ตอนที่ 13 ปฏิกิริยาของตระกูลลู่
พอโดนเฉินเสี่ยวหมี่รังแก ลู่ถงกลับไปถึงบ้านก็ร้องไห้โฮรอบหนึ่ง
“ท่านแม่ เหตุใดท่านถึงหาคนแบบนี้มาให้ลู่หลิน!” ลู่ถงถาม
พอได้ยินคำพูดของลู่ถง ทังซื่อก็อดไม่ได้ที่จะโมโห หากอีกฝ่ายเป็เ้ารอง ทังซื่อคงบุกไปโวยวายแล้ว แต่อีกฝ่ายเป็เฉินเสี่ยวหมี่ เฉินเสี่ยวหมี่เป็ผู้ใดกัน! คนผู้นั้นทำได้แม้กระทั่งฆ่าคนวางเพลิง การไปพูดคุยด้วยเหตุผลกับเฉินเสี่ยวหมี่ ไม่แน่ว่าอาจถูกหักขากลางทาง
ไม่เห็นหรือว่าพวกอันธพาลในหมู่บ้านต่างไม่กล้าหาเื่เฉินเสี่ยวหมี่
ถึงแม้ไม่อาจทำใจยอมรับ แต่ทังซื่อทำได้เพียงอดกลั้นเท่านั้น “ดูท่าคงหวังพึ่งเ้าลู่หลินนั่นไม่ได้แล้ว”
่นี้ทังซื่อก็อยู่ไม่สุข นางไม่ชอบมารดาของลู่หลินมาตลอด จึงโยนงานบ้านทั้งหมดให้อีกฝ่ายทำ
แต่หลังจากมารดาของลู่หลินตาย งานบ้านอย่างทำกับข้าว ให้อาหารไก่และหมูล้วนตกเป็หน้าที่ของทังซื่อ
เมื่อสองวันก่อน นายท่านผู้เฒ่ากลับมา อาหารไม่ถูกปากจึงก่นด่านางยกหนึ่ง หากไม่ใช่เพราะบุตรชายคนโตห้ามปราม ไม่แน่ว่านางอาจลงมือกับนายท่านผู้เฒ่าแล้ว
นายท่านผู้เฒ่าคาดเดาได้แต่แรกแล้วว่าลู่ถงไม่มีทางพาลู่หลินกลับมาได้ จึงไม่สนใจเอาความ
นายหญิงผู้เฒ่าเคยชินกับการออกคำสั่งครอบครัวของลูกชายคนรอง เมื่อเห็นว่าลู่หลินไม่ยอมกลับมา จึงเริ่มร้องะโว่าลู่หลินอกตัญญู ทำให้นายท่านผู้เฒ่าดุด่าอีกฝ่ายอย่างรุนแรงยกหนึ่ง
...
“อาหลิน” ลู่หลินแบกตะกร้าสะพายหลังที่เต็มไปด้วยซานเย่าเดินออกมา และเห็นชายชาวนาคนหนึ่ง
ชายชาวนามองลู่หลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ ทำเอาลู่หลินมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก
ลู่หลินจำได้ว่าคนผู้นี้คือจางจิ้น เป็ลูกชายคนโตของผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้าน เขาเป็คนที่มีนิสัยใช้ได้ ปกติเวลามีเื่อะไรแล้วไปขอร้องให้เขาช่วย เขาก็จะช่วยเหลือ
ลู่หลินมองสายตาเห็นอกเห็นใจของอีกฝ่ายแล้วคิดในใจ ‘ในสายตาของชาวบ้าน เขาคงน่าเวทนามากสินะ’
“อาหลิน เ้าสบายดีกระมัง”
ลู่หลินพูดด้วยรอยยิ้ม “สบายดี”
แต่ในสายตาของจางจิ้น รอยยิ้มของลู่หลินเหมือนการฝืนยิ้มมากกว่า
หลังจากเื่ที่ลู่หลินขึ้นเขาแพร่ไปในหมู่บ้าน ก็มีคนบอกว่าลู่หลินช่างน่าสงสาร! ร่างกายยังไม่หายดีก็ถูกส่งไปอยู่กับเฉินเสี่ยวหมี่เสียแล้ว ขึ้นูเาหาอาหารทั้งที่ยังป่วย ไม่รู้ว่าวันใดจะถูกหมาป่าบนูเากิน
พอลู่ถงไปหาเฉินเสี่ยวหมี่เพื่อตามลู่หลินกลับไปช่วยทำงานแล้วถูกปฏิเสธ หลังกลับมานายหญิงผู้เฒ่าก็ไม่พอใจ โวยวายอยู่ในบ้านจนถูกนายท่านผู้เฒ่ายับยั้ง นางจึงไปด่ากราดกลางหมู่บ้านว่าลู่หลินอกตัญญู
