้งนี้ มีชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็หยุดมองด้วยความสนใจ ซึ่งแน่นอนว่ามู่หยางไม่ได้ให้ความสนใจกับชาวบ้านเ่าั้แม้แต่นิดเดียว
“ในเมื่อสหายกล้าที่จะให้พวกเราตรวจค้นตะกร้าใบนั้น ถ้าเช่นนั้นพวกเราทั้งสามคนคงจะต้องขอรื้อค้นตะกร้าของสหายแล้วละ”
“เชิญเลยค่ะ ฉันไม่มีสิ่งใดปิดบังพวกคุณอยู่แล้วค่ะ” เมิ่งจือหลันก้าวถอยหลังออกมาเล็กน้อย เพื่อให้ทหารแดงตรงหน้าได้ทำการตรวจสอบตะกร้าของเธอได้อย่างสะดวก
จินอู๋เฉินเดินเข้าไปหาตะกร้าของเมิ่งจือหลันในทันที ก่อนที่เขาจะหยิบเอาข้าวของต่างๆ ที่อยู่ภายในตะกร้าออกมาวางเอาไว้บนพื้น ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของเขาไม่ได้นุ่มนวลสักเท่าไหร่ ดังนั้นอาหารบางอย่างจึงตกหล่นไปบนพื้นตรงหน้านั้นเอง
เมิ่งจือหลันมองการกระทำของทหารแดงตรงหน้าด้วยแววตาราบเรียบ ถึงแม้ว่าใบหน้าของเธอจะไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใดๆ แต่เธอรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของทหารแดงตรงหน้า เพราะอาหารที่เธอ้านำมาให้กับคุณตาคุณยายของเธอ บัดนี้มีบางส่วนที่ไม่สามารถนำไปทานได้อีก
นอกจากนี้เมิ่งจือหลันก็ยังรู้สึกไม่พอใจกับหญิงสาวทั้งสามคนอีกด้วย ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยยื่นมือเข้าไปกลั่นแกล้งอีกฝ่าย แต่ผู้หญิงทั้งสามคนนี้ก็ยังไม่คงเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเธอไม่ยอมเลิกรา ดังนั้นในครั้งนี้เมิ่งจือหลันก็ไม่คิดที่จะใส่ใจอีกฝ่ายเช่นเดียว เธอจะไม่ยอมเสียเปรียบอีกต่อไป
ในเมื่ออีกฝ่ายกล้ารายงานทหารแดงแบบนี้ ก็ต้องกล้าที่จะยอมรับในผลการกระทำของพวกเธอเช่นเดียวกัน
หลังจากที่ทหารแดงทั้งสามคนตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายในตะกร้าแล้วนั้น พวกเขาก็ไม่พบสิ่งใดที่ผิดปกติ เพราะว่าสิ่งของเหล่านี้เป็เพียงอาหารเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ซึ่งเมื่อพวกเขาตรวจสอบดูแล้วก็ไม่น่าจะใช้อาหารที่อีกฝ่ายซื้อมาจากตลาดมืดอย่างแน่นอน เพราะว่าอาหารเหล่านี้ชาวบ้านในตำบลต่างก็กินกัน
“พวกเราตรวจสอบตะกร้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่มีสิ่งผิดปกติใดใดเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราคงต้องขอให้สหายเมิ่งนำถุงเงินออกมาให้พวกเราตรวจสอบดูด้วย”
เมิ่งจือหลันหยิบถุงใส่เงินที่เธอพกติดตัวออกมา แล้วยืนมันให้กับทหารแดงคนหนึ่งอย่างไม่อิดออดแต่อย่างใด เพราะว่าเงินที่เธอได้มาจากการซื้อขายในตลาดมืดนั้น ตอนนี้ได้ไปนอนอยู่ในระบบสตรีมเป็ที่เรียบร้อย ดังนั้นในถุงเงินที่เธอยืนมันออกไปให้ทหารแดงเ่าั้ ก็มีเพียงเงินไม่กี่หยวนที่พ่อและแม่ของเธอมอบให้เธอติดตัวเอาไว้
ซึ่งแน่นอนว่าเงินเ่าั้มีเพียงแค่ไม่กี่สิบหยวน
