พวกเขาคุยกันเสียงเบาลงจินวั่งซู่อยากรู้มากจนต้องพยายามแง้มประตูให้กว้างขึ้นอีกนิดทว่าเขากลับเผลอยกเท้าขึ้นหมายจะเหยียบธรณีประตู แต่....
โครม!เท้าของจอมยุแยงสะดุดจนคะมำเข้ามาในห้อง
ิเฟยหลงที่รวบร่างภรรยาให้พาดอยู่บน่เอวหมายจะดึงนางเข้าด้านในเตียงเพื่อเชยชมให้สมรักใเสียงนั่นจนรีบลุกขึ้นพร้อมกอดภรรยาไว้ในอ้อมแขน
จินวั่งซู่เงยหน้าขึ้นมองไปยังเตียงนอนด้านหน้า“พะ พวกท่านทำอันใด?”
หงซือซือส่ายหน้า“ท่านพี่ เขารู้จนได้!สมแล้วที่เป็ผู้สอดรู้แห่งเมืองหลวง”
ฮ่องเต้ทรงหัวเราะออกมาดังลั่นจินวั่งซู่แปลกใจ ถูกจับได้คาหนังคาเขาจอมยุทธ์หลงยังจะหัวเราะออกอีกเห็นทีพวกเขาคงจะรักกันเสียจนไม่สนใจสายตาคนรอบข้างแล้ว
“ก็พลอดรักตามประสาสามีภรรยาท่านเพิ่งเคยเห็นหรือ?” จอมยุทธ์หลงช่างหน้าทนนัก ยังคงนั่งยิ้มอย่างรื่นรมย์บนตักเขามีหนุ่มน้อยที่ยังคงกอดคออยู่
“ท่านลุกขึ้นเถอะแล้วปิดประตูด้วย” หงซือซือรีบสั่งจินวั่งซู่ คุณชายรูปงามลุกขึ้นปิดประตูแล้วปัดเสื้อผ้าที่เปื้อนคราบสกปรกจากพื้น“ท่านพี่ ท่านก็มัวแต่หัวเราะอยู่ได้ เขามาแอบดูขนาดนี้แล้วนะเ้าคะ”
คุณชายจินผงะจอมยุทธ์หงผู้องอาจพูดจาอ่อนหวานกับจอมยุทธ์หลง นางเรียกเขาว่า ‘ท่านพี่’ ที่หมายถึงสามีแล้วยังลงท้ายด้วยคำว่า ‘เ้าคะ’อีก...นี่มันเกิดเหตุวิปริตอันใด?
“พวกท่านเป็คู่รักกันดอกหรือ?ข้าขออภัยที่เข้ามารบกวน คิดเสียว่าข้าไม่เคยเห็นก็แล้ว”จินวั่งซู่ไม่คิดว่าในชีวิตตนเองจะรู้สึกประหม่าเช่นนี้เขาช่างมาเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น ซ้ำยังเป็การแอบดูผู้อื่นในที่รโหฐานช่างน่าอับอายอย่างยิ่ง!
“ไม่เป็ไร! ท่านเห็นแล้วก็แล้วไป ท่านจะได้ช่วยเก็บเป็ความลับ”จอมยุทธ์หลงยังคงยิ้ม “จอมยุทธ์หงเป็คนของข้า ท่านคงเห็นแล้วต่อไปท่านต้องช่วยข้าระวัง มิให้ผู้ใดอยู่ใกล้เขาและมิให้ทำร้ายเขาด้วย”
“อ้อ……”คุณชายจินรับคำด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
ิเฟยหลงบอกจินวั่งซู่แล้วก็ก้มลงหอมแก้มภรรยาฟอดหนึ่งจินวั่งซู่ได้แต่เงยหน้าขึ้นมองเพดานเมื่อเห็นชายทั้งสองแสดงความรักต่อหน้าเขาโดยเปิดเผยที่ผ่านมาแม้จะมีกลุ่มบุรุษที่รักในตัวบุรุษด้วยกันแต่ไม่กล้าเปิดเผยถึงเพียงนี้พวกเขาล้วนแล้วแต่นัดพบกันลับๆ และหากถูกจับได้ย่อมไม่กล้าแสดงตัวอย่างจอมยุทธ์คู่นี้
“เชิญพวกท่านตามสบายข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน”คุณชายจอมยุแยงรีบออกไปจากห้องนอนของคนทั้งคู่โดยปิดประตูให้อย่างแ่า ‘มิน่า!ที่ผ่านมาจอมยุทธ์หลงจึงนอนห้องเดียวกับจอมยุทธ์หงมาตลอด หวงคู่รักมากนี่เอง’
“พี่สามเขามาเจอขนาดนี้ ท่านยังไม่ยอมบอกความจริงเขาอีก”
ิเฟยหลงหัวเราะร่วน“เ้าไม่เห็นสีหน้าเขาหรือไร? พอเห็นว่าเราสองคนกอดจูบกันก็แทบจะสิ้นสติแล้วนี่พอบอกให้ช่วยปิดเป็ความลับตามนิสัยคนผู้นี้คงจะจับตามองเ้ากับข้าแทบตลอดเวลาแน่”
“ท่านรู้นิสัยเขาก็ยังจะแกล้งเขาอีก”
“ั้แ่เราออกเดินทางข้าเพิ่งรู้สึกสนุกตอนนี่ล่ะ”
“หึ!ตกลงว่าท่านจะไม่ถามข้าเลยหรือว่าเข้าไปในวังหลวงแล้วเป็อย่างไร?”