นายหญิงผู้เฒ่านั่งร้องไห้อยู่ข้างคันนา บอกว่าลู่หลินถูกซวงเอ๋อร์ผู้หนึ่งหน่วงเหนี่ยวไว้ และไม่สนใจความเป็ตายของครอบครัว
หวังซื่อโหวกเหวกโวยวาย แต่ไม่มีผู้ใดตอบรับ มีใครบ้างในหมู่บ้านที่ไม่รู้ว่าเฉินเสี่ยวหมี่เป็ซวงเอ๋อร์แบบใด
หวังให้ลู่หลินที่ปกติเงียบขรึมไม่พูดจาไปควบคุมเฉินเสี่ยวหมี่ ฝันไปหรืออย่างไร ยิ่งกว่านั้น ลู่หลินยังถูกเฉินเสี่ยวหมี่ผู้นั้นซื้อไปด้วยเงินสิบตำลึงแล้ว
สิบตำลึงเชียวนะ ตอนที่เฉินเสี่ยวหมี่เสนอเงินสิบตำลึงเพื่อหาคนแต่งเข้าบ้าน ความจริงมีคนมากมายหวั่นไหว แต่สุดท้ายก็ไม่อยากถูกตราหน้าว่าส่งลูกชายตนเองเข้าไปในรังหมาป่าเพื่อเงิน ดังนั้นถึงแม้อยากได้เงินก้อนนี้ แต่ก็ต้องไตร่ตรองให้ดี
ผู้ใดจะรู้ว่าลังเลเพียงครู่เดียว กลับปล่อยให้ตระกูลลู่ที่เป็ตระกูลร่ำรวยในหมู่บ้าน่ชิงโอกาสไปก่อน ชาวบ้านมากมายนินทาลับหลังว่าตระกูลลู่มีเงินขนาดนั้นแล้วแท้ๆ ยังยอมขายหน้าเพื่อเงินอีก
บางครั้งสตรีในหมู่บ้านที่แต่งออกไปแล้วจะกลับมาช่วยงานในนา แต่หากไม่ช่วยก็ไม่สามารถตำหนิได้
ลู่หลินถูกแต่งเข้าบ้าน ซึ่งไม่แตกต่างจากการแต่งออกไปนัก
จะว่าไปแล้วชีวิตในบ้านตระกูลลู่มีความเป็อยู่อย่างไร บ้านเฉินเสี่ยวหมี่มีความเป็อยู่อย่างไร ลู่หลินแต่งออกไปแล้ว บ้านตระกูลลู่ยังคิดจะเอาเปรียบลู่หลินอีกหรือ
นายหญิงผู้เฒ่าร้องไห้อยู่ข้างคันนา แต่ไม่มีคนสนใจ กลับถูกผู้ใหญ่บ้านตำหนิไปหลายประโยค และต้องกลับบ้านไปอย่างอับอาย
จางจิ้นมองตะกร้าสะพายหลังของลู่หลินแล้วพูดว่า “เฉินเสี่ยวหมี่ให้เ้ากินท่อนดินเนี่ยนะ!” จางจิ้นรู้สึกเห็นใจลู่หลินยิ่งกว่าเดิม จางจิ้นเคยกินท่อนดินนี่ตอนที่ไม่มีอะไรกินจริงๆ ท่อนดินย่างสามารถประทังความหิวได้ แต่รสชาติของมันไม่ดีเอาเสียเลย
ลู่หลินมองสีหน้าของจางจิ้น แล้วพูดโดยไม่ได้อธิบายอะไรมาก “ของสิ่งนี้กินแล้วอิ่มท้อง ไม่เลวเลยนะ”
จางจิ้นยิ่งรู้สึกว่าลู่หลินถูกเฉินเสี่ยวหมี่ทารุณ “หากมีปัญหาอะไรจริงๆ ก็มาหาข้าได้”
ลู่หลินได้ยินแล้วยิ้มพูด “ขอบคุณพี่จิ้น พี่จิ้น ข้ายังต้องไปผ่าฟืน ขอตัวก่อน”
จางจิ้นพยักหน้าแล้วพูด “ได้”
คำพูดเ่าั้ที่นายหญิงผู้เฒ่าพูดก็ลอยมาเข้าหูลู่หลินแล้ว แต่เขาไม่สนใจ ในยุคนี้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญต่อชื่อเสียงอย่างยิ่ง แต่ลู่หลินหาได้สนใจ ชื่อเสียงเป็เพียงสิ่งที่ทำให้ผู้อื่นดู ชีวิตต่างหากที่เป็ของตนเอง
ลู่หลินไม่ใช่เ้าของร่างเดิม เ้าของร่างเดิมอาจเสียใจที่ท่านย่าลำเอียง แต่สำหรับลู่หลินในตอนนี้ คนเ่าั้ของตระกูลลู่ก็เป็แค่คนแปลกหน้า