มู่หยางหยิบเงินที่อยู่ภายในถุงเงินออกมา ซึ่งเมื่อเขาได้เห็นยอดเงินที่อยู่บนฝ่ามือของเขานั้น มู่หยางก็ยืนมันให้เพื่อนร่วมงานทั้งสองคนของเขาได้ตรวจนับเช่นเดียวกัน หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้ยืนถุงเงินกลับไปให้หญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง
“สหายเมิ่งมีเงินเพียงยี่สิบห้าหยวนเท่านั้น ซึ่งแน่นอนด้วยเงินจำนวนเท่านั้นเป็เื่ปกติของคนในตำบลแห่งนี้”
มู่หยางหันไปมองหญิงสาวทั้งสามคน ที่ดูเหมือนว่า้าให้พวกเขาจับกุมตัวสหายเมิ่งจือหลันอีกครั้ง
“ไม่ทราบว่าสหายถานได้เห็นสหายเมิ่งเดินออกตลาดมืดจริงหรือไม่” มู่หยางหันไปคาดคั้นกับถานลู่เฟยอีกครั้ง “สหายถานรู้หรือไม่ว่าการรายงานสิ่งที่ไม่เป็ความจริงจะเกิดอะไรขึ้น”
“ฉะ...ฉันเห็นจริงๆ นะคะ เธอเดินมาจากทิศทางที่ตลาดมืดตั้งอยู่” ถานลู่เฟยรู้สึกร้อนใจขึ้นมามากกว่าเดิม เพราะเธอไม่คิดว่าภายในตะกร้าของเมิ่งจือหลันจะไม่มีข้าวของอื่นๆ นอกจากนี้ในถุงเงินของอีกฝ่ายก็มีเงินเพียงไม่กี่สิบหยวนเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกอิจฉาที่อีกฝ่ายมีเงินมากถึงขนาดนั้น เพราะสำหรับเธอแล้วด้วยยอดเงินเท่านั้น คงจะทำให้เธอสามารถซื้อข้าวของที่้าได้หลายอย่างเลยทีเดียว
“ถ้าอย่างนั้นแล้วเพราะอะไรพวกเราถึงได้ตรวจอะไรไม่พบเลยละ” เจิ้งอี้หรงรู้สึกโมโหผู้หญิงตรงหน้า เพราะว่าเธอทำให้เขาเสียเวลาเป็อย่างมาก
“สหายทั้งสามคนรู้หรือไม่ ว่าการรายงานสิ่งที่ไม่เป็ความจริงแบบนี้ สหายทั้งสามคนจะต้องถูกจับกุมตัวไปปรับทัศนคติ เพื่อที่ชาวบ้านคนอื่นๆ จะได้ไม่เอาเป็เยี่ยงอย่าง”
มู่หยางกวาดสายตามองไปที่หญิงสาวทั้งสามคนด้วยแววตาราบเรียบ ก่อนที่เขาจะหันไปหาเพื่อนร่วมงานทั้งสองคนของเขาอีกครั้ง แล้วเดินตรงไปยังหญิงสาวทั้งสามคนที่กำลังยืนนิ่งด้วยความหวาดกลัว
“เธออาจจะโยนมันทิ้งไปก่อนหน้าก็ได้นะคะ” หวังซูอี้พยายามหาเหตุผลต่างๆ นานาเพื่อให้ทหารแดงเ่าั้จับกุมตัวเมิ่งจือหลันแทนที่จะเป็พวกเธอ
“ฉันเข้าใจนะว่าพวกเธอเกลียดชังฉัน ไม่ว่าฉันจะพยายามทำตัวไม่สนใจเธอแค่ไหน แต่พวกเธอก็ยังพยายามหาเื่ฉันมาโดยตลอด แต่ฉันไม่คิดเลยว่าครั้งนี้พวกเธอจะเล่นงานฉันหนักถึงขนาดนี้” เมิ่งจือหลันจ้องมองไปที่กัวซือเยว่ ถานลู่เฟยและหวังซูอี้ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของเธอต่างก็ทำให้ชาวบ้านรู้สึกสงสารและรู้สึกไม่พอใจกับผู้หญิงทั้งสามคนนั้น
“ปกติพวกเธอก็มักจะหาเื่เล่นงานฉันมาโดยตลอด แต่พวกเธอกล้าไปรายงานทหารแดงในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำได้ยังไงกัน พวกเธอไม่คิดเหรอว่าการกระทำของพวกเธอจะทำให้หมู่บ้านของพวกเราต้องเดือดร้อนขนาดไหน ทำไมพวกเธอถึงได้คิดถึงแต่ตัวเองแบบนี้”
