เหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า

    บทที่ 2

    บทที่ 2 เหยียนเหอนั้นคือชื่อของตัวเราก่อนที่จะมาที่แห่งนี้ เรานั้นเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด มีทั้งชื่อเสียงเงินทองรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาชีวิตของเรานั้นมีแต่สิ่งที่ดีๆเกิดขึ้น แต่ในขณะที่ชีวิตของเรานั้นกำลังจะได้ใช้ชีวิตที่แสนสุขสบายทุกอย่างมันก็พังทลายไปทั้งหมด ในวันนั้นที่ซอกตึกที่มืดมิดเราวิ่งตามชายปริศนาเข้าไปในมุมตึกที่ไร้ผู้คน สองเท้าที่ออกแรงวิ่งอย่างสุดกำลังเพื่อหวังจะไล่ตามชายเบื้องหน้าได้ทันแต่ทว่า ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!! เสียงของกระสุนปืนที่ถูกยิงออกมาจากปากกระบอกปืน สะเก็ดไฟเล็กๆที่ปรากฏขึ้นสามครั้งตรงปลายกระบอกปืนท่ามกลางความมืดนั้นมันเป็นสัญญาณการเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด ลูกกระสุนปืนทั้งสามนัดถูกยิงเข้ามาที่กลางทรวงอก ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่อธิบายไม่ได้ร่างของเหยียนเหอได้ค่อยๆร่วงหล่นลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น เลือดอุ่นๆสีแดงสดได้ไหลรินออกมาจากปากบาดแผลที่อยู่กลางหน้าอกราวกับสายน้ำ ในวาระสุดท้ายของชีวิตเหยียนเหอนั้นภาวนาอยากให้ตนเองนั้นมีชีวิตต่อไป บางทีคำภาวนาในตอนนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามาสู่ดินแดนแห่งนี้ก็เป็นได้... สามวันหลังจากหยางหลงนั้นได้สติขึ้นมาเขานั้นต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงที่ทรุดโทรมของตนเอง ภายในเรือนเล็กๆแห่งนี้ที่ทั้งเก่าและมีฝุ่นเต็มไปหมด ถึงจะพูดว่าเป็นเรือนแต่มันก็มีขนาดเทียบเท่ากับห้องหนึ่งเท่านั้น สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ด้านหลังของวังหลวงแม้จะยังคงอยู่ในรั้วของวังแต่มันก็อยู่ด้านหลังสุดห่างไกลจากสายตาผู้คน ตั้งแต่มารดาของหยางหลงนั้นเสียไปและเขานั้นได้ผลทดสอบพลังของเขานั้นออกมาแล้วว่าตนเองนั้นมีพลังยุทธ์ต่ำต้อย องค์ชายผู้ไร้ค่าผู้นี้ก็ได้ถูกนำตัวให้มาอยู่สถานที่แห่งนี้โดนห้ามออกไปจากบริเวณนี้ตั้งแต่ยังเด็ก หยางหลงนั้นต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังเก่าๆเช่นนี้ตั้งแต่ยังเด็กชั่งน่าอดสูยิ่งนัก แม้จะเป็นองค์ชายแต่ก็ไม่ได้ถูกยอมรับเช่นองค์ชายองค์หญิงคนอื่น ที่มีทั้งตำหนักใหญ่โตและบ่าวไพร่มากมายคอยติดสอยห้อยตาม ร่างของหยางหลงที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงที่ทรุดโทรมนั้นไปดวงตาของเขานั้นกำลังมองเพดานไม้เก่าๆที่อยู่ด้านบน ตอนนี้ร่างกายของเขานั้นก็เรียกได้ว่าฟื้นตัวดีขึ้นกว่าแต่สามวันก่อนมากแล้ว ตัวของเหยียนเหอที่อยู่ในร่างของหยางหลงในตอนนี้เขานั้นเข้าใจความรู้สึกขององค์ชายที่แสนไร้ค่าผู้นี้ดี ในตอนที่เขานั้นได้รับความทรงจำทั้งหมดของหยางหลง สิ่งที่เขาได้ตามมานั้นก็คือความรู้สึกทั้งหมดที่หยางหลงนั้นเคยได้รับมาด้วย สิ่งที่พวกเขานั้นกระทำกับองค์ชายที่แสนไร้ค่าผู้นี้ มันก็เหมือนกับพวกเขานั้นทำเหยียนเหอที่ตอนนี้กำลังอยู่ในร่างของหยางหลง เขานั้นจะต้องทําอะไรสักอย่างชายอย่างเหยียนเหอที่เป็นนักธุรกิจ เขาไม่ยอมให้ผู้อื่นนั้นกระทำตัวเขาเป็นฝ่ายเดียวแน่นอน