ิเฟยหลงประคองภรรยาลงนอนบนเตียง
“มาสิ...เ้าค่อยๆ เล่าให้ข้าฟังนะ”ชายหนุ่มกุมมือของภรรยาขึ้นมาดม เขาไม่ได้กลิ่นนางมาสองวันแล้วรู้สึกเหมือนใจจะขาดอยู่รอนๆนี่หากนางยังไม่ออกมาอีกเห็นทีจะต้องบุกเข้าไปวังหลวงจริงๆเขานอนฟังเื่ราวทั้งหมดแล้วพอจะมองเห็นความวุ่นวายของราชวงศ์โจว
“ไม่ว่าจะเป็วังที่ใด?หากมีอำนาจและทรัพย์สินเข้ามาเกี่ยวข้องก็ล้วนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย”
“ข้าอยากรู้จริงเทียวว่าถูเฟยผู้นั้นเข้ามาเพื่อทำการใด? ในเมื่อนางเป็ถูชิงหลินตัวปลอมแล้วถูชิงหลินตัวจริงอยู่ที่ใด? พี่สามท่านอยู่ข้างนอกวังช่วยข้าสืบหานางจะดีกว่า”หงซือซือหาช่องทางให้พระสวามีรออยู่นอกวังหลวงเพราะหากเขาให้นางช่วยแปลงโฉมเข้าไปในวังหลวงแล้วเื่ราวอาจจะวุ่นวายเพราะต้องเอาคนไปซ่อนทีละสองคน ซึ่งนับว่าค่อนข้างยุ่งยาก
“ได้!เื่นี้หากให้จินวั่งซู่กับพี่ชายของเ้าช่วยก็น่าจะรู้ได้เร็วขึ้นอีกอย่างข้าก็คิดจะตามจินวั่งซู่ออกไปสืบว่ากลุ่มอำนาจในวังหลวงมีผู้ใดบ้าง?บางทีอาจจะต้องไปซุ่มดูตามจวนขุนนางใหญ่ของแคว้งผิงสักหน่อย ไหนๆก็มาถึงที่นี่แล้ว ข้าก็ควรจะได้รู้สิ่งอื่นที่นอกเหนือจากมาเอาของนั่นด้วยสิ”
หงซือซือเอานิ้วไล้คางสามี“ท่านไม่เคยละโอกาสเลยนะเ้าคะ สมแล้วที่ดูแลคนทั้งแผ่นดิน”
“สิ่งใดจะมีประโยชน์ต่อแว่นแคว้นสิ่งนั้นข้าควรทำก่อน” ใบหน้าจริงจังของ ิเฟยหลงทำให้หงซือซือรู้สึกภาคภูมิใจในความเก่งของสามีนางหวังว่าัน้อยในครรภ์ของนางจะได้ส่วนดีนี้มาจากพระบิดา
นางจูบคางเขาอีกครั้ง “ท่านพี่ท่านหายแพ้ท้องหรือยังเ้าคะ?”
“ดีขึ้นมากแล้วสองวันที่เ้าไม่อยู่ข้าอาเจียนน้อยลงแต่ยังเวียนหัวพอเห็นเ้ามาจึงค่อยรู้สึกว่าดีขึ้นมาก”
“นี่ล่ะ! ข้าจึงไม่อยากให้ท่านตามข้าเข้าไปในวังอยู่ข้างนอกอย่างน้อยยังมี พี่อี้เทียนกับคุณชายจินคอยดูแลท่าน ในวังหลวงยังวุ่นวายนักปล่อยข้ากับแมวดำไปจัดการก็แล้วกัน”
ิเฟยหลงจำนนด้วยเหตุผลจำต้องพยักหน้ารับ“ได้...เ้าต้องสัญญาว่าจะระวังตัว เื่ผาดโผนอันตรายห้ามทำเด็ดขาดัน้อยอยู่ในท้องของเ้านะ”เขาลูบมือไปที่หน้าท้องของนางที่ยามนี้คล้ายจะนูนขึ้นเล็กน้อย “ลูกพ่อเ้าต้องเข้มแข็งช่วยแม่เ้าทำภารกิจให้สำเร็จนะไว้เ้าออกมาแล้วพ่อจะให้รางวัลอย่างงามเทียว”
“พี่สามเพิ่งเดือนกว่าลูกยังรับรู้ได้หรือเ้าคะ?”