กัวซือเยว่รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในทันที ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากเื่นี้รู้ไปถึงครอบครัวกัวแล้วละก็ ทั้งเธอและแม่คงจะถูกครอบครัวกัวทุบตีและด่าทอไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อความอยู๋รอดของตัวเอง กัวซือเยว่จึงได้ปรับใบหน้าของตัวเองให้ดูน่าสงสารมากยิ่งขึ้น
“จือหลัน ฉันไม่รู้เื่เหล่านี้เลยนะ เป็ลู่เฟยที่บอกกับฉันว่าเธอกำลังเดินออกจากตลาดมืดและขอให้ฉันเข้ามาขวางทางเธอเอาไว้ เพื่อไม่ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเฟิงหยวนได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของเธอ”
กัวซือเยว่เดินเข้าไปหาเมิ่งจือหลัน พร้อมกับเอื้อมมือของตัวเองเข้าไปกอบกุมมือบางของอีกฝ่าย ถึงแม้ว่ากัวซือเยว่จะรู้สึกสะอิดสะเอียนที่จะต้องจับต้องร่างกายของคนตรงหน้า แต่เผื่อไม่ให้เธอถูกทหารแดงจับกุมตัวไป ดังนั้นกัวซือเยว่จึงจำเป็ที่จะต้องปล่อยวางความแค้นของเธอเสียก่อน
“ฉันขอโทษเธอนะจือหลัน เพราะฉันเป็กังวลมากเกินไป จึงไม่ได้ตรวจสอบทุกอย่างให้ดีเสียก่อน ดังนั้นจึงทำให้เธอต้องมาเดือดร้อนแบบนี้”
เมิ่งจือหลันไม่คิดที่จะไว้หน้ากัวซือเยว่แต่อย่างใด ดังนั้นเธอจึงได้สะบัดมือของเธอให้หลุดออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย ซึ่งแน่นอนว่าด้วยการกระทำของเธอ ทำให้ใบหน้าของกัวซือเยว่เกือบจะหลุดออกจากท่าทางอ่อนแอและน่าสงสารที่อีกฝ่ายกำลังแสดงอยู่นั่นเอง
“ไม่ต้องพูดอีกต่อไป ทุกครั้งที่พวกเราพบกัน พวกเธอทั้งสามคนก็มักจะต่อว่าฉันอยู่เสมอ ที่เธอทำตอนนี้ก็เพราะไม่อยากถูกทหารแดงจับกุมตัวไปเท่านั้น เธอคิดว่าฉันจะมองการกระทำของพวกเธอไม่ออกเหรอ"
เมิ่งจือหลันหันไปมองทหารแดงอีกครั้ง “ปกติผู้หญิงทั้งสามคนนี้ก็มักจะต่อว่าฉันอยู่เป็ประจำอยู่แล้วค่ะ ดังนั้นฉันคิดว่าการกระทำของพวกเธอในครั้งนี้ ก็คงเพราะ้าให้พวกคุณจับกุมตัวฉันไปค่ะ และถ้าหากพวกคุณไม่เชื่อคำพูดของฉัน ก็สามารถไปสอบถามกับชาวบ้านในหมู่บ้านเฟิงหยวนได้นะคะ เพราะว่าในบางครั้งที่พวกเธอต่อว่าฉัน ก็มักจะมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์อยู่บ่อยครั้ง”
“ในเมื่อเป็แบบนั้นพวกเราก็ไปที่หมู่บ้านเฟิงหยวนกันเถอะ ถึงยังไงก็ต้องมีคนที่ถูกพวกเราจับกุมตัวไปปรับทัศนคติอยู่ดี เพื่อไม่ให้เป็เยี่ยงอย่างที่ไม่ดีของชาวบ้านคนอื่นๆ”
“ไม่นะ” หวังซูอี้ะโออกมาด้วยความหวาดกลัว โดยเฉพาะเมื่อทหารแดงกำลังเดินตรงมาหาเธอแบบนี้ ดังนั้นหวังซูอี้จึงรีบถอยหลังเพื่อหลบการจับกุมตัวของอีกฝ่ายในทันที
“จือหลัน ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ฉันก็แค่ทำตามความ้าของถานลู่เฟยเท่านั้น”
หวังซูอี้เดินเข้าไปหาเมิ่งจือหลันในทันที ถึงแม้ว่าเธอจะถูกทหารแดงจับกุมตัวเอาไว้ก่อนก็ตาม แต่เธอก็ยังพยายามขอร้องและอ้อนวอนเพื่อให้อีกฝ่ายไม่เอาความกับเธอ