ความเครียดแค้นขององค์ชายหยางหลงนั้นส่งผ่านมาถึงเหยียนเหอที่ตอนนี้เป็นเจ้าของร่าง ร่างของหยางหลงที่นอนนิ่งพาคิดเรื่องต่างๆอยู่บนเตียงมือทั้งสองได้กำแน่นเขานั้นรีบลุกขึ้นจากเตียงโดยเร็ว เท้าทั้งสองที่สัมผัสพื้นพลางกลับออกแรงลุกขึ้นจากเตียง ครางนี้ร่างกายของเขานั้นพร้อมที่จะลุกขึ้นยืนแล้ว เหตุผลที่ร่างของหยางเหอนั้นบาดเจ็บก็เพราะก่อนหน้านี้ถูกเหล่าเชื้อพระวงศ์ทำร้ายจนบาดเจ็บภายใน แม้ว่าหยางหลงนั้นจะอายุยี่สิบสามปีซึ่งมีศักดิ์เป็นองค์ชายใหญ่ของแคว้นหลี่แห่งนี้แต่เพราะชาติกำเนิดและความสามารถที่ต่ำต้อยบิดาของเขาจึงให้ผู้เป็นน้องขึ้นมาเป็นองค์รัชทายาทแทนคิดแล้วมันชั่งน่าเจ็บใจ หยางหลงได้ก้าวเท้าเดินออกไปทางหน้าประตูบานใหญ่ที่ถูกเปิดไว้ ทัศนียภาพเบื้องหน้าที่เขาได้เห็นนั้นมันเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่บดบังทัศนียภาพภายในวังหลวงที่เขาควรจะได้เห็น จุดที่เรือนของเขานั้นตั้งอยู่มันตั้งอยู่ภายในสวนของพระราชวังอันกว้างใหญ่ ส่วนแห่งนี้เองก็เป็นสถานที่ที่เหมือนกรงขังสำหรับหยางหลงตั้งแต่ยังเด็ก เขานั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากสวนแห่งนี้ “ องค์ชาย!!! ” เสียงของเหยียนหานได้ดังขึันมันทำให้หยางหลงที่กำลังยืนทอดสายตามองไปด้านหน้าอยู่นั้นเหลียวกลับไปมองทางด้านขวาของเรือน ร่างของเหยียนหานที่กำลังแบกถังน้ำถังใหญ่อยู่ได้กำลังเดินตรงมาทางกลับมาทางตนเอง เมื่อเห็นนายของตนนั้นสามารถลุกขึ้นยืนได้เหยียนหานก็รีบก้าวเท้าเข้ามาหาหยางหลงที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูด้วยท่างดีใจ เหยียนหานได้เดินเข้ามาหยุดลงตรงข้างกายของหยางหลง เขานั้นได้วางถังน้ำที่แบกอยู่ลงกับพื้น แล้วเข้ามาดูอาการของหยางหลงด้วยความดีใจ “ องค์ชายหายแล้ว!!! ” เหยียนหานได้ออกมาพลางกับใช้มือจับส่วนต่างๆในร่างกายของหยางหลงผู้เป็นนายดูอย่างดีอกดีใจ “ หยุดก่อนเหยียนหาน...” เมื่อผู้เป็นนายออกมาเช่นนั้นเหยียนหานก็ได้หยุดการกระทำของตนเองจะถอยหลังไปยืนอยู่ที่เดิม “ ขออภัยองค์ชาย ” เหยียนหานได้กล่าวออกมาอย่างนอบน้อมพลางกับก้มศีรษะลง “ ไม่เป็นอะไร...ว่าแค่เหยียนหานเจ้ารู้จักทางนอกวังหรือเปล่า ” หยางหลงนั้นได้เอ่ยถามออกมาอย่างกะทันหัน มันทำให้เหยียนหานนั้นมองเขานั้นด้วยสงสัย เขางั้นสงสัยในความผิดแปลกขององค์ชายโดยปกติแล้วองค์ชายนั้นไม่เคยพูดถึงเรื่องภายนอกเลยสักครั้ง แล้วเพราะเหตุใดครั้งนี้ถึงจึงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุย “ ขอรับหม่อนฉันออกไปนอกวังบ่อยอยู่เหมือนกัน... ” เหยียนตอบกลับแม้จะยังสงสัยในตัวของหยางหลงอยู่ ดวงตาของบ่าวผู้ภักดีได้มองไปที่นายของตนเองที่ผิดแปลกไปจากทุกที เขานั้นมีท่าทางสงบเยือกเย็นแล้วดูองอาจความเมื่อก่อนมาก หยางหลงที่ได้ฟังความเขานั้นได้ทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ สำหรับนักธุรกิจอย่างเราแล้วเงินทุนถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเราจำเป็นต้องหาเงินทุนให้ได้เสียก่อน...