“ลูกของข้าเก่งอยู่แล้วเขาต้องฟังข้าสิ”
หงซือซือลูบทับบนหลังมือสามีอีกที“เ้าัน้อย เ้าต้องตั้งใจเชื่อฟังท่านพ่อให้มากเพราะท่านพ่อเป็คนดูแลพวกเราเข้าใจหรือไม่?”
ท่านฝู่กั๋วกงวัยชรามาเข้าเฝ้าด้วยสีหน้าไม่ใคร่ดีนัก
“ฝ่าา มีรายงานว่านักฆ่าสำนักอสูรเข้ามาป้วนเปี้ยนในเมืองหลวงแล้ว พะยะค่ะ”
“ท่านกั๋วกงท่านรู้จักนักแปลงโฉมหรือไม่?”
“ในยุทธภพที่โด่งดังก็มีนางมารพันโฉมกับเซียนพันหน้าพวกเขาเป็อาจารย์และศิษย์กัน การจะพบเจอพวกเขาช่างยากเย็นนักพะยะค่ะ”ราชนิกูลวัยชราไม่ได้กราบทูลว่าตนเองก็รู้จักอยู่ผู้หนึ่ง
“เป็ไปได้ไหมว่าจะมีนักแปลงโฉมคนอื่นด้วยที่แปลงโฉมได้ดีพอๆกับคนทั้งสองนี้”
“การแปลงโฉมเป็วิชาที่ทำได้ยากแต่มิใช่ว่าจะไม่มีผู้ทำได้ในแคว้นเว่ยก็เคยปรากฏนักแปลงโฉมที่ไปหลอกลวงเ้าเมืองแล้วถูกจับได้จนถูกปะาไม่แน่ว่าจะยังมีนักแปลงโฉมผู้อื่นด้วยเพียงแต่ฝีมือของพวกเขาอาจจะไม่แเีเท่ายอดฝีมือ พะยะค่ะฝ่าาทรงถามกระหม่อมแบบนี้ทรงมีเื่ใดหรือพะยะค่ะ?”
“ข้าคิดว่าข้าเจอนักแปลงโฉมลักลอบเข้ามาในวังหลวง”
สีหน้าของท่านกั๋วกงชราดูตะลึงเล็กน้อยฮ่องเต้จึงทรงเล่าสิ่งที่ประสบในไม่กี่วันให้หลังให้ฟังอย่างละเอียด
“เห็นทีคงจะมีคนเข้ามาสอดแนมในวังมากขึ้นดีที่คนผู้นี้มิใช่มือสังหาร”
“หากเขาคิดจะฆ่าข้าจริงก็คงทำสำเร็จนานแล้ว”
ฝู่กั๋วกงระบายลมหายใจออกมาช้าๆในบรรดาราชนิกูลราชวงศ์โจว ยังคงเหลือแต่เขาที่คอยค้ำจุนโจวเฟิงผู้นี้ความระส่ำระส่ายของราชสำนักผิงทำให้คราวนั้นชายชราตัดสินใจส่งบุตรสาวให้ไปอภิเษกสมรสกับอดีตฮ่องเต้แคว้นิบัดนี้หลานชายของเขากลายเป็ท่านอ๋องเก้าแห่งแคว้นผิงที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากฮ่องเต้ิเฟยหลงท่านกั๋วกงยังไม่วางใจจะไปอยู่กับลูกหลานและเหลนฝาแฝดเพราะยังคงเป็ห่วงโจวเฟิงผู้นี้
“ฝ่าากับถูชิงหลินทรงควรระวังพระองค์ให้มาก หม่อมฉันได้ข่าวไม่ค่อยชอบมาพากลพะยะค่ะ”
“ข่าวใด?”
“สาวใช้ในจวนนางผู้หนึ่งกล่าวว่านางหนีไปกับคนรักในวันที่เกี้ยวจากวังหลวงเข้าไปรับหากเื่นี้เป็ความจริงกระหม่อมสงสัยว่าถูเฟยที่อยู่ตำหนักอิงฟ้าอาจจะเป็คนที่ถูกส่งมาสวมรอยพะยะค่ะ”
******************************