ถานลู่เฟยมองไปที่เพื่อนสนิททั้งสองคนด้วยความเ็ป เธอไม่คิดเลยว่าเพื่อเอาตัวรอดในครั้งนี้ ทั้งกัวซือเยว่และหวังซูอี้จะโยนความผิดทั้งหมดให้กับเธอแบบนี้ ยิ่งคิดถึงการกระทำของอีกฝ่าย ถานลู่เฟยก็ยิ่งรู้สึกเ็ปและโกรธเคืองมากขึ้นไปกว่าเดิม
“พวกเธอจะโยนความผิดมาที่ฉันแบบนี้ได้ยังไงกัน”
ถานลู่เฟยกวาดสายตามองไปที่กัวซือเยว่ด้วยความโกรธเคือง ในตอนนี้เธอลืมความเป็เพื่อนทั้งหมดไปแล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าโยนความผิดทุกอย่างมาที่เธอ เธอก็จะลากอีกฝ่ายให้ตกต่ำไปพร้อมกับเธอเช่นเดียวกัน
“กัวซือเยว่ เธอเป็คนบอกฉันเองว่าเมิ่งจือหลันเดินออกมาจากตลาดมืด เธอจะมาโยนความผิดทั้งหมดให้กับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ”
“หวังซูอี้ เธอก็เป็อีกคนที่อิจฉาเมิ่งจือหลัน เธอก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยที่ฉันไปตามทหารแดงมาจับกุมตัวเธอไม่ใช่เหรอ คิดว่าจะหลีกหนีความผิดในครั้งนี้ไปคนเดียวหรือไง”
“เลิกพูดกันได้แล้ว ในเมื่อสหายเมิ่งไม่ได้กระทำสิ่งใดผิด ดังนั้นพวกเธอทั้งสามคนจะต้องถูกลงโทษเพื่อไม่ให้เป็เยี่ยงอย่างกับชาวบ้านคนอื่นๆ” มู่หยางะโใส่ผู้หญิงทั้งสามคนอย่างเหลืออดในทันที ในเมื่ออีกฝ่ายทำให้เขากับเพื่อนต้องมาเสียเวลาแบบนี้ อีกฝ่ายก็ต้องได้รับบทลงโทษในครั้งนี้
“ไป พวกเธอทั้งสามคนรีบไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้ พวกเรายังมีงานที่จะต้องไปทำต่ออีก ถ้าหากพวกเธอยังลีลาอยู่แบบนี้ ฉันก็ไม่ติดใจนะที่จะให้บทลงโทษกับพวกเธอทั้งสามคนเพิ่ม”
จินอู๋เฉินเดินเข้าไปผลักร่างผู้หญิงทั้งสามคนให้เดินไปยังรถยนต์ของพวกเขา ซึ่งแน่นอนเจิ้งอี้หรงก็รีบเดินเข้าไปช่วยเพื่อนร่วมงานคุมด้วยหญิงสาวทั้งสามคนในทันที
“สหายเมิ่ง ถ้ายังไงคุณรีบยกจักรยานขึ้นรถของพวกเราเถอะ เพราะถ้าหากคุณปั่นจักรยานไปเองก็คงจะต้องใช้เวลานานพอสมควร”
“นอกจากนี้ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ถูกลงโทษ แต่เื่ที่เกิดขึ้นก็เกี่ยวข้องกับคุณเช่นเดียวกัน ดังนั้นสหายเมิ่งจำเป็ต้องอยู่ตอนที่พวกเราประกาศบทลงโทษของผู้หญิงทั้งสามคนนั้นให้ชาวบ้านในหมู่บ้านได้รับรู้”
“ได้ค่ะ”
เมิ่งจือหลันเดินตามทหารแดงคนดังกล่าวไปที่รถยนต์ในทันที ซึ่งหลังจากที่อีกฝ่ายช่วยเธอยกจักรยานขึ้นไปวางไว้ด้านหลังของรถยนต์เรียบร้อยแล้วนั้น เมิ่งจือหลันก็ก้าวขึ้นไปนั่งรวมกับกลุ่มของกัวซือเยว่ในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อขึ้นมานั่งบนรถยนต์เรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็ไม่คิดที่จะใส่ใจกับสายตาอาฆาตแค้นของอีกฝ่าย เพราะถึงยังไงเธอก็เชื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่ลงมือหรือด่าทอเธอในเวลานี้อย่างแน่นอน
เพราะถ้าหากเธอลงไม้ลงมือกับเธอหรือว่าด่าทอเธอในเวลานี้ ทหารแดงเ่าั้ก็คงจะต้องเพิ่มบทลงโทษให้กับเธอเป็แน่
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++