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหยางหลงนั้นจะถูกปฏิบัติเช่นไร แต่เมื่อตัวของฉันมาอยู่ในร่างนี้แล้วฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบฉันเด็ดขาด ห่วงโซ่ของอาหารฉันจะเป็นผู้ที่ยืนอยู่ข้างบนสุด “ เหยียนหานราตรีนี้เจ้าพาข้าออกไปหน่อย ” หยางหลงได้หันไปพูดกับบ่าวคนสนิท “ เอ๊ะ!!! ไปไหนเหรอองค์ชาย ” เหยียนหานได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย “ ด้านนอกอย่างไงล่ะ ” “ เอ๊ะ!!!!!! ” และแล้วกาลเวลาก็เดินทางมาถึงยามราตรีดวงจันทร์สีนวลที่ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าที่ประดับประดาไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ แม้จะไม่อยากพานายของตนออกไปเท่าไหร่ แต่คำสั่งของผู้เป็นนายนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้สุดท้ายแล้วเหยียนหานนั้นก็จำใจที่จะต้องพาหยานหลงออกไปนอกวัง โดยทั้งสองนั้นจะเดินทางออกไปนอกวังโดยใช้ประตูด้านหลังมันเป็นจุดที่ไม่ได้มีการเฝ้าตรวจแน่นหนาเหมือนกับด้านหน้า หยางหลงนั้นนำผ้าผืนใหญ่สีดำมาคุมศีรษะเอาไว้เพื่อปกปิดตัวตนของตนเอง เพราะถ้ามีคนเห็นเขานั้นออกมาจากสวนของพระราชวัง เหล่าทหารคงจะจับกันไปที่เรือนภายในสวนอีกแน่น เมื่อเดินทางมาถึงรั้วของวังหลวงที่สูงหลายสิบเมตร ประตูทางด้านหลังของวังหลวงที่ถูกสร้างมาจากไม้ที่สูงประมาณห้าเมตร มีทหารสวมชุดเกราะสีเงินยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูสองนาย เหยียนหานนั้นให้หยางหลงยืนรออยู่ไกลๆเขานั้นจะเข้าไปเจรจากับทหารยามให้ก่อน หยางหลงที่ยืนรออยู่ไกลๆเขานั้นมองเห็นบ่าวของตนเองกำลังยืนคุยกับทหารยามอย่างสนิทสนม จากนั้นไม่นานนักเหยียนหานก็ได้เดินกลับมาหาหยางหลง แล้วพาหยางหลงนั้นเดินผ่านประตูวังหลวงออกไปอย่างง่ายดาย ในความทรงจำของหยางหลงที่เขานั้นได้รับมา เหยียนหานแม้จะเป็นบ่าวไพร่ถ้าตัวของเขานั้นก็มีความฉลาดเฉลียวเป็นเลิศ ในอดีตตัวของเหยียนหานนั้นเคยช่วยให้หยางหลงนั้นรอดพ้นสถานการณ์แย่ๆมานับไม่ถ้วน ครั้งนี้ก็เช่นกันเหยียนหานนั้นได้แสดงความฉลาดเฉลียวของตนเองออกมาทำให้หยางหลงนั้นสามารถออกมาจากวังได้อย่างง่ายดาย เมื่อหลุดพ้นออกมาจากประตูวังเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนนั้นพากันเดินหน้าเข้าสู่ยานตลาดของเมือง เมื่อเข้ามาถึงการตลาดของเมืองหยางหลวก็ได้นำผ้าสีสำที่กำลังคลุมศีรษะของตนเองอยู่ออก ตลาดที่สว่างไสวไปด้วยคบเพลิงในยามค่ำคืนเราผู้คนมากมายทางออกมาเดินกันเต็มแถวไปหมดทั้งชายและหญิง มันเป็นฉากที่หาดูได้ยากสำหรับเขา ตัวของเขานั้นเคยเห็นฉากแบบนี้แค่ในละครทีวีก็เท่านั้นยังไม่เคยเห็นกับตาเลยสักครั้งผู้คนที่ต่างเดินไปมาบนถนนยังมีความสุขมันเป็นภาพที่ช่างน่ารื่นรมย์ใจ “ องค์ชายให้กระหม่อนพาออกมาด้านนอกวังหลวงเช่นนี้องค์ชายจะหนีไปตามที่กระหม่อมพูดแล้วใช่มั้นพะย่ะค่ะ ” เหยียนหานเอ่ย ตัวของเขานั้นเคยบอกให้องค์ชายหยางหลงหนีไปจากวังหลวงที่โหดร้ายแห่งนี้ตลอดเวลา แต่หากว่าดวงตาของเหยียนหานนั้นก็ต้องเบิกกว้างเขานั้นเขาเห็นมุมปากของหยางหลงนั้นฉีกยิ้มออกมา “ องค์ชาย...นี่ท่าน ” เหยียนหานได้เอ่ยออกมาด้วยความตกใจ เขาไม่เคยเห็นนายของตนเองแสดงรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์เช่นนั้นมาก่อน “ ข้าไม่ได้คิดจะหนีสักนิด มันคือการโต้ตอบกลับต่างหาก ” หยางหลงได้เอ่ยออกมาพลางกับก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปในตลาดลึก จบบท